LOGIN“แต่เค้าก็มากับลิลลี่”
“แล้วลิลลี่จะดูแลมึงได้แค่ไหน!”
“เหนือ! แกพูดแรงไปแล้วนะ”
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดีขึ้น ลิลลี่รีบเข้ามาขัดทันที
“เงียบไปลิลลี่”
“แต่---”
“กูบอกให้เงียบ”
น้ำเสียงนั้นทำให้ลิลลี่ชะงัก เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเหนือฟ้าจ้องเขม็งมาทางเธอ จนเพียงฟ้าเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัดจวนแทบอาเจียน หญิงสาวหันไปมองด้านหลัง หวังให้ชายหนุ่มสามคนที่เหลือช่วยระงับอารมณ์ของเหนือฟ้า
“วายุ ฟง เฟย…”
ทว่าความหวังที่จะให้พวกเขาช่วยห้ามเหนือฟ้ากลับหายไปทันที เพราะวายุกับฟงไม่ได้มีสีหน้าสงบอย่างที่ควรจะเป็น ดวงตาคู่นั้นกำลังจับจ้องต้าอย่างเย็นชา แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่แววตากลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดไหน ๆ
“อย่าเข้ามาใกล้เพียงฟ้า”
แม้แต่เฟยเองก็เช่นกัน เขายืนเงียบมือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตากลับไม่ได้ยิ้มด้วย
“พวกนายก็เป็นอะไรไปอีก”
ทว่ากลับไม่มีใครตอบ ทั้งสี่คนยืนเรียงกันราวกับกำแพงขนาดใหญ่ที่กำลังปิดล้อมเธอเอาไว้ จนลิลลี่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบคว้าแขนเพื่อน
“ยัยฟ้า แกกลับก่อนเถอะ”
“แต่...”
“กลับไปก่อน แกก็รู้จักพวกนั้นดี ขืนปล่อยให้ยืนเถียงกันต่อร้านได้แตกแน่” ลิลลี่กระซิบ
เพียงฟ้ามองหน้าเพื่อนทั้งสี่คนทีละคน ในเมื่อไม่มีใครดูเหมือนจะยอมถอย สุดท้ายเธอจึงต้องพยักหน้ารับแต่โดยดี
“ก็ได้...”
แต่ก่อนเดินออกไป เพียงฟ้าก็หันกลับมาหารุ่นพี่อย่างต้า ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง เขาเพียงส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“ถ้าถึงห้องแล้วทักบอกพี่ด้วยนะครับ”
“เอ่อ...”
“งั้นแลกคอนแทคกันไว้ไหม เผื่อว่าพวกเราจะได้แชร์เพลงหรือหนังที่ชอบกัน” ต้าไม่รอช้า เขาหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาส่งให้เพียงฟ้า
“โอเค---”
แต่ทว่ายังไม่ทันที่เพียงฟ้าจะได้เอ่ยจนจบ โทรศัพท์ในมือต้าถูกเฟยคว้าไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หญิงสาวหน้าเหวออยู่ตรงนั้น เฟยไม่ปล่อยให้เสียเวลาเขาก้มมองหน้าจอ ก่อนจะพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปด้วยสีหน้าใจเย็น จากนั้นจึงยื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ
“เพียงฟ้าไม่สะดวกให้ครับ ถ้าจะติดต่อ...ติดต่อผ่านผมก็ได้” รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อ๋อ ได้สิ” ต้ามองหน้าชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของลิลลี่ทั้งแต่แรก เธอกลอกตากับความเจ้าเล่ห์ของเฟย ทั้งที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าเป็นหนุ่มเนิร์ดแท้ ๆ ที่ไหนได้ก็ไม่ต่างจากแฝดพี่มันเลยนี่หว่า แต่เธอไม่พูดอะไรอีกเพราะรู้ดีว่ายังไงก็ไม่มีใครฟังอยู่แล้ว
ในเวลาเดียวกันเพียงฟ้าก็โดนเหนือฟ้าลากออกมาทันทีที่เธอโดนขอคอนแทค บรรยากาศภายในโรงจอดรถเงียบงันกว่าปกติ เสียงดนตรีถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของสองคนที่เดินเคียงกัน
“เหนือ”
“…” ชายหนุ่มกึ่งจูงกึ่งลากเพียงฟ้าโดยไม่ปริปากตอบ
“เหนือฟ้า!”
ทว่าครั้งนี้กลับได้ผล ทันทีที่เพียงแหวของเพียงฟ้าดังขึ้น ชายหนุ่มก็หยุดชะงักโดยพลัน จนใบหน้าของเพียงฟ้าเกือบชนแผ่นหลังกว้าง
“อะไร”
“โกรธอะไรเค้าขนาดนั้น”
“มึงรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป”
“เค้าแค่มาเที่ยว”
“แต่นี่มันร้านเหล้า”
“แล้วมันยังไง พวกนายยังมาได้เลย ทำไมเค้าจะมาบ้างไม่ได้” เพียงฟ้าขมวดคิ้ว
“มันไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนยังไง!”
น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นเทาด้วยความรู้สึกสับสน และความรู้อัดอั้นในเวลาเดียว เธอสะบัดมือของเหนือฟ้าออก
“เค้าโตแล้วนะ เค้าดูแลตัวเองได้”
“แล้วทำไมเมื่อกี้ลิลลี่มันบอกกูว่ามึงเจอไอ้พวกหื่น ๆ มาลวนลาม แล้วทำไมโทรมาหากู มึงไปพึ่งไอ้หน้าจืดนั่นทำไม!”
“อย่างน้อยพี่ต้าก็ช่วยเค้าโดยไม่ดุ”
ประโยคนั้นแทงใจเหนือฟ้าอย่างจัง เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะก้มมองเพียงฟ้าที่ตอนนี้แสนจะดื้อรั้น จนเขาอยากจะจับมาตีก้นให้หายดื้อ
“มึงชอบมันมากหรือไง”
“เค้าไม่ได้พูดแบบนั้น”
“ก็เห็นคุยกันสนุกดีนี่”
“แล้วเค้าจะคุยกับใครไม่ได้เลยหรือไง ทีตัวเองยังควงสาวไม่ซ้ำหน้า เค้ายังไม่เคยห้ามเลยด้วยซ้ำ”
เหนือฟ้ากำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำนั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงโกรธมากขนาดนี้ เพียงแค่เห็นเธอหัวเราะกับผู้ชายคนนั้น แค่เห็นเธอแลกคอนแทค หรือแค่คิดว่าหลังจากนี้อาจมีผู้ชายคนอื่นเข้ามาดูแลเธอแทนพวกเขา
หัวใจก็เหมือนถูกบีบรัด แต่เขาไม่เข้าใจมัน และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอารมณ์เสียขนาดนี้
“มึงนี่มัน...”
“เค้าทำอะไรผิด”
เหนือฟ้าที่ตอนแรกจะเดินไปสงบสติอารมณ์ ทว่าเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดลง เพราะเสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ดังตามหลังมา เพียงเท่านั้นก็เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากข้อเท้าเอาไว้
ชายหนุ่มหันกลับไปทันที เพียงฟ้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ดวงตากลมแดงก่ำเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาเต็มหน่วย ก่อนที่หยดหนึ่งจะไหลผ่านแก้มอวบลงมาอย่างเงียบ ๆ
เพียงเท่านั้นความโกรธที่มีทั้งหมด เหมือนถูกดับลงด้วยน้ำตาของเธอในชั่วพริบตา
“เฮ้ย” เหนือฟ้าสบถเบา ๆ
เมื่อครู่เขายังคิดว่าตัวเองโกรธหญิงสาวเบื้องหน้า แต่ตอนนี้กลับตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก ไวกว่าความคิดเหนือฟ้าเดินกลับไปหาเธออย่างรวดเร็ว
“เพียงฟ้า อย่าร้องดิ”
น้ำเสียงของคนปากแข็งอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเม้มริมฝีปาก พยายามเช็ดน้ำตาเอง แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงหน้า ก่อนสุดท้ายจะถอนหายใจแล้วใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ
“กูขอโทษ ที่เมื่อกี้กูเสียงดังใส่”
“…” เพียงฟ้าเงยหน้ามองเขา
“ขอโทษ” เขาพูดซ้ำอีกครั้งราวกับกลัวเธอไม่ได้ยิน
“...”
“อย่าร้องนะ พอเห็นน้ำตามึงกูแม่งหมาฉิบหาย”
เหนือฟ้ารีบเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเนียน เมื่อเพียงฟ้าหลุดสะอื้นออกมาเล็กน้อย
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องแล้ว กูขอโทษ จะให้กูคุกเข่าก็ยอม หยุดร้องก่อนได้ไหม”
คำปลอบที่ไม่เข้ากับบุคลิกชายหนุ่มเลยแม้ แต่น้อยทำให้ลิลลี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับหลุดยิ้ม แน่นอนว่าเธอยังคงกังวลกับเพื่อนสาวตัวอวบจนต้องแอบมาดู จนกระทั่งเห็นคนที่เมื่อครู่ยังทำหน้าเหมือนจะฆ่าคน ตอนนี้กลับยืนโอ๋ผู้หญิงตัวเล็กจนแทบจะกลายเป็นหมาตัวโตหงอย ๆ ไปแล้ว
“กูผิดเอง กูไม่ควรไปขึ้นเสียงใส่มึง” เหนือฟ้าพูดเสียงเบา
“เค้าก็ผิดเหมือนกัน” เพียงฟ้าก้มหน้าลง
“มึงไม่ผิด”
“แต่เค้ามาโดยไม่บอกพวกนายจริง ๆ ”
“เรื่องนั้น กูยอมรับว่ากูเป็นห่วง แต่กูไม่มีสิทธิ์มาสั่งมึงทุกอย่าง ไม่ว่ามึงจะไปที่ไหนไปกับใคร นั่นมันก็สิทธิ์ของมึง” เขาขยี้ศีรษะอย่างหงุดหงิดตัวเอง
“เค้าโตแล้วนะ”
“รู้”
“เค้าดูแลตัวเองได้”
"รู้แล้ว"
“แล้วเค้าก็ไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีด้วย”
“กูรู้หมดแล้ว” เหนือฟ้าพยักหน้า ก่อนจะพูดออกมาอย่างยอมแพ้ “เพราะงั้นต่อไปมึงอยากไปไหนก็ไป แค่บอกกันไว้บ้างก็พอ”
“ทำไมต้องบอก” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ
“ก็...” เหนือฟ้าชะงัก
เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะถ้าพูดตามความจริง มันคงฟังดูแปลกเกินไป
เพราะกูเป็นห่วงมึง
เพราะกูไม่ชอบที่มึงอยู่กับผู้ชายคนอื่น
เพราะกูไม่อยากให้ใครมายุ่งกับมึง
แต่คำเหล่านั้นไม่ควรออกจากปากของเพื่อน
สุดท้ายจึงได้แต่ตอบแบบขอไปที
“ก็กูเป็นเพื่อนมึงไง”
“เหตุผลอะไรของเหนือเนี่ย”
เพียงฟ้ามองเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะทั้งน้ำตา จนเหนือฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นเธอกลับมายิ้มได้
“หัวเราะได้แล้วก็เลิกงอน”
“เค้ายังไม่ได้บอกเลยว่าหายงอน”
“อ้าว” เขาทำหน้าเหวอ “แล้วต้องทำไง”
“ไม่รู้ เหนือโตแล้วก็คิดเองสิ”
“งั้น...” ชายหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปดูหนังกัน”
“หืม?”
“ไปดูหนังที่ห้องกูไหม”
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห







