Home / วาย / วิศวะราชัน / บทที่ 7: พรสวรรค์ในห้องช็อป

Share

บทที่ 7: พรสวรรค์ในห้องช็อป

last update publish date: 2026-10-16 10:09:28

บทที่ 7: พรสวรรค์ในห้องช็อป

กลิ่นฉุนกึกของน้ำมันเบนซินออกเทนหนึ่งร้อยผสมไอเสียร้อนจัดอบอวลไปทั่วห้องทดสอบกำลังเครื่องยนต์หลังตึกเครื่องกล เสียงพัดลมหอยโข่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สี่ตัวหมุนกวาดระบายอากาศแข่งกับเสียงปั๊มลม ผนังห้องบุแผ่นซับเสียงสีเทาเข้มสะท้อนแรงสั่นสะเทือนจากแท่นไดนาโมมิเตอร์เหล็กกล้ากลางห้อง

บนลูกกลิ้งคู่เหล็กกล้า โครงรถแข่งฟอร์มูล่านักศึกษาแบบล้อเปิดคันเพรียวลมสีดำด้านจอดล็อกสลิงไว้อย่างแน่นหนา ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ช่วงท้ายถูกถอดเปลือยออก เผยให้เห็นบล็อกเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาดหกร้อยซีซีที่ทีมงานโมดิฟายสำหรับลงชิงแชมป์ระดับอุดมศึกษา

บรืน... บรืน... บรืนนนน— ปัง! แค่ก!

เสียงลากรอบเครื่องยนต์คำรามกึกก้องจนถึงแปดพันห้าร้อยรอบต่อนาทีก่อนจะสะดุดกึก เกิดเสียงระเบิดแบ็กไฟร์ดังสนั่นที่ปลายท่อไอเสียไทเทเนียม ควันสีเทาเข้มพวยพุ่งออกมาเป็นสาย รอบเครื่องยนต์ร่วงวูบลงมาที่รอบเดินเบาทันทีเหมือนคนสำลักน้ำ

“เวรเอ๊ย! เป็นห่าอะไรของมันอีกวะ!”

ไม้สบถลั่น ขว้างประแจแหวนลงบนถาดเครื่องมือเสียงดังเคร้ง เขายกหลังมือเปื้อนคราบเขม่าดำปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา สภาพเสื้อช็อปสีกรมท่าเปียกชุ่มจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง

“หัวเทียนเบอร์เก้าเพิ่งเบิกศูนย์มาใหม่ คอยล์จุดระเบิดก็เปลี่ยนยกชุด ปั๊มติ๊กในถังก็ส่งแรงดันสม่ำเสมอ ทำไมพอลากแตะเก้าพันรอบแล้วไฟมันตัดสะดุดวะ”

ข้างแท่นทดสอบ ภีมนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะพับสนาม สายตาจับจ้องกราฟสีแดงสลับน้ำเงินบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อสายดาต้าลิงก์เข้ากับกล่องควบคุมเครื่องยนต์ แถบข้อมูลแสดงค่าส่วนผสมน้ำมันกับอากาศกระตุกขึ้นลงเป็นฟันปลาจนอ่านค่าไม่ได้

“น้ำมันไม่ได้ตก แรงดันในรางหัวฉีดนิ่งสนิทอยู่ที่สามจุดแปดบาร์” ภีมเคาะนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ช้าๆ แววตาเคร่งเครียด “แต่องศาไฟจุดระเบิดมันดรอปวูบตอนรอบเครื่องกวาดผ่านเก้าพันรอบ เหมือนกล่องมันอ่านสัญญาณจากเซนเซอร์เพลาข้อเหวี่ยงพลาดแล้วสั่งตัดรอบทิ้งก่อนกำหนด”

“แล้วพรุ่งนี้สิบโมงเช้า อาจารย์ชาญชัยจะลงมาตรวจสภาพความพร้อมของรถเพื่อเซ็นอนุมัติงบส่งแข่ง” ม่านฟ้ายืนกอดอกพิงตู้เครื่องมือ ในมือถือแฟ้มเอกสารงบประมาณ ใบหน้าสวยเฉี่ยวตึงเครียด “ถ้าคืนนี้ยังแก้รอบสะดุดไม่ได้ ม้าหายไปเกือบสามสิบตัวแบบนี้ อาจารย์สั่งถอนชื่อทีมเราออกจากการแข่งขันรอบคัดเลือกแน่”

พีทที่นั่งยองๆ อยู่ข้างล้อหลังถอนหายใจยาว “หรือกล่องอีซียูจะพังวะ ซื้อมือสองมาจากญี่ปุ่นตั้งหลายหมื่น ถ้าต้องเบิกกล่องใหม่จากนอก ชาตินี้ก็ไม่มีวันทันลงสนาม”

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ราชันยืนพิงโต๊ะช่างตัวใหญ่ตรงมุมห้อง

เสื้อช็อปตัวเก่งถูกถอดออกพาดไว้บนตู้ เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อช่วงไหล่และแผ่นอก รอยสักลายกราฟิกเรขาคณิตตรงต้นแขนขวาตัดกับผิวสีแทน ท่อนแขนมีคราบน้ำมันเครื่องเปื้อนเป็นทางยาว สองแขนยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบนิ่งสนิทจ้องมองเครื่องยนต์ที่ส่งไอร้อนระอุออกมา สันกรามคมขบแน่นจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนคนในห้องเริ่มไม่กล้าส่งเสียง

ตรงมุมประตูม้วนด้านหลัง เหนือเมฆยืนสะพายเป้พิงเสาเหล็กเงียบๆ

เขาเพิ่งเดินมาดูมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเองที่ไม้ช่วยเปลี่ยนผ้าเบรกหลังและขันสลิงให้เสร็จเรียบร้อย แต่เสียงเครื่องยนต์ที่สำลักสะดุดรอบแล้วรอบเล่าทำให้เขาหยุดยืนฟังอยู่นานร่วมสิบนาที

ดวงตากลมโตมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ของภีม สลับกับมองท่อร่วมไอดีที่เชื่อมเข้ากับแอร์บ็อกซ์คาร์บอนไฟเบอร์

เหนือเมฆก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปในวงล้อมอย่างเงียบเชียบ

ฝีเท้าของเขาหยุดลงข้างโต๊ะทำงานของภีม สายตากวาดมองตัวเลขในตารางจูนแมปสามมิติเพียงไม่กี่วินาที

“ไม่ได้เป็นที่เซนเซอร์เพลาข้อเหวี่ยงหรอกครับ”

เสียงเรียบๆ ที่ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาเสียงพัดลมในห้องดูเบาลงไปถนัดตา

ไม้หันขวับมามอง พีทเลิกคิ้วสูง ส่วนภีมชะงักมือที่กำลังจะกดรีเซ็ตระบบ

“น้องเมฆ...” ไม้ขมวดคิ้ว ลังเลเล็กน้อย “มึงว่าไงนะ”

“ตารางชดเชยอุณหภูมิไอดี (IAT Compensation Table) มันเขียนค่าหลอกกันอยู่ครับ” เหนือเมฆชี้ปลายนิ้วลงบนมุมซ้ายล่างของหน้าจอโปรแกรม “พอจังหวะลากรอบสูง ลิ้นปีกผีเสื้อเปิดสุด ลมดูดเข้าแอร์บ็อกซ์เร็วมากจนอุณหภูมิอากาศดรอปลงฉับพลัน ในแมปตั้งค่าให้สั่งจ่ายน้ำมันหนาขึ้นตามสูตรอากาศเย็น พอส่วนผสมหนาเกินไปจนสัดส่วนแอร์ฟิวเอลเรโชร่วงลงมาเหลือสิบจุดห้าต่อหนึ่ง ประกายไฟจากหัวเทียนเลยโดนน้ำมันท่วมจนบอดสนิท”

เหนือเมฆเว้นจังหวะ กวาดสายตามองหน้าทีมงานรุ่นพี่

“ที่เครื่องสะดุดตอนเก้าพันห้าร้อยรอบ ไม่ใช่เพราะสัญญาณเพลาหลุด แต่เป็นเพราะน้ำมันท่วมห้องเผาไหม้จนจุดระเบิดไม่ทัน แล้วน้ำมันส่วนเกินก็ไหลไปคายระเบิดในท่อไอเสียแทน”

คำอธิบายสั้นๆ ทว่าแม่นยำด้วยหลักกลศาสตร์ของไหลและอุณหพลศาสตร์ ทำเอาภีมนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่

“แต่เครื่องตัวนี้แคมชาฟต์องศาสูง ถ้าไม่จ่ายน้ำมันดักไว้ ลูกสูบจะไหม้นะเว้ย” ภีมแย้งตามทฤษฎีในตำรา

“แคมองศาสูง แต่ฝาสูบตัวนี้ขัดพอร์ตไอดีมาใหม่ ความเร็วไอดีมันสูงกว่าสเปกโรงงานเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์” เหนือเมฆสบตาภีมนิ่ง “ถ้าพอร์ตมันไหลลื่นขนาดนี้ พี่ไม่ต้องสั่งจ่ายน้ำมันดักหนาขนาดนั้น แค่ปรับไฟจุดระเบิดล่วงหน้าขึ้นอีกสององศาช่วงรอบปลาย แล้วลดเวลาการยกของหัวฉีดลงห้าเปอร์เซ็นต์ ไฟจะเผาไหม้หมดจด ม้าไม่ตก แถมอุณหภูมิไอเสียก็ไม่เกินเกณฑ์ด้วย”

“พูดเหมือนง่ายนะมึง” ไม้เกาหัวแกรกๆ “นี่กล่องจูนระดับมอเตอร์สปอร์ตนะเว้ย ใครจะกล้าแตะสุ่มสี่สุ่มห้า เกิดลูกสูบทะลุคากระบอกขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”

“ถ้ากลัวพัง ก็นั่งรอให้อาจารย์ตัดสิทธิ์พรุ่งนี้เช้าเถอะครับ” เหนือเมฆตอบสวนกลับเสียงนิ่ง ไร้ความเกรงกลัวสายตารุ่นพี่ตัวโต

“ไอ้เด็กนี่...” ไม้ชักสีหน้า กำลังจะก้าวเข้ามาสั่งสอน

“หลบไป”

เสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดดังขึ้นจากด้านหลัง

ราชันก้าวเดินผ่ากลางวงเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อกล้ามสีดำแผ่รังสีคุกคามจนไม้ต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ราชันไม่มองหน้าเพื่อนร่วมรุ่น สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายตามองใบหน้าขาวของเด็กปีหนึ่งที่ยืนเชิดหน้าสบตาเขานิ่ง

“ทำได้จริงเหรอ” ราชันถาม น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์

“ถ้าพี่ให้คอมพิวเตอร์กับผมสิบห้านาที” เหนือเมฆตอบอย่างมั่นใจ แววตาไม่มีความลังเล “ถ้าจูนแล้วม้าไม่ขึ้น ผมยอมจ่ายค่าน้ำมันกับหัวเทียนที่พังคืนให้หมด”

ราชันมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเล็กน้อย

“ภีม ลุกขึ้น” ราชันออกคำสั่งสั้นๆ

“เฮ้ยคิง มึงจะให้เด็กปีหนึ่งมาแตะแมปรถแข่งจริงดิ!” พีทร้องลั่น

“กูสั่งให้ลุก” ราชันย้ำเสียงต่ำ

ภีมสบตาราชัน เห็นความเด็ดขาดที่ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง จึงยอมลุกออกจากเก้าอี้ เหนือเมฆไม่รอช้า เขาทรุดตัวลงนั่งแทนที่ทันที ดึงคีย์บอร์ดเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเรียวขยับคลิกเมาส์และเคาะแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วชำนาญ

บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตา มีเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังรัวเป็นจังหวะ

เหนือเมฆไม่ได้ดูเหมือนเด็กทุนปีหนึ่งที่มักจะยืนก้มหน้าหลบสายตาคนอื่นอีกต่อไป เมื่ออยู่ต่อหน้าโปรแกรมควบคุมเครื่องยนต์และตารางคำนวณตัวเลข แววตาของเขากลับส่องประกายวาวโรจน์ สมาธิแน่วแน่จนตัดขาดเสียงรอบข้างออกไปจนหมดสิ้น

นิ้วโป้งและนิ้วชี้ขยับลากเส้นเคิร์ฟไฟจุดระเบิดใหม่ ปรับองศาไฟล่วงหน้าทีละจุดอย่างประณีต ปลายนิ้วพิมพ์สูตรคำนวณมวลอากาศใหม่เพื่อชดเชยการไหลในท่อร่วมไอดี ทุกการขยับนิ้วเต็มไปด้วยความแม่นยำระดับมืออาชีพที่คลุกคลีกับเครื่องยนต์มาตั้งแต่จำความได้

ราชันไม่ละสายตาไปไหน เขายืนเท้าแขนลงบนพนักพิงเก้าอี้ด้านหลังเหนือเมฆ โน้มตัวลงมาจนกลิ่นกายและลมหายใจอุ่นเป่ารดกลุ่มผมของคนตัวเล็กกว่า สายตาของราชันไม่ได้มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มองเสี้ยวหน้าด้านข้าง ปลายจมูกรั้น และริมฝีปากบางที่เม้มแน่นเวลาใช้สมาธิของเหนือเมฆ

สิบสองนาทีผ่านไป

คลิก

เหนือเมฆกดปุ่มส่งข้อมูลเข้ากล่องอีซียูเป็นครั้งสุดท้าย หน้าจอดังเตือนว่าแฟลชรอมสำเร็จ เขาถอดสายยูเอสบีออก ยืดตัวขึ้นพิงพนักเก้าอี้ ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม

“เสร็จแล้วครับ สตาร์ตเครื่องได้เลย”

ไม้กลืนน้ำลายลงคอ หันไปมองหน้าราชัน ราชันพยักหน้าให้สัญญาณสั้นๆ

ไม้ก้าวขึ้นไปนั่งในค็อกพิตแคบๆ ของรถแข่ง กดสวิตช์เมนไฟ เหยียบคลัตช์ แล้วกดปุ่มสตาร์ตสีแดงบนพวงมาลัย

ชึ่ง... ชึ่ง... บรืนนนนนนนน!

เครื่องยนต์หกร้อยซีซีติดพรึ่บขึ้นมาในเสี้ยววินาที เสียงเดินเบาดังกระหึ่ม หนักแน่น ทุ้มลึก และไม่มีอาการสะดุดหรือสำลักน้ำมันเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

“เหยียบลากรอบขึ้นไปเลยพี่ไม้!” ภีมตะโกนบอก พลางจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ของแท่นไดโน่

ไม้สูดหายใจเข้าลึก ค่อยๆ กดคันเร่งลงไป

เข็มวัดรอบกวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ห้าพัน... เจ็ดพัน... แปดพันห้า...

และเมื่อคันเร่งถูกกดจมมิด เสียงเครื่องยนต์ก็ระเบิดคำรามลั่นโรงช็อปดั่งฟ้าร้องสะเทือนเลื่อนลั่น

บรืนนนนนนนนนนนน— วืดดดดดดด!

รอบเครื่องยนต์กวาดทะลุเก้าพันห้าร้อยรอบ พุ่งทะยานแตะหนึ่งหมื่นสองพันรอบต่อนาทีได้อย่างราบเรียบ ไร้รอยต่อ ไม่มีเสียงแบ็กไฟร์ ไม่มีควันดำ ปลายท่อไอเสียพ่นเปลวไฟสีน้ำเงินสะอาดตาออกมาเป็นลำสั้นๆ ตามจังหวะรอบตัด

บนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ กราฟเส้นสีแดงพุ่งทะยานเป็นแนวเฉียงขึ้นไปอย่างมั่นคง ตัวเลขแรงม้าสุทธิที่ล้อหลังดีดผึงขึ้นไปแตะที่ เก้าสิบแปดแรงม้า สูงกว่าสถิติเดิมของทีมถึงแปดตัว และแรงบิดมาราบเรียบตั้งแต่รอบกลางยันรอบปลาย

“เชี่ยเอ๊ย!” พีทตะโกนลั่นห้อง เอามือตบโต๊ะเสียงดังฉาด “ม้าขึ้นเกือบสิบตัว! รอบปลายเนียนกริบเลยไอ้สัด!”

ภีมยืนอ้าปากค้าง มองตัวเลขบนหน้าจอสลับกับมองเด็กปีหนึ่งด้วยสายตาทึ่งจัด ส่วนม่านฟ้าถอดแว่นตาออก ขยับยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ

ไม้ดับเครื่องยนต์ ก้าวลงมาจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออกแล้วเดินตรงเข้ามาตบไหล่เหนือเมฆดังปึ้ก “ไอ้หนุ่ม! มึงไปกินอะไรมาวะ เก่งฉิบหาย! รถวิ่งเนียนกว่าตอนกูเอารถไปขึ้นแท่นจูนที่อู่นอกอีก!”

เหนือเมฆยิ้มรับบางๆ ยกมือไหว้รุ่นพี่ตามมารยาท “เครื่องมันเซ็ตฮาร์ดแวร์มาดีอยู่แล้วครับ แค่แมปไฟมันไม่แมตช์เฉยๆ”

แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ฝ่ามือหนาของราชันก็คว้าเข้าที่ต้นแขนของเหนือเมฆ ออกแรงดึงให้คนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นยืนแล้วก้าวถอยห่างออกมาจากกลุ่มเพื่อน

ราชันดันร่างของเหนือเมฆให้ถอยไปจนชิดกับตู้เก็บเครื่องมือช่างด้านข้าง ล็อกพื้นที่ด้วยรูปร่างสูงใหญ่

สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเหนือเมฆนิ่ง แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยประกายความตื่นเต้น ความทึ่ง และความปรารถนาบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมา ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นเหงื่อปนกลิ่นน้ำมันเครื่องจากร่างกายแกร่งแผ่ซ่านเข้าปกคลุม

“มึงเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน” ราชันถามเสียงต่ำ ทุ้มพร่าอยู่ในลำคอ

“อู่แถวบ้านครับ พ่อ... คนแถวนั้นเขาเคยสอน” เหนือเมฆเกือบหลุดปาก แต่ก็ยั้งไว้ทัน เขาเชิดหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า “ผมบอกแล้วว่าผมรู้เรื่องเครื่องยนต์”

ราชันมองริมฝีปากบางที่ยังคงขยับเถียงอย่างถือดี ปลายนิ้วหนาเอื้อมขึ้นมา แตะเช็ดคราบจารบีที่เปื้อนข้างแก้มขาวให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นสากทำเอาเหนือเมฆชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

“มาเป็นช่างเครื่องประจำรถกู” ราชันเอ่ยข้อเสนอสั้นๆ น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาด “รถคันนี้กูเป็นคนขับลงสนามเองคนเดียว กูต้องการคนที่คุมเครื่องยนต์ให้กูได้แบบมึง... เข้ามาอยู่ในทีมแข่ง เป็นคนของกูอย่างเป็นทางการ”

คำว่า ‘คนของกู’ ทำให้หัวใจของเหนือเมฆเต้นสะดุด

ราชันขยับหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด กระซิบเสียงเบา “เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องค่าเทอม ค่ากินอยู่ มึงไม่ต้องไปวิ่งกู้หนี้ยืมสินหรืออดมื้อกินมื้ออีก กูจัดการให้มึงได้ทั้งหมด ขอแค่มึงตกลง”

เหนือเมฆนิ่งงันไป

สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่พร้อมจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาได้อย่างง่ายดาย เงินทอง อำนาจ ความสะดวกสบาย สิ่งที่เด็กทุนปากกัดตีนถีบอย่างเขาควรจะรีบคว้าไว้ด้วยความยินดี

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

การถูกใครสักคนใช้เงินซื้อตัว... มันไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่พ่อเคยทำกับเขาและแม่ในอดีต

เหนือเมฆค่อยๆ ยกมือขึ้น ดันแผงอกแกร่งของราชันออกเพื่อสร้างระยะห่าง แววตากลมโตคู่นั้นกลับมานิ่งสนิท เย็นชา และเด็ดเดี่ยว รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ประกาศศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างไม่ยอมจำนน

“ผมตกลงจะมาเป็นช่างเครื่องให้รถของพี่ครับ”

เหนือเมฆเอ่ยช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ

“แต่ผมรับทำเพราะชมรมนี้มีเรตค่าจ้างชั่วโมงละสามร้อยบาทตามระเบียบมหาวิทยาลัย... ผมทำงานแลกเงินด้วยหยาดเหงื่อและสมองของผม”

เด็กปีหนึ่งสบตากับประธานชมรมปีสี่ตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ฟาดเข้ากลางแสกหน้าของคนตัวสูงอย่างจัง

“ส่วนเงินช่วยเหลืออื่นของพี่... เก็บใส่กระเป๋าของพี่ไปเถอะครับ ผมไม่ต้องการ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    ตอนพิเศษ 2: ทริปต่างประเทศและความคลั่งรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดเสียงหวีดแหลมสะท้านแก้วหูของขุมพลังเทอร์โบไฮบริดความจุหนึ่งจุดหกลิตร แผดคำรามกึกก้องสะเทือนลึกเข้าไปในช่องอกบนทางตรงหน้าอัฒจันทร์หลักของสนาม เอาโตโดรโม นาซีโอนาเล ดิ มอนซา (Autodromo Nazionale Monza) รถแข่งฟอร์มูล่าวันสีแดงเพลิงพุ่งทะยานผ่านแนวพิตเลนไปด้วยความเร็วเฉียดสามร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แหวกมวลอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกพัดชายเสื้อผ้าของผู้ชมแถวหน้าให้สะบัดไหว ไอร้อนจากระบบระบายความร้อน กลิ่นยางสลิกไหม้ และกลิ่นเบรกคาร์บอนเซรามิกที่คละคลุ้งในอากาศเย็นสบายช่วงต้นเดือนกันยายน ปลุกประสาทสัมผัสของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งสนามให้ลุกโชนเหนือเมฆยืนเกาะรั้วกระจกนิรภัยบนระเบียงชั้นสองของห้องรับรองพิเศษ แพดด็อกคลับเด็กหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าสีครีมทับด้วยโค้ตผ้าวูลตัวยาวสีน้ำตาลช็อกโกแลต ลำคอขาวสวมสายคล้องบัตรวีไอพีออลแอคเซสสีทอง แววตากลมโตคู่นั้นเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าสิ่งใด ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น สองมือยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองตามแนวปีกหน้าคาร์บอนไฟเบอร์และครีบจัดระเบียบอากาศพล

  • วิศวะราชัน   ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)

    ตอนพิเศษ 1: วันที่ราชันเป็นช่างเครื่อง (Role Reversal)ห้องทำงานประธานฝ่ายปฏิบัติการบนชั้นสี่สิบห้าของอาคารอัครโภคินทร์ ทาวเวอร์ ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงระบบปรับอากาศส่วนกลางพัดไอเย็นเฉียบออกมาอย่างสม่ำเสมอผนังกระจกนิรภัยสองชั้นบานใหญ่จรดพื้นเปิดรับทัศนียภาพของกลุ่มตึกระฟ้าและคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวสุดสายตา บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเคลือบเงาราคาเหยียบล้าน มีแฟ้มรายงานผลประกอบการไตรมาสสองและเอกสารโครงการนำเข้าชิ้นส่วนระบบส่งกำลังไฮบริดวางซ้อนกันเป็นระเบียบ แผ่นกระดาษพิมพ์เนื้อหาภาษาอังกฤษทางธุรกิจเหล่านี้สามารถชี้เป็นชี้ตายเม็ดเงินลงทุนระดับพันล้านบาทได้ด้วยการจรดปากกาเพียงครั้งเดียวเจ้าของห้องผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทราชันในชุดสูทสากลสามชิ้นสีชาร์โคลคัตติ้งเนี้ยบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อกั๊กเข้ารูปที่ขับเน้นแผ่นอกกว้างและช่วงไหล่กำยำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นดึงปมเนกไทผ้าไหมอิตาลีเส้นหรูให้คลายตัวลงอย่างหงุดหงิด แววตาสีเข้มจัดคมปลาบจับจ้องเข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนเงินที่บอกเวลาสี่โมงเย็นสี่สิบห้านาทีนิ้วเรียวยาวเ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชัน

    บทที่ 35 (ตอนจบ) : วิศวะราชันสายลมปลายปีพัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่ลานกว้างหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้นนนทรีใหญ่ริมทางเดินผลิดอกสีเหลืองสะพรั่ง กลีบดอกร่วงหล่นเกลื่อนบนพื้นคอนกรีตที่มีฟันเฟืองเกียร์ขนาดมหึมาสีเลือดหมูฝังอยู่ตรงกึ่งกลาง เสียงเพลงประจำคณะเปิดคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะ เสียงตะโกนร้องเพลงบูมของรุ่นน้อง และเสียงชัตเตอร์ของช่างภาพนับร้อยที่ดังประสานกันไปทั่วทุกมุมตึกป้ายผ้าใบผืนใหญ่สีแดงเลือดหมูถูกขึงตระหง่านอยู่เหนือแนวระเบียงชั้นสอง ข้อความตัวอักษรสีขาวคมชัดเขียนเด่นหรา‘ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตเกียร์ดง และแชมเปียนมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ’บริเวณลานเกียร์และลานหน้าโรงช็อปเครื่องกลเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ซุ้มลูกโป่งหลากสีและช่อดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงรายจนละลานตา ท่ามกลางความจอแจของบัณฑิตใหม่ป้ายแดงนับพันชีวิต มีคนคู่หนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาราชันในชุดสูทสากลสีดำสนิท สวมทับด้วย ชุดครุยวิทยฐานะสีดำแถบกำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเปิดหน้าผากคม สันกรามได้รูปไร้ที่ติ และ

  • วิศวะราชัน   บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชัน

    บทที่ 34: 🔥 [NC] รางวัลของราชันกลิ่นแชมเปญหมักเกรดพรีเมียมที่ถูกเขย่าฉีดพ่นฉลองชัยชนะบนโพเดียม ยังคงเปียกชุ่มและส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายอยู่บนชุดแข่งกันไฟสีดำสนิทเสียงโห่ร้องกึกก้องจากลานรับรางวัลเบื้องล่างและเสียงรัวชัตเตอร์ของกองทัพสื่อมวลชนนับร้อยสำนักถูกตัดขาดลงทันที เมื่อบานประตูกระจกหนาของห้องรับรองพิเศษส่วนตัวชั้นบนสุดถูกดึงปิดลง สลักกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานส่งเสียง กริ๊ก แน่นหนา ล็อกบรรยากาศภายนอกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความเงียบสงัดที่มีแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนังทอประกายสะท้อนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวกลางห้องเหนือเมฆยังไม่ทันได้ตั้งหลัก แผ่นหลังในชุดหมีช่างเครื่องสีเทาก็ถูกดันช้าๆ จนถอยไปชนชิดกับขอบโต๊ะไม้ตัวหนาราชันก้าวเบียดประชิดเข้ามาจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศถ่ายเทกลิ่นแชมเปญ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นไอความร้อนจากเครื่องยนต์ที่ยังคงระอุอยู่ในกระแสเลือด แผ่ซ่านเข้าปกคลุมรอบตัวเหนือเมฆอย่างรวดเร็ว อะดรีนาลีนจากการหักพวงมาลัยสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในสนามแข่งยังคงพลุ่งพล่าน เส้นเลือดตรงขมับและลำคอแกร่งปูดโปนเป็นแนวยาว แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหา

  • วิศวะราชัน   บทที่ 33: ธงตราหมากรุก

    บทที่ 33: ธงตราหมากรุกเสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงที่ถูกรีดเค้นรอบจัดจนแตะหมื่นสามพันรอบต่อนาที แผดสะท้านลึกเข้าไปในกระดูกอกบนทางตรงดิ่งลงเนินมุ่งหน้าสู่โค้งเก้า แฮร์พินหักศอกที่อันตรายและคดเคี้ยวที่สุดของสนามแข่งระดับนานาชาติ รถแข่งฟอร์มูล่าสีดำด้าน หมายเลข 1 พุ่งทะยานแหวกมวลอากาศด้วยความเร็วทะลุสองร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่กวดท้ายรถสีขาวส้ม หมายเลข 8 ของศิลาในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงคันรถ กระแสลมหมุนวนใต้ปีกหลังของคันหน้าเหวี่ยงให้หน้ารถของราชันส่ายสะบัดเบาๆ ปลายท่อไอเสียพ่นเปลวไฟแลบเป็นประกายวาบทุกครั้งที่ลดเกียร์ทุกสายตาทั่วทั้งสนามแข่งขันและผู้ชมเรือนแสนผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดต่างกลั้นหายใจราชันกระชับสองมือบนกริปพวงมาลัยคาร์บอนไฟเบอร์แน่น สายตาสีเข้มจัดหลังแผ่นชิลด์หมวกกันน็อกจับจ้องดวงไฟเบรกท้ายรถคู่แข่งนิ่งสนิท แรงสั่นสะเทือนจากพื้นแทร็กส่งผ่านเบาะนั่งขึ้นมาเขย่ากระดูกสันหลัง เหงื่อเม็ดโป้งไหลรินผ่านสันกรามเข้าสู่ลำคอ แต่สมาธิของนักแข่งหนุ่มกลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นระยะสองร้อยเมตรก่อนถึงจุดเบรก...ราชันตัดสินใจหักพวงมาลัยไปทางขวาอย่างเฉียบพลัน

  • วิศวะราชัน   บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อก

    บทที่ 32: วิทยุในหมวกกันน็อกเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหูของเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงปรับแต่งพิเศษ แผดคำรามก้องสะท้านไปทั่วหุบเขารอบสนามแข่งระดับนานาชาติควันสีเทาจางและกลิ่นไหม้ของยางสลิกคอมพาวด์เนื้อนิ่มลอยคละคลุ้ง ไอร้อนระอุเหนือผิวแทร็กยางมะตอยสั่นระยิบระยับเป็นระลอกคลื่น บดบังทัศนวิสัยบนทางตรงหน้าพิตเลน ธงตาหมากรุกเหลือเวลาโบกสะบัดอีกเพียงไม่กี่รอบสนาม การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาบนแผงควบคุมพิตวอลล์ เหนือเมฆสวมชุดหมีช่างเครื่องสีเทาเข้ม สวมทับด้วยหูฟังตัดเสียงรบกวนขนาดใหญ่ที่มีไมโครโฟนก้านยาวจ่ออยู่ข้างริมฝีปาก สายตากลมโตจับจ้องจอมอนิเตอร์เทเลเมทรีสามจอตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตากราฟเส้นสีแดงแสดงอัตราเร่ง กราฟสีน้ำเงินแสดงแรงดันเบรก และแถบอุณหภูมิหน้ายางทั้งสี่ล้อขยับขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวรถแบบวินาทีต่อวินาทีข้างกายของเขา ภีมกำลังเช็กตารางเปรียบเทียบความเร็วในแต่ละเซกเตอร์ ม่านฟ้าคอยฟังคำสั่งจากเรซคอนโทรล พีทกับไม้พร้อมทีมช่างเครื่องทุกคนยืนเกาะขอบรั้วเหล็กพิตเลน ชะเง้อคอมองลู่ทางตรงด้วยความตื่นเต้นจนลืมหายใจบนหน้าจอถ่ายทอดสด รถแข่งฟอร์ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status