LOGINตกเย็น
“แม่พูดว่าอะไรน่ะครับ ผมมีคู่หมั้นที่ปู่หมั้นไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว” ปุณณธีร์ร้องถามย้ำผู้เป็นแม่ขึ้นมาทันที เมื่อนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขกแล้วผู้เป็นแม่เล่าบอก
“อืม...เป็นลูกสาวน้าศจี น้องลูกจันทร์ไง” ปราณีจึงยอมเล่าบอกความจริงกับลูกชาย เพราะคิดว่าลูกชายควรรับรู้เรื่อองนี้สักที ส่วนลูกชายจะตัดสินใจก็แล้วแต่
“ลูกจันทร์?” ปุณณธีร์ได้แต่เลิกคิ้วมองหน้าคนเป็นแม่ เมื่อได้ยินชื่อนามที่คนเป็นแม่บอกออกมา เขาหน้าเจื่อนขึ้นมาทันที โลกมันจะกลมอะไรขนาดนั้น
“อย่าบอกน่ะว่าแก...” ธนาพูดสวนขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปและปฏิกิริยาของลูกชายก็พอจะเดาอะไรออกบ้าง
“ครับ” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับกับผู้เป็นพ่อ เพราะไม่มีอะไรที่จะปิดบังแล้ว ในเมื่อพวกท่านกล้าถาม เขาก็กล้าตอบออกไปตามตรง
“แล้วแบบนี้ ฝั่งนั้นเขาจะไม่มัดมือชกแกเหรอตาธาม” ปราณีเริ่มโวยวายขึ้นเสียงใส่ลูกชาย เพราะกลัวว่าลูกชายจะตกที่นั่งลำบากเข้า หากว่าฝ่ายหญิงจะมาประท้วงให้รับผิดชอบเข้า
“เรื่องมันผ่านมานานแล้วครับพ่อแม่ เราก็แค่สนุกกันแค่นั้นตามประสาวัยรุ่นเอง แล้วอีกอย่างใครจะไปรู้ล่ะว่าลูกจันทร์คือคู่หมั้น ไม่งั้นผมจะไม่ไปยุ่งหรือแตะเด็ดขาด” ปุณณธีร์ได้แต่ยอมรับกับผู้ให้กำเนิดทั้งสอง และรู้สึกผิดที่ตนไม่ยับยั้ง
“แกผิดตั้งแต่ที่แกไปนอนกับผู้หญิงไม่เลือกแล้วตาธาม แล้วอีกอย่างแกดันเล่นกับคนรู้จักอีก แถมยังพูดจาออกมาแบบนี้ พ่อถามแกหน่อยเถะ แกไม่มีความรู้สึกหรือหวั่นไหวอะไรเลยเหรอ” ธนาได้แต่ต่อว่าลูกชาย
“ใครเขาจะเอาใจไปผูกกับคู่นอนกันละครับ พ่อเองก็น่าจะรู้...”
“ไม่รู้พ่อกับแม่แก เป็นผัวเดียวเมียเดียวมาตลอด แต่ยุคสมัยนี้พ่อเข้าใจว่าอะไรมันก็เปลี่ยนไป แต่แกอย่าประมาทเชียวล่ะ” ธนาชิ่งพูดขึ้นมาก่อนที่ลุกชายจะพูดจบ ตนเข้าใจดีว่ายุคสมัยมันเปลี่ยน ตนไม่ถือว่าผู้หญิงที่ลูกชายเลือกจะมีอดีตแบบไหน เพียงแต่ตนอยากตำหนิตักเตือนลูกชายบ้าง
“ผมป้องกันอย่างดีครับและไม่เคยไปซ้ำกับใครหลายรอบ” (แต่เมื่อคืนคือหนักจริง ๆ แถมปล่อยน้ำใส่ไปด้วยเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย) ประโยคแรกเขาพูดอย่างมั่นใจ และประโยคหลังเขากลับเสียงแผ่วลง
“เพลา ๆ ลงบ้างน่ะตาธาม แม่กลัวว่าแกจะเจอดีเข้าสักวัน แม่บอกไว้ก่อนเลยน่ะ แม่ไม่ยอมรับผู้หญิงที่แกใช้เป็นคู่นอนมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด” ปราณีตักเตือนลูกชายขึ้นอีกคน และพูดบอกอย่างเด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะขัดกับสามีก็ตาม
เดิมทีปราณีอยากจะยุยงให้ลูกชายตกลงปลงใจ ได้สะใภ้คนที่ผู้เป็นพ่อสามีหมั้นหมายไว้ให้ มาเป็นสะใภ้ของบ้าน แต่พอลูกชายบอกว่าเคยสนุกกันแบบนี้ เธอก็เด็ดขาดตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นมาแบบไม่ลังเลเลยทันที
“แล้วถ้าผม...”
“แกอย่ามาล้อเล่นตาธาม อาทิตย์หน้าบ้านโน้นเขาจะเข้ามาคุย ยังไงก็กลับมาบ้านด้วยล่ะ” ปราณีพูดแทรกลูกชายขึ้นมาเสียก่อน
“ครับ ถ้างั้นผมไปแล้วนะครับ” เมื่อคนเป็นแม่เด็ดขาด ปุณณธีร์จึงได้แต่ข้อตัวลา
“แล้วไม่คิดจะค้างที่บ้านอีกสักคืนสองคืน?” ธนาถามลูกชายขึ้นมาบ้าง
“ไม่ครับ มีธุระที่ต้องจัดการต่อ” ปุณณธีร์ตอบผู้พ่อ แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที
*
*
Night Club
“คุณธามมีอะไรหรือเปล่าค่ะ” ใบหม่อนเอ่ยถามผู้เจ้านายขึ้น เมื่อเธอสังเกตุเห็นว่าเขามายืนมองตรงที่เธอทำงานอยู่สักพักแล้ว
“พี่รับเด็กใหม่เข้ามา ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ปุณณธีร์เอ่ยเข้าประเด็นทันที เพราะเรื่องนี้เขาไม่ทราบจริง หากว่าเมื่อวานเขาไม่เจอกับธารารินทร์เขาคงไม่รู้ว่าที่นี่รับพนักงานอายุต่ำกว่ายี่สิบปีเข้ามาทำงาน และอีกอย่างเด็กใหม่คนนี้ไม่ได้รับการจ่ายเงินจากบัญชีทางร้านด้วย เขาเลยไม่รู้
“คือพี่ขอโทษค่ะ” ใบหม่อนรีบขอโทษขอโพยผู้เป็นเจ้านายทันที เมื่อเขารู้ความจริงแล้ว และเธอก็กลัวว่าปุณณธีร์จะโกรธและไล่เธอออกด้วย ที่เธอทำผิดอีกครั้ง
“แล้วอีกอย่างคือเด็กใหม่คนนี้ก็อายุไม่ถึงยี่สิบด้วย” ปุณณธีร์พูดตอกย้ำขึ้นมาอีก
เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยพอใจอยู่แล้วที่ผู้จัดการรับคนเข้ามาโดยที่เขาไม่ทราบ และที่ไม่พอใจอีกอย่างคือผู้จัดการคนนี้ทำอะไรโดยข้ามหน้าข้ามตาเขาอีกแล้ว
“คุณธาม คือพี่ขอโทษจริง ๆ ค่ะ แต่น้องเขาเป็นเด็กดีมากเลยค่ะ ทำงานส่งตัวเองเรียนแถมเป็นคนขยันพี่เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้เลยรับเอาไว้ แต่สบายใจได้ค่ะ น้องเขาจะไม่มาวุ่นวายตรงนี้เด็ดขาดเพราะน้องไม่ได้ทำแผนกเสิร์ฟหรือรับแขก” เธอรีบแก้ต่าง โดยยกเอาความดีของธารารินทร์ขึ้นมาอ้าง เผื่อว่าปุณณธีร์จะเห็นใจ
“ไม่ได้รับแขก แล้ว?” ปุณณธีร์ถามขึ้นอย่างสงสัย และก็แปลกใจที่หญิงผู้จัดการพูดแบบนี้ แต่เขาก็นึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะเขาพึ่งเคยเจอธารารินทร์เมื่อคืนนี้เอง ทั้งที่เธอเข้ามาทำงานได้ตั้งหลายวันแล้วพอสมควร
“คุณแทนไทให้ไปช่วยงานที่ห้องคุณแทนไทแทนค่ะ ไม่ใช้น้องน้ำมารับแขกข้างล่าง” ใบหม่อนจึงบอกความจริงกับผู้เป็นเจ้านาย
“ช่วยงานไอ้แทน?” ปุณณธีร์ถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ
“ค่ะ คุณแทนบอกว่าน้องน้ำเป็นเพื่อน”
“ดี พากันทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาฉันไปหมด ให้มันได้อย่างนี้สิ ไปตามเด็กใหม่ขึ้นไปพบฉันที่ห้องทำงานด้วย” ปุณณธีร์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะเอ่ยสั่งสาวผู้จัดการร้าน และเดินขึ้นไปชั้นบนทันทีด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
“คะ ค่ะ”
*
*
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ว้าย คุณ!”
ทันทีที่ประตูห้องทำงานของปุณณธีร์เปิดออก หญิงสาวก็ร้องเสียงหลงขึ้นมาทันที เพราะร่างบางลอยไปอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าของห้องเข้าเสียแล้ว
“จะเสียงดังทำไม นี่เธอ! ทำไมตัวร้อนขนาดนี้” ปุณณธีร์ตั้งใจจะดุเธอ แต่เมื่อร่างกายสัมผัสถึงอุณหภูมิในร่างกายของหญิงสาวที่ผิดปกตินั้น เขาก็กลับเปลี่ยนน้ำเสียงถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย
“คือ...”
“เธอป่วยขนาดนี้ ก็ยังจะมาทำงานอีกน่ะ” เขาดุเธอขึ้นมาทันที
“ก็ ว้าย...”
ยังไม่ทันที่ธารารินทร์จะได้เอ่ยตอบอะไร ปุณณธีร์ก็ช้อนเธอขึ้นมาในอ้อมอกในท่าเจ้าสาวเสียแล้ว และด้วยความกลัวตกโดยสันชาตญาณ เธอรีบยกแขนขึ้นคล้องคอเขาเอาไว้ทันที เพราะกลัวตกเหมือนกัน
ปุณณธีร์ได้แต่มองหน้าเธอเชิงข่มขู่ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา และเขาก็สาวเท้าพาเธอเดินเข้าไปทางด้านในห้อง
“แล้ว???”
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







