Se connecter“เธอ!” ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนพูดจาเช่นพรพระพายมาก่อน เจ้าหล่อนเป็นผู้หญิงจะต้องมีความเรียบร้อยและสุภาพเฉกเช่นกุลสตรี ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งทำให้รู้ว่าเธอไม่มีคุณสมบัติอะไรสักอย่างที่คู่ควรจะมายืนเคียงข้างเขาในฐานะภรรยา
“หรือหนูพูดผิด” พรพระพายถามเขาพร้อมกอดอกอย่างรอฟัง
“โอเค เธอพูดถูก งั้นฉันขอให้เราสองคนพูดและปฏิสัมพันธ์กันน้อยที่สุด” รู้ว่าเถียงไปก็ไม่มีวันจบ พรพระพายรั้นจะตาย
เธอสวยและสะอาด แต่ในเมื่อเขาไม่อยากอยู่ใกล้ แล้วทำไมต้องไปเร้าหรือ “ตกลงค่ะ แต่หนูจะทำหน้าที่ของหนูตามที่เห็นสมควร โอเคมั้ย”
“เธอหมายถึงหน้าที่เมียงั้นเหรอ แล้วเป็นเมียต้องทำอะไรบ้าง” เขายืนไขว้ขาพิงผนังรอฟังคำตอบ
หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่ก่อนจะขยับปากพูด “ดูแลบ้าน ทำอาหาร ดูแลสามี ประมาณนี้มั้งคะ”
“เธอทำแค่สองอย่างแรก ส่วนฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ดีซะอีก หนูจะได้สบาย”
วันแรกของการเปลี่ยนสถานะจาก ‘โสด’ เป็น ‘สมรส’ ช่างเป็นอะไรที่น่าจดจำ ดูสิ! เจ้าบ่าวยืนกอดอกมองมาตาเขียวเชียว
คนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มอย่างไม่ใคร่จะสนใจรัชชานนท์นัก พรพระพายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข่าวสารบนหน้าฟีดข่าวแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กเพื่อฆ่าเวลา
“ใครอนุญาตให้เธอพาสมุนเข้ามาสุมหัวในห้องนอนฉัน” เจ้าของตุ๊กตาเน่าช้อนตาขึ้นมองเล็กน้อย
“อะไร?” เธอไม่เข้าใจว่ารัชชานนท์หมายถึงอะไร
“เก็บพวกตุ๊กตาเน่าๆ ของเธอออกไปจากเตียงฉัน!” เสียงเข้มสั่งเฉียบขาด
ถ้าเป็นคนอื่นคงร้องไห้หอบตุ๊กตาแสนมุ้งมิ้งวิ่งออกจากห้องหอไปแล้ว
แต่เธอ..
“ไม่! นี่ก็เตียงหนูเหมือนกัน ถ้าไม่พอใจ เชิญไสหัวไปนอนที่อื่น”
อื้อฮือ! คืนแรกของการเข้าหอ ทำไมมันบัดซบอย่างนี้วะ สเปคสาวในฝันของเขาต้องเป็นผู้ใหญ่ นิ่ง เงียบ เฉียบ และเก่ง ไม่ใช่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มีสมบัติเป็นตุ๊กตาเน่าที่มองยังไงก็ไม่เห็นถึงความน่ารักของมันสักนิด ทั้งขาดทั้งเก่า แหล่งสะสมเชื้อโรคชัดๆ!
เขาจ้องหน้าเจ้าสาวที่อายุน้อยกว่าเกินหนึ่งรอบ “อย่าท้าทายอำนาจฉัน!”
ปากอิ่มเบะอย่างไม่เกรงกลัว “อำนาจ อำนาจอะไร? ทำไม.. พี่จะปล้ำหนูเหรอ” ดวงตากลมโตฉายแวววิบวับ แมวยั่วสวาทเข้าประทับร่างเจ้าสาวป้ายแดง “เอาสิคะ หนูชอบ อยากได้อยากโดนอะ” ดวงตาคมแข็งกร้าว เขาจ้องเธอราวกับอยากจะฆ่าให้ตายเสียเดียวนั้น
“ฉันไม่เคยคิดจะเอาเด็กแบบเธอมาทำเมีย จำไว้!”
เจ้าสาวป้ายแดงมองสามีที่กำลังชี้นิ้วด่าเธอ
เอ้อ! แล้วใครอยากจะได้หมอแก่ๆ หนังก็ยาน แถม ‘ไอ้นั่น’ ก็ไม่รู้ว่าเหี่ยวจนหมดประสิทธิภาพแล้วหรือเปล่า จำยอมแต่งงานเหมือนกันละวะ
ชิ!
“อะไร! จะพูดอะไรก็พูดมา อย่ามาด่าฉันทางสายตาแบบนั้น”
ไม่ไหวแล้วโว้ย! แต่งงานคืนแรกแทนที่เจ้าบ่าวจะจูบรับขวัญเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม นี่อะไรกัน! เจ้าบ่าวชี้หน้าด่าเจ้าสาวอย่างกับเกลียดกันมาเป็นชาติ เดี๋ยวแม่ก็กัดนิ้วขาดซะหรอก
“เอ้อ! นี่ก็อยากจะแต่งตายแหละ มีผัวทั้งทีได้มาซะแก่ขนาดนี้ อีกไม่กี่ปีก็ตาย ทั้งเหี่ยวทั้งยาน” นิ้วเรียวยาวชี้หน้าเธอ รัชชานนท์โกรธจนหน้าสั่น ถามว่ากลัวไหม
ตอบเลยว่าไม่!
อื้อฮือ.. ยัยเด็กนี่!
“เธอ!”
“ทำไมคะ หรือหนูพูดผิดตรงไหน”
ขิงก็ราข่าก็แรง ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมลงให้ใคร
“ฉันอายุสามสิบหก ยังไม่แก่และที่สำคัญฉันยังไม่ยานโว้ย!” ยัยเด็กบ้านั่นทำปากขมุบขมิบ แม้จะจับใจความคำพูดไม่ได้ แต่แววตาของพรพระพายฟ้องว่าเธอกำลังล้อเลียนเขา เรียวปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรงอย่างคนกลั้นขำ “เธอเป็นบ้าอะไร”
“คนบ้าที่ไหนจะน่ารักเหมือนเมียล่ะคะสามีขา”
เฮ้ย! พรพระพายกำลังจะทำอะไร เจ้าหล่อนลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาหาเขาทำไม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เธอทำบ้าอะไร!”
หญิงสาวทำตาปรือจือปาก แล้วเดินต้อนเขาเรื่อยๆ จนกระทั่ง..
ปัง!
เสียงปิดประตูห้องนอนดังสนั่นจนกลัวว่าข้างห้องที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอุราอาจจะลุกขึ้นมาตะโกนด่าก็เป็นได้
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะกวาง!”
“เข้าไปสิคะพี่จี๊ป” นีรนาราดันหลังสามีให้เดินเข้าบ้านสิริโชติวัฒนากุล ใช่ว่าเธอจะบังคับให้เขามา อธิวรรธน์นั่นแหละที่ขอร้องให้เธอพามาไหว้อัยการวิชิตและคุณหญิงขวัญเกล้าในวันขึ้นปีใหม่“ทำใจหน่อยไม่ได้เหรอ”นีรนาราชี้ไปที่เจ้าของร่างอวบป้อมที่วิ่งทำหน้าพ่อและแม่เข้าไปในบ้าน “นู่นค่ะ ดูลูกสาวพี่เป็นตัวอย่าง ใบบัวไม่เห็นต้องทำใจเลย”“ก็พี่..”“ไม่ต้องก็แล้วค่ะ ไปตอนนี้แหละ” นีรนาราลากแขนสามีให้เดินตามเจ้าหล่อนให้เข้าไปในบ้านรัชชานนท์ส่งยิ้มให้แพทย์หญิงนีรนาราก่อนจะเดินเข้าไปคล้องคอน้องชาย “นึกว่าจะไม่มาแล้ว”“เบลล์ชวนมา” อธิวรรธน์ทำตัวไม่ถูก“ไม่จริงค่ะ พี่จี๊ปขอร้องให้เบลล์พามาที่นี่เพราะอยากมาไหว้คุณแม่กับคุณลุงในวันปีใหม่” นีรนาราบอกความจริงกับทุกคนแล้วส่งยิ้มพร้อมยักคิ้วให้สามี“มาๆ หมอ มานั่งตรงนี้ ลุงมีไวน์รสเลิศมาให้ลองชิม แต่ถ้าติดใจจะยกขวดลุงก็ไม่ว่านะ”ทุกคนที่นี่เป็นกันเองเสียจนทำให้อาการเกร็งของเขาในคราวแรกลดลงได้ “งั้นผมขอลองสักแก้วได้มั้ยครับ”“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ นั่งๆ” อัยการวิชิตรินไวน์ใส่แก้วแล้วส่งให้อธิวรรธน์ ทว่ายังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะรับมันจากมือเขา สายตาก็เหลือบเห็นอะไรบา
ขวัญเกล้ามองคู่ลูกชายคนโตแล้วชื่นหัวใจ ส่วนลูกชายคนเล็ก..“กินกุ้งมั้ยคะ เบลล์แกะให้” นีรนาราพยายามเอาใจสามี แต่ไม่วายโดนชายหนุ่มเมินเฉย “บาร์บีคิวก็อร่อยนะคะ มีเนื้อวัวที่พี่จี๊ปชอบด้วย”“พี่ง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะ” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันทีนีรนารามองตามสามีด้วยแววตากลัดกลุ้ม ขวัญเกล้าเห็นดังนั้นแล้วไม่สบายใจเอาเสียเลย อยากให้ทุกอย่างมันดีขึ้นแต่ดูผลมันจะออกมาตรงกันข้าม“หนูเบลล์” ขวัญเกล้าเดินเข้าไปโอบไหล่ลูกสะใภ้คนเล็ก “มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะ เพราะแม่หรือเปล่า”นีรนาราเหมือนคนน้ำท่วมปาก จะให้เธอตอบขวัญเกล้าว่าอย่างไร “คือ..”“แม่ขอโทษนะ”นีรนาราเข้าใจขวัญเกล้าและในขณะเดียวกันเธอเองก็สงสารสามี “บางทีพี่จี๊ปอาจจะต้องการเวลามากกว่านี้” เธอผิดเองที่หลอกพาเขามาที่นี่ นอกจากมันจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังเป็นการตอกย้ำบาดแผลในใจที่เกือบหายให้กลับมาเจ็บปวดปางตายอีกครั้งพรพระพายเห็นแล้วก็อดสงสารทุกคนไม่ได้ “พี่แบงค์ขา พี่แบงค์ไม่โกรธหนูเหรอที่ไม่บอกก่อนว่าพี่เบลล์กับพี่จี๊ปจะมาด้วย”“โกรธ!”“จริงอะ” เธอตกใจจนตาเหลือกรัชชานนท์ยกมือปิดปากหัวเราะ “ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยเล่า
“ไปไหนมา” รัชชานนท์เดินงัวเงียออกมาจากห้องน้ำเมื่อเห็นภรรยานั่งหน้าแป้นแล้นอยู่ข้างลูกชายที่กำลังนอนกลางวันจึงเอ่ยถาม“พี่แบงค์ขา หนูไปหาพี่เบลล์มา” เจ้าหล่อนลุ้นจนตัวโก่งว่ารัชชานนท์จะว่าอย่างไรความง่วงงุนเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง “เบลล์? หมายถึงเบลล์แฟนเก่าพี่อะนะ”ใบหน้าสวยหวานง้ำงออย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินรัชชานนท์พูดเช่นนั้น “ใช่ค่ะ! แฟนเก่าพี่นั่นแหละ” แม้จะโกรธสามีแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกไปก็เบาหวิวราวปุยนุ่นด้วยกลัวว่าจะไปรบกวนการนอนหลับพักผ่อนของลูกชาย พรพระพายลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ระเบียงหลังห้องนอนรัชชานนท์เช็ดหน้าแล้วเดินตามภรรยาออกไป เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวหญิงสาว แม้ไม่รู้ว่าคืออะไรแต่ที่รู้คือมันน่ากลัวมาก“งอนเหรอ” เขาสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง ใช่ว่าเมื่อครู่พลั้งปากพูด แต่เขาตั้งใจต่างหากเพราะอยากให้เจ้าหล่อนหึง “เวลาเมียงอนนี่น่ารักที่สุด”“หนูไม่ได้งอน หนูโกรธ!” พรพระพายบอกเขาไปตามตรง เจ้าหล่อนซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองเสมอ “พี่ยังไม่ลืมพี่เบลล์ใช่มั้ยคะ”ริมฝีปากบางขยับโค้งขึ้นเล็กน้อย แววตารัชชานนท์ยามทอดมองหญิงสาวในอ้อมกอดมันเต็มไปด้วยคว
ดวงตาคมดำขลับฉายชัดว่ากำลังไม่พอใจเจ้าของร่างเล็ก “มีใครบ้าง”“มี..”“พี่เบลล์ ใบบัววว”ยังไม่ทันที่นีรนาราจะตอบคำถาม พรพระพายก็วิ่งหน้าตั้งตะโกนเรียกชื่อพี่สาวมาแต่ไกลเด็กหญิงณาราเห็นพี่กวางก็ยิ้มกว้างตาโตทันที “ใบบัวจะเล่นกับพี่กวาง”นีรนาราเหลือบมองสามีแล้วเอื้อมมือไปจับต้นแขนเขา แม้จะเตรียมใจไว้แล้วว่าอธิวรรธน์อาจจะโกรธ แต่พอถึงเวลาจริงๆ เธอยอมรับเลยว่ากลัว.. “พี่จี๊ปคะ”“เรื่องนี้เราต้องคุยกันนะเบลล์”น้ำเสียงอธิวรรธน์ที่เปล่งออกมามันช่างเย็นชาเสียจนทำให้คนฟังใจหวิว“เบลล์ขอโทษ แต่เบลล์อยากให้พี่จี๊ปรู้ไว้ว่าที่เบลล์ทำทุกอย่างก็เพื่อพี่” อธิวรรธน์เสมองไปทางอื่น เธอเห็นเช่นนั้นแล้วไม่สบายใจเอาเสียเลย“พี่จะพาลูกกลับ” เขาใช้ความรู้สึกตัวเองตัดสินจนลืมนึกถึงความรู้สึกของเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านหลังเด็กหญิงณารามองหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างนอกตัวรถตาละห้อย “ใบบัวจะไม่ได้เล่นกับพี่กวางเหรอคะ”“พี่จี๊ปคะ ถือว่าเบลล์ขอ อยู่ที่นี่สักคืนนะคะ”อธิวรรธน์เหลือบมองกระจกหลังเมื่อเห็นสายตาของลูกสาวที่มองพรพระพายก็ทำให้เขาฉุกคิดได้ว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกลูก ถ้ากลับตอนนี้หรือเปลี่ยนที่อยู
สมแล้วที่เป็นบ้านพักตากอากาศของมหาเศรษฐีหมื่นล้านเมืองไทย สวยหรูดูดีมีระดับสุดๆ พรพระพายวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะข้างสระว่ายน้ำแล้ววิ่งไปที่หาดทรายทันที“โอ๊ยยย! ฟินสุดๆ อากาศดีมาก กวางชอบทะเล”พ่อลูกอ่อนกระเตงลูกชายเดินตามพรพระพายไปที่ชายหาด “วันนี้โชคดีไม่มีแดด”“แต่เหมือนฝนจะตกเลยพี่แบงค์”รัชชานนท์แหงนหน้ามองท้องฟ้าก็เห็นเป็นจริงอย่างที่ภรรยาสาวว่า “เดือนนี้น้ำทะเลไม่น่าเล่น น้ำจะสกปรกและคลื่นแรง แต่ถ้านอนเอาบรรยากาศช่วงฝนตกคือฟินสุดๆ”“แอะ” ปากเล็กเปล่งเสียงออกมาพูดคุยกับพ่อแม่“น้องวินด์อยากเดินเล่นบนหาดทรายมั้ยครับ” คนเป็นพ่อพูดพลางย่อตัวลงเตรียมเอาลูกเดินบนผืนทรายอย่างที่ปากว่าแม่ของเด็กชายเหมันต์เห็นเช่นนั้นจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทั้งคู่ “อย่านะพี่แบงค์ เมื่อกี้พี่พึ่งพูดอยู่แหม็บๆ ว่าน้ำทะเลสกปรก”คนเป็นแม่ส่งสายตาดุพ่อของเด็กชายเหมันต์ รัชชานนท์ไม่ระมัดระวังเอาเสียเลย ชายหาดหน้าบ้านพักแม้จะสะอาดมองไม่เห็นเศษเปลือกหอยหรือสิ่งของที่อาจทำอันตรายให้ลูกชายเธอ แต่เรื่องอย่างนี้มันประมาทได้ที่ไหนกัน“พี่ขอโทษครับ พี่ลืมว่าลูกไม่ได้สวมรองเท้า” เขายอมรับผิดและเอ่ยปากขอโทษแม่ของลูกหญิงสาวพย
คิ้วเรียวโก่งย่นเข้าหากัน “คุณพ่อเหรอคะ?” อัยการวิชิตไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับอธิวรรธน์และนีรนาราเลยแม้แต่นิด แล้วทำไมพ่อสามีเธอถึง.. “ทำไมคุณพ่อโทรชวนพี่เบลล์ด้วยตัวเอง”“นั่นสิ พี่เองก็แปลกใจเหมือนกัน ปกติพ่อสามีกวางท่านเป็นคนยังไง ใจดีมั้ย”นีรนารากลัวว่าอัยการวิชิตจะผูกใจเจ็บเรื่องที่ขวัญเกล้าแอบเล่นชู้กับอธิปจนตั้งท้อง“ท่านเป็นคนใจเย็นใจดีนะคะ”“พ่อของหมอแบงค์คงไม่แก้แค้นพ่อพี่จี๊ปโดยใช้พี่จี๊ปเป็นเครื่องมือหรอกนะ”ใจมนุษย์อยากแท้หยั่งถึง พรพระพายเองก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเช่นกัน แต่ที่เธอมั่นใจคือพื้นฐานอัยการวิชิตเป็นคนดี “มันมีสองประเด็นพี่เบลล์ ถ้าไม่แก้แค้นก็คงอยากช่วยให้ทั้งสามคนเข้าใจกัน”“อื้อ พี่เองก็แอบคิด”“กวางเอนเอียงไปทางความคิดที่ว่าคุณพ่ออยากช่วยให้พวกเขาคืนดีและเข้าใจกันมากกว่าที่จะแก้แค้นนะพี่เบลล์ คุณพ่อรักคุณแม่มาก ท่านคงไม่อยากทำให้คุณแม่เสียใจ แล้วอีกอย่างจากการที่กวางได้สัมผัสใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มาสักระยะ อัยการวิชิตเป็นคนดีมาก”“งั้นก็ลองดูกันสักตั้งเพื่อผู้ชายของเราสองคน” นีรนาราสรุป“พี่แบงค์ขา เมียกลับมาแล้วน้า” พรพระพายตะโกนลั่นบ้านรัชชานนท์และเด็กช
“อุแว้!” เด็กชายเหมันต์แผดเสียงร้องดังสนั่นลั่นห้องพักฟื้นผู้ป่วยด้วยว่าหิวนม“โอ๋ๆ หม่ำๆ นมนะคะคนดี” พรพระพายเอาลูกเข้าเต้า เจ้าหนูก็หยุดร้องทันทีรัชชานนท์นั่งมองสิ่งมีชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนด้วยแววตาปลื้มปริ่ม เขาอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออกเพราะไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว“พี่แบงค์ๆ สงสัยอิ่
เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มสรวล “พี่ไม่เคยโกรธกวางเลยนะ พี่แค่เสียใจ แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไง คุณหญิงขวัญเกล้าเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว” หลังจากที่ขวัญเกล้ามาสารภาพกับอธิวรรธน์ว่าเป็นแม่บังเกิดเกล้าที่บ้านเธอในวันนั้น นางก็แอบมาหาหลานอยู่เรื่อยๆ เพราะไม่กล้ามาตอนที่พ่อณาราอยู่ กลัวว่าชายหนุ่ม
ขวัญเกล้านั่งมองรูปรัชชานนท์ตอนที่ยังเป็นทารก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในหัวใจ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น นางพยายามโทรหารัชชานนท์แต่ลูกชายปิดเครื่อง ไปหาที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่“เป็นอะไรคุณ” อัยการวิชิตนั่งลงข้างภรรยา แม้ขวัญเกล้าจะเย็นชากับตนมาตลอดชีวิต แต่หลายวันที่ผ่านมาวิชิตสังเกตว่าภรรยานั้นเง
น้ำตาของคนเป็นแม่ไหลออกมาอาบสองแก้มเมื่อถูกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนพูดจาตะคอกใส่ สมศรีรู้ตัวดีว่าที่การุณเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะตนให้ท้ายจนเคยตัว เลี้ยงลูกมาแบบผิดๆ“ทำไมพูดกับแม่แบบนี้ล่ะตากั้ง แม่เขาหวังดีกับลูกนะ” สุชาติโอบบ่าภรรยาไว้ “เงินพ่อกับแม่ไม่เหลือแล้ว จะให้ไปเอาที่ไหนมาให้ อยากได้เงินก็







