เข้าสู่ระบบปุณณธีร์ไม่พูดหรือตอบอะไรหญิงสาว แต่เขากลับใช้ร่างแกร่งดันผลักประตูเข้าไปด้านในและเดินเข้าอีกห้องทันทีที่สามารถทะลุเข้าหากันได้
ธารารินทร์เมื่อรู้ว่าห้องที่ชายหนุ่มอุ้มพาเธอเข้ามานั้นเป็นห้องและเตียงนอนที่เธอกับเขาเคยร่วมรักกันมา เธอจึงได้แต่ก้มหน้าหลบอย่างเอียงอาย
“รู้ว่าตัวเองป่วยยังจะมาทำงานทำไม” เขาพูดเพียงแค่นั้น ก็วางเธอลงที่เตียงอย่างช้า ๆ และเขาก็นั่งลงข้าง ๆ เธอ
“ฉะ...”
ธารารินทร์ที่กำลังจะอ้าปากขึ้นกลับต้องหุบลงฉับพลันทันที เมื่อปุณณธีร์หันมาใช้สายตามองเธออย่างไม่พอใจ ราวกับว่ากำลังข่มขู่ให้เธอกลัว
“น้ำ ทำไหวค่ะ” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองใหม่เมื่อเขาใช้สายตามองเธอแบบนี้ แล้วก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ก็ไม่กล้าสู้หน้าเขาอยู่ดี
“ฉันไม่ได้อยากรู้ ว่าเธอทำไหวหรือไม่ไหว” เขาตอกกลับทันควัน ปกติเขาเป็นคนไม่ต่อล้อต่อเถียงกีบใคร แต่ทำไมกับเธอเขาถึงเป็นคนพูดมากขนาดกัน
“ก็...”
“หรือที่โดนไปเมื่อคืนมันยังไม่พอ จะได้ย้ำอีกที...” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงที่ต่อต้าน เขาจึงยกเอาเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาขู่เธอ
“ไม่ค่ะ” ธารารินทร์รีบขยับถอยหนีทันที
ปุณณธีร์มองดูปฏิกิริยาของเธอ กลับต้องยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจอย่างนึกเอ็นดู ก่อนที่จะเอ่ยคำขาดขึ้นมา
“ต่อไปนี้ เธอไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีก...”
“นี่คุณ!!! แต่น้ำต้องใช้เงินนะคะ...” ธารารินทร์ตกใจไม่น้อยที่เขาพูดแบบนี้ นั้นแสดงว่าเขาไล่เธอออกใช่ไหม
“ไปอยู่กับฉันสิ” เสียงนุ่มทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นแค่นั้น โดยที่ยังคงทำท่าทางที่ขรึมนิ่ง
“อยู่กับคุณ?” เธอได้แต่เลิกคิ้วถามย้ำออกไป เพราะไม่เข้าใจในความหมายที่เขาพูดเลยสักนิด เขาจะให้เธอไปอยู่ด้วยทำไมกัน แล้วอยู่เพื่ออะไร ในฐานะอะไร
“อืม...ฉันมีเงินเดือนให้” เขาพยักหน้าตอบ แล้วเอ่ยบอกกับเธอ เพราะพอจะทราบในสิ่งเธอต้องการ
“แล้ว จะให้น้ำไปอยู่กับคุณในฐานะอะไรค่ะ” เธอตัดสินใจถามเขาออกไปทันที
“ฉันเป็นคนเปิดซิงเธอน่ะ ไม่คิดจะเรียกร้องอะไรจากฉันเลยหรือยังไง” เขาจึงเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เมื่อเห็นว่าเธอยังคงเมินเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอ
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ๆ ป่านนี้คงจะร้องห่มร้องไห้ โวยวายให้เขารับผิดชอบแล้ว แต่เธอช่างไม่เหมือนใครจริง
“ก็...” ก็ในเมื่อมันเรียกร้องอะไรกลับคืนมาไม่ได้
“เธอก็อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากเอาเปรียบเธอ เอาเป็นว่า ไปอยู่กับฉันค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันจะรับผิดชอบเอง จะได้ไม่ต้องวิ่งทำงานตัวเป็นเกลียวแบบนี้อีก” เขาพูดขึ้นอีก เพื่อที่เธอจะยอออมตกลงตามที่เขาพูด
“ก็น้ำไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีชีวิตที่สุขสบายแบบคุณนี่ค่ะ น้ำต้องทำงาน ต้องหาเงิน ชีวิตน้ำ ชีวิตแม่น้ำยังต้อองใช้เงิน” เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ประชดประชันออย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“ต้องการเดือนเท่าไหร่?” เขาตัดสินใจถามเธออออกมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำถามเชิงดูถูกเธอ
“...” ธารารินทร์นิ่ง เพราะยังคงอึ้งมนคำถามโต้ง ๆ ของเขาที่ถามออกมา เขาเห็นเธอเป็นอะไรถึงถามคำถามนี้ออกมาได้
“ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง ถือเสียว่าเป็นค่า...ค่าที่ฉันรังแกเธอไปเมื่อคืนก็แล้วกัน” เขาไม่รู้ว่าควรจะหาเหตุผลใดขึ้นมาพูด จึงเอาแต่เรื่องเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาอ้างเพราะนึกถึงแต่เรื่องนี้
“คุณ...”
แต่คนที่ได้ยินประโยคนี้ กลับนึกหัวเสียขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้นกำลังใช้เงินซื้อเธอ
“ฉันไม่ได้มองว่าเธอขายตัวน่ะ เพียงแต่ว่า...” ปุณณธีร์จึงรีบแก้ต่าง เพราะเห็นว่าตอนนี้เธอชายตามองเขาอย่างไม่พอใจ
“...” ธารารินทร์ได้แต่นิ่งเงียบ พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรต่อจากนี้ดี และภายในใจ เธอก็รู้สึกผิดต่อแฟนหนุ่มที่นอกกายไปนอนกับคนอื่น
ปุณณธีร์จึงขยับตัวเข้าไปหาหญิงสาวใกล้ ๆ และยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กับเธอด้วย ก่อนที่กระซิบพูดเสียงเบา ๆ ที่ข้างหูของเธอ
“ฉันติดใจเซ็กส์เธอ...”
“คุณ! อื้อ...”
ธารารินทร์ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบหันขวับกลับมา เพราะตกใจที่ได้ยินเขาพูดวาจาหื่นห่ามแบบนี้ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงของเธอก็ถูกกลืนลงคอเพราะปากหยักประกบปิดปากของเธอเสียแล้ว
เขาใช้ความไวและความชำชอง ป้อนจูบให้เธออย่างเมามัน และใช้จังหวะนี้ดันร่างบางให้นอนราบไปกับที่นอน โดยที่ปากยังคงประสานกันอยู่อย่างนั้น
“อย่าค่ะ...” ธารารินทร์รีบเอ่ยห้าม เมื่อรู้ว่ากำลังจะเลยเถิด
“คิดว่าห้ามได้?” สายตาคมจ้องมองไปนัยน์ตาลึกกลมโตของหญิงสาวอย่างท้าทาย
“นะ น้ำยังเจ็บอยู่”
ปุณณธีร์จึงยอมหยุดการกระทำของตัวเองไว้เพียงแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าเธอพูดความจริงไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใด ก็เพราะว่าเขานั้นแหละที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องเป็นแบบนี้
“ฉันก็ไม่ได้เป็นคนใจจืดใจดำขนาดที่จะทำอะไรคนป่วยหรอกน่า เจ็บมากเลยเหรอ?” แล้วเขาก็ถามเธอออกไปโต้ง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลย
“ใครเขาถามอะไรกันแบบนี้” เธอทำหน้าไม่พอใจใส่เขาและหันหน้าหลบทันที เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบเช่นไรดี และอีกอย่างเธออายที่ต้องมาตอบคำถามอะไรแบบนี้
ปุณณธีร์จึงได้เหยียดตัวลุกขึ้นนั่งที่เดิม โดยไม่หันมองคนที่นอนนิ่งบนที่นอนเลย และตัดสินใจเอ่ยชวนเธอขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่ให้คำตอบเขา
“ไปอยู่กับฉันเถอะนะ”
“คุณไม่ถามน้ำหน่อยหรือค่ะ ว่าตอนนี้น้ำพักที่ไหนอยู่กับใคร น้ำ...” ธารารินทร์หันหน้ากลับมา และลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“ไม่จำเป็น เพราะฉันไม่ได้อยากรู้ แต่ถ้าให้ฉันเดาเธอก็คงยังไม่มีแฟนหรอก...”
“มี...” ธารารินทร์หันไปตอบเขาอย่างไว
“ถ้าอย่างนั้นก็คงพึ่งจะคบกันมีสินะ...” เขาหันหน้าไปพูดกับเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย
“คบกันได้เกือบจะสองปีแล้วค่ะ” เธอบอกกับเขาออกไปตามตรง
“แต่ไม่เคย???” เขาเลิกคิ้วมองเธออย่างท้าทาย ราวกับว่าเขาคือผู้ชนะที่มาเหนือกว่าเธอแทบทุกอย่าง
“ก็เขาเป็นสุภาพบุรุษ”
“ไอ้หน้าจืดนั่นอะนะ เป็นสุภาพบุรุษ หึ! ถูกผู้ชายหลอกแล้วล่ะยัยน้ำเน่าเอ้ย...” ปุณณธีร์หัวเราะขำออกมาในทันที ที่่เธออวยแฟนหนุ่มของเธอว่าสุภาพบุรุษ
“นี่ ไอ้...”
“ถ้าเธอด่า ฉันจะจูบให้ปากเปื่อยไปเลย” เขาพูดกับเธออย่างคาดโทษ เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะพ่นคำด่าออกมา
“ไม่กลัวติดไข้หรือไง”
“ถ้ากลัวคงไม่กล้าเข้าใกล็เธอหรอก ไหน ๆ เมื่อคืนฉันก็รังแกเธอไปแล้ว ฉันเป็นลูกผู้ชายพอ เลยมายื่นข้อเสนอให้นี้ไง เธอไปอยู่กับฉันจนกว่าเธอจะเรียนจบ จากนั้นเธอก็ค่อยไปก็ได้” เขาพูดขึ้นมาอย่างยาวเหยียด เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรับผิดชอบเธอนึก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่เขาเคยมีอะไรด้วยมั้ง
“อยู่ในฐานะอะไรค่ะ?” ธารารินทร์ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็...” ปุณณธีร์ได้แต่อ้ำอึ้ง
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







