Home / วาย / วิศวะราชัน / บทที่ 8: เงาในอดีต

Share

บทที่ 8: เงาในอดีต

last update publish date: 2026-10-16 10:10:00

บทที่ 8: เงาในอดีต

สายลมช่วงสายพัดพาเอาฝุ่นละอองและไอแดดระอุเข้ามาทางประตูม้วนเหล็กที่เปิดกว้าง พื้นซีเมนต์ของโรงช็อปส่วนขยายที่เคยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องถูกขัดล้างจนสะอาด โครงรถแข่งฟอร์มูล่านักศึกษาแบบล้อเปิดสีดำด้านจอดเด่นอยู่บนสแตนด์ยกไฮดรอลิกกลางห้อง ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผ่านการเช็ดเคลือบเงาสะท้อนแสงไฟนีออนวับ ไร้รอยนิ้วมือ

ผลการตรวจสภาพความพร้อมของรถเมื่อเช้าตรู่ผ่านพ้นไปด้วยดี อาจารย์ชาญชัยยืนกอดอกพยักหน้าให้กับการวิ่งทดสอบบนแท่นไดโน่ รอบเครื่องยนต์กวาดเรียบเนียนถึงหมื่นสองพันรอบโดยไม่มีอาการสะดุด ตัวเลขเก้าสิบแปดแรงม้าที่เสถียรไร้ที่ติทำให้อาจารย์ยอมจรดปากกาเซ็นอนุมัติงบส่งแข่งรอบคัดเลือกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกไปเตรียมรับรองแขกคนสำคัญ

ตรงมุมโต๊ะช่าง เหนือเมฆยืนอยู่ข้างตู้เครื่องมือเหล็ก สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าตัวเดิมที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ในมือถือประแจปอนด์และสมุดจดบันทึกค่าแรงขันน็อตล้อ เขาคอยไล่เช็กจุดยึดปีกนกคู่ทีละตัวตามหน้าที่ช่างเครื่องประจำรถ

บนโต๊ะพับด้านข้าง มีใบลงเวลาปฏิบัติงานพิเศษของฝ่ายกิจการนักศึกษาวางอยู่ ช่องลงเวลาเริ่มงานแปดโมงเช้าถูกเซ็นกำกับไว้อย่างถูกต้อง เหนือเมฆมาทำงานแลกเงินชั่วโมงละสามร้อยบาทตามระเบียบมหาวิทยาลัย ไม่ขาดและไม่เกิน เงินทุกบาทที่เขาจะได้หลังจากนี้ คือเงินที่มาจากหยาดเหงื่อและสมองของเขาเอง

“ไอ้เมฆ เช็กน็อตคอม้าเสร็จแล้วมาช่วยกูยกถังแก๊สไนโตรเจนหน่อยดิวะ” ไม้ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดสายลมไฮดรอลิกตะโกนเรียกข้ามห้อง

“ครับพี่”

เหนือเมฆวางประแจลงบนถาดผ้า กำลังจะก้าวขาเดินไปช่วย

เสียงเครื่องยนต์นุ่มลึกของรถซีดานยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าชานชาลาโหลดของ ดึงความสนใจของทุกคนในโรงช็อปให้หันไปมอง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต รองเท้าหนังแท้ขัดมันวับไร้ฝุ่นละออง ก้าวลงมาย่ำบนพื้นปูนหยาบอย่างมั่นคง

ใบหน้าสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตากรอบไทเทเนียมบางเฉียบ รูปลักษณ์ภูมิฐานและบุคลิกสุภาพเนี้ยบตัดขาดจากบรรยากาศเด็กช่างกลอย่างสิ้นเชิง ในมือของเขาถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้และแฟ้มโบรชัวร์สีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์กลุ่มทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ปั๊มฟอยล์สีทองเด่นหรา

ธีร์ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานและภาพลักษณ์องค์กร ตัวแทนอย่างเป็นทางการของกลุ่มทุนวัฒนานุกูล สปอนเซอร์หลักที่อัดฉีดงบประมาณให้แก่ทีมแข่งของมหาวิทยาลัยมาตลอดสามปี

“สวัสดีครับทุกคน” ธีร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่ามีระยะห่างตามแบบฉบับนักบริหารมืออาชีพ เขายกมือรับไหว้ม่านฟ้าที่รีบเดินออกไปต้อนรับ

“สวัสดีค่ะพี่ธีร์ เอกสารรายงานผลการทดสอบรอบสุดท้ายและงบดุลทางบัญชี ม่านฟ้าเตรียมไว้ให้ในห้องรับรองแล้วค่ะ” ม่านฟ้าผายมือเชิญอย่างคล่องแคล่ว

“ขอบคุณครับน้องม่านฟ้า แต่ก่อนจะดูตัวเลข ผมขออนุญาตเข้ามาดูความเรียบร้อยของตัวรถจริงก่อนดีกว่า” ธีร์ยิ้มบางๆ สายตากวาดมองสำรวจโครงรถแข่งด้วยความพึงพอใจ “ท่านประธานเกริกเกียรติกำชับมาเป็นพิเศษว่า ปีนี้บริษัทเราเพิ่มงบสนับสนุนให้มากกว่าเดิมสองเท่า เพราะอยากเห็นทีมวิศวะของเราคว้าแชมป์ระดับประเทศให้ได้”

ชื่อ ‘เกริกเกียรติ’ ที่หลุดออกมาจากปากของตัวแทนบริษัท ทำเอาปลายนิ้วของเหนือเมฆชะงักค้าง

แผ่นหลังของเด็กปีหนึ่งแข็งเกร็งขึ้นมาทันที

เหนือเมฆยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เหล็ก ลมหายใจสะดุดติดอยู่ในลำคอ เสียงรอบข้างคล้ายจะค่อยๆ อู้อี้และแผ่วเบาลง เหลือเพียงเสียงก้องสะท้อนของชื่อนั้นที่ดังกังวานซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว ชื่อของคนที่เขาพยายามลบออกไปจากชีวิต ชื่อของคนที่ทอดทิ้งแม่ของเขาให้นอนไอจนหมดลมหายใจอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลรัฐเก่าๆ

ธีร์เดินก้าวเข้ามาในลานช็อป ราชันที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวด้านในก้าวเข้ามาสมทบ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนยืนประจันหน้ากับตัวแทนสปอนเซอร์ ราชันยกมือไหว้ตามมารยาท ทว่าแววตากลับนิ่งสนิท ไม่ได้มีความนอบน้อมประจบประแจงเหมือนนักศึกษาทั่วไปที่ต้องการเงินทุน

“ผลไดโน่เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างราชัน” ธีร์เอ่ยถามพลางยื่นแฟ้มสัญญาฉบับปรับปรุงใหม่ให้ “รายงานเบื้องต้นที่ส่งเข้าอีเมลเมื่อวาน เห็นว่ามีปัญหารอบเครื่องสะดุดตอนปลาย?”

“แก้เรียบร้อยแล้วครับ” ราชันตอบเสียงเรียบ “ม้าเพิ่มขึ้นมาแปดตัว ทอร์กมารอบกลางต่อเนื่องจนถึงหมื่นสองพันรอบ ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนสะสม”

“ยอดเยี่ยม” ธีร์พยักหน้ารับอย่างทึ่งๆ “ได้ยินว่าช่างเครื่องรุ่นก่อนๆ งมปัญหานี้มาเป็นเดือน ใครเป็นคนจูนกล่องให้เหรอ ภีมใช่ไหม”

“ไม่ใช่ผมครับพี่ธีร์” ภีมที่ยืนอยู่ข้างรถแข่งรีบส่ายหน้าพลางชี้มือมาทางด้านหลัง “น้องปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานเป็นคนแก้ตารางแมปไฟให้เมื่อคืน ใช้เวลาแค่สิบห้านาทีเองครับ”

ธีร์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ หมุนตัวมองตามปลายนิ้วของภีม

จังหวะนั้นเอง เหนือเมฆที่พยายามควบคุมมือไม่ให้สั่น รีบก้มหน้าลง คว้าถาดใส่น็อตขึ้นมาตั้งใจจะเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องเก็บอะไหล่ด้านหลังเพื่อหนีให้พ้นจากสายตาของคนจากบริษัทนั้น

จังหวะที่เดินสวนกันในระยะไม่ถึงสองเมตร

แสงแดดที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างด้านบนสาดกระทบใบหน้าขาวของเหนือเมฆเต็มๆ เสี้ยวหน้าด้านข้าง สันจมูกรั้น คิ้วเข้มได้รูป และดวงตากลมโตที่มีแววเศร้าปนดื้อรั้น...

ธีร์ชะงักฝีเท้าลงทันควัน

รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าของชายหนุ่มวัยสามสิบเลือนหายไป แววตาหลังกรอบแว่นไทเทเนียมเบิกกว้างขึ้น ลมหายใจของธีร์สะดุดกึก ร่างกายหยุดนิ่งเหมือนเห็นภาพซ้อนในอดีต

ภาพถ่ายเก่าบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กสีเข้มในห้องทำงานส่วนตัวของประธานเกริกเกียรติ ภาพหญิงสาวใบหน้าหวานที่กำลังอุ้มเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ผุดวาบขึ้นมาในความทรงจำของธีร์อย่างแจ่มชัด โครงหน้า ดวงตา และริมฝีปากของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้... ถอดแบบมาจากผู้หญิงในรูปถ่ายใบนั้นไม่มีผิดเพี้ยน

“เดี๋ยวก่อน...”

ธีร์หลุดปากเรียกเสียงเบา เท้าขยับก้าวตามไปโดยอัตโนมัติ

เหนือเมฆไม่หยุดเดิน เขาก้มหน้าเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ไหล่ทั้งสองข้างห่อเข้าหากัน

“น้องครับ... หยุดก่อน” ธีร์ก้าวเข้าไปใกล้ แววตาสับสนระคนตื่นตระหนก สายตาจับจ้องมองป้ายชื่อผ้าที่ปักอยู่บนอกเสื้อช็อปของเด็กปีหนึ่ง แม้จะมีเพียงชื่อตัว แต่แววตาคู่นั้นทำให้ธีร์ไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้

“เธอ... ชื่อเหนือเมฆใช่ไหม” ธีร์เอ่ยถาม น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย “แม่ของเธอ... ชื่อพิมพาหรือเปล่า”

คำถามนั้นทำให้โลกทั้งใบของเหนือเมฆพังทลายลงในพริบตา

เหนือเมฆหยุดชะงักอยู่กับที่

ถาดเหล็กในมือสั่นสะท้านจนน็อตตัวเมียกระทบกันเสียงดังกริ๊กๆ ผิวแก้มขาวเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากบางซีดเซียวจนแทบมองไม่เห็นเส้นเลือด ขนทั่วร่างลุกชันด้วยความตื่นตระหนก ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากและลากตัวกลับไปสู่นรกขุมเดิมที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต

เหนือเมฆค่อยๆ หันกลับมา แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ฟันกรามขบเข้าหากันแน่นจนปวดร้าว

“คุณ... พูดเรื่องอะไร” เหนือเมฆเค้นเสียงตอบออกมาจากลำคอที่แห้งผาก

ธีร์ขยับแว่นตา มือที่ถือกระเป๋าเอกสารเริ่มเกร็งขึ้น “ใช่จริงๆ ด้วย... ใบหน้าของเธอ เหมือนคุณพิมพาไม่มีผิด แล้วนามสกุลของเธอ... วัฒนานุกูล ใช่ไหม”

การเอ่ยชื่อสกุลนั้นออกมากลางโรงช็อป ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตา พีทกับภีมมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวแทนสปอนเซอร์ถึงรู้จักชื่อแม่และถามถึงนามสกุลของเด็กทุนปีหนึ่ง

ธีร์ขยับเท้าจะก้าวเข้าไปหาเหนือเมฆอีกก้าว “เธอคือลูกชายของท่านประธาน—”

พรึ่บ

ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว

แผ่นหลังกว้างตระหง่านในเสื้อเชิ้ตสีดำบดบังร่างของเหนือเมฆไว้จนมิด ราชันก้าวเข้ามายืนขวางทางระหว่างธีร์กับเด็กปีหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่และช่วงไหล่กว้างกางกั้นสายตาทั้งหมดของธีร์ไม่ให้แตะต้องคนข้างหลังได้แม้แต่นิดเดียว

กลิ่นอายความเย็นชาและรังสีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวราชันจนอากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นมาทันที

ราชันยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง สบตากับผู้จัดการฝ่ายการตลาดตรงๆ ดวงตาสีเข้มดุดันและแข็งกร้าวพร้อมจะตัดขาดทุกคนที่ล้ำเส้น

“มีธุระอะไรกับเด็กของผมครับ คุณธีร์”

น้ำเสียงของราชันราบเรียบ ทว่าทุ้มต่ำและหนักแน่นจนน่าขนลุก

ธีร์ชะงักไปเมื่อเจอกับแรงกดดันมหาศาลจากทายาทตระกูลอัครโภคินทร์ เขากะพริบตา ดึงสติของตัวเองกลับมา พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาสุภาพราบเรียบดังเดิม แม้ว่าในใจจะยังคงตื่นตระหนกกับสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

“อ่า... ไม่มีอะไรครับราชัน” ธีร์เอ่ยแก้ตัวอย่างแนบเนียน “พอดีน้องเขาหน้าตาคล้ายกับคนรู้จักเก่าของท่านประธานน่ะครับ ผมเลยทักผิดไป ขอโทษด้วยครับ”

“ถ้าไม่มีอะไร ก็เชิญไปตรวจเอกสารในห้องรับรองเถอะครับ” ราชันไม่ขยับถอยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว สายตายังคงตรึงแน่นอยู่ที่ใบหน้าของธีร์ “เด็กคนนี้มีหน้าที่ทำงานในช็อป ไม่ได้มีหน้าที่มารับรองแขก... ม่านฟ้า พาคุณธีร์เข้าไปข้างใน”

ม่านฟ้าที่รับรู้ได้ถึงบรรยากาศผิดปกติรีบก้าวเข้ามา “เชิญทางนี้ค่ะพี่ธีร์ แอร์ในห้องรับรองเปิดรอไว้แล้วค่ะ”

ธีร์มองผ่านไหล่กว้างของราชันไปยังร่างที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง แววตาของนักบริหารวัยสามสิบเต็มไปด้วยความลับที่ซ่อนอยู่ลึกสุดหยั่ง แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้ารับอย่างรู้กาลเทศะ

“ครับ รบกวนด้วยครับน้องม่านฟ้า”

ธีร์หมุนตัวเดินตามม่านฟ้าเข้าไปในห้องกระจกติดแอร์ด้านใน ทิ้งให้ความเงียบงันปกคลุมโรงช็อปอีกครั้ง

ราชันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองคนที่อยู่ข้างหลัง

เหนือเมฆยังคงยืนอยู่ที่เดิม

ถาดใส่น็อตถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องมือตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่สิ่งที่อยู่ในมือขวาของเด็กหนุ่มเวลานี้ คือ โบรชัวร์ประชาสัมพันธ์ของกลุ่มทุนวัฒนานุกูล ที่ธีร์เพิ่งวางทิ้งไว้บนโต๊ะก่อนหน้านี้

กระดาษอาร์ตมันพิมพ์สี่สีอย่างดี หน้าปกเป็นรูปตึกสำนักงานใหญ่สูงตระหง่านพร้อมข้อความยกย่องวิสัยทัศน์ของ ‘นายเกริกเกียรติ วัฒนานุกูล’

มือเรียวของเหนือเมฆสั่นเทาอย่างรุนแรง นิ้วทั้งห้าออกแรงขยำแผ่นโบรชัวร์เล่มหนานั้นจนกระดาษยับยู่ยี่ บิดเบี้ยว และฉีกขาดคามือ เส้นเอ็นบนหลังมือขาวปูดโปนขึ้นมาอย่างเด่นชัด

เหนือเมฆยืนก้มหน้านิ่ง ลมหายใจหอบกระชั้น ฟันกรามขบเข้าหากันแน่นจนได้ยินเสียงฟันบดเบียด

หยดน้ำตาเม็ดใสที่เอ่อคลออยู่ตรงขอบตาไม่ได้ไหลลงมาเพราะความเสียใจ หากแต่มันเอ่อล้นออกมาจากเปลวไฟแห่งความเคียดแค้น ความชิงชัง และบาดแผลในอดีตที่ถูกฉีกกระชากซ้ำ ดวงตากลมโตที่มองทะลุรอยยับของกระดาษไปนั้น มืดมน ดุดัน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมาแรมปี

ราชันยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง สันกรามคมขบแน่น

เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มีความหลังอะไรกับตระกูลวัฒนานุกูล และไม่รู้ว่าชื่อ ‘พิมพา’ ที่ธีร์พูดถึงคือใคร

แต่ประกายไฟแห่งความเคียดแค้นในแววตาของเด็กดื้อที่เขาพยายามดึงเข้ามาไว้ข้างตัวคนนี้ กำลังบอกให้ราชันรู้ว่า...

เหนือเมฆไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กทุนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี

แต่เด็กคนนี้... คือระเบิดเวลาที่แบกรับอดีตอันดำมืด และพร้อมจะระเบิดทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ทุกวินาที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียงหวีดแหลมสะท้านแก้วหูของขุมพลังเทอร์โบไฮบริดความจุหนึ่งจุดหกลิตร แผดคำรามกึกก้องสะเทือนลึกเข้าไปในช่องอกบนทางตรงหน้าอัฒจันทร์หลักของสนาม เอาโตโดรโม นาซีโอนาเล ดิ มอนซา (Autodromo Nazionale Monza) รถแข่งฟอร์มูล่าวันสีแดงเพลิงพุ่งทะยานผ่านแนวพิตเลนไปด้วยความเร็วเฉียดสามร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แหวกมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกพัดชายเสื้อผ้าของผู้ชมแถวหน้าให้สะบัดไหว ไอร้อนจากระบบระบายความร้อน กลิ่นยางสลิกไหม้ และกลิ่นเบรกคาร์บอนเซรามิกที่คละคลุ้งในอากาศเย็นสบายช่วงต้นเดือนกันยายน ปลุกประสาทสัมผัสของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งสนามให้ลุกโชนเหนือเมฆยืนเกาะรั้วกระจกนิรภัยบนระเบียงชั้นสองของห้องรับรองพิเศษ แพดด็อกคลับเด็กหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าสีครีมทับด้วยโค้ตผ้าวูลตัวยาวสีน้ำตาลช็อกโกแลต ลำคอขาวสวมสายคล้องบัตรวีไอพีออลแอคเซสสีทอง แววตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น สองมือยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองตามแนวปีกหน้าคาร์บอนไฟเบอร์และครีบจัดระเบียบอากาศพล

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)

    ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)ห้องทำงานประธานฝ่ายปฏิบัติการบนชั้นสี่สิบห้าของอาคารอัครโภคินทร์ ทาวเวอร์ ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงระบบปรับอากาศส่วนกลางพัดไอเย็นเฉียบออกมาอย่างสม่ำเสมอผนังกระจกนิรภัยสองชั้นบานใหญ่จรดพื้นเปิดรับทัศนียภาพของกลุ่มตึกระฟ้าและคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวสุดสายตา บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเคลือบเงาราคาเหยียบล้าน มีแฟ้มรายงานผลประกอบการไตรมาสสองและเอกสารโครงการนำเข้าชิ้นส่วนระบบส่งกำลังไฮบริดวางซ้อนกันเป็นระเบียบ แผ่นกระดาษพิมพ์เนื้อหาภาษาอังกฤษทางธุรกิจเหล่านี้สามารถชี้เป็นชี้ตายเม็ดเงินลงทุนระดับพันล้านบาทได้ด้วยการจรดปากกาเพียงครั้งเดียวเจ้าของห้องผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทราชันในชุดสูทสากลสามชิ้นสีชาร์โคลคัตติ้งเนี้ยบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อกั๊กเข้ารูปที่ขับเน้นแผ่นอกกว้างและช่วงไหล่กำยำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นดึงปมเนกไทผ้าไหมอิตาลีเส้นหรูให้คลายตัวลงอย่างหงุดหงิด แววตาสีเข้มจัดคมปลาบจับจ้องเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเงินที่บอกเวลาสี่โมงเย็นสี่สิบห้านาทีนิ้วเรียวยาวเ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชัน

    บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชันสายลมปลายปีพัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้นนนทรีใหญ่ริมทางเดินผลิดอกสีเหลืองสะพรั่ง กลีบดอกร่วงหล่นเกลื่อนบนพื้นคอนกรีตที่มีฟันเฟืองเกียร์ขนาดมหึมาสีเลือดหมูฝังอยู่ตรงกึ่งกลาง เสียงเพลงประจำคณะเปิดคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะ เสียงตะโกนร้องเพลงบูมของรุ่นน้อง และเสียงชัตเตอร์ของช่างภาพนับร้อยที่ดังประสานกันไปทั่วทุกมุมตึกป้ายผ้าใบผืนใหญ่สีแดงเลือดหมูถูกขึงตระหง่านอยู่เหนือแนวระเบียงชั้นสอง ข้อความตัวอักษรสีขาวคมชัดเขียนเด่นหรา‘ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเกียร์ดง และแชมเปียนมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ’บริเวณลานเกียร์และลานหน้าโรงช็อปเครื่องกลเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ซุ้มลูกโป่งหลากสีและช่อดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงรายจนละลานตา ท่ามกลางความจอแจของบัณฑิตใหม่ป้ายแดงนับพันชีวิต มีคนคู่หนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาราชันในชุดสูทสากลสีดำสนิท สวมทับด้วย ชุดครุยวิทยฐานะสีดำแถบกำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเปิดหน้าผากคม สันกรามได้รูปไร้ที่ติ และ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชัน

    บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชันกลิ่นแชมเปญหมักเกรดพรีเมียมที่ถูกเขย่าฉีดพ่นฉลองชัยชนะบนโพเดียม ยังคงเปียกชุ่มและส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายอยู่บนชุดแข่งกันไฟสีดำสนิทเสียงโห่ร้องกึกก้องจากลานรับรางวัลเบื้องล่างและเสียงรัวชัตเตอร์ของกองทัพสื่อมวลชนนับร้อยสำนักถูกตัดขาดลงทันที เมื่อบานประตูกระจกหนาของห้องรับรองพิเศษส่วนตัวชั้นบนสุดถูกดึงปิดลง สลักกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานส่งเสียง กริ๊ก แน่นหนา ล็อกบรรยากาศภายนอกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเงียบสงัดที่มีแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนังทอประกายสะท้อนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวกลางห้องเหนือเมฆยังไม่ทันได้ตั้งหลัก แผ่นหลังในชุดหมีช่างเครื่องสีเทาก็ถูกดันช้าๆ จนถอยไปชนชิดกับขอบโต๊ะไม้ตัวหนาราชันก้าวเบียดประชิดเข้ามาจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศถ่ายเทกลิ่นแชมเปญ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นไอความร้อนจากเครื่องยนต์ที่ยังคงระอุอยู่ในกระแสเลือด แผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอบตัวเหนือเมฆอย่างรวดเร็ว อะดรีนาลีนจากการหักพวงมาลัยสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในสนามแข่งยังคงพลุ่งพล่าน เส้นเลือดตรงขมับและลำคอแกร่งปูดโปนเป็นแนวยาว แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหา

  • วิศวะราชัน   บทที่ 33: ธงตราหมากรุก

    บทที่ 33: ธงตราหมากรุกเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงที่ถูกรีดเค้นรอบจัดจนแตะหมื่นสามพันรอบต่อนาที แผดสะท้านลึกเข้าไปในกระดูกอกบนทางตรงดิ่งลงเนินมุ่งหน้าสู่โค้งเก้า แฮร์พินหักศอกที่อันตรายและคดเคี้ยวที่สุดของสนามแข่งระดับนานาชาติ รถแข่งฟอร์มูล่าสีดำด้าน หมายเลข 1 พุ่งทะยานแหวกมวลอากาศด้วยความเร็วทะลุสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่กวดท้ายรถสีขาวส้ม หมายเลข 8 ของศิลาในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงคันรถ กระแสลมหมุนวนใต้ปีกหลังของคันหน้าเหวี่ยงให้หน้ารถของราชันส่ายสะบัดเบาๆ ปลายท่อไอเสียพ่นเปลวไฟแลบเป็นประกายวาบทุกครั้งที่ลดเกียร์ทุกสายตาทั่วทั้งสนามแข่งขันและผู้ชมเรือนแสนผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดต่างกลั้นหายใจราชันกระชับสองมือบนกริปพวงมาลัยคาร์บอนไฟเบอร์แน่น สายตาสีเข้มจัดหลังแผ่นชิลด์หมวกกันน็อกจับจ้องดวงไฟเบรกท้ายรถคู่แข่งนิ่งสนิท แรงสั่นสะเทือนจากพื้นแทร็กส่งผ่านเบาะนั่งขึ้นมาเขย่ากระดูกสันหลัง เหงื่อเม็ดโป้งไหลรินผ่านสันกรามเข้าสู่ลำคอ แต่สมาธิของนักแข่งหนุ่มกลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นระยะสองร้อยเมตรก่อนถึงจุดเบรก...ราชันตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางขวาอย่างเฉียบพลัน

  • วิศวะราชัน   บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อก

    บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อกเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงปรับแต่งพิเศษ แผดคำรามก้องสะท้านไปทั่วหุบเขารอบสนามแข่งระดับนานาชาติควันสีเทาจางและกลิ่นไหม้ของยางสลิกคอมพาวด์เนื้อนิ่มลอยคละคลุ้ง ไอร้อนระอุเหนือผิวแทร็กยางมะตอยสั่นระยิบระยับเป็นระลอกคลื่น บดบังทัศนวิสัยบนทางตรงหน้าพิตเลน ธงตาหมากรุกเหลือเวลาโบกสะบัดอีกเพียงไม่กี่รอบสนาม การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาบนแผงควบคุมพิตวอลล์ เหนือเมฆสวมชุดหมีช่างเครื่องสีเทาเข้ม สวมทับด้วยหูฟังตัดเสียงรบกวนขนาดใหญ่ที่มีไมโครโฟนก้านยาวจ่ออยู่ข้างริมฝีปาก สายตากลมโตจับจ้องจอมอนิเตอร์เทเลเมทรีสามจอตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตากราฟเส้นสีแดงแสดงอัตราเร่ง กราฟสีน้ำเงินแสดงแรงดันเบรก และแถบอุณหภูมิหน้ายางทั้งสี่ล้อขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวรถแบบวินาทีต่อวินาทีข้างกายของเขา ภีมกำลังเช็กตารางเปรียบเทียบความเร็วในแต่ละเซกเตอร์ ม่านฟ้าคอยฟังคำสั่งจากเรซคอนโทรล พีทกับไม้พร้อมทีมช่างเครื่องทุกคนยืนเกาะขอบรั้วเหล็กพิตเลน ชะเง้อคอมองลู่ทางตรงด้วยความตื่นเต้นจนลืมหายใจบนหน้าจอถ่ายทอดสด รถแข่งฟอร์ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status