LOGINขนมหวานถึงกับไปไม่เป็น จะโกรธก็ไม่รู้จะโกรธเรื่องอะไรแต่หมั่นไส้มากกว่า เขาเป็นผู้ชายที่มึนมากๆ ไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย และก็ไม่เคยมีใครตามวุ่นวายกับเธอแบบนี้ด้วย
"ถามจริงนะ ตัวเองก็ยังเรียนอยู่แท้ๆ แทนที่จะนึกถึงอนาคตของตัวเอง กลับมายุ่งกับผู้หญิงอย่างฉันเนี่ยนะ?"
"เลือกอนาคตของตัวเอง แล้วปล่อยให้อนาคตลูกของตัวเองพังเหรอครับ?"
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ลูกนาย ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้าง"
"ไม่ใช่งั้นเหรอครับ หึหึ...ก็ไม่รู้สิ แต่วันนั้นที่เราเอากัน ถุงยางมันแตกนะ พี่รู้หรือเปล่า"
"ฉันไม่รู้หรอก ตอนนั้นฉันอกหักจากแฟนเก่า ฉันก็เลยไปหามีอะไรกับผู้ชายคนอื่นแก้เหงาเฉยๆ"
"อ้อ...อกหักเพราะถูกนอกใจสินะครับ"
"นี่นาย! สืบเรื่องของฉันไปถึงไหนกันแน่เนี่ย"
"ก็สืบจนรู้หมดแหละครับ เหลือแต่พี่แหละที่ยังโกหกผมอยู่"
"....." ขนมหวานหน้าชาไปหมด นี่เขารู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วงั้นเหรอ รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอหมดเลยอย่างนั้นเหรอ
"แต่ก็ช่างเถอะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมากหรอก"
"เลิกยุ่งกับฉันเถอะ ขอร้องล่ะ"
"เสียใจด้วยครับ คงทำตามที่ขอไม่ได้"
"ทำไม?"
"เหตุผลผมก็บอกไปแล้ว"
ในใจลึกๆ ของขนมหวานก็คิดว่ามันก็คงจะดีนะที่เขาพยายามอยากจะรับผิดชอบขนาดนี้ แต่เธอก็อธิบายความรู้สึกอีกแบบไม่ถูกเหมือนกัน ความรู้สึกที่ไม่อยากให้เขามารับผิดชอบ เพราะเขายังเป็นเด็กมหาลัยอยู่ ยังเรียนอยู่เลย แต่กลับต้องมารับผิดชอบชีวิตเด็กคนนึงแล้ว
"พี่จะปล่อยให้ลูกตัวเองเกิดมาไม่มีพ่อเหรอครับ"
"แล้วมันจะเป็นอะไร สมัยนี้แม่เลี้ยงเดี่ยวเขาก็เลี้ยงลูกได้สบาย ไม่เห็นจะต้องเรียกร้องผู้ชายมาเป็นพ่อของลูกเลย"
"ก็ไม่รู้สิครับ ความคิดของพี่ กับความคิดของผม มันคงต่างกัน ผมอยากรับผิดชอบ อยากเป็นพ่อคน ถึงจะกระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง"
"นี่นาย...เป็นอะไรหรือเปล่า"
"ครับ?"
"ป่วยหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่า..."
"พี่คงกำลังคิดว่าผมคงหลอนอะไรสินะครับ" ชายหนุ่มเอนตัวพิงกับพนักพิงเก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจด้วยสีหน้าสบายอกสบายใจ หลังจากขนมหวานในตอนนี้
"นายหน้ามึนมาก รู้ตัวบ้างหรือเปล่าเนี่ย"
"รู้สิครับ แต่ผมถือคติ ด้านได้อายอด"
"แล้วนายจะบอกครอบครัวยังไง เพื่อนนายอีกล่ะ สังคมของนายอีก จะกล้าบอกใครๆ เหรอ ว่าไปมีอะไรกับผู้หญิงแค่ครั้งเดียว แต่ทำผู้หญิงท้องแล้ว ต้องรับผิดชอบทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นเหรอ"
"......" เขาไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหันมามองและยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาขนมหวานหนักใจมาก ดูเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ทุกคำพูดของเธอเหมือนลอยผ่านหูของเขาไปทั้งอย่างนั้น ไม่มีผลกระทบอะไรเลย
"ยิ้มอะไร?"
"พูดแบบนี้ ก็หมายความว่ายอมรับแล้วสินะครับ ว่าท้องกับผมจริงๆ ไม่ได้ท้องกับแฟนเก่าอย่างที่โกหก"
"เอาอะไรมามั่นใจ ฉันก็บอกอยู่นี่ไง ว่าฉันมีแฟนเก่า และเราก็มีความสัมพันธ์กันทั่วไป กับนายฉันมีแค่ครั้งเดียวเอง จะไปท้องได้ยังไง"
"หึหึ..."
"กลับบ้านไปได้แล้วไป"
"ไม่กลับ"
"จะนอนที่นี่?"
"อ่าห๊ะ ใช่ครับผม"
"ถ้าอย่างนั้นก็เชิญไปนอนข้างนอก อย่ามานอนในบ้านของฉัน"
"ใจร้าย"
"ก็อยากนอนเองนี่ ที่นี่ไม่มีที่ให้นายนอนหรอก ออกไปนอนข้างนอกโน่น พูดไม่รู้เรื่อง บอกให้กลับก็ไม่ยอม มึนมาก อะไรของนายก็ไม่รู้!"
พูดจบขนมหวานก็ลุกขึ้นช่วงนี้อารมณ์ของเธอค่อนข้างแปรปรวน และค่อนข้างรุนแรงมากด้วย ถ้าได้สตาร์ทเครื่องติดเรื่องการบ่นหรือว่าอะไรใครแล้วล่ะนะ มันหยุดไม่ได้เลย เขาถึงได้โดนรัวๆ แบบนี้ แล้วยิ่งกล้าที่จะแข็งข้อกับเธอด้วยอีกแล้วล่ะก็ อารมณ์มันยิ่งดุเดือดเข้าไปใหญ่
"จะไปไหนครับ?"
"ฉันก็จะขึ้นนอนไง ออกไปแล้วปิดประตูด้วย ถ้ายังเห็นอยู่ที่บ้านฉันนะ ได้เห็นดีกันแน่"
"ได้ครับ"
ขนมหวานหันไปมองแบบแปลกใจ แต่ก็คิดว่าเขาคงยอมออกไปง่ายๆ แหละ โดนไปขนาดนั้นแล้วนี่
หลังจากนั้นขนมหวานก็ขึ้นไปนอนที่ด้านบนตามปกติ กำลังจะเข้านอนแล้วล่ะ แต่จู่ๆ ....
แกร๊ก!
"เฮ้ย!! เข้ามาทำไม บอกให้กลับไปแล้วนี่?"
"ผมปิดประตูให้แล้วนะครับ ล็อคกลอนแล้วด้วย ตอนนี้ง่วงมากเลยครับ ขอนอนนะครับ"
"เดี๋ยว! อะไรของนายเนี่ย อย่ามานอนเบียดฉันนะ!"
ชายหนุ่มไม่ได้ฟังอะไรเลยเขาเดินไปทิ้งตัวนอนลงข้างๆ หญิงสาวบนที่นอนแคบๆ และนอนนิ่งเหมือนตัวเองหลับไปแล้ว ขนมหวานพยายามปลุกพยายามดึงตัวแต่ก็ไร้ผลไม่มีประโยชน์อะไรเลย
"โอ้ย! นี่ฉันต้องเจออะไรวะเนี่ย!!"
ด้านนอกระเบียง ขณะที่ลูกๆ กำลังคุยกับคุณปู่ที่อยู่รัสเซียอยู่นั้น ขนมหวานก็ถือโอกาสออกมายืนรับลมอยู่ด้านนอกระเบียงเงียบๆ คนเดียว แต่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอไม่ได้เดินออกมาคนเดียว มีคนเดินตามออกมาด้วยหมับ ~"เดินตามออกมาด้วยเหรอเนี่ย?" ขนมหวานไม่ได้ตกใจมากนัก เหมือนชินไปแล้วมากกว่า เวลาเผลอทีไรชอบถูกเขากอดจากทางด้านหลังทุกที"พี่ออกมาทำไมครับ มีอะไรหรือเปล่า?" ธีร์พูดเสียงแผ่วเบา"ไม่มีอะไร ก็แค่อยากเดินออกมาสูดอากาศน่ะ""วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ""อื้ม...""คืนนี้เรา...เล่นผีผ้าห่มกันหน่อยไหม""อายุก็ไม่น้อยแล้วนะธีร์ ลูกก็โตหมดแล้ว นายยังมีอารมณ์คิดเรื่องแบบนี้อีกหรือไง""มีสิครับ ต่อให้ลูกโตมากกว่านี้ผมก็ยังมี ไม่เห็นจะเกี่ยวกับลูกเลย ลูกโตหรือไม่โตแล้วมันยังไงครับ""ก็ไม่ยังไงหรอก แต่นายมันหื่น!""ก็เพราะผมรักพี่ไง รักมาก รักที่สุดในโลก ต่อให้จะผ่านไปอีก 10 ปี 20 ปี ผมก็ยังรักเหมือนเดิม""เวอร์ละ!""จริงๆ นะครับ"..ขณะนั้นเอง ~"ฮั่นแน่ แอบมาทำอะไรกันคะ ลูกอยู่ตรงนี้นะ พ่อกับแม่ทำอะไรกันเอ่ย"ธีร์และขนมหวานหันกลับไปมองพร้อมกัน และก็เห็นบรรดาลูกๆ ยืนเกาะขอบประตูมองอยู่ด้วยรอยยิ้
ขณะเดียวกัน ขนมหวานกำลังจัดโต๊ะอาหารเย็นอยู่ในบ้านพร้อมกับแม่บ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะเป็นวันที่ทั้งครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ขนมหวานจึงจะรับอาสาเข้าครัวทุกครั้งเลย เพราะเธออยากทำอาหารให้ลูกๆ ได้กิน และก็รู้ได้ว่าลูกแต่ละคนนั้นชอบกินอะไรเป็นพิเศษธีมัวร์ที่ตอนนี้อายุสิบห้าปี เดินเข้ามาอย่างงัวเงีย เหมือนกับคนที่เพิ่งตื่นและไม่อยากจะตื่นสักเท่าไหร่ เป็นเด็กที่ขี้เซาตั้งแต่เริ่มโตขึ้นจนปัจจุบันก็ยังเป็นเหมือนเดิม"แม่ครับ…ผมหิวแล้ว""นี่แอบไปนอนหลับใช่ไหม ไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมเนี่ย" ขนมหวานพูดพร้อมกับยิ้ม"แม่รู้ได้ไงอ่ะ…" เขาพูดเสียงเบา พร้อมทำหน้าซึนๆ ตามสไตล์คนเท่ที่เพิ่งตื่นนอน"แม่ก็รู้หมดแหละ คนเป็นแม่ดูออกทุกอย่าง""โอเคครับ ผมยอมแพ้แม่ก็ได้ ผมแอบไปนอนหลับมาครับ ก็คนมันง่วงนี่นา อ่านหนังสือได้สามหน้าเอง เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้""ฮ่ะฮ่ะ ไม่เป็นไรครับ นั่งรอก่อนนะ แม่เตรียมอาหารใกล้เสร็จแล้ว ถ้าหิวทนไม่ไหวก็กินน้ำเต้าหู้ไปก่อนนะ""ครับแม่~" ธีมัวร์ตอบเสียงเอื่อยๆ ก่อนจะยื่นมือไปยกแก้วน้ำเต้าหู้มานั่งจิบตามคำแนะนำของผู้เป็นแม่ เพราะตอนนี้เขารู้สึกหิวมากจริงๆ และอ
8 ปีต่อมา ~เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…จากเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นทั่วบ้าน วันนี้กลับกลายเป็นเสียงพูดคุยของวัยรุ่นที่กำลังเติบโต ไม่มีอีกแล้วความวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพราะเด็กๆ ทุกคนต่างก็เติบโตจนพอจะรู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรบ้างแล้ว และทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าไม่ควรจะมาเล่นอะไรเหมือนเด็กอีกแล้วบนโต๊ะอาหารที่ทุกครั้งเวลานั่งกินข้าวด้วยกันก็จะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเด็ก แต่ตอนนี้กลับเงียบเหมือนผู้ใหญ่ที่นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ มีบ้างที่จะถามไถ่เกี่ยวกับการเรียน หรืออะไรต่อมิอะไรที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันธีโน่ในวัยสิบแปดปี สูงโปร่ง หล่อล่ำสัน ใบหน้าคมเหมือนพ่อไม่มีผิดเพี้ยน เขานั่งคุยกับผู้เป็นพ่ออยู่ในห้องทำงานของบริษัทที่บิดาก่อตั้งไว้"พ่อครับ เรื่องบริษัท ผมจะลองเริ่มเรียนรู้ระบบภายในให้มากขึ้น"ธีร์เงยหน้าขึ้นมองลูกชายของตัวเองที่เพิ่งจะพูดประโยคไม่น่าเชื่อออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ลูกชายคนโตมารับตำแหน่งต่อจากตัวเองหรอกนะ แต่ด้วยความที่ลูกชายก็มีสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว เขาจึงไม่อยากบังคับ"ลูกแน่ใจเหรอธีโน่? แต่เราก็มีสิ่งที่เราชอบอยู่นี่ พ่อไม่ได้อยากบังคับให้เราเลิกทำในสิ่งท
@หน้าบ้านเพ้นท์เฮ้าส์ธีโน่ วัยสิบขวบ จัดของเล่นเรียงต้อนรับคุณปู่ธีร์มัว เดินถือผ้าเช็ดมือเหมือนผู้ใหญ่ คอยตรวจความเรียบร้อยประหนึ่งตัวเองคือเจ้าของบ้านใหญ่ ( พ่อชวนไปรับคุณปู่แล้วแต่ไม่ยอมไป )ส่วนขนมผิงวัยห้าขวบถือดอกไม้ในมือเป็นสีพาสเทล ดอกไม้หลากสีที่จับมารวมๆ กันจนกลายเป็นช่อดอกไม้สีสันสวยสดใสตามสไตล์ของเด็กที่ชอบสีสันแบบนี้ไม่นานนักรถตู้หลาย 10 คันก็ขับเข้ามาในบ้านเพ้นท์เฮ้าส์ ก่อนที่รถตู้คันนึงจะเปิดประตูออก ตามด้วยผู้เป็นพ่อของพี่น้องทั้งสาม จากนั้นก็มีชายมีอายุตามหลังลงมา พร้อมกับไม้เท้าคู่ใจที่เวลาไปไหนมาไหนจะต้องติดมือไปด้วยตลอด"คุณปู่" ธีโน่ร้องเรียกด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความคิดถึง"โอ้โห ไม่ได้เจอกันไม่เท่าไหร่เอง นี่โตเป็นหนุ่มแล้วเหรอเนี่ย หล่อได้พ่อจริงๆ""คุณอาตาถึงนะครับเนี่ย เห็นไหม อันนี้เขาเรียกว่า DNA แรง""สวัสดีค่ะคุณปู่""สวัสดีครับ เด็กคนนี้ชื่ออะไรเอ่ย""เด็กคนนี้ชื่อว่า น้องขนมผิงค่ะ เรียกว่าน้องผิงเฉยๆ ก็ได้ เป็นลูกของพ่อธีร์แม่ขนมหวาน มีพี่ชายชื่อธี่โน่กับธีมัวร์ค่ะ""โอ้โห ชื่อน่ารักจังเลย งั้นเรามาทำความรู้จักกันนะครับ""หนูมีดอกไม้ม
ช่วงสายๆ ของวันหยุดณ เพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูขนมหวานกำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารสำหรับมื้อกลางวันรอต้อนรับคุณปู่จากรัสเซีย คุณปู่โคโรวิน ที่กำลังเดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปีที่ไม่ได้กลับมาเช่นเดียวกับเด็กๆ ที่ตอนนี้ก็กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของขวัญรอต้อนรับคุณปู่ที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ทุกคนต่างก็ตื่นเต้น ยกเว้นอยู่คนเดียว นั่งกอดอกไขว่ห้างไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร หรือเตรียมของขวัญอะไรให้กับคุณปู่เลยนั่นคือเอกลักษณ์ของเขาเลยล่ะ ธีมัวร์แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจอะไร เนื่องจากทุกคนก็วุ่นอยู่กับการเตรียมตัวต่างๆ โดยเฉพาะขนมหวานที่รับหน้าที่เป็นแม่งานในวันนี้ เนื่องจากเธอเปิดร้านเบเกอรี่ขายขนมอยู่แล้ว วันนี้จึงยกร้านมาไว้ที่บ้านวันนึง เพื่อเตรียมทำขนมและเครื่องดื่มรอต้อนรับทุกคนที่จะมา ซึ่งแปลว่าไม่ได้มาแค่คุณปู่โคโรวินเพียงคนเดียว แต่ก็ยังจะมีบอดี้การ์ดอีกไม่รู้กี่สิบชีวิตมาที่นี่"แม่ขา หนูอยากทำช่อดอกไม้" ขนมผิงเอ่ยพูดขึ้น หลังจากที่ออกไปเก็บดอกไม้ที่สวนหลังบ้านที่ตัวเองปลูกเอาไว้พร้อมกับพี่เลี้ยง เป็นดอกไม้หลากหลายชนิด และก็เป็นดอกไม้ที่เป็นสีสันสดใสด้วย"เอาสิคะลูก แต่ไปทำกับพี่จ
@เวลาต่อมา"แม่ขา~ หนูวาดรูปเสร็จแล้วค่ะ""ไหนคะแม่ขอดูหน่อย""ได้เลยค่ะ"ขนมผิงถือกระดาษวาดรูปของตัวเองไปให้ผู้เป็นแม่ได้ดู ภาพวาดในนั้นคือรูปภาพของเหล่าบอดี้การ์ดที่ทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ถึงภาพจะเป็นภาพวาดแบบการ์ตูน ฝีมือของเด็กที่เพิ่งจะอายุ 5 ขวบ แต่ถือว่าสวยเลยทีเดียว และมองรู้เลยว่าคนนี้คือใคร เพราะทุกคนต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และลูกสาวของขนมหวานก็สามารถถอดแบบเอกลักษณ์ของทุกคนมาใส่ในภาพวาดได้อย่างละเอียดยิบเลย นี่แหละความสามารถของเขา คือสามารถจดจำรายละเอียดและเอกลักษณ์ได้จนเอามาวาดเป็นภาพได้"สวยมากเลยค่ะ พวกลุงๆ ต้องชอบมากแน่ๆ เลย""แต่ว่า...มันมีภาพเดียวเอง หนูจะเอาให้คุณลุงทั้งหมดได้ยังไงคะ""ก็ให้คุณลุงเขาเอาใส่กรอบ แขวนไว้ที่ไหนสักที่ก็ได้ที่เวลาพวกเขามารวมตัวกัน จะได้เห็นภาพนี้""โอเคค่ะแม่"ระหว่างนั้นเด็กน้อยก็นั่งรออยู่ที่ด้านนอก ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานกันอยู่ด้านใน จนกระทั่งทุกคนออกมาจากห้อง ขนมผิงก็รีบเดินเอารูปภาพวาดไปให้ในทันที"หนูวาดรูปเสร็จแล้วค่ะคุณลุงคุณอา นี่ค่ะ" ยื่นกระดาษภาพวาดให้"สวยมากเลยครับคุณหนู""นี่วาดเองเหรอครับเนี่ย โอ้โห เหมือนคุณลุงกัน
#วันถัดมาหลังจากที่ทำแผลให้กับลูกชายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขนมหวานยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นั่งมองดูลูกชายที่เธอเพิ่งจะทำแผลให้เสร็จ"ยังแสบอยู่หรือเปล่าครับ""นิดหน่อยครับ""คงอีกสักพักเลยกว่าแผลจะตกสะเก็ด""ครับแม่ งั้นโน่ขึ้นไปทำการบ้านก่อนนะครับ""ครับ"หลังจากนั้นธีโน่ก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ส
@เช้าวันหนึ่งเสียงธีโน่ตะโกนเรียกน้องดังลั่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าก่อนไปเรียน เจ้าตัวเล็กหัวเราะคิกคักเพราะโดนพี่ชายหยอกพร้อมกับท่าทางกระดี๊กระด๊าดีใจที่ได้เล่นด้วยกันตั้งแต่ตื่นนอนขณะที่ฉันกำลังนั่งอึมครึมอยู่ที่โต๊ะอาหาร รู้สึกมึนๆ ไม่โปร่งใสเหมือนทุกวัน ได้ยินแต่ก็ไม่ได้ยิ้มเล่นอะไรด้วยเลย เสียงเด
@เช้าวันหนึ่ง“พี่ขนมครับ พี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”“ฉันไม่เป็นไร ทำไมนายถามแบบนั้น”เขาสงสัยเธอเองก็งงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงคิดว่าเธอเป็นอะไร ทั้งที่ตอนนี้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองปกติดี หรือจะเป็นเพราะการกินของเธอที่มันจะแปลกๆ ไป เขาก็เลยสงสัย“พี่แปลกไปนะครับ”“ยังไง?”“ไม่รู้สิครับ ผมว่าพี่แ
กึด...“อึกอ๊ะ...”“ซี๊ดส์ อย่าเกร็งสิครับพี่ เอากันบ่อยแล้วนะครับ พี่ต้องไม่เกร็งสิครับ...”ใช่ มีอะไรกันบ่อยก็จริง แต่จะให้เธอชินกับขนาดเกือบเท่าแขน กับความยาวที่เกินมาตรฐาน ต่อให้จะบ่อยแค่ไหน เธอก็บังคับตัวเองไม่ให้เกร็งตัวไม่ได้จริงๆพั่ก !!“อ๊ะธีร์...จะ จุก บะ เบาก่อน...” ฝ่ามือเรียวเล็กพยายา







