Beranda / รักโบราณ / สตรีบ้าของจอมมาร / บทที่ 2 คนแปลกหน้า

Share

บทที่ 2 คนแปลกหน้า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-30 22:49:49

บทที่ 2 คนแปลกหน้า

       รสเลือดมากมายจากปากนุ่มนิ่มไม่คาวเลย ทั้งยังทำให้ยารสขมประหลาดในปากหรงลี่ดีขึ้นกว่าครั้งแรกที่ต้องเคี้ยวยาป้อนชายแปลกหน้ามากนัก คุณหนูเสิ่นนั่งกอดเข่าน้ำตายังไหลออกเงียบๆ

       ฟากฝั่งของตงเฟยเทียนที่พึ่งฟื้นจากพิษไข้ ยังไม่อาจขยับร่างกายส่วนใดได้นอกจากหัว คอ และแขนข้างหนึ่ง ส่วนปลายเท้านั้นแค่เพียงเริ่มกระดิกได้จึงรู้สึกโมโหตนเองนัก

       เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะสลบไป ระหว่างไล่ล่าคนจากฝ่ายศัตรูที่รุกรานมามากมาย พี่น้องของเขาส่งกำลังของตนมาสมทบ เขาแบ่งกองกำลังนี้ออกเป็นสองส่วนสลับกองพลระหว่างกันไปมาป้องกันการทรยศ และเป็นผู้นำทัพที่หยิบยืมมานี้เอง ด้วยเป็นกองกำลังที่ยังไม่รู้รูปแบบการรบของทัพจอมมาร

       แต่แล้วคนเหล่านั้นกลับพลิกฝ่ายหันมาโจมตีตัวเขาแทน พิษใดที่เชื่อว่าสามารถทำลายเทพและมารได้ถูกนำมาใช้จนหมดสิ้น คนมากมายไล่ล่าตัวตงเฟยเทียน การหนีตายทั้งที่ถูกพิษ ทั้งร่างกายใช้งานได้ไม่เท่าเดิม แม้จะเป็นจอมมารก็ถือเป็นงานหิน

       กว่าที่กองกำลังอีกส่วนที่เป็นของเขาอย่างแท้จริงจะรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ โซ่ผนึกมารก็ถูกใช้กับตัวเขาเสียแล้ว หากเขาไม่ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้าย หลบหนีมายังภพมนุษย์ เพื่อกดกำลังของโซ่ลง ไม่แน่ว่าอาจสิ้นชื่อจอมมารผู้น่าเกรงขามไปเสียแล้ว คิดได้ดังนั้นผู้เป็นจอมมารจึงจะเอ่ยปากถามสตรีแปลกหน้าให้แน่ชัด

“เจ้าเป็นผู้ใด ตอบมา” เขาเอ่ยถาม

“เสิ่นหรงลี่!” หรงลี่ที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งด้วยความตกใจจึงตะโกนชื่อตนออกมา

“พูดเบาๆ ไม่เป็นหรือ” เฟยเทียนตอบ

       คุณหนูรองหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์ “แล้วท่านถามดีๆ ไม่กระแทกเสียงไม่เป็นหรือ ข้าก็ตกใจเป็นนะเจ้าคะ ปากก็ยังเจ็บ กัดอย่างไรให้เลือดข้าช้ำจนกลายเป็นสีน้ำเงินเช่นนี้”

“เจ้าว่าอันใดนะ!” ตงเฟยเทียนที่ขยับได้แค่คอ พยายามที่จะลุกขึ้นมอง ที่เคยเชื่อว่าพิษได้ผลไม่ทั่วร่างเพราะความแข็งแกร่งของตนเองอาจจะมิได้เป็นเช่นนั้น ที่เริ่มขยับปลายเท้าได้ คงเป็นเพราะเลือดของแม่นางผู้นี้

“สีน้ำเงิน อาจเพราะยาก็ได้ ข้าก็กล่าวไปมั่วๆ เลือดจะช้ำได้อย่างไร” หรงลี่ที่เห็นว่าทำคนป่วยตกใจก็พูดแก้มิให้ฟังดูเลวร้าย

“มาใกล้ๆ ข้าได้หรือไม่คุณหนูเสิ่น” ตงเฟยเทียนพูดเสียงอ่อนลง ด้วยกลัวสตรีในถ้ำจะไม่ทำตาม

“ท่านขยับกายมิได้หรือ”

“ได้เพียงแค่คอและแขนขวา ขอข้าดูแผลที” แต่เมื่อนึกคิดได้ว่าฤทธิ์ของพิษยังส่งให้ดวงตาของเขามองได้ไม่เต็มที่จึงชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามหรงลี่ออกไป “มีของสีแดงมาให้เทียบเคียงหรือไม่

“มีผ้าที่เลอะเลือดของท่านอยู่ พอได้หรือไม่เจ้าคะ”

       เมื่อชายที่นางดูแลอยู่พยักหน้าตอบรับ หรงลี่จึงขยับใบหน้าไปอยู่เหนือคุณชายแปลกหน้าผู้นั้น ในจังหวะเดียวกันนั้นเองปิ่นที่ปักอย่างหมิ่นเหม่ก็หลุดร่วงลงมา ส่งให้ผมที่ยาวสลวยดั่งม่านน้ำตกเรียงตัวรับกับใบหน้า แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดแต่ก็พอรู้ว่าคุณหนูเสิ่นดูงดงามราวภาพวาดเทพธิดาในอุดมคติก็ไม่ปาน

       ตงเฟยเทียนกลั้นหายใจไปชั่วขณะ แต่เมื่อเริ่มสูดหายใจอีกครั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็ล่องลอยเข้ามาหาจนเกือบจะลืมว่าเรียกตัวคุณหนูผู้นี้มาทำสิ่งใด

“สีน้ำเงินจริงแน่แล้ว เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่” เมื่อเห็นว่าสีแตกต่างกันชัดเจนก็กล่าวออกไปอย่างมั่นใจ

“ก็บอกไปแล้วว่าข้าชื่อเสิ่นหรงลี่ เป็นคุณหนูรองของตระกูล แต่มิใช่บุตรสาวฮูหยินเอก ทั้งยังไม่มีความโดดเด่น ท่านจะไม่รู้จักก็ไม่แปลก เดิมทีข้าเองก็เติบโตในเมืองหลวงด้วยเจ้าค่ะ หาใช่เป็นคนแถบนี้”

       จอมมารนิ่งไปครู่หนึ่ง คิดว่าการที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะมีเลือดวิเศษได้นั้น ออกจะเป็นไปไม่ได้อยู่สักหน่อย แต่ท่าทีของนางก็ไม่น่าจะเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาติดตาม และคงไม่มีผู้ใดสิ้นสติจนส่งผู้มีเลือดล้ำค่าที่แสนคนจะเจอสักเพียงหนึ่งเช่นนี้มาสุ่มเสี่ยง แต่อย่างไรก็ยังไม่น่าไว้ใจนักในความคิดของเขา 

“เลือดของเจ้ารักษาข้าได้ พิษที่ข้าได้รับความจริงต้องเป็นอัมพาตไปทุกส่วนมีแค่ปากและตาเท่านั้นที่จะยังขยับได้ แต่เจ้าหันดูปลายเท้าของข้าสิขยับได้บ้างแล้ว”

“จริงหรือ ข้ารักษาได้หรือ” หรงลี่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ เสิ่นหรงลี่คิดว่าหากใช้เลือดนางได้ ย่อมหมายความว่าการรักษาคุณชายผู้นี้คงง่ายดายขึ้นมาก “แต่ว่าถ้าต้องใช้เลือด ท่านจะให้ข้าเฉือนเนื้อตนเองหรือ” สตรีที่เคยยิ้มอย่างดีใจบัดนี้ใบหน้ากลับไร้สีเลือด

“เช่นนั้น…หากข้าใช้แผลเดิมเล่า อย่างไรก็เคยจูบข้ามาแล้วหลายครั้ง เจ้าจะได้มิต้องเจ็บตัว” ตงเฟยเทียนที่มียาทาให้ไม่รู้สึกเจ็บ เห็นนางเปลี่ยนท่าทีก็เลือกที่จะยังไม่บอก แต่กลับกลั่นแกล้งเพราะอยากเห็นการโวยวาย เพื่อดูท่าทีอีกสักยกหนึ่ง 

“ข้าทำด้วยความจำเป็นนะเจ้าคะ” หรงลี่หน้างอเล็กน้อยพลางคิดว่ากับเขานางคงไม่มีอันใดจะเสียหายได้อีก ทั้งยังไม่อยากเจ็บตัวเพิ่ม จึงโน้มตัวลงไปจุมพิต รอคอยให้คุณชายที่ยังไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามผู้นี้ได้ลำเลียงเลือดไปรักษาตน

       คราแรกตงเฟยเทียนตกใจเล็กน้อย ทั้งยังคิดว่าแม่นางผู้นี้เชื่อฟังเกินไปหรือไม่ แต่เมื่อจะใช้แขนข้างที่ใช้งานได้ดันออก แขนเจ้ากรรมกลับไม่ให้ความร่วมมือ ครานี้เป็นจุมพิตที่ปราศจากรสขม ความนุ่มลื่นของปากอิ่มเล็กๆ ทำให้เขาหลงใหลเสียแล้ว แขนแกร่งโอบรัดตัวเสิ่นหรงลี่ให้เข้ามาแนบชิด มือใหญ่ลูบไล้เส้นผมที่นุ่มดุจแพรไหม ไล้เลียลำเลียงเลือดวิเศษที่ยิ่งดูดดื่มก็ยิ่งทวีความหอมหวาน

       ฟากฝั่งเสิ่นหรงลี่เมื่อถูกเขาจู่โจมอย่างเชี่ยวชาญแล้วก็คล้ายว่าทั้งร่างจะโอนอ่อนคล้อยตามไปเสียหมด มือบางวางบนบ่าของชายด้านล่าง เมื่อรู้สึกหายใจไม่ทันมือเล็กๆ นั้นก็ทุบลงบนบ่าเบาๆ เมื่อคนด้านล่างยอมผละออก คุณหนูผู้ไม่เคยสัมผัสกับจุมพิตเช่นนี้ก็หอบหายใจออกมาทันที

“อย่างนี้จึงจะเรียกว่าการจูบ มิใช่เพียงเอาปากมาชนกัน” เขากระซิบข้างใบหูของสตรีแปลกหน้า

       แต่แล้วยังไม่ทันที่หรงลี่จะได้ตอบโต้ ชายผู้ที่เป็นเจ้าของจุมพิตนี้กลับให้นางพักแค่ครู่เดียว ก็ดึงตัวนางให้ลงมาประกบจูบอีกครั้ง ทั้งยังลูบไล้ไปจนทั่วแผ่นหลังเล็กๆ ของตัวนาง ริมฝีปากของเขาหยอกล้อกับริมฝีปากคุณหนูเสิ่น ทั้งยังส่งลิ้นร้อนเข้ามาสำรวจและพยายามจะไล่จับลิ้นของหรงลี่ที่คล้ายว่าพยายามจะวิ่งหนี หากแต่หนีเท่าใดก็มิมีทางพ้น เพราะฝีมือในการจูบระหว่างเขาและนาง ยังห่างชั้นกันมากนัก

       ไม่นานนักเสิ่นหรงลี่ก็ยอมโอนอ่อนคล้อยตาม และลอกเลียนแบบสิ่งที่ชายผู้นี้ทำอย่างกล้าๆ กลัวๆ รสจูบที่ยาวนานนี้ทวีความวาบหวาม จนมือของคุณหนูเสิ่นเริ่มลูบไล้ จากเคยอยู่บนบ่าบัดนี้ลงมายังอก และเมื่อกำลังจะลากมือต่อไปนั้นนางกลับถูกผลักตัวออก

“เจ้าไม่อยากทำเช่นนั้นแน่” เสียงแหบพร่าของคุณชายที่พาหรงลี่ไปรู้จักความรู้สึกแปลกใหม่กล่าวออกมา

“หรงลี่ทำไม่ถูกหรือเจ้าคะ” นางกล่าวตอบโดยที่ใบหน้ายังห่างจากคุณชายผู้นี้ไม่ถึงคืบ

“ข้าไม่อยากเอาเปรียบเจ้ามากไปกว่านี้คุณหนูเสิ่น” สิ้นคำของตงเฟยเทียน เขาก็สามารถดันตัวลุกขึ้นนั่ง เขาใช้แขนทั้งสองโอบเสิ่นหรงลี่ไว้ให้ลุกนั่งพร้อมกัน โชคดีนักที่ถูกพิษมาไม่นาน การกำจัดออกจึงจำเป็นต้องอาศัยเลือดแค่เล็กน้อยติดกันทุกวันจนกว่าจะไม่พบอาการ 

“คุณชายลุกได้แล้ว!” หรงลี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

“เฟยเทียน”

“เจ้าคะ” นางเอียงหน้าถามอย่างสงสัย

“ให้เรียกข้าว่าเฟยเทียน”

“เฟยเทียน” หรงลี่เรียกออกมาพร้อมกับการพยักหน้ารับ

“ขอบใจเจ้า” เขากล่าวแต่ก็ยังไม่ปล่อยตัวหรงลี่ออกจากอ้อมกอด เพราะเห็นนางมิได้ว่ากล่าวอันใด

“ข้าทำสิ่งไม่ดีไว้มาก ได้ช่วยท่านเช่นนี้นับว่าไถ่บาป” เมื่อเอ่ยออกไปนางก็พลันมีสีหน้าเศร้าหมอง

       จอมมารผู้ที่ไม่เคยปลอบใจผู้ใด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงมอบจุมพิตนุ่มนวลยาวนานให้หรงลี่อีกครั้ง เขาอ้อยอิ่งจนนางตกอยู่ในภวังค์ความหลงใหล และลืมความทุกข์ใจไปจนสิ้น และแม้จะถอนจูบออกไปแล้ว ชายที่คล้ายว่าจะเสพติดปากเล็กๆ นั้น ก็ยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง มีจูบสั้นๆ เกิดขึ้นตามมาหลายครั้ง จนกระทั่งได้ยินเสียงสัตว์ด้านนอกหรงลี่ก็ผละออกจากตัวเฟยเทียน

“พอแล้วเจ้าค่ะ ไหนท่านว่าจะไม่เอาเปรียบข้าไปกว่านี้”

“ขาข้ายังมิทันดีขึ้น” เฟยเทียนแก้ตัว

“แต่…” เสิ่นหรงลี่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรว่าครั้งหลังๆ ไม่เห็นว่าเขาจะไปยุ่มย่ามกับแผลนาง แต่กลับตั้งใจดึงให้นางมอมเมาไปกับรสจูบ

“..หึ” เฟยเทียนส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“ข้าโกรธแล้วนะเจ้าคะ” หรงลี่ที่เห็นเช่นนั้น รีบกล่าวออกมา 

“แขนใช้ได้แล้วก็จุดไฟเลยเจ้าค่ะ ข้าลองทำแล้วแต่ทำไม่ได้ แค่ลากท่านข้ามาในถ้ำนี้ก็หมดเรี่ยวแรงแล้วเจ้าค่ะ” หรงลี่ลากกิ่งไม้และฝืนไฟมาไว้ข้างกายของเฟยเทียน

“หากทำสำเร็จขอจูบเป็นรางวัลได้หรือไม่” เฟยเทียนที่รู้ว่าสตรีตรงหน้ากลั่นแกล้งแล้วสนุกเพียงใดจึงต่อความยั่วยุนาง และไม่ได้บอกออกไปว่าดวงตาของเขามีปัญหา ด้วยไม่อยากเปิดเผยจุดอ่อนไปมากกว่านี้ ทั้งยังเคยชินกับการจุดไฟจนสามารถหลับตาทำได้ไม่ยาก

“จิ๊…” คุณหนูรองจิ๊ปากกลบความเขินอาย ใบหน้าของนางเห่อร้อนอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อรู้สึกเช่นนั้นจึงรีบยกมือปิดแก้ม หวังไม่ให้ชายที่พึ่งรู้จักเห็นแก้มสีแดงเรื่อที่คงสุกปลั่งจนชัดเจนเกินไปเสียแล้ว

“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ยิ่งปิดไว้ยิ่งทำให้ข้ารู้ว่าเจ้าเขิน” เฟยเทียนถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ล้อนางออกไปซ้ำอีก

“รู้แบบนี้ข้าปล่อยให้ตายเสียคงดีกว่า” หรงลี่สะบัดตัววิ่งออกมาจากถ้ำหลังน้ำตก เพื่อหลบเลี่ยงเขาทันที

“หรงลี่อย่าทิ้งข้าสิ ข้าไม่ล้อเลียนเจ้าแล้ว” เฟยเทียนที่เห็นว่านางไม่ยอมหันกลับมา จึงหันมาปั่นไม้จุดไฟให้แม่นางที่ช่วยชีวิตไว้ พลางนึกไปถึงรสจูบที่ตักตวงเท่าใดก็มิรู้สึกเบื่อ และตัดสินใจจะเก็บเรื่องยาไว้เป็นความลับให้นานที่สุด ยืดเวลาการให้เลือดทางปากออกไป ทั้งยังไม่รู้เจตนาของนางที่ยอมลำบากช่วยคนโดยไม่จำเป็นเช่นนี้ การใกล้ชิดกับผู้ที่อาจกลายเป็นศัตรูจึงเป็นทางเลือกที่เข้าท่าที่สุดของตงเฟยเทียน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก

    บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก“นี่มัน นี่เหมือนกับน้ำตกที่เราได้พบกันไม่มีผิดเพี้ยน” หานหรงลี่กล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าขึ้นมา“เป็นอย่างไรชอบหรือไม่ ของขวัญครบรอบหนึ่งพันห้าร้อยปีที่เราได้พบกัน” ตงเฟยเทียนเข้าไปสวมกอดฮองเฮาของตนจากด้านหลัง“ชอบที่สุดเพคะ ไม่คิดว่าแม้แต่วันพบหน้าก็ยังมีของขวัญให้เช่นนี้” หรงลี่หันกลับไปเอ่ยกับสามี“แล้วเจ้าเล่ามีอันใดมาแลกกันหรือไม่” ผู้เป็นองค์มารเอ่ยถาม“ปกติเราไม่เคยฉลองจึงไม่มีเพคะ พี่เฟยเทียนโกรธเคืองหรือไม่” นางช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน แม้ตำแหน่งจะใหญ่โตแล้ว แต่หรงลี่ก็ยังถือคติว่ากับตงเฟยเทียนแล้วการน่ารักสักหน่อย อ่อนอ้อนเล็กน้อย

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกัน

    บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกันหนึ่งเดือนถัดมายามนี้ก็เป็นงานมงคลของหลิวหยางหลงและกงหรูอี้ แน่นอนว่าอี้ฉุนเป็นผู้ดูแลความงามทุกกระเบียดนิ้วในแก่เจ้าสาวรายนี้เช่นกันตัวหรงลี่นั้นเป็นตัวแทนของแดนมารมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ที่จัดขึ้นในวังของหลิวหยาง และเพราะตัวนางเป็นผู้นำขบวนเจ้าสาวจึงมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายทว่าก่อนจะเริ่มพิธีดวงตาของหรงลี่เหลือบไปเห็นสตรีผู้หนึ่งที่ดูแล้วคุ้นเคยยิ่งนัก ในระหว่างพิธีตัวนางเหลือบมองไปยังคนผู้นั้นอยู่เป็นระยะ บ่าวที่ติดตามมาแจ้งว่านั่นคือองค์ชายเก้าและพระชายา นางจึงพยักหน้ารับและหันกลับไปสนใจบ่าวสาวที่ผลัดกันโยนของลงอ่างน้ำตามธรรมเนียมสมุทร จากนั้นจึงทำพิธีคำนับ ตามด้วยการโยนไม้เสี่ยงทายให้มหาเทพยอมรับ และเมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางก็เ

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้ว

    บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้วทุกสรรพเสียงแห่งความคิดของหานหรงลี่สงบลงเมื่อประตูตำหนักถูกเปิดออก หรงลี่เงยหน้ามองผ่านผ้าคลุมหน้าของตนด้วยความประหม่า แม้จะไม่ใช่สาวน้อยที่ไม่รู้ความเรื่องชายหญิงอีกต่อไป แต่เรื่องเล่านั้นก็เพียงรู้ผ่านคำบอกเล่า หรือการเห็นผ่านตาในภพเก่า ยิ่งองค์มารเดินเข้ามาใกล้ใจของหรงลี่ยิ่งสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ“พี่เฟยเทียน” สตรีที่ตำแหน่งฐานะเลื่อนขึ้นมาเป็นฮองเฮาเอ่ยเรียก“รอนานหรือไม่” เฟยเทียนเดินเข้ามาใกล้กับเตียงใหญ่“นานเพคะ เครื่องหัวนี้หนักกว่ายามที่แต่งเข้าวังโลหิตนัก” หรงลี่บ่น“เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำผ้าคลุมหน้าและเครื่องหัวออกให้บัดเดี๋ยวนี้” องค์มารที่อยู่กับคนรักเพียงลำพังเริ่มพูดจาหยอกล

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 1 ยกน้ำชา

    บทพิเศษ 1 ยกน้ำชางานมงคลของหานหรงลี่สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เข้าไปอาศัยในวังหลังของวังมารในรัชสมัยนี้ยิ่งใหญ่นัก โชคดีที่ความหวาดระแวงระหว่างดินแดนเบาบางลงมากแล้ว มิเช่นนั้นการแต่งงานครั้งนี้อาจสร้างความระส่ำระสายเหมือนยามที่มีการประกาศหมั้นหมาย แต่ถึงจะกล่าวเช่นนั้นอย่างไรก็เริ่มมีการทาบทามให้องค์หญิงแดนสมุทรที่ยังไร้คู่หมายให้แก่องค์ชายในแดนสวรรค์บ้างแล้วส่วนเด็กคนแรกที่จะเกิดในครรภ์ของหานหรงลี่ก็ถูกทาบทามไว้แล้วด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหรือองค์ชายย่อมต้องให้แต่งกับราชวงศ์ของแดนสวรรค์ เพื่อผสานดินแดนใหญ่ทั้งสามไว้ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้นเรื่องนี้ทำให้แดนพฤกษาสามารถกลับมาวางตัวเป็นกลางไม่เข้าพวกกับแดนใดได้ตามต้องการ แต่ผู้คนที่จับตาย่อมรู้ด

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว

    บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว“แม่ แม่รีบกดตะกร้าเลย ไลฟ์นี้ก่อนแม่ค้าหยุดยาวกลับจีนน้า ใครตุนได้ตุนเลย” หรงลี่พูดภาษาไทยในแบบที่คนทั่วไปสามารถฟังออกว่าภาษานี้ไม่ใช่ภาษาแม่ของผู้พูด‘แม่ค้าจะหิ้วสครับพส.จีนกลับมาไหมคะ’“หิ้วมาแน่นอน ตัวไหนแมสเอามาหมดแม่ แม่รอกดเลย”หรงลี่กวาดตาอ่านคอมเมนต์ของลูกค้าที่สอบถามเรื่องต่างๆ ในไลฟ์ของแม่ค้าออนไลน์อย่างเธอ อาชีพที่รู้มาก่อนแล้วว่าจะได้ยึดเป็นเครื่องมือหาเงิน หรงลี่ดีดตัวขึ้นมาไลฟ์สดขายของได้เพราะคลิปที่เธอกับจางมี่ถ่ายเล่นในตอนมาเรียนมหาวิทยาลัยในไทย และที่ตัดสินใจมาเรียนในไทยเพราะคะแนนเกาเข่าไม่ดีนัก สองเพื่อนสนิทเลยตัดสินใจมาหาประสบการณ์ในต่างประเทศและเรียนภาษาที่สามที่มีคู่แข่งในตลาดงานน้อยกว่า

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้ง

    บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้งขบวนเกี้ยวเจ้าสาวสั้นๆ ไม่มีอะไรให้คนตื่นตาถูกหามจากถนนหน้าบ้านของหัวหน้าฝ่ายโก๋ พิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมถูกจัดขึ้นอย่างสามัญ ชุดเจ้าสาวก็หยิบยืมมา เครื่องประดับมีเพียงชิ้นเดียวที่ได้ความเมตตาจากว่าที่แม่สามีให้มาใส่เข้าพิธี สินเดิมเป็นข้าวสาร หัวมัน และเผือก ของมีค่ามีเพียงเงินและตั๋วแลกของไม่กี่ใบเท่านั้นจางหรงลี่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืดไม่ได้มีเวลาได้ปลุกแม่ของตนเองเพื่อกล่าวลาและขอพรใดด้วยซ้ำ ป้าสะใภ้ลากตัวออกมาเสมือนกลัวว่าหรงลี่จะหนีงานแต่งความคิดที่จะกลืนน้ำลายตนเองกลับไปร่วมทดลองหาเงินให้แม่ได้มีติดตัวต้องพับเก็บไว้ เพราะเจ็ดวันที่ผ่านมาทั้งย่าและป้าไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหน ทุกวินาทีมีคนสับเปลี่ยนมาจับตามองอยู่เสมอ แม้ยืนยันเท่าใดว่าไม่คิดห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status