Masuk“แล้วถ้าน้ำไปอยู่กับคุณ น้ำต้องทำอะไรบ้าง” เธอถามรายละเอียดกับเขาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากให้เธอไปอยู่กับเขานัก
“ก็งานแม่บ้านทั่วไป เอาเท่าที่เธอทำไหวก็พอ”
“แค่นี้จริงเหรอค่ะ...” เธอจึงถามเขาอีกเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะให้เธอทำแค่เท่าที่เขาพูดมา
“ก็...เธอต้องยอมให้ฉันทำอะไรกับเธอด้วย” เขาจึงยอมพูดในสิ่งที่ตนต้องการ เมื่อธารารินทร์จี้เอารายละเอียดขนาดนี้
“???” เธอได้แต่เลิกคิ้วมอง อ้าปากค้าง เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้ เพราะเข้าใจความหมายที่เขาต้องแน่ชัดแล้ว
“ก็เรื่องอย่างว่านั้นแหละ ไหน ๆ ก็มีอะไรกันไปแล้ว ก็มีต่อไปคงไม่มีอะไรเสียหายแล้ว และฉันก็จ่ายเงินเดือนเธอ เธอได้เงินฉันได้ตัวเธอ” เขาจึงแจ้งรายละเอียกกับเธอถึงส่วนได้ส่วนเสีย
“เหมือนน้ำขายตัว หรือเป็นนางบำเรอเลยนะคะ” ธารารินทร์ขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
“แล้วแต่เธอจะคิดเลย ฉันก็พยายามยื่นข้อเสนอดี ๆ ให้ โดยที่เธอไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยเปล่า ไม่ดีหรือไง” เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดโน้มน้าวเธออย่างไร เขาก็พูดออกไปแบบไม่อ้อมค้อม
“ไม่ดีค่ะ น้ำไม่ต้องการความรับผิดชอบจากคุณ และอีกอย่างน้ำไม่อยาก...” ธารารินทร์รีบปฏิเสธทันควัน เพราะเธอไม่ต้องความรับผิดชอบจากเขาอยู่แล้ว
“บอกเลิกแฟนเธอสะ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นก่อนที่เธอจะได้เอ่ยจบ
“คุณ!”
“ถ้าอย่างนั้นคลิปนี้...”
เมื่อเห็นว่าธารารินทร์ยังคงนิ่งเฉย เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา แล้วเปิดอะไรบ้างอย่างพอแค่ให้เธอได้ยินเสียงของเธอเพื่อเป็นการข่มขู่ ให้เธอยอมทำตามที่เขาสั่ง
“นี่คุณ!!!” ธารารินทร์เบิกตากว้าง รีบคว้าโทรศัพท์ของชายหนุ่มอย่างไว แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเขารีบกดปิดและใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาอย่างไว
“ฉันชื่อธาม เป็นเจ้าของที่นี่ และก็เป็นพี่ชายไอ้แทนมันด้วย...” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินเธอเรียกเขาแต่ คุณ
ธารารินทร์นิ่งทำหน้าเจื่อนไปในทันที เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร พร้อมกับครุ่นคิดในใจ ว่าเขาเป็นคนมีฐานะชื่อเสียงโด่งดังทางธุรกิจขนาดนี้ ทำไมเขาถึงต้องอยากได้เธอไปเป็นนางบำเรอของเขาด้วย
“มานี้ จะพาไปดูอะไร เธอจะได้หูตาสว่างเสียที ว่าแท้จริงแล้วไอ้แฟนหนุ่มสุภาพบุรุษของเธอมันเป็นคนยังไงกันแน่” แล้วเขาก็คว้าข้อมือของเธอ เพื่อที่จะพาเธอไปดูอะไรบางอย่าง
“ไม่...”
“ถ้าไม่ไป ฉันจะปล้ำเธอตรงนี้ตอนนี้และเดี๋ยวนี้”
คำขู่เป็นในทันที และธารารินทร์ก็ยอมทำตามที่เขาบอก เธอลุกขึ้นและเดินไปตามเขา โดยที่เธอไม่พูดอะไร
ปุณณธีร์พาเธอเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งของสถานบันเทิงแห่ง เธอยอมเนตามเขาเข้าไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่กล้าถามอะไรเขากลับไปสักคำ
เขาบอกกับทุกคนที่อยู่ภายในห้องนี้ออกไปให้หมด เหลือแต่เขากับเธอที่อยู่ตามลำพัง ก่อนที่เขาจะเปิดอะไรบางอย่างขึ้นมาให้เธอดู
“ที่นี่มีกล้องแบบนี้ทุกที่เลยเหรอ แล้วเมื่อคืน...” เธอพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล เมื่อเห็นอะไรบางอย่างบนจอสี่เหลี่ยมที่ปุณณธีร์เปิดขึ้นให้เธอดู
“ไม่มี เรื่องเมื่อคืนมีแค่เราที่รู้กันอยู่สองคน แต่ถ้าอยาก...” เขารีบพูดแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะคิดเป็นตุเป็นตะ
“แล้วนี้?”
“มีแค่หน้าห้อง ข้างในไม่มีกล้องเลย เธอสบายใจได้” เขาอธิบายบอกกับเธอ
“เอก!!!” ธารารินทร์ร้องอุทานออกมาทันที เมื่อดูหน้าจอที่เขาเปิดขึ้นมา แล้วเห็ว่าคนคนนั้นเป็นแฟนหนุ่มของเธอ เขามาที่นี่ด้วยเหรอ ไหนบอกว่าไม่ชอบเที่ยวในสถานที่แบบนี้ไง แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้
“เวลานี้ แสดงว่า...” ธารารินทร์พูดขึ้นอย่างนึกสงสัย เมื่อวันและเวลาบนหน้าจอแสดงขึ้นอย่างชัดเจน เธอก็เริ่มสับสน และพยายามปะติดปะต่อเรื่องขึ้นมา
“เวลาเดียวกันกับที่เราทำเรื่องอย่างว่าเลยเนอะ เพียงแต่ไอ้หน้าจืดนี้ออกมาก่อน” ปุณณธีร์จึงกระซิบที่ข้างหูของเธอเหมือนกับว่ากำลังล้อเลียน
ธารารินทร์ไม่สนใจกับคำพูดเอ่ยแซวของคนข้าง ๆ สายตาของเธอตอนนี้ใจจดใจจ่ออยู่แต่หน้าจอสี่เหลี่ยมที่ฉายภาพผู้คนเดินเพ่นพ่านอยู่หน้าห้อง
“พี่ฝ้าย! ไม่จริง...” เธออุทานเสียงหลงออกมา และส่ายหน้าพูดอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นว่าคนที่เดินออกมาตามหลังห้องที่แฟนหนุ่มของเธอออกมานั้น เป็นหญิงสาวที่เธอนับถือเหมือนพี่สาวนั่นเอง
“อย่าโลกสวยไปเลยเด็กน้อย สถานที่แบบนี้ทุกคนที่มาต่างก็ดีลกันนอกรอบทั้งนั้น บางคนก็เลือกไปเปิดโรงแรมข้างนอก ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปดูอะไร เพราะวันนี้ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้มาทำงานไม่ใช่เหรอ” ปุณณธีร์เห็นปฏิกิริยาของเธอ เขาจึงพูดเสียงให้เธอ เผื่อว่าเธอจะกลัวและเลิกทำงานในที่แบบนี้ แถมเขายังพูดเหมือนท้าทายเมื่อเห็นว่าเธอยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
“ไม่เอา”
“กลัวความจริง?”
“ไม่ได้กลัว” เธอเชิดหน้าขึ้นตอบเขาอย่างยอมรับการท้าทาย
“ถ้างั้นก็ไปพิสูจน์กับฉันสิให้เห็นด้วยตา เธอจะได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนยังไง และเธอจะได้รู้ด้วยว่าโลกภายนอกมันเลวร้ายแค่ไหน” เขาพูดเสียงเรียบนิ่งกับเธอ
ปุณณธีร์ใช้เวลาไม่นาน ก็ขับรถมาถึงบ้านพักที่ธารารินทร์อาศัยอยู่ เพราะว่าสถานบันเทิงกับที่ที่เธอพักอาศัยอยู่นั้นไม่ไกลกันมากนัก
“คุณรู้ไงได้ว่าน้ำ...”
“รีบลงเถอะ ไฟในบ้านยังเปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่บ้าน แล้วถ้าฉันเดาไม่ผิดนั่นมันก็รถแฟนสุภาพบุรุษของเธอ?” ปุณณธีร์พูดบอกกับเธอพร้อมกับโยนบัตรนักศึกษาของเธอไว้ที่หน้ารถ
ธารารินทร์ลงจากรถอย่างง่ายดาย ก็ดีเหมือนกัน เพราะเธอเองก็อยากรู้ความจริงเหมือนกัน ถึงแม้จะแอบหวั่นใจกลัวความจริงอยู่ก็ตาม
“อ๊ะ เอก...ฝ้ายเสียว แรง ๆ เลยได้ไหม”
“ได้เลยเมียจ๋า อย่าร้องขอชีวิตล่ะ...”
“ชู่ว์...อย่าเสียงดัง เดี๋ยวพวกเขาก็ได้ยินหรอก คนกำลังขึ้นสวรรค์ อย่าพึ่งขัดความสุขสิ” ปุณณธีร์รีบเอามือปิดปากของหญิงสาว เพราะกลัวเธอจะเสียงดัง และทำให้บุคคลภายในบ้านที่กำลังระเริงรักกันบนโซฟาได้ยินเข้า
ธารารินทร์ได้แต่ยืนตัวสั่นมองเห็นภาพสองหนุ่มสาวกำลังเริงรักกันอย่างดุเดือด โดยที่ไม่มีใครยอมใคร แถมวาจาที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มที่เรียกหญิงสาวเริงรักด้วยนั้นแล้ว ยิ่งทำให้เธอน้ำตาคลออาบทั้งสองแก้มโดยไม่รู้ตัว
เดิมที่เมื่อเข้ามาภายในบริเวณบ้าน เธอมองดูที่แฟนหนุ่มของเธอที่จอดอยู่ ก็อยากจะกลับแล้ว แต่เมื่อปุณณธีร์ท้าเธอขึ้นมาแบบนี้ เธอเองก็ต้อวงเดินหาความจริง จะได้กระจ่างรู้แล้วรู้รอดไปเลย
และดีเหมือนที่แฟนหนุ่มของเธออยู่ที่นี่ เธอจะได้ถามเรื่องเมื่อคืนด้วย ว่าทำไมเขาถึงไปสถานที่แบบนั้นเมื่อเธอกำลังจะกำลูกบิดเปิดประตู แต่ประตูดันปิดไม่สนิทเหมือนติดอะไรบางอย่างที่พื้น
มือบางแอ้มประตูออกอย่างช้า ๆ แบบเบามือที่สุด แต่แล้วสิ่งที่ยินกับภาพตรงหน้าที่เห็นกับตา กลับทำให้เธอต้องชะงักนิ่งแทบช็อคเลยก็ว่าได้
“นะ น้ำ...”
ปุณณธีร์รีบอุ้มเธอขึ้นแนบอก และพาออกมาจากตรงนั่นในทันที เมื่อจู่ ๆ หญิงสาวก็หมดสติไปเสียดื้อ ๆ อาจจะเป็นเพราะพิษไข้กำลังเล่นงาน แล้วดันมาเจอภาพบาดตาสะเทือนใจแบบนี้อีก เลยทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนแอรับไม่ไหวก็เป็นได้
เขาอุ้มเธอมาที่รถจอดอยู่ โดยไม่สนใจสองหนุ่มสาวที่กำลังเริงรักอย่างเร่าร้อนอยู่ภายในว่าจะได้ยินหรือไม่ และก็ขับออกจากตรงนั้นในทันที
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







