Share

ตอนที่ 10

last update publish date: 2026-09-28 19:46:24

หลังจากที่ฟางหรงกลับมาถึงเรือนได้หลายวันแล้ว นางก็มิได้ออกไปที่ใดอีก มีแค่ออกไปคารวะท่านย่าและพูดคุยเล็กน้อยท่านย่าของนางก็สั่งให้นางกลับมาพักผ่อน ฟางหรงพูดเอาใจไม่เก่งหญิงชราจึงหันไปสนใจพี่สาวของนางแทน

ในขณะที่วันนี้ฟางหรงรู้สึกเบื่อ นางคิดที่จะออกไปดูกิจการหลังจากที่ไม่อยู่เสียนาน หลังจากที่กลับมาก็ยังไม่ได้แวะไปดู ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากเรือนก็พบฟางซินพี่สาวต่างมารดา

"เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ"

"เจ้าค่ะ" ฟางหรงตอบอีกฝ่ายสั้น ๆ แม้ว่าฟางซินจะไม่พอใจอยู่บ้างหากแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ เพราะว่านางอยากจะรู้เรื่องราวของท่านแม่ทัพในตอนนี้ผู้คนต่างร่ำลือออกไปจนทั่วว่าชายหนุ่มนั้นหายดีแล้วทั้งกำลังแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลฟาง เรื่องที่น้องสาวของนางไปดูแลชายหนุ่มที่ต่างเมืองไม่ได้เล็ดลอดออกมา เพราะตระกูลเว่ยและตระกูลฟางต่างก็ตั้งใจปกปิดเรื่องนี้ไว้เพื่อชื่อเสียงของทั้งสองตระกูล 

"ข้าได้ข่าวว่า ท่านแม่ทัพหายดีแล้วเช่นนั้นหรือ !" ฟางหรงที่ในตอนแรกที่ไม่คิดสนใจอีกฝ่าย ถึงกับชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมา

"เจ้ารู้ได้อย่างไร" ฟางหรงเอ่ยถามอีกฝ่าย

"ผู้คนเล่าลือกันไปทั่ว เขากลับมาถึงเมืองหลวงแล้วด้วยเจ้าไม่รู้หรอกหรือ เขามิได้บอกกับเจ้าหรอกหรือ หึ หัวใจของคนมันมิได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ หรอกนะ เจ้าอาจจะเป็นคนที่ดูแลเขาคอยช่วยเหลือเขาในยามที่เขาป่วย หากแต่แท้จริงแล้วภายในเขามีแต่ข้า เป็นเช่นนี้ต่อไปเจ้ามั่นใจว่าจะแต่งกับเขาจริง ๆ น่ะหรือ" ฟางหรงยิ้มเยาะที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบอีกฝ่าย

"ทำไมหรือ หรือว่าเจ้าเห็นว่าท่านแม่ทัพหายดีแล้วจึงคิดที่จะอยากได้คืนขึ้นมา" ฟางหรงเอ่ยอย่างเย้ยหยัน ฟางซินรู้ดีว่าน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ไม่เคยนับว่านางเป็นพี่สาวและนางเองก็เกลียดอีกฝ่ายไม่แพ้กัน หากไม่เป็นเพราะมารดาของฟางหรงมารดาของนางก็คงไม่ต้องกลายเป็นเมียลับ ๆ ของอีกฝ่ายนานกว่าสามปี ทำให้นางเกือบจะกลายเป็นลูกนอกสมรสจริง ๆ ไปแล้ว โชคดีจริง ๆ ที่สตรีชั่วคนนั้นตายไปเสียได้ บิดาของนางจึงพามารดากับนางและน้องชายกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของนาง 

แล้วมาวันหนึ่งนางก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิมเมื่อฟางหรง อยากจะครอบครองคนรักของนาง ท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงเป็นของนางและจะเป็นตลอดไป

"แล้วหากข้าอยากได้คืนจริง ๆ เล่า" ฟางซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ ทำเอาฟางหรงถึงกับกำหมัดแน่น 

"หากเจ้าอยากจะได้ เช่นนั้นก็ไปบอกเขาสิ ! เผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าสตรีที่เห็นคนรักพิการกลับทอดทิ้งเขา ในยามที่เขาหายดีกลับคิดอยากจะได้เขาคืน จะมีบุรุษโง่คนใดยังต้องการเจ้าอีก" ฟางหรงเอ่ยวาจาร้ายกาจออกมาอย่างไม่คิดไว้หน้าอีกฝ่าย ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

"เจ้า !" ฟางหรงชะงักฝีเท้าก่อนจะเอ่ยโดยไม่หันหลังกลับมา

"หากเจ้าคิดว่าสตรีเช่นเจ้ามีความสำคัญมากพอที่จะแย่งเขาผู้นั้นกลับไปได้ เช่นนั้นก็ลองดู ! เพราะข้าเองก็จะรอดูเช่นกัน" กล่าวจบฟางหรงก็เดินจากไปในทันที ปล่อยให้พี่สาวต่างมารดาได้แต่คับแค้นใจจนใบหน้าคล้ำเขียวด้วยความโกรธ

หลังจากที่ฟางหรงและสาวใช้ขึ้นนั่งบนรถม้าแล้ว สาวใช้คนสนิทก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

"คุณหนูกล่าวเช่นนั้นกับคุณหนูใหญ่จะไม่เป็นไรแน่หรือเจ้าคะ บ่าวกลัวว่านางจะนำความไปฟ้องมารดาของนาง"

"หึ อยากจะฟ้องก็ฟ้อง ข้าไม่เคยกลัวอยู่แล้ว"

"แล้วเรื่องท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ คุณหนูจะทำเช่นไรต่อไป"

"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน หากเขาคิดกลับไปแต่งงานกับสตรีผู้นั้นก็แล้วแต่เขา ข้าก็จะคิดว่าไม่เคยรู้จักเขาไปเสีย ข้าเองก็ไม่ต้องการบุรุษหน้าโง่เช่นนั้นมาเป็นสามีหรอกนะ ทั้ง ๆ ที่เขาทิ้งตนเองไปในขณะที่ตนเองบาดเจ็บในยามที่หายดีก็ยังกลับมาหานาง เช่นนั้นก็จมกับความโง่งมต่อไปเถิด" ฟางหรงเอ่ยออกมาอย่างโมโห ทำเอาสาวใช้คนสนิทที่อยู่ด้วยกันมาถึงกับอึ้ง คุณหนูของนางไม่เคยมีโทสะมากมาย เพียงแค่ถูกพี่สาวต่างมารดาจี้ใจดำก็พลันมีโทสะได้ถึงเพียงนี้ คุณหนูของนางเปลี่ยนไปขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ไม่ต่างกันกับสาวใช้คนสนิทของหญิงสาวที่อยู่ภายในรถม้าที่ตื่นตระหนกกับโทสะของหญิงสาว ใครบางคนที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลหญิงสาวซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่บังคับม้าอยู่นั้นก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พลางคิดในใจว่า ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นสร้างความเกลียดชังอันใดให้กับคุณหนูสี่ผู้นี้นัก จึงทำให้สตรีที่ดูบอบบางอ่อนโยนกลายเป็นสตรีเจ้าอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้

หลังจากเดินทางมาถึงหอชุงเชียงโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของเมืองหลวงแคว้นเจา หญิงสาวก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นห้องทำงานของนาง ก่อนจะนั่งตรวจบัญชีจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วยามจึงปิดมันลงพร้อมกับบิดกายไปมาอย่างเกียจคร้าน  เมื่อมองดูเวลาก็เลยเวลามื้อเที่ยงมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว จึงลุกขึ้นและคิดที่จะไปทานอาหารที่เหลาอาหารของโรงเตี๊ยมไป๋ลู่เซียง ซึ่งเป็นกิจการของท่านลุงพี่ชายมารดาของนาง

"ข้าหิวแล้วไปทานอาหารที่ไป๋ลู่เซียงกันเถิด" ฟางหรงเปิดประตูออกมากล่าวกับสาวใช้ที่กำลังจะเดินเข้าห้องมาพอดี

"เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะไปเก็บของให้คุณหนูก่อน"

"ไม่ต้อง ข้าเก็บเรียบร้อยแล้ว"

"เจ้าค่ะ" ฟางหรงเดินนำสาวใช้ลงมาจนกระทั่งถึงชั้นสามก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นว่าฟางซินพี่สาวต่างมารดาของนางมากับท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิง ใบหน้าของนางยิ้มแย้มทำท่าทีเขินอายได้อย่างน่ารังเกียจ 

ฟางหรงแสร้งทำเป็นไม่สนใจก่อนจะเดินลงบันไดมาจนกระทั่งถึงชั้นล่าง ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังสวนทางขึ้นมา ชายหนุ่มมองดูนางด้วยใบหน้าเรียบเฉยในขณะที่ในใจของฟางหรงก็รู้สึกหลากหลาย ก่อนจะทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่ายไปเสียหากแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพี่สาวต่างมารดาเรียกนาง

"ฟางหรง เจ้าก็มาทานอาหารที่นี่งั้นหรือ"

"อื้ม" ฟางหรงตอบสั้น ๆ โดยไม่หันไปมองทั้งคู่ ก่อนจะก้าวลงบันไดโดยที่มีสายตาของใครบางคนมองตามอยู่ตลอด พร้อมกับเอ่ยขึ้น

"หากไม่รบกวนจนเกินไป คุณหนูสี่ช่วยอยู่ทานอาหารมื้อนี้ด้วยกันได้หรือไม่" ฟางหรงรู้สึกว่าตนเองเริ่มรู้สึกเกลียดบุรุษผู้นี้เสียแล้ว นางพยายามไม่ก้าวก่ายและไม่สนใจเขาแล้วเหตุใดต้องมาวุ่นวายกับนาง หากเขาต้องการกลับไปสานสัมพันธ์กับสตรีผู้นั้นก็ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวนาง

"ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ แต่ข้าทานเสร็จแล้วทั้งยังไม่สะดวกจะนั่งทานอาหารกับพวกท่านทั้งสอง ขอตัวเจ้าค่ะ"

"เจ้า ฟางหรงเจ้ากล่าวเกินไปหรือไม่" ฟางซินอดไม่ได้จึงกล่าวต่อว่าน้องสาวต่างมารดา

"เกินไป ! เกินไปอย่างไรเจ้าคะ ข้าเพียงชี้แจงให้พวกท่านทราบว่าข้าทานมาแล้วและไม่สะดวกที่จะอยู่ขัดขวางความรักของพวกท่าน ข้าเปิดทางให้พวกท่านถึงเพียงนี้แล้วเหตุใดจึงต้องดึงข้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเล่า ! หากท่านอยากจะพบกันก็ไม่จำเป็นต้องเอาข้ามาอ้างหรือนำข้ามาเป็นไม้กันหมา เพราะมันน่ารังเกียจ" กล่าวจบฟางหรงก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มเล็กน้อยสีหน้าของเขาที่ได้ยินนางกล่าววาจาเช่นนั้นซึ่งก็ดูตกใจไม่น้อย หากแต่ฟางหรงไม่สนใจ นางทำเพื่อคนอื่นมามากพอแล้ว หลังจากหลายวันที่นั่งทบทวนกับตนเอง นางคงไม่มีทางทำให้เขาหันกลับมารักนางได้เช่นนั้นก็ทำให้เกลียดนางไปเลยก็แล้วกัน ! ทำให้เห็นไปเลยว่านางหาใช่สตรีว่านอนสอนง่ายเช่นที่เขาเคยได้สัมผัสเมื่อตอนอยู่บ้านบนเชิงเขานั่น

คล้อยหลังของหญิงสาว เว่ยเส้าชิงก็ไม่มีอารมณ์ที่จะทานอาหารอีกต่อไป เขาเอ่ยกับหญิงสาวอีกคนพร้อมกับจากไปอย่างเร่งรีบ

"ข้าลืมไปว่ามีธุระที่จะต้องจัดการ คงต้องขออภัยคุณหนูใหญ่ฟางแล้ว"

"ดะ เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ" หญิงสาวกล่าวยังไม่ทันจบความดี ร่างสูงของชายหนุ่มก็กระโดดขึ้นหลังม้าจากไปเสียแล้ว ทำเอาฟางซินรู้สึกโกรธจนควันออกหู ภายในใจได้แต่กล่าวโทษน้องสาวต่างมารดาที่ทำให้แผนการของนางพังไม่เป็นท่า

ภายในรถม้าที่ฟางหรงนั่งอยู่นั้น หญิงสาวได้แต่นั่งเงียบตลอดทางก่อนที่จะมาถึงยังโรงเตี๊ยมไป๋ลู่เซียง

"ถึงแล้วเจ้าค่ะ"

"อื้ม"

ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้าวลงจากรถม้า อยู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนเข้ามาฉุดรั้งเข้าไปหาเขา ร่างบางเซก่อนจะเข้าไปปะทะกับหน้าอกแกร่งแต่เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นเป็นผู้ใด ฟางหรงถึงกับต้องขมวดคิ้วเป็นปม ด้วยความไม่พอใจ

"ปล่อยข้าเจ้าค่ะ"

"ไม่..." ชายหนุ่มปฏิเสธพร้อมกับย่อตัวลงอุ้มร่างบางของหญิงสาวขึ้นไปบนรถม้าดังเดิม ก่อนจะหันกลับมาสั่งความกับสาวใช้ของนาง

"เจ้ากลับจวนไปก่อน เดี๋ยวข้าจะเป็นผู้ไปส่งคุณหนูของเจ้าเอง" กล่าวจบเขาก็กลับเข้าไปในรถม้าพร้อมกับออกคำสั่งกับคนบังคับม้าในทันที

ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในเมืองหลวง ท่านแม่ทัพกลับกล้าฉุดร่างสาวงามกลางเมือง แล้วเช่นนี้จะไม่กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้อย่างไร เรื่องราวดังกล่าวกระจายไปทั่วเมืองหลวงภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามต่อมา

ขณะที่ผู้เสียหายเช่นฟางหรงกลับนั่งออกห่างชายหนุ่มคนละฝั่งของรถม้า พร้อมกับเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจเขา นางไม่เอ่ยถามว่าเขาจะพานางไปที่ใด เพราะรู้ถึงนิสัยของเขาดีว่าหากเขาต้องการสิ่งใดล้วนต้องได้มาไม่มีผู้ใดขัดขวางเขาได้ บุรุษเอาแต่ใจเช่นนี้ไม่รู้ว่าฟางหรงหลงรักเขาไปได้อย่างไรกัน หลังจากที่นั่งอยู่บนรถม้ามานานกว่าสองเค่อ ชายหนุ่มก็เริ่มเปิดปากกล่าวกับหญิงสาวก่อน

"เจ้าคิดจะไม่พูดสิ่งใดกับข้าเลยงั้นหรือ" 

"แล้วท่านแม่ทัพจะให้ข้ากล่าวสิ่งใดกับท่านเช่นนั้นหรือเจ้าคะ"

"เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเจ้ากำลังหึงหวงข้าเล่า" ฟางหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันกลับมามองชายหนุ่มใบหน้าของนางบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด

"เหตุใดข้าต้องหึงหวงท่าน ! ข้าไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ..." ประโยคหลังหญิงสาวเอ่ยมันด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนแทบจะเป็นการพูดกับตนเอง หากแต่คนที่ฝึกวรยุทธ์เช่นเขากลับได้ยินมันอย่างชัดเจน ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวอย่างตรงไปตรงมา

"ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ว่าคนที่ข้าจะแต่งงานด้วยยังคงเป็นคุณหนูสี่ฟาง"

"หึ" ฟางหรงเบือนหน้าหนี ก่อนจะหันไปมองด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยพร้อมกับหันกลับมาถามสิ่งที่นางรู้สึกค้างคาใจมาตลอด

"ที่ท่านกล่าวว่าจะแต่งงานกับข้า เป็นเพราะต้องการรับผิดชอบข้าเพียงเท่านั้นหรือเจ้าคะ" คำถามที่นางกล่าวกับเขาทำให้เว่ยเส้าชิงยอมรับว่าแปลกใจเล็กน้อย แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอธิบาย รถม้าก็เสียการทรงตัวก่อนจะขยับโยกไหวไปมา และได้ยินเสียงคนบังคับม้าตะโกนบอกทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงตกใจ

"แย่แล้วขอรับ ! อยู่ดี ๆ ม้าก็เกิดคลั่งขึ้นมา"

ในตอนนี้ฟางหรงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ รถม้าที่โคลงเคลงไปมาอย่างรุนแรงทำให้หญิงสาวไม่สามารถที่จะทรงตัวได้ทำให้สุดท้ายแล้วชายหนุ่มก็ดึงนางเข้ามากอดเอาไว้ ทำเอาฟางหรงรู้สึกใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาในทันที ก่อนจะได้ยินเสียงที่อ่อนโยนของอีกฝ่ายเอ่ยถามอย่างห่วงใย

"เจ้าเป็นอันใดหรือไม่ บาดเจ็บหรือไม่" ฟางหรงได้แต่ส่ายหน้าไปมา หญิงสาวยังคงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ทำให้ยังไม่สามารถตั้งสติได้ โชคดีที่มีเขาอยู่ด้วยไม่เช่นนั้นนางและสาวใช้อาจเจ็บตัวกันแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 10

    หลังจากที่ฟางหรงกลับมาถึงเรือนได้หลายวันแล้ว นางก็มิได้ออกไปที่ใดอีก มีแค่ออกไปคารวะท่านย่าและพูดคุยเล็กน้อยท่านย่าของนางก็สั่งให้นางกลับมาพักผ่อน ฟางหรงพูดเอาใจไม่เก่งหญิงชราจึงหันไปสนใจพี่สาวของนางแทนในขณะที่วันนี้ฟางหรงรู้สึกเบื่อ นางคิดที่จะออกไปดูกิจการหลังจากที่ไม่อยู่เสียนาน หลังจากที่กลับมาก็ยังไม่ได้แวะไปดู ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากเรือนก็พบฟางซินพี่สาวต่างมารดา"เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ""เจ้าค่ะ" ฟางหรงตอบอีกฝ่ายสั้น ๆ แม้ว่าฟางซินจะไม่พอใจอยู่บ้างหากแต่ก็เก็บอาก

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 9

    ฟางหรงวิ่งด้วยขาที่บาดเจ็บกลับมายังห้องพักของนาง ก่อนที่จะปิดประตูแล้วขังตนเองเอาไว้ในห้อง แม้แต่ลู่ลู่หญิงสาวก็ยังปฏิเสธที่จะพบเจอโดยอ้างว่าตนเองรู้สึกเหนื่อยและต้องการที่จะพักผ่อน"คุณหนู ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ""ไม่ ข้าไม่เป็นอันใด เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"หลังจากที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของสาวใช้คนสนิทจากไปแล้ว ฟางหรงก็เก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากของนางลงหีบ ทุก ๆ อย่างถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม รู้ตัวอีกครั้งข้าวของทุกอย่างก็ถูกเก็บจ

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 8

    ฟางหรงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่านางอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด หญิงสาวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นหากแต่ลู่ลู่สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาพบเข้าพอดี"คุณหนูท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ""อื้ม ท่านแม่ทัพเป็นเช่นไรบ้าง" ลู่ลู่ถอนหายใจนายสาวของเขายามที่ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาท่านแม่ทัพทันที เหตุใดจึงห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเองเช่นนี้นะ"ท่านหมอเทวดากำลังรักษาอยู่เจ้าค่ะ"

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 7

    ฟางหรงกำลังพยุงชายหนุ่มเข้าเรือนหากแต่ได้ยินเสียงใครบางคนเอะอะโวยวายอยู่ด้านหน้าจวน"เหตุใดที่นี่จึงได้เงียบยิ่งนัก" ถังซานชะเง้อคอมองออกไปก่อนจะพบกับหมอเทวดาเจียงซือหลิว"ท่านหมอ ! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ""อั๊ยยะ ! ไม่ใช่ว่ามีคนกล่าวว่าท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงผู้ยิ่งใหญ่ถูกพิษหรอกหรือ""ซือหลิวหรือ !""ข้าเอง เส้าชิงไม่นึกว่าเจ้าจะมีสภาพเช่นนี้ได้""เจ้ายังปากสุนัขเช่นเดิม" เว่ยเส้าชิงเอ่ยขึ้น ในขณะที่ฟางหรงรู้สึกทั้งตกใจและดีใจ ทั้งยังไม่คิดว่าคนทั้งสองจะรู้จักกันดูเหมือนว่าจะรู้จักกันดีเสียด้วย"ก็ใครใช้ให้ข้าเป็นสหายของเจ้าเล่า !""หึ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าถูกพิษ" เว่ยเส้าชิงเป็นสหายของหมอเทวดาเจียงซือหลิวความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ค่อนข้างซับซ้อน หากจะให้บอกเล่าคงยาวสามวันสามคืน"มีคนตามหาข้าให้ทั่วทั้งยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะเสียเงินทองมากเท่าใดก็จะพาข้ามารักษาท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงให้ได้น่ะสิ !""ผู้ใดกัน""คนของนางกล่าวว่าเป็นคุณหนูตระกูลฟาง คนรักของเจ้างั้นหรือ !" เจียงซือหลิวเอ่ยถามด้วยความอยากรู

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 6

    ฟางหรงขยับมานั่งที่ขอบเตียงในขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วนั่งซ้อนร่างบางที่ด้านหลัง ความใกล้ชิดเช่นนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับเกิดอาการใจเต้นแรงอย่างไม่อาจหักห้ามได้ตึกตัก ตึกตัก ตึกตักเว่ยเส้าชิงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเพราะประสาทสัมผัสที่เป็นเลิศของเขายิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ยินเสียงเต้นของหัวใจหญิงสาวชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ฟางหรงก็นั่งนิ่งให้เขาเช็ดผมของนางโดยที่ทั้งสองไม่มีการสนทนาใด ๆ ต่อกันก่อนที่เว่ยเส้าชิงจะโน้มตัวลงไปใกล้กับใบหูของนางพร้อมกับกระซิบหยอกเย้า

  • สามีผู้ลืมเลือน   ตอนที่ 5

    เว่ยฮูหยินและแม่ทัพเว่ยหมิงผู้เป็นสามีลุกขึ้นมาจัดพิธีมงคลให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ เพราะคำเรียกร้องที่ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวตกเป็นข่าวเสียหาย แม้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งคู่ก็จะต้องแต่งงานกันตามราชโองการจริง ๆ แล้วก็ตามพิธีไหว้ฟ้าดินถูกจัดขึ้นเล็ก ๆ เพียงแค่คนในครอบครัวและสหายไม่กี่คนของชายหนุ่มที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ทั้งยังทำพิธียกน้ำชาในครั้งเดียวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าหญิงสาวได้รับการยอมรับแล้วแม้ว่าฟางหรงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่มาก แต่คำพูดของเว่ยฮูหยินก็ทำให้นางฉุกคิดได้หลายอย่าง ในขณะที่อีกฝ่ายสางผมพร้อมกับอวยพรให้นางในห้องเมื่อเช้านี้"หรงเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้าลำบากใจอีกทั้งความรักและความจริงใจของเจ้าที่มีต่อเส้าชิงนั้นเป็นเรื่องจริง แม่เพียงแต่หวังให้เจ้าไขว่คว้าความสุขที่มีให้มากที่สุดและแม่ขอให้ความดีงามของเจ้าจงส่งผลตอบแทนให้เจ้ามีแต่ความสุขนะลูก""ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ""ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น สะใภ้ที่ข้ายอมรับจะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น !" ฟางหรงที่ได้ยินคำมั่นของแม่สามีเช่นนั้น มันทำให้หญิงสา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status