Inicio / รักโบราณ / สมรภูมิ โชคชะตา / เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน

Compartir

เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน

Autor: l3oonm@
last update Fecha de publicación: 2026-03-07 02:11:45

มู่ฉินฉานหรี่ตามองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างสงสัย ที่นางพูดเมื่อครู่ถึงวิธีการกินหัวเผือก นางย่อมเคยกินมันมาก่อนอย่างแน่นอน “เจ้ารู้ว่ามันกินได้ เจ้าเคยกินมันมาก่อน?” เขาเอ่ยถามจินตงชุน

“เคยครั้งหนึ่งขอรับ ท่านแม่นำมาใส่ลงไปในแกงไก่ให้พวกข้ากิน แต่ซีซีนางแพ้ กินเข้าไปก็ผื่นขึ้นทั้งตัว หลังจากนั้นท่านแม่ก็ไม่เคยทำอีกเลยขอรับ”

นายทหารจงยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน อาหารที่รั่วซีนางเอ่ยถึงเมื่อครู่ ไม่มีน้ำแกงไก่ใส่เผือกรวมอยู่ด้วย ยิ่งนางแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่กิน เป็นไปไม่ได้เลยว่าอาหารอีกสองอย่างนางจะได้กินด้วย มู่ฉินฉานก็คิดเช่นนี้

รั่วซีเมื่อกลับมาถึง นางก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกับพวกเขา แม้จะมีคนมาเพิ่มอีกสามท้อง แต่อาหารตรงหน้าก็ทำให้พวกเขากินได้อย่างเหลือเฟือ ทั้งยังเก็บปลาอีกครึ่งตัวเอาไปให้ท่านย่าของฟางอินด้วย

ก่อนจะกลับออกไป รั่วซีนางใช้ขี้เถ้าที่จินตงชุนเก็บเอาไว้ให้มาถูตามใบหน้าและส่วนที่โผล่ออกมานอกเสื้อผ้า ทั้งยังใช้แท่งถ่านเขียนคิ้วให้หนาขึ้น

มู่ฉินฉาน นายทหารจงและฟางอิน ต่างตกตะลึง พวกเขานึกไม่ถึงว่านางใช้สองสิ่งก็เปลี่ยนให้ตัวนางกลายเป็นอีกคนไปได้แล้ว

“เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า” ฟางอินเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ข้าไม่อยากมีชะตาชีวิตเช่นสตรีที่ข้าพบเห็นในหมู่บ้าน” ไม่ต้องเอ่ยออกมาทั้งหมด ก็พอจะเข้าใจได้ ว่านางคงเห็นสตรีเหล่านั้น ถูกทหารแคว้นต้าเยี่ยกระทำเช่นใด

ทั้งหมดออกมาจากป่า ฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดแล้ว สามพี่น้องกลับเข้าไปพักในหลุมดินของตนเอง ฟางอินนำอาหารกลับไปให้ท่านย่าของตนเอง มู่ฉินฉานและนายทหารจงยืมตะกร้าของฟางอินไปก่อน

“เจ้าจัดคนมาตรวจเวรยามที่ด้านหลังให้บ่อยขึ้น” เขาหันมาสั่งนายทหารจง

“ขอรับ นายกองสนใจแม่นางน้อยนั้นหรือขอรับ” เขาอมยิ้มมองมู่ฉินฉานอย่างรู้ทัน

มู่ฉินฉานให้คำตอบเขาด้วยการถีบไปที่ท้องของนายทหารจงจนล้มกลิ้งไปกับพื้น “เจ้าดูแลพวกนางสามพี่น้องอย่างดี แล้วเจ้าจะได้สิ่งดีๆ ตามไปด้วย” เขาเดินหายไปทันที

มู่ฉินฉานเชื่อว่ารั่วซีนางแตกต่างจากสตรีอื่น ความรู้ที่นางมี ทั้งเรื่องประหลาดที่เขาเองก็บอกไม่ได้ว่าประหลาดเช่นใด หากการรักษาโรคท้องร่วงและเรื่องหัวมันกลายเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน นางย่อมได้รับความชอบไปด้วย

นายทหารจง พอจะเข้าใจในสิ่งที่มู่ฉินฉานพูด พอส่งมู่ฉินฉานออกจากค่ายผู้อพยพไปแล้ว เขาก็จัดวางเวรยามให้ไปตรวจตราทางด้านที่พักของสามพี่น้องทันที

สามพี่น้องย่อมไม่รู้ถึงความคิดของพวกเขา พอเข้ามาอยู่ด้านในหลุมดิน ก่อกองไฟสร้างความอบอุ่นภายในแล้ว ก็พากันล้มตัวลงนอนพักผ่อนทันที

ตกดึกรั่วซีนางเริ่มปวดเมื่อยไปตามเนื้อตัวที่ถูกชาวบ้านทุบตี นางนอนกระสับกระส่ายจนจินตงชุนและจินตงเฉิงลุกขึ้นมาดูนาง

“พี่ใหญ่ พี่หญิงมีไข้ขอรับ” จินตงชุนรีบวางมือลงบนหน้าผากของรั่วซีทันที

“พี่ใหญ่ น้องเล็ก ข้าทำพวกท่านตื่นหรือ” นางปรือตาขึ้นมามองทั้งสองที่ลุกขึ้นนั่งแล้ว

“ซีซี เจ้ามีไข้ ข้าจะพาเจ้าไปที่กระโจมท่านหมอ”

นางจับมือของจินตงชุนเอาไว้ “ไม่ต้องท่านพี่ คนป่วยในกระโจมหมอมีไม่น้อยเลย อีกอย่างท่านหมอเห็นข้า ท่านคิดว่าเขาจะรักษาให้ข้าหรือไม่เล่า ท่านนำผ้าชุบน้ำมาให้ข้าพอ” นางชี้ไปที่เศษผ้าที่นางตัดเอาไว้ใช้เช็ดมือเช็ดหน้า วางรวมอยู่กับเสื้อผ้าที่นายทหารจงให้มา

จินตงชุนถอนหายใจออกมา เขาทำตามที่นางว่า แล้วนำมาเช็ดตามตัวและใบหน้าของนาง ก่อนจะวางไว้บนหน้าผากตามคำบอกของรั่วซี

จินตงเฉิงที่ล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้ง กอดพี่สาวเอาไว้แน่น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้นาง จินตงชุนเห็นเช่นนั้นก็ขยับตัวเข้ามาช่วยน้องชายกอดเอาไว้อีกคน

รั่วซีที่ยังรู้สึกตัวอยู่ อดที่จะอบอุ่นในหัวใจไม่ได้ ภายใต้ความโหดร้ายที่ต้องพบเจอ อย่างน้อยนางก็ได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น

รุ่งเช้า รั่วซีนางยังมีอาการปวดตามเนื้อตัวอยู่ ทั้งสามจึงไม่ได้เข้ามา เพียงใช้น้ำที่นำมาเมื่อวานล้างหน้าบ้วนปาก และกินหัวมันเผาที่ยังมีอยู่เท่านั้น

พอสามพี่น้องไม่ได้เข้าป่า ฟางอินจึงไม่ได้เข้าไปด้วย เขาเองก็มีหัวมันที่เก็บเอาไว้ จึงนำออกมาเผากินกับท่านย่าของตน

ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัวกับโรคระบาด จึงไม่ออกไปรับอาหารที่โรงทาน ด้วยกลัวว่าหากอยู่ในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน จะทำให้ติดโรคกลับมา จึงได้แต่เข้าป่าใกล้ๆ เก็บผักป่ามาต้มกิน

ผ่านไปเพียงแค่วันเดียว หัวมันที่ขุดมาเก็บไว้ก็ใกล้จะหมดลง อาการของรั่วซีที่นอนพักเต็มที่ก็เริ่มฟื้นขึ้นมาบ้างแล้ว ทั้งหมดจึงตัดสินใจเข้าป่ากัน

ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิม จินตงชุนกับฟางอินไปขุดหัวมันและก่อไฟ รั่วซีไปจับปลาทำปลาเตรียมย่าง จินตงเฉิงเก็บฟืน พอทั้งสี่กินกันเรียบร้อยแล้ว ก็แบกตะกร้าที่มีหัวมันอยู่มากกว่าครึ่งพร้อมปลาย่างอีกหนึ่งตัวกลับออกไปที่ที่พัก

แต่วันนี้ หลุมดินที่เงียบสงบมาหลายวันก็เปลี่ยนไป เมื่อด้านหน้าหลุมดินของพวกเขามีชาวบ้านและทหารยืนอยู่หลายคน ทหารสองสามคนดูเหมือนว่ากำลังห้ามปรามชาวบ้านที่มาก่อความวุ่นวายอยู่

เมื่อทั้งสามแทรกตัวเข้าไปก็เห็นข้าวของภายในหลุมดินของตระกูลจินและตระกูลฟางถูกรื้อกระจัดกระจายออกมาด้านนอก ยังมีท่านย่าของฟางอินที่นั่งอยู่กับพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด เสื้อผ้าของนางก็ถูกฉีกขาดไปหลายแห่ง

“ท่านย่า!!! เกิดเรื่องใดขึ้นขอรับ” ฟางอินวิ่งเข้าไปประคองหญิงชราขึ้นมาตรวจดูว่าได้รับรับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่

“ชาวบ้านพวกนี้ ต้องการมาแย่งหัวมันของพวกเรา” นางชี้นิ้วไปทางชาวบ้านด้วยความโกรธ พวกชาวบ้านเองก็มีโทสะไม่ต่างกัน

“พวกเจ้ามีของกิน ไม่คิดจะแบ่งให้ผู้อื่นบ้างเลยหรือ”

“ใช่แล้ว ข้าเห็นนางได้กินปลาทุกมื้อ”

“ข้าก็เห็น”

“เห็นแก่ตัวจริง สมควรแล้วที่ต้องถูกทุบตี” นางปรายตามองมาทางรั่วซี

รั่วซีเห็นข้าวของของตนเองถูกรื้อออกมาก็โกรธจนตัวสั่น นางกระโดดไปตรงหน้าของพวกชาวบ้านที่กำลังพูดกันอย่างหน้าหนา

“ผู้ใดกันที่เห็นแก่ตัว!!! พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมารื้อค้นข้าวของผู้อื่น พวกเจ้าก็ไม่ต่างจากโจร แล้วข้าเคยบอกไปแล้วใช่หรือไม่ ว่าหัวมันกินได้ พวกเจ้าไม่มีปัญญาไปเก็บเองหรือไง ถึงต้องมาแย่งผู้อื่นราวกับขอทาน” ดวงตาของนางแดงก่ำ กวาดมองไปที่ทุกคนอย่างโกรธแค้น

“ก็...เจ้ามีอาหารเหตุใดไม่แบ่งปัน”

“หึ” แล้วสตรีคนที่พูด ดันเป็นมารดาของเด็กทั้งสามที่นางเคยยื่นหัวมันให้พวกเขา “ข้าควรจะต้องตบปากเจ้าเพื่อเตือนสติหรือไม่ ข้าเคยส่งหัวมันเผาให้ลูกเจ้าแล้วมิใช่หรือ!!! แต่ว่าพูดเช่นใด คิดว่าข้าจะฆ่าเด็กใช่หรือไม่” รั่วซีพุ่งตัวหมายจะเข้าไปตบจริงๆ จนจินตงชุนต้องดึงรั้งน้องสาวเอาไว้

“อย่า!!! ซีซี สมควรให้เจ้าต้องเปลืองแรงหรือ” เขาดึงตัวน้องสาวไปไว้ด้านหลัง “พวกท่านมิใช่หรือที่เยาะเย้ยพวกข้า รอดูว่าเมื่อใดพวกข้าจะตาย แล้วพอเห็นว่าพวกข้าไม่ตาย กลายเป็นว่า...พวกข้าเห็นแก่ตัว หัวมันขึ้นในป่ามากมาย หากพวกท่านไม่ขี้เกียจจนเกินไป มีหรือจะหากินไม่ได้ ต้องรอให้คนยื่นอาหารเข้าปากให้หรือ” จินตงชุนกดยิ้มเย็นมองพวกเขา

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ตอนจบ

    รั่วซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในรถม้าโดยมีมู่ฉินฉานกอดเอาไว้ ด้านข้างของนางมีบุตรชายที่นอนอยู่ในห่อผ้าโดยไร้แม่นมทั้งสองติดตามมาด้วย“มู่ฉินฉาน ท่านทำบ้าอันใด!!!” รั่ววีตวาดเสียงดัง ทั้งยังทุบตีเขาอีกหลายที“เจ้าเสียงดังอันใด ลูกตกใจหมดแล้ว” มู่ฉินฉานรีบอุ้มเด็กทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม “ฮวนเออร์ ฮุ่ยเออร์ เด็กดี พวกเจ้าอยากไปอยู่กับพ่อใช่หรือไม่”“เหอะ ไม่รู้ว่าที่โรงหมอจะวุ่นวายมากเพียงใด” รั่วซีทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วรับบุตรชายทั้งสองมาป้อนนมให้พวกเขาที่โรงหมอวุ่นวายเช่นที่รั่วซีคิดจริง เมื่อคนหายไปหลายคนอีกทั้งยังเป็นทารกน้อยสองคน ที่ไม่สมควรเดินทางไกลอีกด้วย มู่ฉินฉานทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับเพื่อแจ้งเรื่องการเดินทางของเขา แม้แต่ใต้เท้ามู่และเสิ่นซื่อเองก็นึกโมโหบุตรชายตัวดี“ไม่รู้ว่ากลัวผู้ใดจะพรากเมียพรากบุตรไปจากเขาอีก ถึงได้กระทำการต่ำช้าเช่นนี้” เสิ่นซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีโทสะ“ท่านพี่ แล้วหลานชายทั้งสองของข้าจะเกิดอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” ฮูหยินหลิวกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันใด“ซีซีนางเป็นหมอ บุตรชายนางจะเป็นอันใดได้อย่างไร” หมอหลิวนึกถึงมู่ฉินฉานก็แค้นใจ ไ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ

    จินตงชุนและจินตงเฉิงเองก็นั่งอยู่ข้างเตียงช่วยเรียกรั่วซีอีกแรง แต่นางก็ยังคงหลับสนิทเช่นเดิม บุตรชายทั้งสองก็ร้องไห้อยู่นานกว่าจะพากันหลับด้วยความอ่อนเพลีย“มีหนทางหรือไม่ท่านหมอ” อาฟ่านเอ่ยถามขึ้นมาเสียงสั่น“คงได้แต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเอง” หมอหลิวก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว หมอจวงที่ถูกตามตัวมาช่วยตรวจก็ไม่อาจหาหนทางช่วยได้รั่วซีที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะการหลับไม่ตื่นของนาง ตอนนี้กำลังนั่งมองหน้าอาจารย์ลู่ ที่กำลังดื่มชาอย่างใจเย็น สถานที่แห่งนี้นางเคยเข้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่วิญญาณของนางมาในมิติโบราณครั้งแรก“ท่านอาจารย์ ท่านดึงวิญญาณของข้ามา เพื่อให้ข้านั่งมองท่านดื่มชาหรือเจ้าคะ”อาจารย์ลู่วางแก้วชาลง “ข้าจะส่งเจ้ากลับมิติเดิมของเจ้า หน้าที่ของเจ้าในมิติโบราณจบสิ้นลงแล้ว”รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นมอง “หืม...ท่านจะให้ข้าทิ้งบุตรชายที่ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าเช่นนั้นหรือ” นางยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ก่อนหน้าเป็นเจ้าที่เรียกร้องอยากจะกลับมิใช่หรือ”“แต่ตอนนั้นข้ายังไม่มีบุตรของตนเอง ข้าไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”“หึหึ ได้”“หืม...ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ”“แล้วเหตุใดต้องยากด้วยเล่า กลับไปได้แล้ว คงวุ่นวาย

  • สมรภูมิ โชคชะตา   คลอดแล้ว

    หมอหลิวได้แต่ถอนหายใจออกมา จะเร็วกว่านี้หนึ่งวันหรือช้ากว่านี้สักวันก็ไม่ได้เลย เขาลุกขึ้นเดินไปสั่งความด้านนอก “เตรียมห้องคลอด”มู่ฉินฉานได้ยินว่าเตรียมห้องคลอด เขาก็โยนต้นหนามที่อยู่ด้านหลังทิ้งแล้วลากตัวบ่าวที่กำลังวิ่งไปเตรียมของให้นำทางไปเรือนพักของรั่วซีความจริงก็แทบไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เมื่อบ่าวมากกว่าครึ่ง ทั้งยังมีเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซีแล้วมู่ฉินฉานเห็นอาฟ่านและอาเหิงยืนอย่างร้อนใจอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซี ก็เดินเข้าไปถีบทั้งสองคนละทีจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนพักของนางอย่างรวดเร็ว“หลีกไป!!!” เขาตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อสาวใช้กำลังช่วยประคองรั่วซีเพื่อไปที่ห้องคลอด“เสียงดังเพื่ออันใด” รั่วซีได้แต่ถลึงตามองเขามู่ฉินฉานเดินไปช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม “นำทาง” เขาเอ่ยกับสาวใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว “รอให้เจ้าคลอดก่อนแล้วข้าจะมาจัดการเจ้าด้วย”“หึ ผู้ใดจะจัดการผู้ใดกันแน่” นางทุบไปที่แผงอกของเขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเสียเอง เมื่อท้องของนางบีบรัดแรงขึ้น “โอ๊ยยย” นางร้องออกมาเบาๆ“เจ็บมากหรือ” เขากระชับรั่ววีเข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แบกต้นหนามมาขอขมา

    อาฟ่านและอาเหิงสะดุ้งสุดตัว ต่างก็รีบส่ายหน้าพร้อมกัน เมื่อถูกคิดว่าเป็นบิดาของเด็กในท้องรั่วซี“ไม่ใช่ขอรับ”“หึหึ ข้ารู้ตัวว่าไหวมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ ที่ข้าขอร้องให้ท่านช่วยจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยหรือไม่เจ้าคะ”“ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าไปที่จวนก่อนเถิด ข้าคงต้องจัดหาหมอตำแยมาเพิ่มแล้วกระมัง” หมอจวงได้แต่ส่ายหน้า แล้วขึ้นรถม้าเพื่อนำทางรั่วซีไปที่พักของนางโรงหมอในเมืองหย่งเป่ยก็ไม่ต่างจากเมืองซิวเชียงนัก เมื่อรั่วซีนางต้องการโรงหมอที่อยู่ติดกับจวนพัก เพื่อสะดวกในการรักษาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหมอจวงทุกอย่างจึงง่ายขึ้น นางส่งจดหมายมาแจ้งเขาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ทั้งสถานที่และคนที่ต้องการเรียนรู้จากนางก็พร้อมเรียบร้อยแล้ว ยังมีผู้ช่วยหมอที่อยู่ในเมืองตู่เป่ยและเมืองชุนเป่ยที่เดินทางมารอเรียนกับนางอีกด้วยทางโรงหมอนางไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายมากนัก เมื่อมีหมอจวงคอยจัดการอยู่ รั่วซีนางจึงเปิดสอนวิชาการแพทย์ของนางที่จวนของนางเลยหมอหลิว เมื่อคำนวณแล้วว่ารั่วซีนางใกล้คลอด เขาก็ลางานในสำนักหมอหลวงโดยบอกว่าจะไปช่วยรั่วซีนางจัดตั้งโรงหมอที่เมืองหย่งเป่ย แล้วพาครอบครัวเดินทางไปหย่ง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด

    เริ่มแรกโรงหมอเปิดทำการรักษาโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมารักษาและเพื่อให้หมอต้วนได้มีโอกาสตรวจและรักษาจากตัวผู้ป่วยจริงถึงจะบอกว่าเป็นการรักษาโดยไม่คิดเงิน แต่หากชาวบ้านคนใดที่ต้องการจ่ายเงินค่ายาหรือค่ารักษา จะมีกล่องไม้ที่ตั้งเอาไว้เปิดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เงินส่วนนี้รั่วซีนางยกให้หมอต้วนทั้งหมด ลูกจ้างในร้านคนใดที่พอจะมีความสามารถด้านการแพทย์ นางก็สอนการแพทย์ให้พวกเขาด้วยเช่นกันรั่วซีนางส่งข่าวไปที่จวนตระกูลหลิวว่านางพักอยู่ที่เมืองซิวเชียง เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ข่าวจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงนางก็มีเพียงเรื่องจินตงเฉิงเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แม้จะอยู่ในวัยยังไม่ถึงเจ็ดหนาว แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา อาจารย์ในสำนักศึกษาก็รับเขาเอาไว้ทันที จินตงชุนเองก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อรอสอบจวี่เหรินในอีกหกเดือนข้างหน้าตระกูลหลิวใช้ชีวิตเช่นเดิม หมอหลิวก็เดินทางไปทำงานในสำนักหมอหลวงทุกวัน ฮูหยินหลิวก็เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาและงานมงคลเช่นปกติ เมื่อพบเจอเสิ่นซื่อนางก็ไม่ได้ทำตัวเหินห่างหรือว่าแสดงอาการอันใดออกมาให้เสิ่นซื่อสงสัยเสิ่นซื่อเองก็ลองหยั่งเชิงฮูหยินหลิวอยู่บ่อยครั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แต่นางคือภรรยาของข้า

    มู่ฉินฉานรู้แก่ใจว่าหมอหลิวคงรู้เรื่องของตนและรั่วซีแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของหมอหลิวเสียงดัง แผ่นหลังที่เคยยืดตรงยามนี้มันห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นหวัง“ก่อนหน้าข้าน้อยไม่รู้ความกระทำเรื่องไม่ดีลงไป ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายกับคุณหนูเว่ย หวังว่าท่านหมอจะเมตตาข้าน้อยสักครั้งขอรับ ได้โปรดบอกข้าน้อยเถิดขอรับว่าซีซีนางอยู่ที่ใด”หมอหลิวหรี่ตามองมู่ฉินฉานที่ดูเหมือนว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางไปที่ใด เจ้าก็รู้ว่าซีซีนางมีความปรารถนาต้องการสร้างโรงหมอ เผยแพร่ความรู้ของนางสร้างหมอทั่วแคว้นต้าหลี่ ข้าบอกได้เพียงว่านางเดินทางออกไปแล้ว”มู่ฉินฉานเงยหน้าขึ้นมองหมอหลิวเพื่อใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดจริงเท็จเพียงใด แต่ก็เห็นเพียงแววตาที่เศร้าหมองของเขาเมื่อเอ่ยถึงรั่วซีเท่านั้น“นางเดินทางไปนานแล้วหรือยังขอรับ ไปทิศทางใด ได้โปรดบอกกล่าวข้าน้อยด้วยขอรับ”“นางเดินทางไปได้สามวันแล้ว ข้าเองก็ไม่แน่ใจทิศทางที่นางจะไป นางบอกเพียงจะส่งข่าวมา แต่ยามนี้ยังไม่มีสิ่งใดมาถึงข้า” เขาไม่บอกข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มู่ฉินฉานรู้ เขาหลอกลวงรั่วซีมาเนิ่นนาน ท

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เสียงของนางไม่มีผู้ใดรับฟัง

    รั่วซีวิ่งไปก็ร้องตะโกนไปด้วย “มันไม่ใช่โรคระบาด เป็นเพียงโรคท้องร่วงเท่านั้น” นางหวังว่าเสียงอันดังของนางจะมีชาวบ้านเชื่อนางสักคนหากเขาออกเดินทางไปเสี่ยงตายตอนนี้ มิใช่ว่าจะยิ่งลำบากไปใหญ่หรือ มีชาวบ้านที่ผันตัวมาเป็นโจรออกปล้นชิง และไม่รู้ว่าประตูเมืองจะเปิดให้พวกเขาผ่านทางหรือไม่ความกังวลของรั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   โรคท้องร่วงเกิดขึ้นแล้ว

    จินตงชุนก่อกองไฟเอาไว้ที่หน้าปากหลุมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ด้านใน พวกเขาเก็บฟืนมาไว้มากพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งคืน รั่วซียังตั้งกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำจนเต็ม วางไฟข้างๆ กองไฟ จะได้มีน้ำอุ่นๆ เอาไว้ดื่มสามพี่น้องเหน็ดเหนื่อยและเสียขวัญมาตลอดทั้งวัน พอจัดเตรียมที่หลับนอนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็นอนชิดกันแล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าจะฆ่าลูกข้าหรือไง!!!

    จินตงชุนไม่อาจขัดขวางน้องสาวได้ เขาจึงลงมือก่อไฟขึ้นมา ยังดีที่นายทหารจงให้ไต้จุดไฟกับเขามาด้วย จินตงเฉิงรีบช่วยหากิ่งไม้แห้งมากองเอาไว้ เมื่อได้ยินว่ามันกินได้ หัวมันตรงหน้ายังดูน่ากินกว่าแป้งทอดแข็งๆ เสียอีกรั่วซีขุดมันขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง นางก็รีบนำไปล้างน้ำระหว่างรอจินตงชุนก่อไฟ แต่เรื่องน่าแปล

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ค่ายผู้อพยพ

    จินตงชุน แจ้งเรื่องที่พูดกับทหารที่พามาส่งเมื่อครู่กับเขา ก่อนที่เขาจะทำหน้าลำบากใจแล้วเดินนำพาสามพี่น้องไปยังด้านหลังด้านหน้ามีกระโจมพักเรียงรายอยู่นับร้อยหลังเห็นจะได้ แต่ล้วนมีคนอยู่จนเต็มหมดแล้ว ส่วนมากก็เป็นพวกครอบครัวขุนนางระดับท้องถิ่น และพวกคหบดีผู้มั่งมีทั้งหลายเพียงแค่นี้รั่วซีก็เห็นถึง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status