Share

บทนำ กู่ไม่กลับ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-30 22:47:34

บทนำ กู่ไม่กลับ

‘ต่อให้เป็นมารดาก็มิมีสิทธิ์ขัดขวางเจ้า’

‘ปิดปากนางซะ’

‘คนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้’

    สิ้นเสียงนั้นสตรีเยาว์วัยก็ง้างมือปักมีดสั้นให้เหลือเพียงแต่ด้ามจับโผล่พ้นเนื้อหนังออกมา สตรีใกล้วัยกลางคนสีหน้าวูบไหวสั่นระริกมิอาจเปล่งเสียงใดได้ พยายามเอ่ยเรียกบุตรสาว

“หะ…หรง”

    แต่ทว่าตัวผู้กระทำอย่างเสิ่นหรงลี่ ผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีเขียวผิดแปลกจากทั่วไปยังคงล่องลอย คล้ายไม่รับรู้ถึงการกระทำของตนเอง กว่าจะได้สติกลับคืนมาก็เป็นยามที่เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจนเปรอะเปื้อนมือ

หนี ข้าต้องหนี เลือด…คนตาย ท่านแม่ ข้าแทงท่านแม่

    ทว่าขาทั้งสองกลับไม่อาจก้าวออกไปไหนได้ เพราะแววตาตกใจ เสียใจ และผิดหวังของคนเป็นแม่แจ่มชัดเหลือเกินในสายตาของหรงลี่

“ทะ…ท่านแม่ ข้าขอโทษ ท่านแม่ ละ…ลูกขออภัยเจ้าค่ะ”

    เสิ่นหรงลี่ลนลานดึงมีดออกจากลำคอของมารดา แต่นั่นกลับทำให้ทุกสิ่งเลวร้ายลง เลือดในกายพุ่งสาดไปทั่วบริเวณ และฮูหยินรองของจวนสามารถเปล่งคำสุดท้ายออกมาได้เพียงคำเดียวก่อนสิ้นใจ พร้อมกับตะเกียงภายในห้องที่ดับลงไปอย่างไม่ทราบสาเหตุโดยพร้อมเพรียง

“ไม่”

       คุณหนูรองของสกุลเสิ่นมิอาจรู้ได้เลยว่า ‘ไม่’ ของผู้เป็นมารดาหมายถึงสิ่งใดระหว่าง ‘ไม่เป็นไร’ หรือ ‘ไม่อภัย’ แต่เพราะสภาพจิตใจที่ยังอยู่ท่ามกลางความตกใจ เสิ่นหรงลี่สรุปกับตนเองว่าอย่างไรผู้เป็นแม่ก็ควรจะหมายความว่าไม่ให้อภัยนาง

    ก่อนหน้านี้เพียงไม่นานมารดาของนางพึ่งจะจับได้ว่าตัวนางเป็นผู้วางแผนทำลายเสบียงในจวนอ๋อง หากมารดาไปบอกผู้อื่นอย่างที่พูด ตัวเสิ่นหรงลี่อย่างไรก็ถูกต้องโทษ เมื่อถูกมารดาคาดคั้นมากเข้า สติที่มีก็เลือนรางลง เหลือเพียงเสียงมารร้ายที่คุ้นเคยมาตลอดทั้งชีวิตสั่งให้จัดการมารดาจนเด็ดขาด

    เสียงนี้คอยบอกกล่าวให้นางทำสิ่งต่างๆ ทั้งวางแผนฆ่าพี่สาว ฆ่าครอบครัวสายรอง แล้วจึงจะถึงเวลาสังหารสกุลเสิ่นสายหลักทั้งตระกูล เสียงนั้นมักพูดอยู่เสมอว่าสกุลเสิ่นเกลียดชังนาง ทุกคนเพียงแค่ทำดีให้ตัวนางตายใจ คนในสกุลรักเพียงเสิ่นลี่อิงผู้เป็นพี่สาว แต่รังเกียจเสิ่นหรงลี่ผู้เป็นคุณหนูรอง

‘ออกไปฆ่าคนอื่นๆ สิ ยืนเฉยรอให้ผู้ใดมาจับตัวเข้าคุกหรือหรงลี่’

“ไม่นะ หยุดพูดนะ หยุดมากล่าววาจาบ้าๆ ในหัวข้าเสียที” เสิ่นหรงลี่แกว่งมีดไปมารอบกาย คล้ายว่าจะฟาดฟันมารร้ายตนนั้นให้จงได้ แต่ปัดป่ายเท่าใดก็มีเพียงเสียงมือตวัดผ่านอากาศ

‘ข้าเคยโกหกเจ้าหรือ ผู้ใดก็ล้วนอยู่ข้างเสิ่นลี่อิง เจ้าต้องจัดการทุกคน’

“ข้าไม่รู้…ข้าไม่รู้อีกแล้ว หยุดสักที!” พร้อมกันกับเสียงของเสิ่นหรงลี่ท้องฟ้าร้องดังครืน และแสงฟ้าแลบสว่างวาบ ส่งให้เสิ่นหรงลี่เห็นภาพสะท้อนจากมือมารดาที่กำมือชูเพียงนิ้วก้อย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การบอกรักที่รู้กันเฉพาะตัวนางและมารดา

“เจ้าโกหก หากทุกคนรังเกียจข้า นั่นหมายรวมถึงท่านแม่ด้วย ท่านแม่รักข้า แม้ตัวตายก็ยังบอกรัก” เสิ่นหรงลี่กล่าวเท่านั้น พยายามปัดป่ายแกว่งแขนข่มขู่ แม้จะไม่เห็นที่มาของเสียงนั้น แต่การออกมืออย่างนี้ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย จนเสียงมารร้ายเบาลงเรื่อยๆ จนไม่ได้ยินเสียงใดอีก

“ฮูหยินรอง คุณหนูรองเจ้าคะ ให้บ่าวเข้าไปปิดหน้าต่างนะเจ้าคะ ฝนจะมาแล้วเจ้าค่ะ”

“ยะ…อย่า! ข้าปิดเองแล้ว จะอยู่กับมารดา ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามา”

“คุณหนูแน่ใจหรือเจ้าคะ”

“ข้าบอกว่าอย่ามายุ่งกับข้า!” ไม่เพียงตะคอกเปล่า หรงลี่เขวี้ยงมีดสั้นในมือออกไปด้วย

“เจ้าค่ะๆ” เพราะมิเคยเห็นโทสะเช่นนี้จากคุณหนูรองบ่าวที่คิดจะมาทำหน้าที่ของตนจึงได้แต่ล่าถอยไป

       เสิ่นหรงลี่นั่งลงข้างร่างไร้วิญญาณของมารดา กอดศพนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจ น้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นสายอย่างห้ามปรามไม่อยู่ นึกก่นด่าตนเองว่าเพราะความโง่เขลาจึงทำให้เชื่อมั่นในเสียงอันไร้ที่มาที่ไป จนมิได้พิจารณาความเป็นจริงอันใด ตลอดมาไม่ได้มีผู้ใดร้ายกาจจนสมควรได้รับความเกลียดชังที่นางลอบมีให้แม้แต่คนเดียว มือเล็กๆ เดินกลับไปคว้ามีดนั้น เพื่อมาสลักคำเขียนไว้บนพื้นไม้ หากวิญญาณของท่านแม่ยังวนเวียนจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของนางตลอดไป

“ตรวจตราให้ดี” เสียงทหารเวรยามดังลอดขึ้นมาจากด้านล่าง เรียกสติของเสิ่นหรงลี่ให้กลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง

หนี ใช่ ข้าต้องหนี ข้าไม่ควรทำร้ายผู้ใดอีกแล้ว โทษทัณฑ์ที่สังหารมารดา ความผิดที่ติดต่อกับมารผีปีศาจ หนักหนาเช่นนี้สมควรอยู่ให้ไกลผู้คน

       ในความคิดที่สับสนของหรงลี่มิได้กลัวตายเป็นลำดับแรก แต่นางกลัวว่ามารปีศาจตนนั้นจะกล่าววาจาให้นางทำร้ายคนอีก ยิ่งยามถูกโทษทัณฑ์ไม่แน่ว่าอาจจะร้ายแรงถึงขั้นโดนเจ้าของเสียงนั้นสิงสู่

       ร่างไม่สูงนักลากมารดามาไว้ในตู้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดพบเห็นการกระทำของตนเองได้รวดเร็วนัก 

“ภพชาตินี้ หรงลี่ชั่วช้านัก หากชาติหน้ามีอยู่จริง ข้าขอชดใช้ให้ท่านแม่อย่างไม่อิดออด” นางกล่าวกับศพของมารดา แล้วจึงจุมพิตลงบนใบหน้าที่เหมือนเพียงคนนอนหลับใหล หรงลี่ยืนมองอีกครู่หนึ่งก่อนจะปิดตู้ลงด้วยใจที่ถูกความละอายกัดกิน

    นางแอบลอบออกจากจวนในช่วงที่ทหารยามกำลังเปลี่ยนกำลังคน เสิ่นหรงลี่วิ่งออกไปในทิศทางที่เคยจำได้ว่ามีป่าเขา ตลอดชีวิตนี้รับฟังและทำตามเสียงมาร หากวันนี้จะต้องตายชดใช้ความผิดตัวนางก็จะขอเลือกจุดจบด้วยตนเองไม่ฟังผู้ใดอีก

       สองเท้าของสตรีที่มีจิตใจสับสนสัมผัสพื้นสลับกันด้วยจังหวะเร่งเร้า ฝีเท้านี้พาตัวคุณหนูรองเข้าป่ามาถึงบริเวณผาน้ำตกด้วยความเร็วอันไม่น่าเชื่อ ความเชี่ยวกรากของน้ำด้านล่างทำให้ใจนึกกลัวอยู่บ้าง เสิ่นหรงลี่มิรู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่นี้จะต้องทำอย่างไร นางมิได้อยากตาย แต่หากไม่ตายหรงลี่เองก็มิรู้ว่าความผิดครั้งนี้จะชดเชยได้อย่างไร ในหัวคิดวนไม่อาจหาความสมเหตุสมผลใดได้เลย

ข้าไม่มีทางใดให้กลับแล้ว บุตรอกตัญญูสมควรตาย แต่ข้าก็มิต้องการตาย

“แต่แม้ทำไปเพราะเชื่อคำลวงก็สมควรตาย” เสิ่นหรงลี่กล่าวท่อนท้ายของความคิดออกมา ตั้งท่าจะกระโดดลงดำดิ่งเตรียมเข้าสู่อ้อมกอดความตายและน้ำเย็นจัดเบื้องล่าง

‘เจ้านี่มันโง่เง่าจริง เชื่อคำข้าจนอาสาตายทำลายตน ฮ่าๆๆ นังโง่! ตายได้เสียที’ เสียงนั้นดังก้องขึ้นอีกครั้ง เรียกให้ดวงตาสีเขียวเบิกโพลง ตกใจระคนเกรี้ยวกราด ว่าแม้ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มารตนนี้ก็ยังไม่คิดปล่อยให้หรงลี่ได้จากไปอย่างสงบ 

“เช่นนั้น…ข้าไม่อยากตายแล้ว ข้าจะอยู่ให้มารอย่างเจ้ารำคาญหัวใจ ต่อให้มิมีวันเป็นไปได้ข้าก็จะตามหาเจ้าจนพบ มนุษย์ผู้นี้จะถลกหนังมาร!!!”

       สิ้นคำกล่าวเสิ่นหรงลี่ก็เตรียมที่จะถอยกลับมา แต่ทว่าท่อนขาที่ใช้งานมาหนักหนากลับอ่อนแรงลง ทำให้เสิ่นหรงลี่ทรงตัวไม่มั่นคงจนพลัดตกผาน้ำตกสูง พร้อมกันนั้นเสียงเย้ยหยันก็ดังก้องไม่หยุดหย่อน คำสมน้ำหน้าที่สุดท้ายนางก็ถึงคราวตายแจ่มชัด 

       แรงต้านอันไร้ที่มาเกิดขึ้นกลางอากาศ น้ำมากมายพุ่งขึ้นมาเป็นเบาะรองชะลอร่างของเสิ่นหรงลี่ไว้มิให้ตกรุนแรงเกินไป แต่เมื่อเจ้าของร่างที่กำลังร่วงหล่นสังเกตเห็นแสงสีน้ำเงินจางๆ น้ำที่โอบรับไว้ก็ตกลงเบื้องล่างด้วยความเร็ว แสงที่มาจากด้านขวาของผาดึงสายตานางให้จับจ้อง ทว่ายังไม่ทันมองให้แน่ชัดทุกอย่างก็ถึงคราวดับสิ้นลง 

       สีดำสนิทของน้ำปกคลุมไปทั้งร่างกายและจิตใจของเสิ่นหรงลี่ นางรู้สึกถึงเพียงความเย็นเยือกที่ทิ่มแทงลงบนผิวหนังดั่งว่าเป็นเข็มปักผ้าพุ่งเข้าหาตัว เพียงแต่ไม่นานนักความรู้สึกหนาวจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกก็หายไปเช่นกัน สัมผัสทั้งหมดค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับร่างนี้ที่จมดิ่งสู่ก้นน้ำตก

.

.

.

“แค่กๆ แค่ก” เปลือกตาของเสิ่นหรงลี่กะพริบถี่ๆ รับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาจนสะท้อนดวงตาสีเขียวให้ส่องประกายดั่งหยกน้ำดี แต่ปรับสภาพอยู่นานดวงตานี้ก็มิอาจสู้แสงแรงจัดได้ จึงต้องยกมือขึ้นมาบดบัง และพยายามพลิกร่างที่ชอกช้ำจากแรงกระแทกเพื่อหลบแสงอาทิตย์เพิ่มอีกวิธี นั่นจึงทำให้หรงลี่ได้หันไปพบกับร่างชายผู้หนึ่งนอนแผ่อยู่เคียงข้าง

ชายผู้นี้คงตายพร้อมข้าสินะ อีกเดี๋ยวก็คงมีผู้มารับดวงวิญญาณ

  

คิดได้ดังนั้นเสิ่นหรงลี่ก็รู้สึกขุ่นใจที่มารตนนั้นชนะในท้ายที่สุด แต่เมื่อคิดได้ว่าหากตายก็ย่อมมีโอกาสได้พบมารดา นางจึงนอนฝันหวานถึงโอกาสที่จะได้กล่าวขออภัยต่อผู้เป็นมารดาด้วยตนเองอีกครั้งในปรโลกแห่งนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก

    บทพิเศษ 4 น้ำตกผูกรัก“นี่มัน นี่เหมือนกับน้ำตกที่เราได้พบกันไม่มีผิดเพี้ยน” หานหรงลี่กล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าขึ้นมา“เป็นอย่างไรชอบหรือไม่ ของขวัญครบรอบหนึ่งพันห้าร้อยปีที่เราได้พบกัน” ตงเฟยเทียนเข้าไปสวมกอดฮองเฮาของตนจากด้านหลัง“ชอบที่สุดเพคะ ไม่คิดว่าแม้แต่วันพบหน้าก็ยังมีของขวัญให้เช่นนี้” หรงลี่หันกลับไปเอ่ยกับสามี“แล้วเจ้าเล่ามีอันใดมาแลกกันหรือไม่” ผู้เป็นองค์มารเอ่ยถาม“ปกติเราไม่เคยฉลองจึงไม่มีเพคะ พี่เฟยเทียนโกรธเคืองหรือไม่” นางช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน แม้ตำแหน่งจะใหญ่โตแล้ว แต่หรงลี่ก็ยังถือคติว่ากับตงเฟยเทียนแล้วการน่ารักสักหน่อย อ่อนอ้อนเล็กน้อย

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกัน

    บทพิเศษ 3 ไม่คาดคิดว่าจะพบกันหนึ่งเดือนถัดมายามนี้ก็เป็นงานมงคลของหลิวหยางหลงและกงหรูอี้ แน่นอนว่าอี้ฉุนเป็นผู้ดูแลความงามทุกกระเบียดนิ้วในแก่เจ้าสาวรายนี้เช่นกันตัวหรงลี่นั้นเป็นตัวแทนของแดนมารมาร่วมงานมงคลในครั้งนี้ที่จัดขึ้นในวังของหลิวหยาง และเพราะตัวนางเป็นผู้นำขบวนเจ้าสาวจึงมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้ายทว่าก่อนจะเริ่มพิธีดวงตาของหรงลี่เหลือบไปเห็นสตรีผู้หนึ่งที่ดูแล้วคุ้นเคยยิ่งนัก ในระหว่างพิธีตัวนางเหลือบมองไปยังคนผู้นั้นอยู่เป็นระยะ บ่าวที่ติดตามมาแจ้งว่านั่นคือองค์ชายเก้าและพระชายา นางจึงพยักหน้ารับและหันกลับไปสนใจบ่าวสาวที่ผลัดกันโยนของลงอ่างน้ำตามธรรมเนียมสมุทร จากนั้นจึงทำพิธีคำนับ ตามด้วยการโยนไม้เสี่ยงทายให้มหาเทพยอมรับ และเมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นางก็เ

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้ว

    บทพิเศษ 2 ยินยอมแล้วทุกสรรพเสียงแห่งความคิดของหานหรงลี่สงบลงเมื่อประตูตำหนักถูกเปิดออก หรงลี่เงยหน้ามองผ่านผ้าคลุมหน้าของตนด้วยความประหม่า แม้จะไม่ใช่สาวน้อยที่ไม่รู้ความเรื่องชายหญิงอีกต่อไป แต่เรื่องเล่านั้นก็เพียงรู้ผ่านคำบอกเล่า หรือการเห็นผ่านตาในภพเก่า ยิ่งองค์มารเดินเข้ามาใกล้ใจของหรงลี่ยิ่งสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะ“พี่เฟยเทียน” สตรีที่ตำแหน่งฐานะเลื่อนขึ้นมาเป็นฮองเฮาเอ่ยเรียก“รอนานหรือไม่” เฟยเทียนเดินเข้ามาใกล้กับเตียงใหญ่“นานเพคะ เครื่องหัวนี้หนักกว่ายามที่แต่งเข้าวังโลหิตนัก” หรงลี่บ่น“เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะนำผ้าคลุมหน้าและเครื่องหัวออกให้บัดเดี๋ยวนี้” องค์มารที่อยู่กับคนรักเพียงลำพังเริ่มพูดจาหยอกล

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทพิเศษ 1 ยกน้ำชา

    บทพิเศษ 1 ยกน้ำชางานมงคลของหานหรงลี่สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้เข้าไปอาศัยในวังหลังของวังมารในรัชสมัยนี้ยิ่งใหญ่นัก โชคดีที่ความหวาดระแวงระหว่างดินแดนเบาบางลงมากแล้ว มิเช่นนั้นการแต่งงานครั้งนี้อาจสร้างความระส่ำระสายเหมือนยามที่มีการประกาศหมั้นหมาย แต่ถึงจะกล่าวเช่นนั้นอย่างไรก็เริ่มมีการทาบทามให้องค์หญิงแดนสมุทรที่ยังไร้คู่หมายให้แก่องค์ชายในแดนสวรรค์บ้างแล้วส่วนเด็กคนแรกที่จะเกิดในครรภ์ของหานหรงลี่ก็ถูกทาบทามไว้แล้วด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหรือองค์ชายย่อมต้องให้แต่งกับราชวงศ์ของแดนสวรรค์ เพื่อผสานดินแดนใหญ่ทั้งสามไว้ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้นเรื่องนี้ทำให้แดนพฤกษาสามารถกลับมาวางตัวเป็นกลางไม่เข้าพวกกับแดนใดได้ตามต้องการ แต่ผู้คนที่จับตาย่อมรู้ด

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว

    บทที่ 63 องค์มารของเจ้ามานู่นแล้ว“แม่ แม่รีบกดตะกร้าเลย ไลฟ์นี้ก่อนแม่ค้าหยุดยาวกลับจีนน้า ใครตุนได้ตุนเลย” หรงลี่พูดภาษาไทยในแบบที่คนทั่วไปสามารถฟังออกว่าภาษานี้ไม่ใช่ภาษาแม่ของผู้พูด‘แม่ค้าจะหิ้วสครับพส.จีนกลับมาไหมคะ’“หิ้วมาแน่นอน ตัวไหนแมสเอามาหมดแม่ แม่รอกดเลย”หรงลี่กวาดตาอ่านคอมเมนต์ของลูกค้าที่สอบถามเรื่องต่างๆ ในไลฟ์ของแม่ค้าออนไลน์อย่างเธอ อาชีพที่รู้มาก่อนแล้วว่าจะได้ยึดเป็นเครื่องมือหาเงิน หรงลี่ดีดตัวขึ้นมาไลฟ์สดขายของได้เพราะคลิปที่เธอกับจางมี่ถ่ายเล่นในตอนมาเรียนมหาวิทยาลัยในไทย และที่ตัดสินใจมาเรียนในไทยเพราะคะแนนเกาเข่าไม่ดีนัก สองเพื่อนสนิทเลยตัดสินใจมาหาประสบการณ์ในต่างประเทศและเรียนภาษาที่สามที่มีคู่แข่งในตลาดงานน้อยกว่า

  • สตรีบ้าของจอมมาร   บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้ง

    บทที่ 62 เกิดใหม่อีกครั้งขบวนเกี้ยวเจ้าสาวสั้นๆ ไม่มีอะไรให้คนตื่นตาถูกหามจากถนนหน้าบ้านของหัวหน้าฝ่ายโก๋ พิธีแต่งงานแบบดั้งเดิมถูกจัดขึ้นอย่างสามัญ ชุดเจ้าสาวก็หยิบยืมมา เครื่องประดับมีเพียงชิ้นเดียวที่ได้ความเมตตาจากว่าที่แม่สามีให้มาใส่เข้าพิธี สินเดิมเป็นข้าวสาร หัวมัน และเผือก ของมีค่ามีเพียงเงินและตั๋วแลกของไม่กี่ใบเท่านั้นจางหรงลี่ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืดไม่ได้มีเวลาได้ปลุกแม่ของตนเองเพื่อกล่าวลาและขอพรใดด้วยซ้ำ ป้าสะใภ้ลากตัวออกมาเสมือนกลัวว่าหรงลี่จะหนีงานแต่งความคิดที่จะกลืนน้ำลายตนเองกลับไปร่วมทดลองหาเงินให้แม่ได้มีติดตัวต้องพับเก็บไว้ เพราะเจ็ดวันที่ผ่านมาทั้งย่าและป้าไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหน ทุกวินาทีมีคนสับเปลี่ยนมาจับตามองอยู่เสมอ แม้ยืนยันเท่าใดว่าไม่คิดห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status