LOGINบทที่ 12: สายเปย์สายดุ
กลิ่นไหม้ฉุนกึกของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ลอยฟุ้งออกมาจากช่องตะแกรงระบายความร้อนด้านล่างตัวเครื่อง แล็ปท็อปมือสองสภาพกรำศึกที่มีรอยแตกร้าวตรงขอบบานพับและสติกเกอร์ลอกร่อน ส่งเสียงพัดลมระบายความร้อนครางหวีดแหลมแสบแก้วหู ก่อนที่ภาพกราฟิกบนหน้าจอจะกระตุกวาบเป็นเส้นริ้วสีเขียวสลับดำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวืดลงสนิท ไฟแสดงสถานะดวงจิ๋วตรงมุมเครื่องดับมืด นิ่งสนิทไร้การตอบสนอง “ชิบหายแล้ว...” เหนือเมฆพึมพำเสียงแห้งผาก ปลายนิ้วที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขากดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้สิบวินาที ดึงสายชาร์จที่พันเทปสายไฟสีดำออกแล้วเสียบใหม่ แต่ไม่มีสัญญาณชีพใดๆ ปรากฏขึ้นมาอีก กลิ่นไหม้ของน้ำยาประสานบัดกรีและชิปเซตเมนบอร์ดที่หมดอายุการใช้งานยืนยันชัดเจนว่าคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวในชีวิตของเขาพังถาวร บนโต๊ะพับข้างรถแข่ง กราฟวิเคราะห์การไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงและข้อมูลเซนเซอร์อัตราเร่งจากกล่องควบคุมที่เขานั่งประมวลผลค้างไว้ตั้งแต่ช่วงสายหายวับไปกับตา เหนือเมฆยกสองมือกุมขมับ ถอนหายใจยาวจนแผ่นหลังลู่ลง ความเครียดแล่นพล่านขึ้นมาในหัวเป็นระลอก คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เขาใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ซื้อมือสองมาด้วยเงินเก็บก้อนแรกจากการทำงานพาร์ตไทม์ ชิปบอร์ดช็อตแบบนี้ถ้าส่งซ่อมร้าน อย่างต่ำต้องมีสองถึงสามพันบาท แต่ถ้าชิปกราฟิกไหม้ ค่าเปลี่ยนบอร์ดแทบจะซื้อเครื่องใหม่ได้เลย แล้วเงินเก็บในบัญชีของเขาเวลานี้... แม้แต่ค่ากับข้าวยังต้องคำนวณเศษเหรียญนับสิบรอบ ตั้งแต่เมื่อวานที่ราชันตะเพิดแทนออกจากทีมแข่ง แล้วลากเขาเข้าไปกักตัวไว้ในห้องเก็บของด้านใน คำพูดข่มขู่ทุ้มต่ำและสายตาดุดันที่บอกว่า ‘กูจะทำทุกทางให้กูมีสิทธิ์’ ยังคงตามหลอกหลอนจนเขานอนกระสับกระส่ายทั้งคืน เช้านี้เขาตั้งใจจะรีบมาเคลียร์ตารางกราฟรอบเครื่องให้เสร็จเพื่อหาเงินค่าจ้างชั่วโมงละสามร้อยบาท แต่เครื่องมือหากินหลักกลับมาพังลงต่อหน้าต่อตา เหนือเมฆนั่งนิ่งอยู่หน้าซากเครื่องจักรไร้วิญญาณ กัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ ตึง! ตึก! เสียงวางของหนักสองชิ้นกระทบลงบนหน้าโต๊ะทำงานตัวเดิมอย่างแรงจนขวดน้ำพลาสติกสะเทือน เหนือเมฆสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองทันที ราชันยืนค้ำหัวเขาอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อยืดสีดำตัวเก่งกับกางเกงยีนส์ขายาวตัวเดิม เสื้อช็อปสีกรมท่าพาดอยู่บนบ่ากว้าง ใบหน้าคมคายยังคงบึ้งตึงและเย็นชาตามแบบฉบับ แต่ประกายตาใต้คิ้วเข้มกลับจับจ้องเด็กปีหนึ่งนิ่งสนิท บนโต๊ะทำงาน มีกล่องสีดำสองกล่องวางขวางสายตาอยู่ กล่องแรกคือกล่องกระดาษแข็งสีดำด้านพิมพ์ฟอยล์เงินระบุชื่อแบรนด์เวิร์กสเตชันแล็ปท็อประดับท็อปสำหรับงานกราฟิกและงานคำนวณทางวิศวกรรมขั้นสูง ตัวเครื่องบอดี้แมกนีเซียมอัลลอยด์ที่คนในคณะต่างรู้ดีว่ามีราคาเหยียบหลักแสน ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดและหน่วยความจำความเร็วสูงที่สามารถรันการจำลองพลศาสตร์ของไหล (CFD) ได้อย่างสบายโดยไม่มีคำว่าสะดุด กล่องที่สอง เป็นกล่องอะลูมิเนียมสีกันเมทัลใบยาว มีโฟมกันกระแทกตัดเข้ารูป ด้านในบรรจุ ชุดประแจรวมไทเทเนียมและด้ามขันปอนด์ความเที่ยงตรงสูง ชิ้นส่วนโลหะสีรุ้งประกายทองที่ผ่านกรรมวิธีชุบความร้อนอย่างประณีต แต่ละด้ามมีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าทั่วไปหลายเท่า และตรงก้านจับของประแจทุกตัว... มีตัวอักษรเลเซอร์สลักไว้อย่างคมชัด ‘NM’ ตัวย่อชื่อของเหนือเมฆ เหนือเมฆเบิกตากว้าง มองกล่องของทั้งสองชิ้นสลับกับมองใบหน้าราชันด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความตกใจจะแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองที่ตีตื้นขึ้นมาในอก “อะไรครับ” เหนือเมฆถามเสียงแข็ง “ของทำงานมึง” ราชันตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบไม่แยแส “ผมไม่เอา” เหนือเมฆดันกล่องทั้งสองใบออกไปด้านหน้าอย่างไม่ลังเล “เอาคืนไปเลยครับ ผมไม่รับ” สันกรามของราชันกระตุกแน่น ดวงตาดำจัดหรี่แคบลงทันที “กูซื้อมาให้มึงใช้ มึงมีสิทธิ์อะไรมาปฏิเสธ” “ผมเป็นแค่เด็กรับจ้างทำงานชั่วโมงละสามร้อย!” เหนือเมฆลุกขึ้นยืนประจันหน้า สองมือกำแน่นข้างลำตัว “คอมพิวเตอร์ราคาเป็นแสนกับชุดประแจสั่งทำพิเศษแบบนี้ มันเกินขอบเขตงานของผมไปมาก ผมบอกพี่แล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาเงินมาฟาดหัวผม ผมไม่ใช่ขอทานที่ต้องมารอรับเศษเงินหรือของกำนัลราคาแพงจากใคร!” คำว่า ‘ขอทาน’ ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดขึ้นมาจนแทบระเบิด ราชันไม่ถอย เขาก้าวเท้าประชิดเข้ามาจนหน้าอกแทบจะชนกัน มือหนาข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ประแจไทเทเนียมด้ามยาวเบอร์สิบสองขึ้นมา ชูขึ้นตรงหน้าเหนือเมฆ “มึงคิดว่ากูว่างมากจนต้องเอาเงินมานั่งเล่นเป็นเสี่ยสายเปย์หรือไงวะ!” ราชันกดเสียงต่ำจนกลายเป็นเสียงขู่ รังสีคุกคามแผ่ออกมาสะกดคนตัวเล็กกว่าจนแผ่นหลังชิดขอบโต๊ะ “มึงหันหลังไปมองรถแข่งคันนั้นเดี๋ยวนี้!” เหนือเมฆชะงัก ชำเลืองมองตามปลายนิ้วของราชันที่ชี้ไปยังรถฟอร์มูล่าสีดำด้านบนแท่นยก “รถคันนั้น วิ่งในสนามด้วยความเร็วเกินสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง” ราชันเค้นเสียงพูดช้าๆ ชัดเจนทุกพยางค์ “ในโค้งไฮสปีด แรงจีเหวี่ยงตัวถังจนแทบฉีก ถ้ามึงใช้ประแจเก่าสนิมเขรอะขันหัวน็อตปีกนกจนเกลียวรูด ล้อหลุดกลางโค้ง... คนที่พุ่งชนกำแพงยางคอหักตายคือใคร” เหนือเมฆกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาสั่นไหว “แล้วถ้ามึงใช้เศษเหล็กคอมพิวเตอร์พังๆ ประมวลผลรอบเครื่องพลาด ส่งข้อมูลจูนเนอร์ช้าไปแค่ศูนย์จุดหนึ่งวินาที กล่องสั่งตัดเชื้อเพลิงไม่ทัน เครื่องยนต์ระเบิดคาสนาม... คนที่ถูกไฟคลอกอยู่ในค็อกพิตคือใคร” ราชันโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากปลายจมูกของเหนือเมฆไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม “ชีวิตกูในสนามแข่ง แขวนอยู่บนการคำนวณของมึง แขวนอยู่บนมือสองข้างที่ขันน็อตทุกตัวบนรถคันนี้” ราชันยัดด้ามประแจไทเทเนียมใส่มือของเหนือเมฆ ออกแรงบีบกระชับมือเรียวให้กำด้ามโลหะไว้แน่น “ของพวกนี้ไม่ใช่ของขวัญ ไม่ใช่เศษเงิน และไม่ใช่ทานที่กูสงสารมึง... แต่มันคือ อุปกรณ์ความปลอดภัยของชีวิตกู มึงเข้าใจหรือยัง!” คำอธิบายที่เด็ดขาดและเฉียบคมด้วยหลักการทางวิศวกรรมทำเอาเหนือเมฆเถียงไม่ออก ความเย็นเฉียบทว่าสมดุลไร้ที่ติของด้ามประแจไทเทเนียมในอุ้งมือ ถ่ายทอดน้ำหนักที่แท้จริงของมันออกมา มันไม่ใช่น้ำหนักของราคาเงินตรา... หากแต่มันคือน้ำหนักชีวิตของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ราชันมองเด็กดื้อที่เริ่มลดความพยศลง ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงมีความสับสนระคนตกใจ แต่ไม่ได้ดึงมือหนีอีกต่อไป “ถ้ามึงยังคิดจะทำงานนี้ต่อไป มึงต้องใช้ของที่ดีที่สุด เพื่อรับผิดชอบชีวิตกู” ราชันสรุปเสียงเรียบ ก่อนจะดึงมือตัวเองกลับ เหนือเมฆก้มมองตัวอักษร ‘NM’ บนเนื้อโลหะสีรุ้ง ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างปฏิเสธไม่ได้ เขาจำใจต้องดึงกล่องคอมพิวเตอร์เข้ามาวางบนตัก แกะสติกเกอร์ซีลออกอย่างระมัดระวังเพื่อกู้ข้อมูลการคำนวณรอบบ่าย แต่ก่อนที่เหนือเมฆจะได้เปิดหน้าจอเครื่องใหม่ ราชันก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง มือหนาเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเหนือเมฆที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาหน้าตาเฉย “เฮ้ยพี่! จะเอาโทรศัพท์ผมไปทำไมอีก!” เหนือเมฆโวยวาย เอื้อมมือจะแย่งคืน ราชันไม่สนใจ เขารูดเคสยางซิลิโคนสีเหลืองเก่าๆ ของโทรศัพท์ออก ปลดช่องเสียบด้านหลังเคส จากนั้นก็ล้วงหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง มันคือ บัตรเครดิตสำรองสีดำด้าน วงเงินไม่จำกัดที่มีชื่อของราชันสลักเป็นตัวนูน ราชันสอดบัตรเครดิตใบนั้นแนบลงไปในช่องหลังเคสโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดเคสประกบกลับเข้ากับตัวเครื่องตามเดิมจนลงล็อกเสียงดัง กริ๊ก แล้วโยนโทรศัพท์กลับลงบนตักของเหนือเมฆ เหนือเมฆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แผ่นการ์ดสีดำด้านโผล่พ้นรอยตัดของเคสออกมาให้เห็นชัดเจน “พี่ราชัน! นี่มันอะไรอีก!” เหนือเมฆแทบจะกรีดร้องด้วยความโมโห ดึงบัตรออกมาจะปาคืน “ผมไม่เอาบัตรของพี่!” หมับ! มือหนาของราชันคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเหนือเมฆ รวบตรึงไว้กับพนักเก้าอี้ทันที ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเหนือเมฆขยับหนีไปไหนไม่ได้ ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องเขม็งคล้ายจะเผาผลาญคนตรงหน้าให้มอดไหม้ ราชันบดกรามแน่น โน้มริมฝีปากลงมากระซิบขู่ชิดใบหูขาวที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำ น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ แหบพร่า และแฝงความเผด็จการชนิดที่ไม่ยอมให้มีข้อแม้แม้แต่วินาทีเดียว “กินข้าวให้อิ่ม... อย่าให้กูเห็นว่ามึงอดข้าวกลางวันอีก” ราชันเว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนจนลมหายใจร้อนสะดุด “ไม่งั้นมึงโดนดีแน่ เหนือเมฆ”ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียงหวีดแหลมสะท้านแก้วหูของขุมพลังเทอร์โบไฮบริดความจุหนึ่งจุดหกลิตร แผดคำรามกึกก้องสะเทือนลึกเข้าไปในช่องอกบนทางตรงหน้าอัฒจันทร์หลักของสนาม เอาโตโดรโม นาซีโอนาเล ดิ มอนซา (Autodromo Nazionale Monza) รถแข่งฟอร์มูล่าวันสีแดงเพลิงพุ่งทะยานผ่านแนวพิตเลนไปด้วยความเร็วเฉียดสามร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แหวกมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกพัดชายเสื้อผ้าของผู้ชมแถวหน้าให้สะบัดไหว ไอร้อนจากระบบระบายความร้อน กลิ่นยางสลิกไหม้ และกลิ่นเบรกคาร์บอนเซรามิกที่คละคลุ้งในอากาศเย็นสบายช่วงต้นเดือนกันยายน ปลุกประสาทสัมผัสของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งสนามให้ลุกโชนเหนือเมฆยืนเกาะรั้วกระจกนิรภัยบนระเบียงชั้นสองของห้องรับรองพิเศษ แพดด็อกคลับเด็กหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าสีครีมทับด้วยโค้ตผ้าวูลตัวยาวสีน้ำตาลช็อกโกแลต ลำคอขาวสวมสายคล้องบัตรวีไอพีออลแอคเซสสีทอง แววตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น สองมือยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองตามแนวปีกหน้าคาร์บอนไฟเบอร์และครีบจัดระเบียบอากาศพล
ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)ห้องทำงานประธานฝ่ายปฏิบัติการบนชั้นสี่สิบห้าของอาคารอัครโภคินทร์ ทาวเวอร์ ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงระบบปรับอากาศส่วนกลางพัดไอเย็นเฉียบออกมาอย่างสม่ำเสมอผนังกระจกนิรภัยสองชั้นบานใหญ่จรดพื้นเปิดรับทัศนียภาพของกลุ่มตึกระฟ้าและคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวสุดสายตา บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเคลือบเงาราคาเหยียบล้าน มีแฟ้มรายงานผลประกอบการไตรมาสสองและเอกสารโครงการนำเข้าชิ้นส่วนระบบส่งกำลังไฮบริดวางซ้อนกันเป็นระเบียบ แผ่นกระดาษพิมพ์เนื้อหาภาษาอังกฤษทางธุรกิจเหล่านี้สามารถชี้เป็นชี้ตายเม็ดเงินลงทุนระดับพันล้านบาทได้ด้วยการจรดปากกาเพียงครั้งเดียวเจ้าของห้องผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทราชันในชุดสูทสากลสามชิ้นสีชาร์โคลคัตติ้งเนี้ยบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อกั๊กเข้ารูปที่ขับเน้นแผ่นอกกว้างและช่วงไหล่กำยำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นดึงปมเนกไทผ้าไหมอิตาลีเส้นหรูให้คลายตัวลงอย่างหงุดหงิด แววตาสีเข้มจัดคมปลาบจับจ้องเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเงินที่บอกเวลาสี่โมงเย็นสี่สิบห้านาทีนิ้วเรียวยาวเ
บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชันสายลมปลายปีพัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้นนนทรีใหญ่ริมทางเดินผลิดอกสีเหลืองสะพรั่ง กลีบดอกร่วงหล่นเกลื่อนบนพื้นคอนกรีตที่มีฟันเฟืองเกียร์ขนาดมหึมาสีเลือดหมูฝังอยู่ตรงกึ่งกลาง เสียงเพลงประจำคณะเปิดคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะ เสียงตะโกนร้องเพลงบูมของรุ่นน้อง และเสียงชัตเตอร์ของช่างภาพนับร้อยที่ดังประสานกันไปทั่วทุกมุมตึกป้ายผ้าใบผืนใหญ่สีแดงเลือดหมูถูกขึงตระหง่านอยู่เหนือแนวระเบียงชั้นสอง ข้อความตัวอักษรสีขาวคมชัดเขียนเด่นหรา‘ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเกียร์ดง และแชมเปียนมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ’บริเวณลานเกียร์และลานหน้าโรงช็อปเครื่องกลเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ซุ้มลูกโป่งหลากสีและช่อดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงรายจนละลานตา ท่ามกลางความจอแจของบัณฑิตใหม่ป้ายแดงนับพันชีวิต มีคนคู่หนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาราชันในชุดสูทสากลสีดำสนิท สวมทับด้วย ชุดครุยวิทยฐานะสีดำแถบกำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเปิดหน้าผากคม สันกรามได้รูปไร้ที่ติ และ
บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชันกลิ่นแชมเปญหมักเกรดพรีเมียมที่ถูกเขย่าฉีดพ่นฉลองชัยชนะบนโพเดียม ยังคงเปียกชุ่มและส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายอยู่บนชุดแข่งกันไฟสีดำสนิทเสียงโห่ร้องกึกก้องจากลานรับรางวัลเบื้องล่างและเสียงรัวชัตเตอร์ของกองทัพสื่อมวลชนนับร้อยสำนักถูกตัดขาดลงทันที เมื่อบานประตูกระจกหนาของห้องรับรองพิเศษส่วนตัวชั้นบนสุดถูกดึงปิดลง สลักกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานส่งเสียง กริ๊ก แน่นหนา ล็อกบรรยากาศภายนอกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเงียบสงัดที่มีแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนังทอประกายสะท้อนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวกลางห้องเหนือเมฆยังไม่ทันได้ตั้งหลัก แผ่นหลังในชุดหมีช่างเครื่องสีเทาก็ถูกดันช้าๆ จนถอยไปชนชิดกับขอบโต๊ะไม้ตัวหนาราชันก้าวเบียดประชิดเข้ามาจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศถ่ายเทกลิ่นแชมเปญ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นไอความร้อนจากเครื่องยนต์ที่ยังคงระอุอยู่ในกระแสเลือด แผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอบตัวเหนือเมฆอย่างรวดเร็ว อะดรีนาลีนจากการหักพวงมาลัยสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในสนามแข่งยังคงพลุ่งพล่าน เส้นเลือดตรงขมับและลำคอแกร่งปูดโปนเป็นแนวยาว แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหา
บทที่ 33: ธงตราหมากรุกเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงที่ถูกรีดเค้นรอบจัดจนแตะหมื่นสามพันรอบต่อนาที แผดสะท้านลึกเข้าไปในกระดูกอกบนทางตรงดิ่งลงเนินมุ่งหน้าสู่โค้งเก้า แฮร์พินหักศอกที่อันตรายและคดเคี้ยวที่สุดของสนามแข่งระดับนานาชาติ รถแข่งฟอร์มูล่าสีดำด้าน หมายเลข 1 พุ่งทะยานแหวกมวลอากาศด้วยความเร็วทะลุสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่กวดท้ายรถสีขาวส้ม หมายเลข 8 ของศิลาในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงคันรถ กระแสลมหมุนวนใต้ปีกหลังของคันหน้าเหวี่ยงให้หน้ารถของราชันส่ายสะบัดเบาๆ ปลายท่อไอเสียพ่นเปลวไฟแลบเป็นประกายวาบทุกครั้งที่ลดเกียร์ทุกสายตาทั่วทั้งสนามแข่งขันและผู้ชมเรือนแสนผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดต่างกลั้นหายใจราชันกระชับสองมือบนกริปพวงมาลัยคาร์บอนไฟเบอร์แน่น สายตาสีเข้มจัดหลังแผ่นชิลด์หมวกกันน็อกจับจ้องดวงไฟเบรกท้ายรถคู่แข่งนิ่งสนิท แรงสั่นสะเทือนจากพื้นแทร็กส่งผ่านเบาะนั่งขึ้นมาเขย่ากระดูกสันหลัง เหงื่อเม็ดโป้งไหลรินผ่านสันกรามเข้าสู่ลำคอ แต่สมาธิของนักแข่งหนุ่มกลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นระยะสองร้อยเมตรก่อนถึงจุดเบรก...ราชันตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางขวาอย่างเฉียบพลัน
บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อกเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงปรับแต่งพิเศษ แผดคำรามก้องสะท้านไปทั่วหุบเขารอบสนามแข่งระดับนานาชาติควันสีเทาจางและกลิ่นไหม้ของยางสลิกคอมพาวด์เนื้อนิ่มลอยคละคลุ้ง ไอร้อนระอุเหนือผิวแทร็กยางมะตอยสั่นระยิบระยับเป็นระลอกคลื่น บดบังทัศนวิสัยบนทางตรงหน้าพิตเลน ธงตาหมากรุกเหลือเวลาโบกสะบัดอีกเพียงไม่กี่รอบสนาม การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาบนแผงควบคุมพิตวอลล์ เหนือเมฆสวมชุดหมีช่างเครื่องสีเทาเข้ม สวมทับด้วยหูฟังตัดเสียงรบกวนขนาดใหญ่ที่มีไมโครโฟนก้านยาวจ่ออยู่ข้างริมฝีปาก สายตากลมโตจับจ้องจอมอนิเตอร์เทเลเมทรีสามจอตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตากราฟเส้นสีแดงแสดงอัตราเร่ง กราฟสีน้ำเงินแสดงแรงดันเบรก และแถบอุณหภูมิหน้ายางทั้งสี่ล้อขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวรถแบบวินาทีต่อวินาทีข้างกายของเขา ภีมกำลังเช็กตารางเปรียบเทียบความเร็วในแต่ละเซกเตอร์ ม่านฟ้าคอยฟังคำสั่งจากเรซคอนโทรล พีทกับไม้พร้อมทีมช่างเครื่องทุกคนยืนเกาะขอบรั้วเหล็กพิตเลน ชะเง้อคอมองลู่ทางตรงด้วยความตื่นเต้นจนลืมหายใจบนหน้าจอถ่ายทอดสด รถแข่งฟอร์ม







