Partager

ตอนที่ 7 ผลไม้วิเศษ

Auteur: Jiulin
last update Date de publication: 2025-01-29 15:50:16

ซ่งอวี่ถงรีบเดินทางออกจากบ้านเพื่อเดินทางเข้าไปตามท่านหมอในตัวเมืองแต่ยังไม่ทันได้ก้าวข้ามผ่านประตูรั้วเขาก็หันกลับมามองมู่อิงเถาอีกครั้ง แววตาของเขามีความกังวลบางอย่างซ่อนเอาไว้

“เจ้าอยู่คนเดียวได้แน่นะ”

“ข้าอยู่คนเดียวเสียที่ไหนกันยังมีหงเอ๋ออยู่ด้วยนะ”

“ท่านอาสามข้าดูแลอาสะใภ้ได้ขอรับ”

สิ้นคำบอกกล่าวซ่งอวี่ถงก็ส่ายหน้าให้พวกเขาเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินทางเข้าเมืองเป่ยเย่ด้วยความรวดเร็ว

เดิมทีเขาคิดจะพาซ่งหงอี้ไปด้วยแต่เพราะร่างกายที่บอบช้ำจากการโดนทุบตีอีกทั้งยังมีมู่อิงเถาอีกคนการเดินทางเข้าเมืองอาจจะทำให้ล่าช้าขึ้น

เขาจึงเลือกที่จะทิ้งทั้งคู่เอาไว้ที่บ้านหลังนั้นจำต้องรีบเดินทางไปทั้งๆ ที่ในใจก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย

เมื่อซ่งอวี่ถงจากไปแล้วมู่อิงเถาก็หันมามองเด็กชายอีกครั้ง

“หงเอ๋อเจ้าเป็นลูกผู้ชายต้องอดทนเอาไว้นะเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจขอรับท่านอาสะใภ้”

“เลิกเรียกข้าว่าอาสะใภ้เสียทีเถอะข้ากับท่านอาสามของเจ้าแม้จะแต่งงานกันแล้วแต่ก็ไม่เคยร่วมหอกันเลยสักครั้งนะ อีกอย่างเจ้าดูรูปร่างของข้าสิเหมาะสมกับท่านอาของเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือต่อไปนี้เรียกข้าว่าพี่สาวก็พอแล้ว”

“ไม่เอาหรอกขอรับถึงอย่างไรท่านก็เป็นภรรยาของท่านอาสาม ข้าเรียกอาสะใภ้น่ะถูกแล้ว”

“เฮ้อ…ตามใจเจ้าเถอะ เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยกัดผ้าผืนนี้เอาไว้หน่อยข้าจะตรวจดูบาดแผลของเจ้าเสียหน่อย”

“ขอรับ”

มู่อิงเถาหาเศษผ้าที่สะอาดที่สุดเท่าที่นางจะหามาได้ให้ซ่งหงอี้กัดเอาไว้ นางตั้งใจจะใช้ไม้มาดามกระดูกที่หักไว้ชั่วคราวเมื่อท่านหมอมาถึงก็ค่อยให้เขารักษาอีกที

แม้นางจะมีทักษะทางการแพทย์อยู่บ้างแต่ในยุคที่ไม่มีเครื่องมือสำหรับการรักษาเช่นนี้นางจึงทำได้เพียงแค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น

[นังเด็กโง่]

“เอ๋? ใครกันนะช่างปากเสียจริงๆ”

“หืม อะไรหรือขอรับอาสะใภ้”

“เมื่อครู่นี้เจ้าไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยงั้นหรือ” มู่อิงเถาหันไปจ้องมองเด็กน้อยก็เห็นเพียงใบหน้างุนงงของเขาเท่านั้น

“ไม่เลยขอรับก็ท่านบอกให้ข้ากัดผ้าเอาไว้ไม่ใช่หรือ แล้วข้าจะพูดได้อย่างไรกัน”

“จริงด้วย แล้วมันเสียงใครกันเล่า” นางหันซ้ายมองขวาเริ่มระแวงกับบ้านหลังนี้ขึ้นมาแล้ว ‘หรือว่าจะเป็นผี!’

[ผีบ้านของเจ้าน่ะสิ เมื่อคืนวานก็เพิ่งพูดคุยกันเจ้าลืมข้าไปแล้วหรือนังเด็กโง่!]

‘เจ้าลิงฮุยงั้นหรือ’ มู่อิงเถาอุทานในใจเพราะกลัวว่าซ่งหงอี้จะรู้ความลับของนางเข้า

[ใช่แต่เอ๊ะ! ลิงงั้นหรือ? นี่เจ้าหลอกด่าข้าอยู่หรืออย่างไร]

‘ใช่ที่ไหนกันเล่าข้าอาจจะออกเสียงผิดไปนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แล้วเหตุใดซ่งหงอี้ถึงไม่ได้ยินเจ้าเหมือนที่ข้าได้ยินล่ะ’

[มีเพียงเจ้าที่ได้ยินข้าพูด ในมิติแห่งนี้มีผลไม้วิเศษที่ใช้สมานแผลและเชื่อมกระดูกได้เจ้าไปเอามันมาให้เจ้าเด็กคนนั้นกินเสียสิ]

‘จริงหรือนี่!’

[แต่อย่าลืมว่าเอาอะไรออกไปย่อมต้องตอบแทนทุกครั้ง]

‘ข้ารู้แล้วน่าจะไปไถนาพรวนดินให้ทั้งวันเลย ขอบใจนะ’

มู่อิงเถาเอ่ยออกมาด้วยความดีใจอย่างที่สุดแม้ว่าซ่งหงอี้จะไม่ใช่หลานแท้ๆ ของนางแต่เพราะได้มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บทั้งยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ เช่นนี้ก็อดสงสารไม่ได้

แม้จะรู้ว่าวันข้างหน้าเขาจะร้ายกาจไม่ได้ต่างจากท่านอาของเขาก็เถอะ แต่เมื่อรู้ว่ามีหนทางรักษาแล้วจะให้นางอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไรคงผิดวิสัยของคนเป็นหมอเป็นอย่างมาก

“ข้าจะไปหาสมุนไพรมาประคบแขนให้เจ้า นั่งรอข้าอยู่ตรงหน้าห้ามไปไหนนะเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้วขอรับอาสะใภ้”

“ห้ามหลับเชียวล่ะเจ้าต้องรอท่านอาของเจ้ากลับมาก่อน”

“ข้ารู้แล้ว”

มู่อิงเถาลุกขึ้นก่อนจะย้ายร่างอวบอ้วนของนางมายืนอยู่ข้างๆ ตัวบ้านหันมองไปโดยรอบเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดผ่านมาในเวลานี้ นางจึงเข้าไปในมิติวิเศษนั้นตรงไปยังต้นไม้ที่มีผลอิงเถา(เชอร์รี่)อยู่เต็มต้น

"คงจะเป็นต้นนี้กระมัง"

หญิงสาวยืนครุ่นคิดอยู่นานสองนานด้วยขนาดร่างกายของนางแล้วนั้นคงไม่สามารถปีนขึ้นไปได้อย่างแน่นอน

'แล้วจะเก็บมันลงมาได้อย่างไรกันเล่า'

[โง่เสียจริง]

"นี่เจ้าด่าข้าอีกแล้วนะ"

[ก็โง่จริงหรือไม่เล่าอยากได้อะไรก็เพียงแค่ขอ ลองดูสิ]

'เจ้าลิงฮุยปากเสียก็ควรบอกข้าตั้งแต่แรกหรือไม่เล่าจะให้ยืนงงอยู่ทำไมตั้งนาน'

[ข้าได้ยินนะ]

“ขะ ข้าก็แค่คิดเท่านั้นเองนะเจ้าน่ะเสียมารยาทมากรู้หรือไม่ มาเที่ยวอ่านใจคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไรกันเล่า”

[เรื่องของข้า จะเอาหรือไม่ผลไม้นั่นน่ะ]

"เอาสิ"

นางตอบกลับก่อนจะละความสนใจจากเขาแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองต้นไม้สูงใหญ่เบื้องหน้า

"ท่านต้นไม้เจ้าคะข้าขอผลไม้จากต้นของท่านเพื่อไปช่วยหลานชายของสามีข้าได้หรือไม่"

นางพูดขึ้นในใจก็ยังไม่คงแคลงใจไม่เลิก

‘เจ้าลิงฮุยนั่นกำลังหลอกนางอยู่หรือไม่นะ’

ทันใดนั้นผลอิงเถาที่กำลังสุกได้ที่ก็หล่นลงมาบนพื้นท่ามกลางความตกตะลึงของนาง

"มะ ไม่ได้หลอกกันนี่นา"

[ข้าก็บอกไปแล้วว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง! รีบเก็บแล้วรีบออกไปได้แล้วรบกวนเวลาพักผ่อนของข้า]

"เจ้าค่ะท่านหลิงฮุยผู้เก่งกาจ ข้าจะรีบเก็บแล้วก็รีบออกไปไม่รบกวนท่านอย่างแน่นอนเลยเจ้าค่ะ"

[ให้มันจริงเถอะ]

มู่อิงเถาคร้านจะต่อความกับเขานางรีบเก็บผลอิงเถาที่หล่นอยู่บนพื้นหญ้าไปสี่ห้าลูก ขณะที่กำลังจะออกจากมิติวิเศษนางก็เหลือบไปเห็นบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากต้นไม้ใหญ่นั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบมีต้นหญ้าเขียวขจีงดงามต่างจากบ่อน้ำที่แห้งเหือดนั้นเป็นอย่างมาก

“น่าแปลกเสียจริง”

[บ่อน้ำพุแห่งกาลเวลา]

“อะไรนะ”

[บ่อนั่นคือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคอันใดก็รักษาหายได้ทั้งนั้น]

“จริงหรือ”

[แต่น่าเสียดายมันแห้งเหือดแบบนี้มานานแล้วล่ะ]

“ทำไมล่ะ”

[ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเลิกถามข้าได้แล้ว นี่เจ้าน่ะเอาไปแล้วอย่าลืมมาทำหน้าที่ของตนเองล่ะ]

“รู้แล้วน่าเหตุใดเจ้าถึงพูดมากเช่นนี้นะ”

มู่อิงเถาบ่นร่ายยาวให้เจ้าของมิติวิเศษไปชุดใหญ่ก่อนจะออกจากมิติวิเศษเพื่อไปหาซ่งหงอี้ด้วยความรวดเร็ว นางเดินกลับมาที่ห้องนอนก็เห็นว่าเด็กน้อยผู้นั้นหลับไปแล้ว

“คงจะเจ็บมากสินะน่าสงสารเสียจริง”

‘เฮ้ย! ไม่ได้สิในนิยายเล่มนั้นหลานชายของซ่งอวี่ถงเองก็ร้ายไม่ใช่เล่นเลย หาวิธีกลั่นแกล้งนางสารพัดหน้าตาธรรมดาดูไม่มีพิษสงทั้งคู่ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะเป็นตัวร้ายไปได้’

มู่อิงเถาส่ายหน้าให้เด็กชายก่อนจะนำผลไม้วิเศษไปจัดการผ่าเป็นชิ้นเล็กๆ เก็บเอาไว้ให้เขากินหลังตื่นขึ้นมา นางไม่ลืมที่จะนำสมุนไพรที่เก็บติดมือมาจากมิติวิเศษมาตำจนละเอียดแล้วห่อด้วยผ้าบางๆ ค่อยๆ ประคบที่แขนของเขาอีกด้วย

เป็นเวลากว่าสองชั่วยาม[1] ในที่สุดซ่งอวี่ถงก็เดินทางกลับมาเสียทีเมื่อมองผ่านไปด้านหลังของเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า สีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนั้นบ่งบอกว่าต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ท่านหมอไม่มากับท่านด้วยหรือเจ้าคะ”

เขาส่ายหน้าให้นางเล็กน้อยก่อนจะชำเลืองมองไปที่ซ่งหงอี้ผู้เป็นหลานชาย

“ท่านหมอที่ข้ารู้จักเขาเดินทางไปต่างเมืองและท่านหมอที่ยังอยู่คิดค่ารักษามากเกินไปเงินที่ข้ามีไม่พอจึงได้แค่ซื้อยากลับมาให้เขากินเท่านั้น”

“งั้นหรือ”

“เขาหลับไปนานแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ”

“แล้วนั่นอะไร” สายตาคมกริบของคนตรงหน้าจ้องมองผ้าสีขาวที่พันแขนของเขาเอาไว้ดูเหมือนจะมีหญ้าหรือสมุนไพรบางอย่างที่ประคบเอาไว้ในนั้นด้วย

“คือว่าตอนที่ข้ายังเด็กท่านยายเคยสอนเรื่องการใช้สมุนไพรรักษาคนน่ะเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าทำความสะอาดบ้านเห็นว่าที่สวนด้านหลังมีสมุนไพรที่สามารถลดการปวดได้จึงนำมาประคบให้เขาก่อนระหว่างที่รอพวกท่านกลับมา”

“ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าก็รู้เรื่องพวกนี้ด้วย”

“ข้าก็แค่โง่เขลาในบางเรื่อง”

ซ่งอวี่ถงยิ้มออกมาแล้วช่างเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่่นางเคยเห็นมา

'คนอะไรหล่อเหลาเสียจริง' มู่อิงเถาจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างหลงใหลแต่แล้วจิตใต้สำนึกของนางก็ตื่นตัวขึ้นมาทันใด

‘ไม่ได้นะอิงเถาเจ้ากำลังถูกภาพตรงหน้าล่อลวงอยู่ เขาคนนี้คือคนที่จะสังหารเจ้าเชียวนะตั้งสติเอาไว้สิ’

มู่อิงเถาสะบัดศีรษะไปมาจนซ่งอวี่ถงถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความงุนงงแล้วเอ่ยถามนางว่า

“เจ้าเป็นอะไรไม่สบายงั้นหรือ”

“ห้ะ ไม่นะข้าสบายดี”

“ก็เมื่อครู่”

“อ้อ คือว่าแมลงวันมันมาตอมหน้าของข้าน่ะ ข้าว่านะท่านกลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำก่อนเถอะวันนี้ข้าจะเป็นคนทำอาหารเอง”

“ได้ เช่นนั้นข้ารับหน้าที่ดูแลหงเอ๋อต่อจากเจ้าเอง”

"เจ้าค่ะ”

ใบหน้าหล่อเหลาหันมายิ้มให้นางอีกครั้ง

‘ยิ้มแบบนี้อีกแล้วให้ตายสิเห็นคนหล่อไม่ได้เลยเป็นอะไรของข้ากันนะ’

- - - - - - - - - - 

[1] สองชั่วยาม = 4 ชั่วโมง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 48 ชีวิตที่สงบสุข

    เพราะที่ผ่านเซี่ยอิงอิงต้องไปเรียนปักผ้าตามที่มารดาเลี้ยงของนางต้องการจึงไม่มีเวลามาพบปะสนทนากับมู่อิงเถานั่นเอง วันนี้ทั้งวันนางจึงมาอยู่เฝ้าพูดคุยกับมู่อิงเถาจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อถึงเวลากลับบ้านดูสาวน้อยผู้นั้นจะอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อยมู่อิงเถาออกมาส่งนางที่หน้าประตูจวนทั้งยังโบกมือลาให้เด็กสาวเมื่อรถม้าของนางพ้นจากระยะสายตาแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า“นั่นแม่นางเซี่ยนี่นา นางมาทำไมหรือขอรับอาสะใภ้”“หืม หงเอ๋อเจ้าเองหรอกหรือหายไปไหนมาข้าไม่เจอเจ้าเลยตั้งแต่ที่เข้าเมืองหลวง”“ข้าไปฝึกเรียนวรยุทธ์มาน่ะขอรับอาสะใภ้ ไม่ใช่สิพระชายา”“เรียกข้าว่าอาสะใภ้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”“ไม่ได้หรอกขอรับตอนนี้ท่านเป็นถึงพระชายาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมได้อย่างไรกัน”“ตามใจเจ้าเถอะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนงั้นหรือ”“ท่านอาจารย์ให้ข้าหยุดได้สิบวันขอรับ ข้าจึงรีบเดินทางมาหาพวกท่าน”“ดีเลยเช่นนั้นช่วงเวลาสิบวันนี้ก็ทำตัวให้ว่างล่ะพวกเราจะไปเที่ยวกัน”“เที่ยว?”“อืม”“ไปไหนขอรับ”หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-บ้านตระกูลซ่ง-“ท่านแม่ท่านรู้มานานแล้วเช่นนั้นหรือ ที่ท่านไม่อยากให้ข้าไป

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 47 พานพบอีกครั้ง

    -เจ็ดวันผ่านไป-เมื่องานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพระชายารัชทายาทและองค์ชายน้อยมาถึงในวังหลวงก็ดูจะครึกครื้นกันยิ่งนักบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินของพวกเขาต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในงานกันเรื่อยๆขณะที่มู่อิงเถาเดินอยู่เคียงข้างกับเยี่ยอ๋องอยู่นั้นก็ได้ยินขุนนางที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังซุบซิบนินทานางอยู่แม้จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันเบาแต่กับคนที่มีวรยุทธ์แล้วนั้นย่อมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ“ท่านอ๋องผู้นี้ช่างเก่งกาจและมีบุญบารมีมากเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ชายาของเขานั้นกลับเป็นหน้าเป็นตาให้เขาไม่ได้”“จริงดังที่ใต้เท้ากล่าวสตรีผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไหนเลยจะส่งเสริมท่านอ๋องได้กัน”“บุตรสาวของใต้เท้าซู ‘ซูม่านอวี้’ ผู้นั้นท่านว่าเป็นอย่างไรนางพึ่งผ่านวัยปิ่นปักไปได้ไม่นานทั้งยังไม่มีคู่ครองอีกด้วยดูเหมือนว่า….”เยี่ยอ๋องที่หยุดเดินกะทันหันก็ทำให้มู่อิงเถางุนงงไปไม่น้อย“มีอะไรหรือเจ้าคะ”เยี่ยอ๋องไม่ตอบนาง เขาหันหลังกลับไปจ้องมองขุนนางกลุ่มนั้นก่อนจะชำเลืองมองไปด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งนักทำเอาใจของคนที่พบเห็นใจสั่นไหวไม่น้อย“ใต้เท้าผู้นี้พูดถึงชายาของข้าอยู่กระนั้นหรือ”“อะ เอ่อกระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะท

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 46 ปรับความเข้าใจ

    มู่อิงเถาไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวเล่นต่อแล้วนางเลือกที่จะกลับจวนก่อนจะเดินหนีเขาเพื่อกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิเดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาไม่หยุดฟังเขาพูด นางเดินต่อไปด้วยย่างก้าวที่เร็วขึ้นเหมือนไม่ต้องการที่จะเดินอยู่เคียงข้างเขาอย่างไรอย่างนั้น จนซ่งอวี่ถงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปประชิดจนถึงตัวของนางก่อนจะคว้าแขนเล็กนั้นเอาไว้มั่น“อิงเอ๋อข้าบอกว่าอย่าเดินเร็วอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ท่านสนใจด้วยหรือ”“เป็นอะไร”มู่อิงเถาหลับตาลงก่อนจะพยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่นของนาง‘ใช่นางเป็นอะไรไป พักนี้ก็ยังไม่เข้าใจตนเองเท่าใดนักก็แค่สตรีคนนั้นคนเดียวนางจะคิดอะไรมากกัน’“ท่านมีอะไรจะพูดกับข้า”“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“พูดตรงนี้ก็ได้”ซ่งอวี่ถงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านางมืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะจับไปมือของนาง มู่อิงเถาคิดอยากจะสะบัดออกแต่ซ่งอวี่ถงกับจับมือของนางเอาไว้แน่น“อยู่นิ่งๆ สิ”“ท่านจะทำอะไร”ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาชำเลืองมองนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบของสิ่งนั้นมาสวมที่นิ้วมือของนาง‘นี่มันแหวนที่ข้าไปจำน

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 45 แยกย้าย

    -ท้องพระโรง-มู่อิงหลันเคยเป็นหนึ่งในกุ้ยเหรินของฮ่องเต้มู่หรงฉีนางเคยร่วมมือกับเสียนเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ลอบทำร้ายอดีตฮองเฮา แต่ถูกเสียนเฟยโยนความผิดให้นางทั้งหมดจึงถูกขับไล่ออกจากวังหลวงนางจึงได้คิดการก่อเรื่องราวใหญ่โตจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียนเฟยที่ก่อนหน้านี้ถูกลดอำนาจกักขังเพียงในตำหนักของตนแต่เมื่อถูกเยี่ยอ๋องรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาและปรากฎว่าเป็นนางที่เป็นคนบงการให้สังหารอดีตฮองเฮาจึงได้ถูกฮ่องเต้ตัดสินให้จองจำในตำหนักเย็นจากนั้นเป็นต้นมาซูเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเองก็มีความผิดฐานยุยงส่งเสริมและเคยมอบกองกำลังของสกุลซูแก่องค์ชายใหญ่นางจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเล่อซีแดนตะวันตกกับรุ่ยอ๋องโอรสของนางที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองฮ่องเต้น่าจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้างแล้วถึงได้ส่งองค์ชายสามรุ่ยอ๋องไปก่อนแล้วจึงส่งซูเฟยให้ตามเขาไปทีหลัง นับว่าเขายังมีคุณธรรมมากพอไม่คิดสังหารลูกเมียไปจนหมดสิ้นเรื่องราวในราชวงศ์ซับซ้อนและน่ากลัวดังที่เยี่ยอ๋องหรือก็คือซ่งอวี่ถงเคยพูดเอาไว้นั่นเอง เขาจึงไม่มีความคิดอยากที่จะมาเหยียบที่แห่งนี้เลยสักเพียงนิดหากไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องที่มารด

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 44 ความกังวลใจ

    การเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงนั้นใช้เวลาถึงสิบวันเต็มเมื่อครั้งที่นางหนีจากเมืองเป่ยเย่ไปยังเมืองฉางอันใช้วิธีล่องเรือไปนั่นก็ทรมานปวดมวนท้องไปตลอดเส้นทางแล้ว มาครั้งนี้การที่ต้องมานั่งอยู่บนรถม้าก็ยิ่งทำให้นางปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อดทนหน่อยนะอีกไม่กี่ลี้ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”“ข้าทนได้”“ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับมาก็ไม่เชื่อเห็นหรือไม่ว่าตอนนี้ร่างกายของเจ้ายิ่งแย่เข้าไปใหญ่”“ที่ข้าปวดเนื้อปวดตัวนั่นไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ”“พูดอะไร”เขาจ้องมองนางเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่นางพูดหรือเขาแค่คิดไม่ทันกันแน่ ชายหนุ่มได้แต่บีบๆ นวดๆ ให้นางเพื่อให้อาการปวดเกร็งนั้นผ่อนคลายลงแต่นั่นกลับยิ่งทำให้นางเจ็บปวดมากขึ้น“พอแล้วๆ น้ำหนักมือของท่านมากเกินไปมันทำให้ข้าเจ็บมากกว่าเดิมเสียอีก”“ข้าทำเบามือสุดๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาหันขวับไปจ้องมองใบหน้าใสซื่อของคนด้านข้าง“เบากระนั้นหรือเมื่อคืนวานไม่ใช่ท่านเป็นคนบอกข้าเองหรอกหรือว่าจะทะนุถนอมข้า แต่เหตุไฉนถึงได้เอาแต่ใจตนเองเช่นนั้นเห็นร่องรอยบนตัวข้าหรือไม่ยังดีที่เย่หยุนฟางเอาแต่ตามติดคุณชายเซี่ยนางถึงไม่ทันได้สังเกตมิเช่นนั้นข้าคงได้

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 43 กลับเมืองหลวง

    สวนไผ่ที่ตั้งอยู่หลังบ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบของนางนั้นเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มที่สั่นไหวไปตามแรงลมเสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเป็นจังหวะ เมื่อก่อนนางมักมาเดินเล่นและพักผ่อนในที่แห่งนี้เป็นประจำหลังอาหารมื้อบ่ายมู่อิงเถาตั้งใจจะนอนพักสักงีบแต่ไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็ไม่อาจหลับตาลงได้จึงออกมาเดินเล่นรับลมในที่แห่งนี้ก่อนที่สองเท้าจะพาตนเองเดินทอดน่องไปจนถึงทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนักมู่อิงเถาเข้าไปนั่งเล่นที่ศาลาไม้มองเห็นเรือไม้ลำเล็กที่ถูกผูกเอาไว้ที่ท่าน้ำ น่าจะเป็นเรือที่ซ่งอวี่ถงจัดหามานั่นเอง“อากาศเย็นเพียงนี้ยังออกมาเดินเล่นอีกเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก เหตุใดถึงไม่ใส่เสื้อหนาๆ มาด้วยนะ”‘ตะ ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย’ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออกก่อนจะคลุมไปที่ไหล่บางของนาง ความอบอุ่นของเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกจากตัวของเขาและกลิ่นกายที่คุ้นเคยนั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเสียอย่างนั้นปากของเขาก็เอาแต่พร่ำบ่นไม่มีหยุด‘บ่นเป็นตาแก่ไปได้’“เมื่อก่อนท่านไม่เห็นบ่นเช่นนี้เลยนะ”“นั่นมันเมื่อก่อน”พูดจบก็นั่งลงข้างๆ นางจ้องมองใบหน้าหวานนั้นไม่วางตา“เมื่อก่อนข้านั้นโง่เขลายิ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 19 แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น

    -สำนักบัณฑิต-“อวี่ถง ซ่งอวี่ถง!”เฉิงมู่เหลียนอาจารย์ที่สั่งสอนเขามาตั้งแต่ยังเยาว์วัยกำลังยืนมองเขาด้วยความรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย'เขายืนอยู่หน้าห้องหนังสือแท้ๆ เหตุใดเจ้าเด็กคนนี้ถึงได้มองไม่เห็นกันนะ'“ท่านอาจารย์ขออภัยขอรับพักนี้ข้ารู้สึกว่า..”“เจ้าเหม่อลอยแทบทุกวัน คุณหนูซูเคยบอกกับข้าว่า

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 9 ขึ้นเขา

    ซ่งอวี่ถงพานางเดินลัดเลาะมายังท้ายหมู่บ้านและเดินต่อไปเพียงไม่ถึงหกลี้[1] ก็มาถึงตีนเขาแล้ว แม้ระยะทางจะดูไม่ได้ไกลนักแต่ด้วยรูปร่างที่อวบอ้วนจึงทำให้นางรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติถึงสามเท่าเมื่อมองขึ้นไปบนหุบเขาบรรยากาศตรงหน้าช่างดูน่ากลัวเป็นอย่างมากแต่เมื่อหันกลับไปมองใบหน้าของซ่งอวี่ถงกลับนิ่งเ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 8 ความโกรธเคืองที่มิเคยจางหาย

    มู่อิงเถาเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ มาสองสามอย่างเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยนางจึงเดินเข้าไปในห้องนอนตั้งใจจะไปดูอาการของเด็กชายอีกสักเล็กน้อยแต่เมื่อเดินไปถึงหน้าห้องแล้วประตูที่ถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อยมองเห็นคนด้านในที่กำลังลงมือเช็ดเนื้อตัวให้เด็กชายอย่างเบามือทุกท่วงท่าของเขาช่างดูอ่อนโยนยิ่ง

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 6 ผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจ

    “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”“!”“พวกท่านดูสินางอัปลักษณ์มันทำร้ายข้า ดูสิเลือดข้าไหลอาบเต็มหน้าไปหมดแล้ว”‘อยากรับบทเป็นเหยื่อสินะ ได้ข้าจะสอนพวกเจ้าเองว่าเหยื่อที่ดีต้องทำอย่างไร’“หากพวกท่านมีตาก็คงเห็นว่านางเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านของข้าอีกทั้งยังมาทุบตีหลานชายของข้าอีก แล้วยังกล้ามาทำตัวน่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status