Home / วาย / วิศวะราชัน / บทที่ 11: คนไม่มีสิทธิ์

Share

บทที่ 11: คนไม่มีสิทธิ์

last update publish date: 2026-10-16 10:11:28

บทที่ 11: คนไม่มีสิทธิ์

กลิ่นน้ำยาหล่อลื่นกันสนิมผสมกลิ่นอับของยางสลิกแข่งรถลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องเก็บเครื่องมือพิเศษด้านหลังโรงช็อป แสงไฟนีออนหลอดยาวส่องสว่างเหนือแนวชั้นวางเหล็กฉากสูงจรดเพดานที่เรียงรายไปด้วยกล่องอะไหล่และชุดเครื่องมือความเที่ยงตรงสูง เสียงเครื่องกลึงและเสียงเพลงลูกทุ่งจากวิทยุพกพาของช่างด้านนอกแว่วเข้ามาเพียงเบาบาง ปล่อยให้ช่องทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นวางของตกอยู่ในความเงียบ

เหนือเมฆยืนอยู่หน้าตู้เก็บอุปกรณ์วัดละเอียด เสื้อช็อปสีกรมท่าตัวเดิมถูกซักและรีดจนเรียบร้อย สวมทับเสื้อยืดสีขาวคอกลมธรรมดา ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านขวายังคงมีแผ่นคีย์การ์ดสีดำด้านของคอนโดหรูนอนนิ่งอยู่ น้ำหนักของการ์ดพลาสติกชิ้นเล็กนั้นทำให้เขารู้สึกหน่วงอยู่ในใจตลอดทั้งวัน

ความร้อนวูบวาบจากปลายนิ้วของราชันที่แตะดึงคอเสื้อเขาในครัวเมื่อเช้ายังคงทิ้งรอยความรู้สึกว้าวุ่นไม่หาย เพื่อสลัดความฟุ้งซ่าน เขาจึงขอแยกตัวมาจัดระเบียบตู้เครื่องมือตามหน้าที่ช่างเครื่องประจำรถ

มือเรียวยกเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์เหล็กและไมโครมิเตอร์วัดละเอียดขึ้นจัดใส่กล่องบุกำมะหยี่ทีละชิ้น ปลายนิ้วขยับคล่องแคล่ว สายตามุ่งมั่นอยู่กับงานตรงหน้า จนกระทั่งได้ยินเสียงพื้นรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นปูนหยาบจากช่องทางเดินด้านหลัง

“หาอะไรอยู่เหรอน้องเมฆ ให้พี่ช่วยไหม”

เสียงทักทายทุ้มหวานเจือแววหยอกเย้าดังขึ้นในระยะประชิด

เหนือเมฆชะงักมือ หมุนตัวกลับไปมอง

‘แทน’ รุ่นพี่ปีสามต่างสาขาที่เข้ามาช่วยดูแลงานพิตเลนของทีมแข่ง ยืนขวางทางออกแคบๆ อยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มรูปร่างโปร่ง สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ดจนเห็นสร้อยเงินเส้นบาง เขายืนกอดอกพิงชั้นวางเหล็ก สายตากะล่อนจับจ้องสำรวจใบหน้าขาวเนียนของเด็กปีหนึ่งอย่างเปิดเผย

“ไม่ได้หาครับ ผมกำลังจัดของ” เหนือเมฆตอบเรียบๆ ขยับตัวจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง

แต่แทนกลับขยับเท้าก้าวเข้ามาขวางไว้ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มจุดขึ้นที่มุมปาก

“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยกับพี่ก่อนสิ” แทนโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลดเสียงลงจนเหมือนกระซิบ “คนทั้งคณะเขาพูดกันให้แซ่ด ว่าน้องเมฆเป็นเด็กเส้นคนใหม่ของประธานชมรม... จริงหรือเปล่าเนี่ย”

เหนือเมฆขมวดคิ้ว แววตานิ่งสนิทเริ่มเปลี่ยนเป็นความขุ่นมัว “ผมทำงานแลกเงินตามตำแหน่งช่างเครื่อง ไม่มีใครเป็นเด็กเส้นใครทั้งนั้นครับ ถอยไปด้วย ผมจะทำงาน”

“อย่าเพิ่งดุสิครับคนเก่ง”

แทนไม่ยอมถอย ซ้ำยังก้าวเท้าประชิดเข้ามาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แผ่นหลังของเหนือเมฆชนเข้ากับขอบชั้นวางเหล็กเย็นเฉียบ สายตาของรุ่นพี่ปีสามเลื่อนลงสำรวจตั้งแต่ลำคอขาวลงไปจนถึงช่วงเอวบางใต้เสื้อช็อปตัวหนา แววตาเต็มไปด้วยความโลภและอยากรู้อยากเห็น

“พี่แค่อยากรู้... ว่าเด็กทุนปากดีคนนี้ มีดีอะไรนักหนา ไอ้ราชันมันถึงยอมให้มาแตะรถแข่งของมัน” แทนเอ่ยเสียงเบา มือขวาที่เคยทิ้งอยู่ข้างลำตัวเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วแตะลงบนสะโพกของเหนือเมฆ ออกแรงบีบกระชับผ่านเนื้อผ้ากางเกงยีนส์อย่างถือวิสาสะ “แถมยังได้ยินข่าวลือว่าเมื่อคืน... มึงไม่ได้นอนที่หอพักตัวเองด้วยนี่หว่า”

สัมผัสคุกคามที่ไร้มารยาททำเอาเหนือเมฆขยะแขยงจนขนลุกชัน

เพียะ!

เหนือเมฆตวัดฝ่ามือฟาดเข้าที่หลังมือของแทนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังลั่น เขาออกแรงผลักแผงอกของรุ่นพี่ปีสามจนอีกฝ่ายเซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด

“เอามือสกปรกของพี่ออกไป!” เหนือเมฆตวาดเสียงกร้าว มือขวาคว้าด้ามประแจปอนด์เหล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างตัวขึ้นมากระชับแน่น “อย่าคิดจะมาแตะต้องตัวผมอีก ถ้าไม่อยากได้เหล็กฟาดหน้า!”

แทนชะงักไป ยกมือขึ้นลูบหลังมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้น รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เปลี่ยนเป็นสายตาแข็งกร้าวด้วยความหงุดหงิดที่โดนเด็กปีหนึ่งตอกกลับ “เล่นตัวฉิบหาย ทีกับไอ้ราชันมึงยอมให้มันจูงจมูกไปไหนมาไหนได้ พอเป็นกูทำมาเป็นหวงตัว—”

โครมมมมมมมม!

เสียงท่อนเหล็กกล้าหล่นกระแทกพื้นซีเมนต์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้อง

ด้ามต่อบล็อกเหล็กขนาดยักษ์หนักหลายกิโลกรัมกลิ้งไถลมาตามพื้นปูนหยาบ ก่อนจะหยุดนิ่งลงแทบชิดปลายรองเท้าผ้าใบของแทน แรงสั่นสะเทือนส่งเสียงสะท้อนก้องไปตามชั้นวางเหล็กจนน็อตและชิ้นส่วนอะไหล่สั่นกริ๊กๆ

ทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงันจนน่าสะพรึงกลัว

แทนหันขวับไปมองทางเข้าห้องเก็บของ ใบหน้าถอดสีลงทันควัน

ตรงทางเดินแคบๆ ร่างสูงใหญ่ของราชันยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เสื้อช็อปสีกรมท่าตัวเก่งถูกถอดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำคอกลมที่เปียกชื้นเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นอกกว้าง ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างเด่นชัด สันกรามคมขบแน่นจนนูนเป็นสัน ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องตรงมาที่มือของแทน

รังสีอำมหิตและความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมารอบตัวเขารุนแรงจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง

ราชันก้าวเดินเข้ามา

ทุกฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นปูนหนักแน่นและเชื่องช้า ทว่ากลับกดทับประสาทรับรู้ของทุกคนจนแทบขาดใจ

“พี่... พี่คิง” แทนละล่ำละลัก ขาเริ่มสั่น ถอยหลังจนชนเข้ากับกล่องอะไหล่ “คือ... ผมแค่เข้ามาช่วยน้องหาของ...”

ราชันไม่รอฟังคำแก้ตัวแม้แต่คำเดียว

หมับ!

ฝ่ามือหนาพุ่งเข้าคว้าคอเสื้อช็อปของแทนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะออกแรงกระชากยกตัวรุ่นพี่ปีสามจนปลายเท้าแทบจะลอยพ้นจากพื้น ราชันผลักร่างของแทนอัดกระแทกเข้ากับเสาเหล็กของชั้นวางของอย่างแรงจนโครงเหล็กสั่นสะเทือน เสียงกล่องอะไหล่ด้านบนร่วงหล่นลงมากระจายเต็มพื้น

“มึงเอามือข้างไหนแตะมัน”

เสียงของราชันไม่ได้ตะโกน แต่มันแหบพร่า ทุ้มต่ำ และเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของแทน

“ผมไม่ได้ตั้งใจพี่! ผมแค่หยอกเล่น—”

“กูถามว่ามึงเอามือข้างไหนแตะมัน!” ราชันคำรามลั่น ขยับมือบีบคอเสื้อแน่นขึ้นจนแทนเริ่มสำลัก หายใจไม่ออก ใบหน้าของรุ่นพี่ปีสามเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความทรมาน “มึงคิดว่ากูไม่เห็นเหรอว่ามึงทำอะไรในช็อปของกู!”

“พี่คิง... ปล่อย... ผมหายใจไม่ออก...”

“ถ้ามึงยังอยากมีมือไว้ขับรถแข่ง... ไสหัวไปให้พ้นหน้ากู” ราชันกระซิบชิดใบหูของแทนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและพร้อมจะลงมือจริง “ชื่อมึงในทีมแข่ง กูสั่งถอนออกตั้งแต่ตอนนี้ และถ้ากูเห็นมึงเฉียดเข้ามาใกล้เหนือเมฆในระยะสิบเมตรอีกแม้แต่ครั้งเดียว... กูจะทำให้มึงไม่มีที่ยืนในคณะนี้อีกต่อไป จำใส่หัวมึงไว้!”

ราชันเหวี่ยงร่างของแทนลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี

พลั่ก!

แทนทรุดลงไปไอโขลกๆ บนพื้นปูน กุมคอตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเป็นปื้น เขามองหน้าราชันด้วยความหวาดกลัวจนถึงขีดสุด ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเถียง ชายหนุ่มรีบพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้ววิ่งเตลิดออกจากห้องเก็บเครื่องมือไปอย่างไม่คิดชีวิต

ความเงียบทิ้งตัวลงมาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง

ราชันยืนหอบหายใจ แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดอารมณ์คลุ้มคลั่งที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในสายเลือด ก่อนจะหันสายตากลับมามองเหนือเมฆที่ยืนนิ่งอยู่ข้างชั้นวางของ

เหนือเมฆยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาสับสนระคนตกใจ

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขุ่นมัวขึ้นมา คือสายตาที่ราชันกำลังใช้มองเขา... สายตาดุดันที่เหมือนกำลังตำหนิ ราวกับว่าเขาเป็นคนผิดที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

ราชันก้าวเข้ามาประชิดตัว คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเหนือเมฆทันที

“เดินตามมา”

“ปล่อยนะพี่ราชัน! จะลากผมไปไหน!”

เหนือเมฆพยายามขืนตัว ดึงข้อมือกลับสุดแรง แต่คราวนี้ราชันไม่ผ่อนแรงให้แม้แต่น้อย มือหนาบีบรัดข้อมือของน้องแน่น ออกแรงดึงลากตัวเหนือเมฆให้เดินตามเข้าไปใน ห้องเก็บของชั้นในสุด ซึ่งเป็นห้องนิรภัยขนาดเล็กสำหรับเก็บยางคอมพาวด์พิเศษและถังเชื้อเพลิงแข่ง

ปัง!

ราชันผลักบานประตูเหล็กปิดสนิท กดล็อกกลอนสองชั้นตัดขาดโลกภายนอกออกไปจนหมดสิ้น แสงสว่างในห้องมีเพียงหลอดไฟดวงเล็กสีส้มสลัวที่ติดอยู่เหนือโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่า

“ปล่อยผม!” เหนือเมฆสะบัดแขนหลุดออกมาได้สำเร็จ เขาก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ

ราชันก้าวตามเข้ามา ร่างสูงใหญ่กักขังเหนือเมฆไว้ในมุมอับ สองแขนยกขึ้นทาบกับผนังปูนทั้งสองข้าง ปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนและลมหายใจที่ยังคงหอบกระชั้นจากความโกรธ

“ทำไมมึงไม่ระวังตัว” ราชันถามเสียงห้วน แววตาดุดันจ้องเขม็ง “มึงรู้ว่าไอ้แทนมันเป็นคนยังไง มึงยังจะปล่อยให้มันเข้ามาใกล้ขนาดนั้นทำไม!”

คำถามที่ไม่ยุติธรรมนั้นจุดชนวนโทสะของเหนือเมฆให้ปะทุขึ้นมาทันที

“ผมไม่ระวังตัวเหรอ?” เหนือเมฆเชิดหน้าขึ้น สบตากับคนตัวสูงอย่างไม่ยอมแพ้ “ผมยืนทำงานของผมอยู่ดีๆ มันเดินเข้ามาเอง แล้วผมก็ผลักมันออกไปแล้ว พี่ตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นว่าผมดูแลตัวเองได้!”

“ถ้ากูไม่เดินเข้ามา มึงคิดว่ามึงจะรอดมือมันไหม!”

“ผมรอดหรือไม่รอด มันก็เรื่องของผม!” เหนือเมฆตวาดกลับ เสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและน้อยใจที่โดนกล่าวหา “พี่มีสิทธิ์อะไรมาบ้าใส่ผม! มีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตผมขนาดนี้!”

คำถามนั้นทำให้ความเงียบทิ้งตัวลงมาอย่างกะทันหัน

มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องแคบๆ

เหนือเมฆจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่กำลังไหวระริก เขาเหนื่อยล้ากับการถูกลากไปทางนั้นทีทางนี้ที เหนื่อยกับการต้องคอยเดาว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่

“ตอบผมมาสิพี่ราชัน...” เหนือเมฆเค้นเสียงถามช้าๆ แววตากลมโตสั่นไหว “พี่เป็นแค่รุ่นพี่ในคณะ เป็นประธานชมรมที่ผมมารับจ้างทำงานให้ชั่วโมงละสามร้อย... พี่มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง มาห้าม มาหึงหวงผมเหมือนผมเป็นของพี่!”

ราชันยืนนิ่ง สันกรามขบกันแน่นจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ

คำว่า ‘คนไม่มีสิทธิ์’ กรีดลึกลงไปในอกของเขาอย่างจัง มันเป็นความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด เขาไม่มีสถานะ ไม่มีคำสัญญา และไม่มีสิทธิ์ผูกมัดเด็กคนนี้ไว้ข้างตัวตามกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ความรู้สึกบ้าคลั่งที่แล่นพล่านอยู่ในหัวใจตอนที่เห็นมือของคนอื่นแตะลงบนตัวเหนือเมฆ... มันไม่เคยสนใจคำว่าสิทธิ์เลยแม้แต่น้อย

ราชันลดมือข้างหนึ่งลง คว้าจับปลายคางเรียวของเหนือเมฆไว้แน่น บังคับให้ใบหน้าขาวแหงนเงยขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ปลายนิ้วโป้งสากระคายกดแนบลงบนริมฝีปากบางที่กำลังสั่นระริก

ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดำสนิทคู่นั้นลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาและความบ้าคลั่งที่ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป

ราชันสบตากับเหนือเมฆนิ่ง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยตอบออกมาชัดเจนทุกถ้อยคำ

น้ำเสียงนั้นหนักแน่น ดุดัน และเผด็จการจนก้องสะท้อนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

“เออ... วันนี้กูยังไม่มีสิทธิ์”

ราชันเว้นจังหวะ นิ้วโป้งออกแรงบดคลึงริมฝีปากล่างของน้องเบาๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้าง

“แต่วันนี้กูหวง... และกูจะทำทุกทางให้กูมีสิทธิ์ จำไว้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียงหวีดแหลมสะท้านแก้วหูของขุมพลังเทอร์โบไฮบริดความจุหนึ่งจุดหกลิตร แผดคำรามกึกก้องสะเทือนลึกเข้าไปในช่องอกบนทางตรงหน้าอัฒจันทร์หลักของสนาม เอาโตโดรโม นาซีโอนาเล ดิ มอนซา (Autodromo Nazionale Monza) รถแข่งฟอร์มูล่าวันสีแดงเพลิงพุ่งทะยานผ่านแนวพิตเลนไปด้วยความเร็วเฉียดสามร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แหวกมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกพัดชายเสื้อผ้าของผู้ชมแถวหน้าให้สะบัดไหว ไอร้อนจากระบบระบายความร้อน กลิ่นยางสลิกไหม้ และกลิ่นเบรกคาร์บอนเซรามิกที่คละคลุ้งในอากาศเย็นสบายช่วงต้นเดือนกันยายน ปลุกประสาทสัมผัสของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งสนามให้ลุกโชนเหนือเมฆยืนเกาะรั้วกระจกนิรภัยบนระเบียงชั้นสองของห้องรับรองพิเศษ แพดด็อกคลับเด็กหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าสีครีมทับด้วยโค้ตผ้าวูลตัวยาวสีน้ำตาลช็อกโกแลต ลำคอขาวสวมสายคล้องบัตรวีไอพีออลแอคเซสสีทอง แววตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น สองมือยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองตามแนวปีกหน้าคาร์บอนไฟเบอร์และครีบจัดระเบียบอากาศพล

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)

    ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)ห้องทำงานประธานฝ่ายปฏิบัติการบนชั้นสี่สิบห้าของอาคารอัครโภคินทร์ ทาวเวอร์ ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงระบบปรับอากาศส่วนกลางพัดไอเย็นเฉียบออกมาอย่างสม่ำเสมอผนังกระจกนิรภัยสองชั้นบานใหญ่จรดพื้นเปิดรับทัศนียภาพของกลุ่มตึกระฟ้าและคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวสุดสายตา บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเคลือบเงาราคาเหยียบล้าน มีแฟ้มรายงานผลประกอบการไตรมาสสองและเอกสารโครงการนำเข้าชิ้นส่วนระบบส่งกำลังไฮบริดวางซ้อนกันเป็นระเบียบ แผ่นกระดาษพิมพ์เนื้อหาภาษาอังกฤษทางธุรกิจเหล่านี้สามารถชี้เป็นชี้ตายเม็ดเงินลงทุนระดับพันล้านบาทได้ด้วยการจรดปากกาเพียงครั้งเดียวเจ้าของห้องผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทราชันในชุดสูทสากลสามชิ้นสีชาร์โคลคัตติ้งเนี้ยบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อกั๊กเข้ารูปที่ขับเน้นแผ่นอกกว้างและช่วงไหล่กำยำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นดึงปมเนกไทผ้าไหมอิตาลีเส้นหรูให้คลายตัวลงอย่างหงุดหงิด แววตาสีเข้มจัดคมปลาบจับจ้องเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเงินที่บอกเวลาสี่โมงเย็นสี่สิบห้านาทีนิ้วเรียวยาวเ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชัน

    บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชันสายลมปลายปีพัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้นนนทรีใหญ่ริมทางเดินผลิดอกสีเหลืองสะพรั่ง กลีบดอกร่วงหล่นเกลื่อนบนพื้นคอนกรีตที่มีฟันเฟืองเกียร์ขนาดมหึมาสีเลือดหมูฝังอยู่ตรงกึ่งกลาง เสียงเพลงประจำคณะเปิดคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะ เสียงตะโกนร้องเพลงบูมของรุ่นน้อง และเสียงชัตเตอร์ของช่างภาพนับร้อยที่ดังประสานกันไปทั่วทุกมุมตึกป้ายผ้าใบผืนใหญ่สีแดงเลือดหมูถูกขึงตระหง่านอยู่เหนือแนวระเบียงชั้นสอง ข้อความตัวอักษรสีขาวคมชัดเขียนเด่นหรา‘ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเกียร์ดง และแชมเปียนมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ’บริเวณลานเกียร์และลานหน้าโรงช็อปเครื่องกลเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ซุ้มลูกโป่งหลากสีและช่อดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงรายจนละลานตา ท่ามกลางความจอแจของบัณฑิตใหม่ป้ายแดงนับพันชีวิต มีคนคู่หนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาราชันในชุดสูทสากลสีดำสนิท สวมทับด้วย ชุดครุยวิทยฐานะสีดำแถบกำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเปิดหน้าผากคม สันกรามได้รูปไร้ที่ติ และ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชัน

    บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชันกลิ่นแชมเปญหมักเกรดพรีเมียมที่ถูกเขย่าฉีดพ่นฉลองชัยชนะบนโพเดียม ยังคงเปียกชุ่มและส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายอยู่บนชุดแข่งกันไฟสีดำสนิทเสียงโห่ร้องกึกก้องจากลานรับรางวัลเบื้องล่างและเสียงรัวชัตเตอร์ของกองทัพสื่อมวลชนนับร้อยสำนักถูกตัดขาดลงทันที เมื่อบานประตูกระจกหนาของห้องรับรองพิเศษส่วนตัวชั้นบนสุดถูกดึงปิดลง สลักกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานส่งเสียง กริ๊ก แน่นหนา ล็อกบรรยากาศภายนอกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเงียบสงัดที่มีแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนังทอประกายสะท้อนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวกลางห้องเหนือเมฆยังไม่ทันได้ตั้งหลัก แผ่นหลังในชุดหมีช่างเครื่องสีเทาก็ถูกดันช้าๆ จนถอยไปชนชิดกับขอบโต๊ะไม้ตัวหนาราชันก้าวเบียดประชิดเข้ามาจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศถ่ายเทกลิ่นแชมเปญ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นไอความร้อนจากเครื่องยนต์ที่ยังคงระอุอยู่ในกระแสเลือด แผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอบตัวเหนือเมฆอย่างรวดเร็ว อะดรีนาลีนจากการหักพวงมาลัยสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในสนามแข่งยังคงพลุ่งพล่าน เส้นเลือดตรงขมับและลำคอแกร่งปูดโปนเป็นแนวยาว แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหา

  • วิศวะราชัน   บทที่ 33: ธงตราหมากรุก

    บทที่ 33: ธงตราหมากรุกเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงที่ถูกรีดเค้นรอบจัดจนแตะหมื่นสามพันรอบต่อนาที แผดสะท้านลึกเข้าไปในกระดูกอกบนทางตรงดิ่งลงเนินมุ่งหน้าสู่โค้งเก้า แฮร์พินหักศอกที่อันตรายและคดเคี้ยวที่สุดของสนามแข่งระดับนานาชาติ รถแข่งฟอร์มูล่าสีดำด้าน หมายเลข 1 พุ่งทะยานแหวกมวลอากาศด้วยความเร็วทะลุสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่กวดท้ายรถสีขาวส้ม หมายเลข 8 ของศิลาในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงคันรถ กระแสลมหมุนวนใต้ปีกหลังของคันหน้าเหวี่ยงให้หน้ารถของราชันส่ายสะบัดเบาๆ ปลายท่อไอเสียพ่นเปลวไฟแลบเป็นประกายวาบทุกครั้งที่ลดเกียร์ทุกสายตาทั่วทั้งสนามแข่งขันและผู้ชมเรือนแสนผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดต่างกลั้นหายใจราชันกระชับสองมือบนกริปพวงมาลัยคาร์บอนไฟเบอร์แน่น สายตาสีเข้มจัดหลังแผ่นชิลด์หมวกกันน็อกจับจ้องดวงไฟเบรกท้ายรถคู่แข่งนิ่งสนิท แรงสั่นสะเทือนจากพื้นแทร็กส่งผ่านเบาะนั่งขึ้นมาเขย่ากระดูกสันหลัง เหงื่อเม็ดโป้งไหลรินผ่านสันกรามเข้าสู่ลำคอ แต่สมาธิของนักแข่งหนุ่มกลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นระยะสองร้อยเมตรก่อนถึงจุดเบรก...ราชันตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางขวาอย่างเฉียบพลัน

  • วิศวะราชัน   บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อก

    บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อกเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงปรับแต่งพิเศษ แผดคำรามก้องสะท้านไปทั่วหุบเขารอบสนามแข่งระดับนานาชาติควันสีเทาจางและกลิ่นไหม้ของยางสลิกคอมพาวด์เนื้อนิ่มลอยคละคลุ้ง ไอร้อนระอุเหนือผิวแทร็กยางมะตอยสั่นระยิบระยับเป็นระลอกคลื่น บดบังทัศนวิสัยบนทางตรงหน้าพิตเลน ธงตาหมากรุกเหลือเวลาโบกสะบัดอีกเพียงไม่กี่รอบสนาม การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาบนแผงควบคุมพิตวอลล์ เหนือเมฆสวมชุดหมีช่างเครื่องสีเทาเข้ม สวมทับด้วยหูฟังตัดเสียงรบกวนขนาดใหญ่ที่มีไมโครโฟนก้านยาวจ่ออยู่ข้างริมฝีปาก สายตากลมโตจับจ้องจอมอนิเตอร์เทเลเมทรีสามจอตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตากราฟเส้นสีแดงแสดงอัตราเร่ง กราฟสีน้ำเงินแสดงแรงดันเบรก และแถบอุณหภูมิหน้ายางทั้งสี่ล้อขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวรถแบบวินาทีต่อวินาทีข้างกายของเขา ภีมกำลังเช็กตารางเปรียบเทียบความเร็วในแต่ละเซกเตอร์ ม่านฟ้าคอยฟังคำสั่งจากเรซคอนโทรล พีทกับไม้พร้อมทีมช่างเครื่องทุกคนยืนเกาะขอบรั้วเหล็กพิตเลน ชะเง้อคอมองลู่ทางตรงด้วยความตื่นเต้นจนลืมหายใจบนหน้าจอถ่ายทอดสด รถแข่งฟอร์ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status