Share

ตอนที่ ๑

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-21 20:44:33

ตอนที่ ๑

          นานมากแล้วที่บุลินไม่ถูกผู้เป็นย่าอย่างแสงรุ้งเรียกมารับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ลางสังหรณ์กำลังบอกกับเขาว่าจะต้องมีเรื่องบางอย่าง อย่างแน่นอน

          “ตาบุ้งอายุเท่าไหร่แล้ว ไหนแกบอกย่ามาสิ”

          ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “สามสิบเจ็ดครับ”

          “อืม ใกล้สี่สิบแล้วสินะ ถ้ามากไปกว่านี้อาจจะทำให้ลูกที่ออกมาไม่แข็งแรง”

          บุลินที่กำลังคนข้าวต้มในชามชะงัก “พูดแบบนี้คงไม่ใช่ว่า...”

          “บอกตามตรงฉันต้องการทายาทสายตรงจากหลานแท้ๆ ฉันไม่ต้องการให้สิ่งที่ฉันกับปู่ของแกสร้างมากับมือมันตกไปเป็นของญาติคนอื่นที่ไม่ใช่สายเลือดของฉัน”

          คนฟังนิ่งงันก่อนจะถอนหายใจเสียงเบา เพราะพี่ชายอย่างบวรกับภรรยาไม่สามารถมีลูกได้ ดังนั้นจึงเหลือแต่เขาเท่านั้นแล้วจริงๆ ที่จะทำให้ความปรารถนาของแสงรุ้งเป็นจริง

          “จะมีผู้หญิงคนไหนมารักผมล่ะครับ เอาแบบไม่ได้เห็นแก่เงินน่ะ พอเห็นว่าผมขาขาดไปข้างหนึ่ง พวกเขาก็เริ่มคิดแล้วว่ามันจะคุ้มไหม” ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม และผู้หญิงหลายคนก็เห็นว่าคุ้ม

          “คนไหนก็ได้ แค่ไม่เกินกว่าฉันจะรับได้ก็พอและฉันก็หาไว้แล้วด้วย รูปร่างหน้าตาใช้ได้ นิสัยที่ลองไปถามๆ ดูก็ไม่แย่ แต่แกอาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะเขาคงต้องแต่งกับแกเพราะเงิน บ้านเขาเป็นหนี้ฉันอยู่ พ่อของเขาเป็นลูกหลานของคนที่เคยมีบุญคุณกับปู่แก ฉันเลยให้ยืมเงินเอาไปจุนเจือบริษัทอยู่ไม่น้อยเลย”

          “แต่งงานใช้หนี้เหรอครับ” เขาเลิกคิ้ว “สมัยนี้แล้วเนี่ยนะ” บุลินบ่นงึมงำในลำคอ

          “ใช่ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าคงเป็นสะใภ้ที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่น่าจะทำให้แกมีปัญหาอะไร อีกอย่างเขาจะได้ดูแลแกด้วย”

          “คุณย่านั่นภรรยาหรือพยาบาลส่วนตัวกันแน่ครับ”

          “เอาเป็นว่าแกต้องแต่ง” นั่นคือคำสั่ง ไม่ใช่คำขอร้อง

          บุลินโตมาด้วยการโอบอุ้มดูแลของแสงรุ้งมาตั้งแต่ห้าขวบหลังจากที่แม่แต่งงานใหม่ ส่วนพ่อนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขาสามขวบ หญิงชราคนนี้จึงเป็นคนหนึ่งในชีวิตที่เขาให้ความสำคัญและรักมากกว่าใคร

          อันที่จริงแสงรุ้งไม่ใช่คนเผด็จการ ย่าของชายหนุ่มจะฟังเหตุผลก่อนเสมอ แล้วค่อยตัดสินใจชี้ขาด แต่ต้องมีเหตุผลดีๆ มาโต้แย้ง ซึ่งในกรณีนี้เขาก็ไม่มี ดังนั้นตอนนี้เขาจึงทำได้แค่พยักหน้าและตกลง

          จะบอกว่ามีคนรักอยู่แล้วเหรอ เขาก็ไม่มี เพราะผู้หญิงที่เขาเคยรักนั้นตัดสินใจเลือกได้ทันทีที่ว่าเธอจะตกลงปลงใจกับใครหลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องตัดขาช่วงใต้เข่าทิ้งไป  

          “ครับคุณย่า” เอาเป็นว่าแต่งก็แต่งเถอะ แต่แต่งแล้วจะอยู่ด้วยกันได้จริงๆ อย่างที่ย่าของเขาคาดหวังไว้ไหมนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

          พอตกลงกันเรียบร้อยแล้ว สองย่าหลานก็รับประทานอาหารกันต่อเงียบๆ

          หลังจากแสงรุ้งติดต่อเจรจาเรื่องแต่งงาน ทางลูกหนี้อย่างชัยกรกลับเสนอลูกเลี้ยงของตัวเองขึ้นมาแทนลูกสาวแท้ๆ แสงรุ้งเห็นว่าไม่เสียหายอะไรเพราะหากเป็นคนที่เต็มใจ แม้จะเป็นลูกเลี้ยงอาจจะดีกว่าคนที่ไม่เต็มใจก็ได้

ดังนั้นจึงให้ลองมาเจอกันก่อน แต่ปรากฏว่าพอทราบถึงสภาพของชายหนุ่มก็กลับคำขอส่งตัวลูกสาวคนโตมาแทน โดยอ้างเหตุผลเรื่องอายุขึ้นมาว่ามาริษาเพิ่งเรียนจบ แต่บุตรสาวคนโตนั้นอยู่ในวัยที่เหมาะสมกับบุลินมากกว่าเนื่องจากอายุยี่สิบห้าปีแล้ว ทำให้แสงรุ้งได้แต่ดูแคลนครอบครัวนี้อยู่ในใจ เกือบจะเลิกสนใจแล้วเสียด้วยซ้ำ แต่ไหนๆ เธอเลือกคนโตไว้ตั้งแต่แรก ก็ให้หลานชายไปดูตัวเสียหน่อย ดังนั้นจึงตกลงให้ทั้งคู่ได้มาพบกันเป็นการส่วนตัว

          บุลินมองดูหญิงสาวตักอาหารรับประทานท่าทางเอร็ดอร่อย นิศากรมีความสุขกับการกินเป็นอย่างมาก

          “ร้านนี้อร่อยมากจริงๆ ด้วยค่ะ เหมือนที่น้องสาวของไนท์บอกไว้เลย”

          “คุณมิ้นน่ะเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกถึงมาริษาขึ้นมาก็แอบโล่งใจนิดๆ ที่ไม่ต้องแต่งงานกับอีกฝ่าย เพราะดูแล้วน่าจะเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจมากคนหนึ่ง

          “เปล่าค่ะ น้องสาวแท้ๆ ของไนท์เองค่ะ เป็นน้องสาวฝาแฝดชื่อทิพากร ชื่อเล่นว่าเดย์ค่ะ พ่อกับแม่เลิกกันก็เลยแยกกันไปคนละทิศละทาง แต่พวกเราก็ยังติดต่อกันตลอดเลยค่ะหลังจากกลับมาเจอกันตอนโต” รอยยิ้มตอนพูดถึงน้องสาวนั้นกว้างขึ้น ดูเหมือนจะมีความสุขที่ได้เอ่ยถึง

          หลังรับประทานอาหารจนหมดแล้ว บุลินก็พบว่าเจ้าตัวกินเก่งไม่เบาเลย ของหวานที่สั่งมาตอนหลังก็ยังกินได้เรื่อยๆ ด้วยท่าทางสบายๆ

          “อยากไปไหนต่อหรือเปล่าครับหรืออยากกลับบ้านแล้ว”

บุลินเอ่ยถามไปโดยไม่คาดหวังอะไร แต่อีกฝ่ายกลับมองเขาตาแป๋ว ท่าทางดีใจ

          “พี่บุ้งจะพาไปจริงๆ เหรอคะ”

          เขาพยักหน้า “ถ้าคุณอยากไป แต่คงไปที่ที่ต้องเดินเยอะๆ ไม่ได้หรอกครับ ผมปวดขาข้างที่ใส่ขาเทียมน่ะ” จงใจย้ำให้เธอได้รู้อีกรอบว่าเขามีสภาพร่างกายแบบไหน

          “ถ้าอย่างนั้นไปดูหนังกันดีไหมคะ”

          นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ไปโรงภาพยนตร์ อาจจะตั้งแต่เรียนจบละมั้ง มันนานจนลืมบรรยากาศการดูหนังจอใหญ่ร่วมกับคนอื่นไปหมด ซึ่งความจริงเขาก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อออกปากไปแล้ว

          “ก็ได้ครับ”

          ดังนั้นเขาจึงให้คนขับรถพาเขาและนิศากรไปยังห้างสรรพสินค้าที่มีโรงภาพยนตร์ บุลินเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างรถด้วยความเบื่อหน่าย เขาไม่ชอบออกจากบ้านมาตั้งแต่สิบปีก่อนหลังจากที่ต้องตัดขาข้างซ้ายทิ้งไป

          เขายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้อยู่เลย ตอนที่ตื่นมาแล้วพบว่าขาบริเวณใต้เข่าหายไป อาชีพนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องจบลงในวันนั้น ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า หัวใจแตกสลายและพังยับเยิน กว่าเดิมเมื่อผู้หญิงที่ตัวเองหลงรักเลิกลังเลและเลือกใครอีกคน เขาก็เหมือนถูกช่วงชิงความสุขทั้งหมดไปจากชีวิต

          แม้จะชินกับขาเทียมแล้ว แต่บุลินก็ยังรู้สึกว่ามันหนักอึ้งในความรู้สึกและคอยแต่จะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าหลายๆ คนจะต้องมองมาที่ขาของเขา แล้วก็คิดว่าเสียดายที่หน้าตาดี แต่ไม่น่าพิการเลย เขาเกลียดความเห็นใจแบบนั้นมากที่สุด

          “พี่บุ้งคะ ไม่ลงเหรอคะ” นิศากรที่ลงไปยืนอยู่นอกรถยื่นหน้าเข้ามาถาม ชายหนุ่มถึงได้รู้สึกตัวว่ารถจอดนานแล้ว

          “โทษที” บุลินลงจากรถก่อนเดินอ้อมรถอย่างช้าๆ ไปหาหญิงสาวที่ยืนรออยู่

          “พี่บุ้งชอบดูแนวไหนเหรอคะ”

          “ไม่มีความชอบเป็นพิเศษหรอกครับ” บุลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไร้อารมณ์ “เลือกเลย”

          “งั้นไนท์เลือกเนอะ” นิศากรยิ้มกว้าง

หลังจากฟื้นขึ้นมาและเสียขาไป เขาก็ทำกายภาพบำบัดและฝึกการใส่ขาเทียมจนคล่อง ความพยายามของชายหนุ่มทำให้การเดินเหินดูแทบจะปกติดี แต่ยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิม หากสังเกตดีๆ ก็จะรู้ว่าเขาเดินได้ไม่เป็นธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์

บุลินก้าวตามหญิงสาวขึ้นไปยังบันไดเลื่อนอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง เขาเลือกที่จะไม่มองไปยังคนรอบตัว แต่จับจ้องไปยังนิศากรที่ดูมีความสุขราวกับลูกหมาที่ถูกปล่อยออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน

“พี่บุ้งนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวไนท์ไปซื้อตั๋วหนังเองค่ะ”

ชายหนุ่มส่งเงินให้กับหญิงสาว “ผมเลี้ยง”

“ขอบคุณค่ะ” นิศากรรับเงินไป ก่อนจะหายไปพักใหญ่กว่าจะกลับมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะพี่บุ้ง มันต้องซื้อตั๋วหนังกับที่ขายตั๋วออนไลน์ค่ะ ไนท์ก็ไม่ได้มาดูนานมากแล้ว ก็เลยไปยืนงงอยู่พักใหญ่” เธอส่งการ์ดใบหนึ่งให้เขา “ไนท์เปิดบัตรให้ค่ะ แล้วก็ใช้เงินที่พี่บุ้งให้เติมเงินในบัตร”

“คุณเก็บไว้สิ”

“ให้ไนท์เก็บไว้เหรอคะ” เมื่อเขาพยักหน้า เธอจึงเก็บบัตรลงกระเป๋าเงินของตัวเอง “เอาไว้คราวหน้าเดี๋ยวมาดูด้วยกันอีกนะคะ”

บุลินเออออไปเรื่อยเปื่อย แต่ภายในใจกลับคิดว่าหลังแต่ง เขาคงไม่ออกไปไหนมาไหนอีกแล้วหากไม่จำเป็นแบบนี้

นิศากรเลิกคิ้วเมื่อชายหนุ่มยื่นธนบัตรใบละหนึ่งพันมาให้อีกใบ “เอาไปซื้อของกินระหว่างดูหนังสิ”

“ค่ะ” เธอยื่นมือไปรับ “พี่บุ้งอยากดื่มน้ำอะไรคะ แล้วก็ชอบป๊อปคอร์นรสไหน”

“คุณชอบแบบไหนก็ซื้อมาเถอะ” ว่าที่เจ้าสาวของเขารับคำ แล้วก็เดินจากไป

ในระหว่างที่นิศากรทิ้งชายหนุ่มไว้เพียงลำพังก็มีสายตาสองสามคู่มองมา บุลินปรายตามองกลุ่มนักศึกษาที่กำลังกระซิบกระซาบกันเสียงดัง ไม่มีความเกรงใจคนรอบข้าง

 “ลองไปขอเบอร์เขาดูมะ เผื่อเขาอยากเลี้ยงนักศึกษา” พอคำพูดนั้นหลุดออกมา เพื่อนที่ยืนข้างกันก็หัวเราะ วี้ดว้ายเสียงดัง

น่ารำคาญ

นิศากรเดินกลับมาเร็วมาก เธอยื่นน้ำให้เขาแก้วหนึ่งและทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน พวกนักศึกษาจึงนิ่งไปนิด ก่อนจะส่งเสียงส่งท้าย

“โอ๊ย มีเด็กเลี้ยงแล้วว่ะ”

บุลินหันไปมองทั้งสามคนด้วยสายตาคู่คม ทำให้นักศึกษาเหล่านั้นสะดุ้ง อาจเพราะไม่คิดว่าเขาจะได้ยินหรือรู้ตัวละมั้ง

ชายหนุ่มตวัดสายตากลับมามองหญิงสาวข้างกาย นิศากรอายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว แต่ด้วยรูปร่างที่เล็ก ให้เดาน่าจะสูงแค่ร้อยห้าสิบบวกนิดๆ กับใบหน้าที่ดูอ่อนวัย ก็คงมีหลายคนหรอกที่เดาอายุของเจ้าตัวผิด อาจคิดว่ายังเป็นนักศึกษา ส่วนเขาเล่าดูแก่จนเป็นเสี่ยชอบเลี้ยงเด็กสาวได้แล้วหรือไง ก็แค่สามสิบเจ็ดเองนี่

“พี่บุ้งหงุดหงิดเรื่องอะไรคะ” นิศากรเป็นคนที่ไวต่ออารมณ์ของคนอื่น ดังนั้นไม่ยากเลยที่เธอจะสัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดของ

บุลิน

“เปล่า”

“ค่ะ” เธอรู้ว่าเขาหงุดหงิด แต่ถ้าเขาไม่เอาความหงุดหงิดนั้นมาลงกับเธอ เธอก็จะไม่คาดคั้นหรือพยายามให้เขาบอกมันออกมาหรอก

ทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ เมื่อถึงรอบของเรื่องที่ทั้งคู่รอจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปยังโรงภาพยนตร์และใช้เวลากว่าสามชั่วโมง เพื่อนั่งดูหนังรักโรแมนติกที่ตอนจบพระเอกตายเพราะสละชีวิตช่วยนางเอก มันก็น่าจะซาบซึ้งดีอยู่หรอก แต่ดันให้ตอนหลังนางเอกใจอ่อนยอมใช้ชีวิตอยู่กับพระรองนี่สิ สำหรับชายหนุ่มถือว่าจบได้บัดซบสิ้นดี

เสียงหาวเบาๆ ของคนข้างกายทำให้บุลินขมวดคิ้ว เขาหันไปมองเธอ แสงสลัวจากจอที่ภาพยนตร์เพิ่งจบลงทำให้เขาเห็นว่านิศากรนั้นหน้าตาเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน และยิ่งแน่ใจเมื่อไฟสว่างขึ้นทั้งโรง

“คุณหลับ”

“ก็...แอร์เย็นนี่คะ”

บุลินส่งเสียงหึเบาๆ ในลำคอ คนที่ตั้งใจมาดูดันหลับ ส่วนเขาดันนั่งดูจนจบเรื่อง

“ว่าแต่หนังจบยังไงเหรอคะ” นิศากรเอ่ยถามเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากโรงภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว

“พระเอกตายเพราะช่วยนางเอก”

“อ้าว” หญิงสาวร้องเสียงหลง

“นางเอกเศร้าอยู่ห้าหกปี พระรองก็มาหาไม่ขาดสุดท้ายก็เลยได้กัน”

“จบโหดร้ายเกินไปแล้ว น่าสงสารพระเอกกว่าเดิมอีกค่ะ” ดวงหน้าเหมือนลูกหมาถูกดุทำให้อารมณ์มัวๆ หลังดูภาพยนตร์ที่ตอนจบไม่ถูกใจตัวเองของบุลินจางลง

“จริงๆ ก็ไม่ผิดอะไรนะ พระเอกก็ตายไปแล้ว นางเอกก็ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” นิศากรเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาใสๆ ไร้การเสแสร้งหรือมารยาใด ดูยังไงก็ลูกหมา “แต่ถ้าถามผม นางเอกโลเลแบบนั้น พระเอกถือว่าหมดเคราะห์หมดโศกแล้ว ขืนมีชีวิตอยู่ต่อก็คงต้องทุกข์ คอยระแวงว่าเมียตัวเองจะมีชู้หรือเปล่าเพราะพระรองมันขี้ตื๊อ”

นิศากรกะพริบตาปริบๆ สองสามที ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ แล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับบุลิน ตอนที่เธอเลือกเรื่องนี้ บนโปสเตอร์หรือตัวอย่างไม่ได้บอกเอาไว้ว่าจะเป็นรักสามเส้าเราสามคนอะไรแบบนั้น

บุลินพานิศากรมาส่งถึงบ้าน ก่อนที่นิศากรจะเปิดประตูลงจากรถ เธอก็หันมาถาม “เราจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ดีคะพี่บุ้ง”

ฤกษ์แต่งงานนั้นเป็นอีกสามเดือนข้างหน้า ดังนั้นระหว่างนี้ย่าของเขาจึงให้มาทำความคุ้นเคยกับอีกฝ่ายก่อน เพราะในวันเข้าหอจะได้ราบรื่น ซึ่งสำหรับเขาแล้วคิดว่าผู้เป็นย่าคิดมากเกินไป วันไนต์สแตนด์ยังมีได้ นับประสาอะไรกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เพิ่งเจอกัน มันก็ไม่ต่างกันหรอก

“อันที่จริงผมไม่ค่อยชอบออกจากบ้าน” เขาบอกออกไปตามตรง ทำให้สีหน้าของนิศากรที่เคยสดใสจืดเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด บุลินจึงสงสัยว่าเธอกำลังหลงเสน่ห์เขาเหรอ แต่พอสบตาแล้วก็พบว่ามันไม่ใช่ เขาดูออก เธอไม่ได้พิศวาสอะไรเขาในทางชู้สาว

“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”

“แต่ถ้าไปที่บ้านของผมก็ได้ครับ”

“บ้านพี่บุ้งเหรอคะ”

“อือ ยังไงก็ต้องไปอยู่อยู่แล้ว ลองไปเที่ยวเล่นดูก่อนก็น่าจะดี”

นิศากรยิ้ม ใบหน้ากลับมาสดใสร่าเริง “แล้วเมื่อไหร่ดีคะ”

“อาทิตย์หน้าผมจะส่งคนขับรถมารับครับ สักประมาณสิบโมง”

“ดีค่ะ เราจะได้กินมื้อเที่ยงด้วยกัน งั้นอนุญาตให้ไนท์ทำอาหารเที่ยงให้พี่บุ้งนะคะ”

บุลินมองนิศากรที่ดูจะดีใจจนออกนอกหน้า “ได้”

นิศากรมองเขาด้วยสายตาเหมือนซาบซึ้งน้ำใจ ก่อนยกมือขึ้นไหว้เขาราวกับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตัวเองต้องเคารพ

“สวัสดีค่ะพี่บุ้ง เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ”

ชายหนุ่มมองตามร่างเล็กที่เดินหายเข้าไปในตัวบ้านหลังโตด้วยความรู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อย ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องดีใจขนาดนั้นด้วย แปลกคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีตัวหอม   ตอนพิเศษ คนที่แสนโชคดี

    ตอนพิเศษ คนที่แสนโชคดี บุลินนอนมองคุณแม่ของลูกสาวทั้งสองซึ่งยังหลับสนิท เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของลูกๆ รวมถึงของเขาด้วย เธอจึงไม่ต้องรีบตื่นเพื่อเข้าครัวทำมื้อเช้าให้กับทุกคน เธอปรือตาขึ้นมองสามี แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองนิ่งๆ เท่านั้น บุลินอดใจไว้ไม่ไหวจึงยื่นหน้าไปจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากของคนที่ยังไม่ตื่นเต็มตา ลูกสาวคนโตนอนหลับอยู่ในห้องส่วนตัวของเธอ ส่วนคนเล็กไปนอนค้างกับบวรและปภาดา ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงมีเพียงกันและกันอยู่บนเตียงกว้าง ช่างเป็นยามเช้าที่แสนเย้ายวนใจ “น้องไนท์ถุงยางอนามัยหมดแล้ว” บุลินก้มลงกระซิบ มือก็ลากไล้ไปตามเอวของหญิงสาวที่ขยับขยายกว้างขึ้นเล็กน้อยเพราะผ่านการเป็นคุณแม่มาแล้ว นิศากรพยักหน้ารับรู้เบาๆ เขาอมยิ้ม “ถ้าไม่ใช้ก็อาจจะท้องอีกนะครับ” คนฟังขมวดคิ้ว ตอนแรกเธอไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้ยินอีกประโยคสติก็เริ่มแจ่มชัด “พี่บุ้งอยากมีอีกคนเหรอคะ” “เจ้าขาก็โตแล้ว จันทร์เจ้าก็ถูกพี่บีแย่งไป เหงาน่ะไม่มีใครให้อุ้มเลย” “ลูกมากจะยากจนนะคะ” นิศากรหัวเราะคิกคัก

  • สามีตัวหอม   ตอนพิเศษ เมื่อพบกันอีกครั้ง

    ตอนพิเศษ เมื่อพบกันอีกครั้ง ลูกสาวคนโตวัยเกือบเจ็ดขวบกว่านั้นไม่เคยมาขอนอนด้วยอีกเลยตั้งแต่มีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเองส่วนลูกสาวคนเล็กที่อายุเพิ่งครบห้าปีก็แทบจะไปนอนกับบวรและปภาดาวันเว้นวัน ดังนั้นสองสามีภรรยาจึงมีเวลาส่วนตัวในยามค่ำคืนอยู่มาก นิศากรหวีผมเรียบร้อยแล้วก็ปีนขึ้นเตียงไปหาสามีที่กำลังอ้าแขนรอ เธอซบหน้ากับอกของชายหนุ่มพลางหายใจเอากลิ่นหอมจากกายสามีเข้าเต็มปอด “มีอะไรครับ” บุลินเอ่ยถามเพราะรู้สึกได้ถึงอาการกังวลใจของภรรยา “เดย์บอกว่าคุณพ่ออยากเจอไนท์ค่ะ” อ้อมแขนแข็งแรงกอดกระชับแน่นขึ้น “อยากเจอหรือเปล่าครับ” เธอพยักหน้า “เดย์บอกว่าคุณพ่อกังวลมากและคิดอยู่นานว่าจะเจอไนท์ดีหรือเปล่า” หญิงสาวถอนหายใจ “ไนท์จะเริ่มต้นใหม่กับคุณพ่อได้ไหมคะ มันจะราบรื่นหรือเปล่า” “ยังไงก็มีเจ้าขากับจันทร์เจ้าอยู่นะครับ คุณพ่อเอ็นดูสองคนนั้นจะตายไป” บุลินพาลูกสาวทั้งสองคนไปเยี่ยมชัยกรอย่างน้อยเดือนละครั้ง “ลูกต้องช่วยให้บรรยากาศระหว่างเธอกับท่านเป็นไปอย่างราบรื่นแน่” “ไนท์ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” “ยังไงก็

  • สามีตัวหอม   ตอนพิเศษ ดุจจันทรา

    ตอนพิเศษ ดุจจันทรา ดุจจันทราหรือน้องจันทร์เจ้าของทุกคน ลูกสาวคนที่สองของบุลิน เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด ทำเอาทุกกังวลใจกันไปหมด แต่หลังจากออกจากตู้อบมาแล้ว ร่างกายก็แข็งแรงดี เพียงแต่เจ้าตัวกลับติดบวรมากกว่าคนเป็นพ่ออย่างบุลินเสียอีก ดังนั้นจึงกลายเป็นพ่อบี พ่อบุ้งไปโดยปริยาย “พรุ่งนี้จันทร์เจ้าจะไปโรงเรียนเป็นวันแรก พี่บีจะไปส่งลูกไหมคะ” ปภาดาซึ่งนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก หันมาถามสามีเมื่อเห็นว่าเขาออกมาจากห้องน้ำแล้ว “พี่ว่าจะไม่ไปหรอก” บวรรับหวีมาจากมือของปภาดาแล้วช่วยแปรงผมให้อย่างเบามือ “อ้าวทำไมล่ะ ลูกไปโรงเรียนวันแรกเลยนะ ไอ้บุ้งก็บอกว่าต้องลองไปสัมผัสดู ครั้งเดียวในชีวิตเลยที่ลูกจะมีวันนี้” ปภาดาฟังประสบการณ์ครั้งแรกของบุลินที่ไปส่งดั่งบุหลันลูกสาวคนโตแล้วตื่นเต้นอยากไปบ้าง “ไม่อยากเห็นน้องจันทร์เจ้าร้องไห้น่ะค่ะ” “โอ๊ย พ่อบี น้องจันทร์เจ้าเก่งจะตายไป ไม่ร้องหรอก” “ต้องร้องแน่ๆ ไม่มีเด็กคนไหนไม่ร้องหรอก ขนาดไอ้บุ้งยังร้องไห้จ้าอยู่เป็นอาทิตย์ๆ” ปภาดาหัวเราะคิกคัก “ปอนด์จำได้ ร้องจนปอนด์รำคาญ แต่เด็กที่ไม่

  • สามีตัวหอม   ตอนพิเศษ ดั่งบุหลัน

    ตอนพิเศษ ดั่งบุหลัน “เจ้าขาคนดีของพ่อบุ้ง ทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียนล่ะครับ” บุลินถูกภรรยาวานให้มากล่อมลูกสาวคนโตที่งอแงไม่ยอมไปโรงเรียน ชายหนุ่มเท้าคางนอนตะแคงอยู่ข้างลูกสาวที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนิ่ง แม้ว่าจะพูดอะไรก็ไม่ยอมตอบกลับมาสักคำ “ลืมทำการบ้านหรือเปล่า กลัวคุณครูดุก็เลยไม่อยากไปโรงเรียนเหรอครับ” บุลินพยายามคาดเดาเหตุผลที่ลูกสาวไม่อยากไปโรงเรียน “หรือว่าถูกใครแกล้ง” พอพูดออกไปเขาก็ขมวดคิ้ว เท่าที่ผ่านมาไม่มีเด็กกล้ารังแกลูกเขาหรอก เคยทำคนที่มาแกล้งจนฟันน้ำนมหักเลยด้วยซ้ำ เหตุผลนี้คงไม่ใช่ “เราเคยสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอครับว่ามีอะไรก็จะบอกพ่อบุ้ง เจ้าขาก็รู้ว่าพ่อเก็บความลับเก่งที่สุดเลย” คนร่างจิ๋วภายใต้ผ้าห่มขยับตัวยุกยิก บุลินใจชื้นที่ลูกสาวมีปฏิกิริยาสักที เขารอคอยอย่างอดทนให้ลูกสาวออกมาคุยกันดีๆ แต่แล้วกลับนิ่งไปอีก “เอ๊ะ หรือว่าจริงๆ แล้วป่วย” บุลินพยายามจะดึงผ้าห่มออกจากตัวของลูกสาว “พ่อหนูไม่ได้ป่วยนะ” น้ำเสียงเล็กๆ ที่ตอบกลับมานั้นฟังอู้อี้ “แล้วทำไมไม่อยากไปโรงเรียนล่ะครับ” “ก็มัน...เสียใจ เจ

  • สามีตัวหอม   ตอนที่ ๒๓

    ตอนที่ ๒๓ ถึงคนเป็นพ่อจะยังไม่หายดีและยังไม่พร้อมเจอกับนิศากร แต่เรื่องที่ยอมให้อยู่กับบุลินได้อย่างเดิมก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าทางด้านอารมณ์ของชัยกรไปในทางที่ดี อย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ต้องเผชิญกับอารมณ์เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเกลียดของอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว พอเดินพ้นประตูบ้านเข้าไปด้านในโดยมีมือของบุลินที่กอบกุมมือเธออยู่ ก็พบว่าทุกคนในครอบครัวของเขาอยู่ที่นั่นเพื่อรอต้อนรับการกลับมาของเธอ รวมทั้งน้องสาวฝาแฝดอย่างทิพากรด้วย ซึ่งวันนี้ถูกแต่งหน้าจนสวยกว่าทุกที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของปภาดาอย่างแน่นอน นิศากรเดินเข้าไปหาแสงรุ้งเป็นคนแรก หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “ขวัญเอ๋ย ขวัญมา” แล้วจับมือของหญิงสาวมาบีบเบาๆ “จากนี้ต่อไปก็ขออย่าให้มีอะไรมาพรากเธอไปจากหลานชายฉันอีกเลย” “คงไม่มีแล้วค่ะ ยกเว้นพี่บุ้งจะเบื่อไนท์” “ไม่มีวันนั้นหรอกน่า” บุลินแทรกขึ้นมาทันที “ย่าก็ว่าอย่างนั้นแหละ” หญิงชรายังคงไม่ยอมปล่อยมือของคนอ่อนวัยกว่าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วคราวนี้ฉันก็จะไม่ยอมแน่” “นั่นสิ คราวนี้ไม่มีใครยอมหรอกนะน้องไนท์” ปภาดาเบ

  • สามีตัวหอม   ตอนที่ ๒๒

    ตอนที่ ๒๒ “เราว่าเนื้อเรื่องดูสดใสขึ้นนะ” คเชนทร์ที่ได้รับอนุญาตให้อ่านพล็อตของเพื่อนก่อนใครให้คำวิจารณ์กับเพื่อนสนิท นิศากรยิ้มจนตาหยี “ดีกว่าเดิมใช่ไหม” “เราก็คิดว่าดีกว่าเดิมนะ เหมาะกับลายเส้นน่ารักๆ ของเธอด้วย แถมพระเอกนิสัยสามีแห่งชาติขนาดนี้ เขียนให้เป็นแนวรักไปเลยน่าจะผ่านนะ” เพราะว่าพล็อตคราวก่อนไม่ผ่านจึงต้องมาปรับกันใหม่ “แล้วนี่ อยู่คนเดียวโอเคใช่ไหม” “โอเค เราอยู่ได้ไม่ต้องห่วง แต่ว่าจริงๆ แล้ว พี่บุ้งมาหาทุกสองสามวันเลยแหละ ไม่ค่อยเหมือนอยู่คนเดียวสักเท่าไหร่” คเชนทร์ได้ฟังแล้วก็หัวเราะ เมื่อนึกถึงสามีของเพื่อนที่หย่ากันเพราะความจำเป็น แต่ทั้งสองยังรักกันดีจนเขาอดอิจฉาไม่ได้พอคิดถึงแฟนที่เพิ่งเลิกกันไปก็น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง “เอ๊ะ นั่นน้องสาวเธอหรือเปล่า” นิศากรหันหน้าไปตามสายตาของคเชนทร์ ก็พบว่าทิพากรเดินเคียงมากับชายหนุ่มร่างสูงท่าทางดูดีมากคนหนึ่ง เธอจำได้ว่านั่นคือยามที่เคยเป็นกระแสในโลกโซเชียลของโรงแรมบุลินซึ่งทำให้ยอดจองช่วงหนึ่งมากขึ้นจนน่าตกใจ “สองคนนั้นสนิทกันเหรอเนี่ย” นิศากรเลิก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status