เข้าสู่ระบบปุณณธีร์ไม่พูดหรือตอบอะไรหญิงสาว แต่เขากลับใช้ร่างแกร่งดันผลักประตูเข้าไปด้านในและเดินเข้าอีกห้องทันทีที่สามารถทะลุเข้าหากันได้
ธารารินทร์เมื่อรู้ว่าห้องที่ชายหนุ่มอุ้มพาเธอเข้ามานั้นเป็นห้องและเตียงนอนที่เธอกับเขาเคยร่วมรักกันมา เธอจึงได้แต่ก้มหน้าหลบอย่างเอียงอาย
“รู้ว่าตัวเองป่วยยังจะมาทำงานทำไม” เขาพูดเพียงแค่นั้น ก็วางเธอลงที่เตียงอย่างช้า ๆ และเขาก็นั่งลงข้าง ๆ เธอ
“ฉะ...”
ธารารินทร์ที่กำลังจะอ้าปากขึ้นกลับต้องหุบลงฉับพลันทันที เมื่อปุณณธีร์หันมาใช้สายตามองเธออย่างไม่พอใจ ราวกับว่ากำลังข่มขู่ให้เธอกลัว
“น้ำ ทำไหวค่ะ” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองใหม่เมื่อเขาใช้สายตามองเธอแบบนี้ แล้วก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ก็ไม่กล้าสู้หน้าเขาอยู่ดี
“ฉันไม่ได้อยากรู้ ว่าเธอทำไหวหรือไม่ไหว” เขาตอกกลับทันควัน ปกติเขาเป็นคนไม่ต่อล้อต่อเถียงกีบใคร แต่ทำไมกับเธอเขาถึงเป็นคนพูดมากขนาดกัน
“ก็...”
“หรือที่โดนไปเมื่อคืนมันยังไม่พอ จะได้ย้ำอีกที...” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงที่ต่อต้าน เขาจึงยกเอาเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาขู่เธอ
“ไม่ค่ะ” ธารารินทร์รีบขยับถอยหนีทันที
ปุณณธีร์มองดูปฏิกิริยาของเธอ กลับต้องยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจอย่างนึกเอ็นดู ก่อนที่จะเอ่ยคำขาดขึ้นมา
“ต่อไปนี้ เธอไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีก...”
“นี่คุณ!!! แต่น้ำต้องใช้เงินนะคะ...” ธารารินทร์ตกใจไม่น้อยที่เขาพูดแบบนี้ นั้นแสดงว่าเขาไล่เธอออกใช่ไหม
“ไปอยู่กับฉันสิ” เสียงนุ่มทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นแค่นั้น โดยที่ยังคงทำท่าทางที่ขรึมนิ่ง
“อยู่กับคุณ?” เธอได้แต่เลิกคิ้วถามย้ำออกไป เพราะไม่เข้าใจในความหมายที่เขาพูดเลยสักนิด เขาจะให้เธอไปอยู่ด้วยทำไมกัน แล้วอยู่เพื่ออะไร ในฐานะอะไร
“อืม...ฉันมีเงินเดือนให้” เขาพยักหน้าตอบ แล้วเอ่ยบอกกับเธอ เพราะพอจะทราบในสิ่งเธอต้องการ
“แล้ว จะให้น้ำไปอยู่กับคุณในฐานะอะไรค่ะ” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปทันที
“ฉันเป็นคนเปิดซิงเธอน่ะ ไม่คิดจะเรียกร้องอะไรจากฉันเลยหรือยังไง” เขาจึงเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เมื่อเห็นว่าเธอยังคงเมินเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอ
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ๆ ป่านนี้คงจะร้องห่มร้องไห้ โวยวายให้เขารับผิดชอบแล้ว แต่เธอช่างไม่เหมือนใครจริง
“ก็...” ก็ในเมื่อมันเรียกร้องอะไรกลับคืนมาไม่ได้
“เธอก็อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอ เอาเป็นว่า ไปอยู่กับฉันค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันจะรับผิดชอบเอง จะได้ไม่ต้องวิ่งทำงานตัวเป็นเกลียวแบบนี้อีก” เขาพูดขึ้นอีก เพื่อที่เธอจะยอออมตกลงตามที่เขาพูด
“ก็น้ำไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีชีวิตที่สุขสบายแบบคุณนี่ค่ะ น้ำต้องทำงาน ต้องหาเงิน ชีวิตน้ำ ชีวิตแม่น้ำยังต้อองใช้เงิน” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ประชดประชันออย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“ต้องการเดือนเท่าไหร่?” เขาตัดสินใจถามเธออออกมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำถามเชิงดูถูกเธอ
“...” ธารารินทร์นิ่ง เพราะยังคงอึ้งมนคำถามโต้ง ๆ ของเขาที่ถามออกมา เขาเห็นเธอเป็นอะไรถึงถามคำถามนี้ออกมาได้
“ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง ถือเสียว่าเป็นค่า...ค่าที่ฉันรังแกเธอไปเมื่อคืนก็แล้วกัน” เขาไม่รู้ว่าควรจะหาเหตุผลใดขึ้นมาพูด จึงเอาแต่เรื่องเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาอ้างเพราะนึกถึงแต่เรื่องนี้
“คุณ...”
แต่คนที่ได้ยินประโยคนี้ กลับนึกหัวเสียขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้นกำลังใช้เงินซื้อเธอ
“ฉันไม่ได้มองว่าเธอขายตัวน่ะ เพียงแต่ว่า...” ปุณณธีร์จึงรีบแก้ต่าง เพราะเห็นว่าตอนนี้เธอชายตามองเขาอย่างไม่พอใจ
“...” ธารารินทร์ได้แต่นิ่งเงียบ พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรต่อจากนี้ดี และภายในใจ เธอก็รู้สึกผิดต่อแฟนหนุ่มที่นอกกายไปนอนกับคนอื่น
ปุณณธีร์จึงขยับตัวเข้าไปหาหญิงสาวใกล้ ๆ และยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กับเธอด้วย ก่อนที่กระซิบพูดเสียงเบา ๆ ที่ข้างหูของเธอ
“ฉันติดใจเซ็กส์เธอ...”
“คุณ! อื้อ...”
ธารารินทร์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบหันขวับกลับมา เพราะตกใจที่ได้ยินเขาพูดวาจาหื่นห่ามแบบนี้ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงของเธอก็ถูกกลืนลงคอเพราะปากหยักประกบปิดปากของเธอเสียแล้ว
เขาใช้ความไวและความชำชอง ป้อนจูบให้เธออย่างเมามัน และใช้จังหวะนี้ดันร่างบางให้นอนราบไปกับที่นอน โดยที่ปากยังคงประสานกันอยู่อย่างนั้น
“อย่าค่ะ...” ธารารินทร์รีบเอ่ยห้าม เมื่อรู้ว่ากำลังจะเลยเถิด
“คิดว่าห้ามได้?” สายตาคมจ้องมองไปนัยน์ตาลึกกลมโตของหญิงสาวอย่างท้าทาย
“นะ น้ำยังเจ็บอยู่”
ปุณณธีร์จึงยอมหยุดการกระทำของตัวเองไว้เพียงแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าเธอพูดความจริงไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใด ก็เพราะว่าเขานั้นแหละที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องเป็นแบบนี้
“ฉันก็ไม่ได้เป็นคนใจจืดใจดำขนาดที่จะทำอะไรคนป่วยหรอกน่า เจ็บมากเลยเหรอ?” แล้วเขาก็ถามเธอออกไปโต้ง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลย
“ใครเขาถามอะไรกันแบบนี้” เธอทำหน้าไม่พอใจใส่เขาและหันหน้าหลบทันที เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบเช่นไรดี และอีกอย่างเธออายที่ต้องมาตอบคำถามอะไรแบบนี้
ปุณณธีร์จึงได้เหยียดตัวลุกขึ้นนั่งที่เดิม โดยไม่หันมองคนที่นอนนิ่งบนที่นอนเลย และตัดสินใจเอ่ยชวนเธอขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ให้คำตอบเขา
“ไปอยู่กับฉันเถอะนะ”
“คุณไม่ถามน้ำหน่อยหรือค่ะ ว่าตอนนี้น้ำพักที่ไหนอยู่กับใคร น้ำ...” ธารารินทร์หันหน้ากลับมา และลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“ไม่จำเป็น เพราะฉันไม่ได้อยากรู้ แต่ถ้าให้ฉันเดาเธอก็คงยังไม่มีแฟนหรอก...”
“มี...” ธารารินทร์หันไปตอบเขาอย่างไว
“ถ้าอย่างนั้นก็คงพึ่งจะคบกันมีสินะ...” เขาหันหน้าไปพูดกับเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย
“คบกันได้เกือบจะสองปีแล้วค่ะ” เธอบอกกับเขาออกไปตามตรง
“แต่ไม่เคย???” เขาเลิกคิ้วมองเธออย่างท้าทาย ราวกับว่าเขาคือผู้ชนะที่มาเหนือกว่าเธอแทบทุกอย่าง
“ก็เขาเป็นสุภาพบุรุษ”
“ไอ้หน้าจืดนั่นอะนะ เป็นสุภาพบุรุษ หึ! ถูกผู้ชายหลอกแล้วล่ะยัยน้ำเน่าเอ้ย...” ปุณณธีร์หัวเราะขำออกมาในทันที ที่่เธออวยแฟนหนุ่มของเธอว่าสุภาพบุรุษ
“นี่ ไอ้...”
“ถ้าเธอด่า ฉันจะจูบให้ปากเปื่อยไปเลย” เขาพูดกับเธออย่างคาดโทษ เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะพ่นคำด่าออกมา
“ไม่กลัวติดไข้หรือไง”
“ถ้ากลัวคงไม่กล้าเข้าใกล็เธอหรอก ไหน ๆ เมื่อคืนฉันก็รังแกเธอไปแล้ว ฉันเป็นลูกผู้ชายพอ เลยมายื่นข้อเสนอให้นี้ไง เธอไปอยู่กับฉันจนกว่าเธอจะเรียนจบ จากนั้นเธอก็ค่อยไปก็ได้” เขาพูดขึ้นมาอย่างยาวเหยียด เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรับผิดชอบเธอนึก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่เขาเคยมีอะไรด้วยมั้ง
“อยู่ในฐานะอะไรค่ะ?” ธารารินทร์ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็...” ปุณณธีร์ได้แต่อ้ำอึ้ง
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







