เข้าสู่ระบบเว่ยฮูหยินและแม่ทัพเว่ยหมิงผู้เป็นสามีลุกขึ้นมาจัดพิธีมงคลให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ เพราะคำเรียกร้องที่ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวตกเป็นข่าวเสียหาย แม้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งคู่ก็จะต้องแต่งงานกันตามราชโองการจริง ๆ แล้วก็ตาม
พิธีไหว้ฟ้าดินถูกจัดขึ้นเล็ก ๆ เพียงแค่คนในครอบครัวและสหายไม่กี่คนของชายหนุ่มที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ทั้งยังทำพิธียกน้ำชาในครั้งเดียวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าหญิงสาวได้รับการยอมรับแล้ว
แม้ว่าฟางหรงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่มาก แต่คำพูดของเว่ยฮูหยินก็ทำให้นางฉุกคิดได้หลายอย่าง ในขณะที่อีกฝ่ายสางผมพร้อมกับอวยพรให้นางในห้องเมื่อเช้านี้
"หรงเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้าลำบากใจอีกทั้งความรักและความจริงใจของเจ้าที่มีต่อเส้าชิงนั้นเป็นเรื่องจริง แม่เพียงแต่หวังให้เจ้าไขว่คว้าความสุขที่มีให้มากที่สุดและแม่ขอให้ความดีงามของเจ้าจงส่งผลตอบแทนให้เจ้ามีแต่ความสุขนะลูก"
"ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ"
"ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น สะใภ้ที่ข้ายอมรับจะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น !" ฟางหรงที่ได้ยินคำมั่นของแม่สามีเช่นนั้น มันทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งนักอย่างน้อยนางก็ไม่ได้โดดเดี่ยว อย่างน้อยสิ่งที่ดี ๆ ที่นางได้ทำลงไปก็ยังพอทำให้ผู้คนมองเห็นมันอยู่บ้าง
หลังจากกราบไหว้ฟ้าดินแล้ว ฟางหรงก็ถูกส่งตัวเข้ามาในห้องหอที่ถูกจัดไว้เป็นห้องนอนของชายหนุ่มที่ถูกตกแต่งขึ้นใหม่ นางรู้สึกตื่นเต้นจนเหงื่อในมือชุ่มไปหมด ภายในใจด้านหนึ่งก็รู้สึกยินดี แต่อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกผิดต่อเขาแท้จริงแล้วงานแต่งนี้ไม่ควรจะเป็นของนางด้วยซ้ำ เป็นนางที่แย่งชิงผู้อื่นมา เป็นนางที่กำลังโกหกเขา หากว่าเขาเกิดรู้ความจริงขึ้นมาในวันหนึ่งจะสามารถให้อภัยนางได้หรือไม่ !
"ข้าไม่เมา ! ข้าไม่เมา..." เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นทำให้ฟางหรงจำเป็นต้องเลิกผ้าคลุมหน้าของนางออก ก่อนจะออกไปเปิดประตูห้องให้อีกฝ่าย สภาพของเว่ยเส้าชิงดูเมามายมากจริง ๆ ในขณะเดียวกันด้านข้างก็มีสหายอีกสองคนช่วยพยุงอยู่
"ทะ ท่านเหตุใดจึงได้เมามายมากเช่นนี้" ดูเหมือนว่าสหายทั้งสองที่เมื่อเห็นใบหน้าของฟางหรงเขาจะตกใจไม่น้อย ไม่มีใครที่ไม่รู้จักฟางซินหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงแคว้นเจา และก็ไม่มีผู้ใดรู้จักนางเช่นกันเพราะฟางหรงไม่ชอบการออกงานสังคมและหลบเร้นอยู่แต่ภายในเรือน
"นำท่านแม่ทัพไปที่เตียงเลยเจ้าค่ะ" ทั้งสองแม้จะตกใจอยู่มากหากแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่พวกเขาย่อมต้องการคำอธิบายจากนาง มิใช่ว่าทำเช่นนี้ย่อมเป็นการหลอกลวงสหายของเขาผู้นี้หรอกหรือ มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเว่ยเส้าชิงมีใจรักคุณหนูใหญ่ฟางซินมานาน
เจาหนานต้าอ๋องซื่อจื่อต้องการคำอธิบายจากหญิงสาวโดยด่วน ! หากแต่ถูกเหลียงฉางสหายอีกคนลากตัวออกไปเสียก่อน ก่อนที่ทั้งคู่ตรงไปเข้าพบกับบิดามารดาของสหาย แม้ว่าเว่ยฮูหยินจะรู้สึกลำบากใจอยู่มากหากแต่ก็ยังยินยอมบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้สหายของบุตรชายได้รับรู้ความจริง
เมื่อทั้งคู่ได้รับรู้ถึงความจริงบางอย่างแล้วก็ได้แต่แสดงความอึดอัดใจออกมา ทั้งรู้สึกเห็นใจสหายและเห็นใจคุณหนูสี่ผู้นั้นอยู่มาก นางหลงรักเว่ยเส้าชิงทั้งยังยินดีแต่งกับเขาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะมองไม่เห็นไปตลอดชีวิต ทั้งยังต้องแสร้งเป็นคนรักของสามีตนเองเพื่อที่จะรักษาและเยียวยาความรู้สึกของอีกฝ่าย
เจาหนานต้าอ๋องซื่อจื่อได้แต่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เขาเองเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อในความรักมาโดยตลอด หากแต่วันนี้ฟางหรงกลับทำให้เขารู้สึกว่าบนโลกใบนี้จะมีคนที่ยอมทุ่มเทและเสียสละตนเองเพื่อใครอีกคนได้มากถึงเพียงนี้เลยหรือ สุดท้ายแล้วคนผู้นั้นจะได้รับสิ่งใดกัน ! เพราะแม้แต่การเป็นตัวเองต่อหน้าคนที่นางรักนางยังทำไม่ได้เลย
"ข้าว่าพวกเขากลับไปพักผ่อนกันเถิดนี่ก็ดึกมากแล้ว" เจาหนานเอ่ยขึ้นก่อนจะร่ำลาบิดามารดาของสหาย ในขณะที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังเดินทอดน่องอย่างช้า ๆ ในส่วนของจวนเหลียนฉางที่เห็นสหายเอาแต่ถอนหายใจก็ได้แต่ยกมือขึ้นตบที่ไหล่ของอีกฝ่าย
"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเส้าชิง แต่ทุกคนล้วนมีเส้นทางเป็นของตนเอง" เหลียนฉางเอ่ย
"ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี เพียงแต่รู้สึกเห็นใจแม่นางฟางหรงผู้นั้น" เจาหนานเอ่ยขึ้นและนั่นก็ทำให้เหลียนฉางเกิดความรู้สึกสงสัยบางอย่าง ซึ่งปกติแล้วสหายของเขาจะไม่สนใจไยดีผู้ใดมากนัก แต่กลับเอาแต่ครุ่นคิดถึงภรรยาของสหาย นี่มันชักจะไม่ถูกต้องเสียแล้วสิ
"เจาหนาน เจ้าคงจะไม่ได้..."
"เจ้าอย่าได้คิดเพ้อเจ้อ นางเป็นภรรยาของเส้าชิง ข้าจะไปคิดสิ่งใดได้กัน !" เจาหนานหันกลับมาก่นด่าสหายของตนก่อนจะถอนหายใจออกมา เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดความรู้สึกจึงวนเวียนให้คอยนึกถึงแต่นางตั้งแต่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของเว่ยฮูหยิน คงเป็นเพราะฟางหรงมีชะตาคล้ายกับมารดาของเขากระมัง
ครั้งหนึ่งที่มารดาของเขาแต่งเข้าจวนอ๋องมาในฐานะพระชายาเอกแทนพี่สาวฝาแฝดที่หนีตามคนรักไป ในขณะเดียวกันนางก็ไม่สามารถเป็นตัวของตนเองได้เลยต้องคอยหลบอยู่ภายใต้เงาของคนอื่นจนกระทั่งวันหนึ่งความจริงก็ถูกเปิดเผย ในขณะนั้นมารดาของเขาตั้งครรภ์เขาอยู่และเมื่อบิดาของเขาได้รับรู้ความจริงก็โกรธเคืองมารดาของเขาเป็นอย่างมาก แต่เพราะว่ามารดารักบิดามากจึงทำได้เพียงแค่อดทนจนกระทั่งคลอดเขาออกมา ด้วยความตรอมใจที่สามีไม่เหลียวแลทำให้นางราวกับหมดสิ้นความหวังจึงล้มป่วยลง ไม่ถึงปีต่อจากนั้นนางก็สิ้นใจ
หลังจากที่มารดาจากไปบิดาของเขาก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ภายในเรือนไม่พูดไม่จากับผู้ใด อาจเป็นเพราะว่าเขาคงเสียใจและรู้ตัวช้าเกินไปว่าแท้จริงแล้วเขาก็รักนาง แต่ต่อให้เขาอยากจะพร่ำบอกนางมากเพียงใด นางก็ไม่อยู่ให้เขาได้เอ่ยวาจาเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว เจาหนานได้แต่หวังว่าสหายผู้นี้ของเขาจะไม่กระทำการที่ทำให้ตนเองต้องมานั่งเสียใจภายหลังเช่นเดียวกับบิดาของเขา
ทางด้านฟางหรงที่กำลังปล้ำถอดเสื้อผ้าของชายหนุ่มออกจากร่างอย่างทุลักทุเล นางใช้ผ้าซับน้ำเช็ดที่ใบหน้าและลำตัวของอีกฝ่ายก่อนจะห่มผ้าให้เขา ชายหนุ่มที่เมามายเอาแต่นอนหลับตาพริ้มไปพร้อมกับรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า ฟางหรงที่เห็นเช่นนั้นก็ทำได้แค่เพียงเบือนหน้าหนี หลังจากคืนนี้นางควรคิดและตัดสินใจให้ดี หากว่าในวันที่ตาของเขากลับมามองเห็นอีกครั้งและรับรู้ว่านางโกหกเขา นางก็คงต้องยินยอมเดินจากไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
แต่หากเขายินดีจะให้อภัยนาง นางก็พร้อมที่จะดูแลเขาต่อไปเช่นกัน
"ฟางฟางของข้า ! ฟางฟาง"
"ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ" ฟางหรงเดินเข้าไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียงพร้อมกับนั่งลงบนเตียงแล้วจับกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้
"ฟางฟางต่อไปนี้เจ้าต้องอยู่กับข้าตลอดเวลานะ" ชายหนุ่มลูบที่มือนุ่มของนางพร้อมกับเอ่ยวาจาออดอ้อน
"เจ้าค่ะ ท่านพักผ่อนได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าเองก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำเสียหน่อย"
"ได้ เจ้ารีบมานะ ข้าจะรอ !"
"เจ้าค่ะ"
ฟางหรงหายเข้าไปหลังฉากกั้นก่อนที่จะหย่อนตัวลงในอ่างอาบน้ำที่ถูกเปลี่ยนใหม่ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเพื่อการแต่งงานนี้โดยเฉพาะ น้ำที่อุ่นกำลังดีทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย วันนี้ค่อนข้างสบาย ๆ ไม่เคร่งมารยาทมากนักเพราะมีแต่คนกันเอง ฟางหรงรู้สึกว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน การแต่งงานกับเขานับว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของนาง
นางไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะได้มีวันนี้จริง ๆ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงไปใต้น้ำครู่หนึ่งแล้วโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับนึกในใจ
(นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่) มือเรียวถูกยกขึ้นมากอบกุมที่ใบหน้าราวกับต้องการยืนยันว่ามันคือความจริงหาใช่ความฝันไม่
ในขณะที่เว่ยเส้าชิงนอนฟังเสียงหญิงสาวแช่ตัวในน้ำราวเค่อหากแต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เสร็จเสียที ทำให้เขาทำได้เพียงลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ก่อนจะลงจากเตียงแล้วเดินกลับไปกลับมาบริเวณหน้าเตียงหลายรอบ แต่หญิงสาวก็ยังไร้วี่แววว่าจะลุกขึ้นจากน้ำเสียที
"ฟางฟาง เจ้าเสร็จแล้วหรือยัง" เขาแสร้งทำเป็นเอ่ยร้องถามหญิงสาวออกไป ในขณะที่ฟางหรงเผลอหลับไปในอ่างก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
"เอ่อ เสร็จแล้วเจ้าค่ะ" หญิงสาวหยิบเสื้อคลุมมาใส่ก่อนจะก้าวขาออกจากฉากกั้น ในตอนนี้แสงเทียนที่เหลืออยู่ไม่กี่เล่มภายในห้องทำให้บรรยากาศที่มีค่อนข้างทำให้เกิดความรู้สึกวาบหวิวในใจยิ่งนัก นางสาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงก่อนจะพบว่าชายหนุ่มนั้นไม่ยอมนอน
"เหตุใดท่านจึงไม่พักผ่อนเจ้าค่ะ"
"ข้ารอเจ้า" เว่ยเส้าชิงเอ่ย
"รอข้า"
"อื้ม" ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้ม
"เช่นนั้นท่านนอนเถิด ผมข้ายังไม่แห้งคงต้องรออีกสักพักเจ้าค่ะ" ฟางหรงเอ่ยในขณะที่ตัวนางใช้สองมือพยายามที่จะกดไหล่ให้ชายหนุ่มนอนราบลงไปกับเตียง หากแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย
"ข้าจะเช็ดผมให้เจ้า"
"ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าจะทำเอง นี่มันก็ดึกมากแล้วท่านพักผ่อนเถิด"
"แต่ข้าอยากจะทำ" เว่ยเส้าชิงไม่ยอมแพ้ก่อนจะกลายเป็นหญิงสาวที่พ่ายแพ้ให้แก่เขาเสียเอง
"เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ"
หลังจากที่ฟางหรงกลับมาถึงเรือนได้หลายวันแล้ว นางก็มิได้ออกไปที่ใดอีก มีแค่ออกไปคารวะท่านย่าและพูดคุยเล็กน้อยท่านย่าของนางก็สั่งให้นางกลับมาพักผ่อน ฟางหรงพูดเอาใจไม่เก่งหญิงชราจึงหันไปสนใจพี่สาวของนางแทนในขณะที่วันนี้ฟางหรงรู้สึกเบื่อ นางคิดที่จะออกไปดูกิจการหลังจากที่ไม่อยู่เสียนาน หลังจากที่กลับมาก็ยังไม่ได้แวะไปดู ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากเรือนก็พบฟางซินพี่สาวต่างมารดา"เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ""เจ้าค่ะ" ฟางหรงตอบอีกฝ่ายสั้น ๆ แม้ว่าฟางซินจะไม่พอใจอยู่บ้างหากแต่ก็เก็บอาก
ฟางหรงวิ่งด้วยขาที่บาดเจ็บกลับมายังห้องพักของนาง ก่อนที่จะปิดประตูแล้วขังตนเองเอาไว้ในห้อง แม้แต่ลู่ลู่หญิงสาวก็ยังปฏิเสธที่จะพบเจอโดยอ้างว่าตนเองรู้สึกเหนื่อยและต้องการที่จะพักผ่อน"คุณหนู ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ""ไม่ ข้าไม่เป็นอันใด เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"หลังจากที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของสาวใช้คนสนิทจากไปแล้ว ฟางหรงก็เก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากของนางลงหีบ ทุก ๆ อย่างถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม รู้ตัวอีกครั้งข้าวของทุกอย่างก็ถูกเก็บจ
ฟางหรงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่านางอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด หญิงสาวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นหากแต่ลู่ลู่สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาพบเข้าพอดี"คุณหนูท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ""อื้ม ท่านแม่ทัพเป็นเช่นไรบ้าง" ลู่ลู่ถอนหายใจนายสาวของเขายามที่ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาท่านแม่ทัพทันที เหตุใดจึงห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเองเช่นนี้นะ"ท่านหมอเทวดากำลังรักษาอยู่เจ้าค่ะ"
ฟางหรงกำลังพยุงชายหนุ่มเข้าเรือนหากแต่ได้ยินเสียงใครบางคนเอะอะโวยวายอยู่ด้านหน้าจวน"เหตุใดที่นี่จึงได้เงียบยิ่งนัก" ถังซานชะเง้อคอมองออกไปก่อนจะพบกับหมอเทวดาเจียงซือหลิว"ท่านหมอ ! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ""อั๊ยยะ ! ไม่ใช่ว่ามีคนกล่าวว่าท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงผู้ยิ่งใหญ่ถูกพิษหรอกหรือ""ซือหลิวหรือ !""ข้าเอง เส้าชิงไม่นึกว่าเจ้าจะมีสภาพเช่นนี้ได้""เจ้ายังปากสุนัขเช่นเดิม" เว่ยเส้าชิงเอ่ยขึ้น ในขณะที่ฟางหรงรู้สึกทั้งตกใจและดีใจ ทั้งยังไม่คิดว่าคนทั้งสองจะรู้จักกันดูเหมือนว่าจะรู้จักกันดีเสียด้วย"ก็ใครใช้ให้ข้าเป็นสหายของเจ้าเล่า !""หึ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าถูกพิษ" เว่ยเส้าชิงเป็นสหายของหมอเทวดาเจียงซือหลิวความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ค่อนข้างซับซ้อน หากจะให้บอกเล่าคงยาวสามวันสามคืน"มีคนตามหาข้าให้ทั่วทั้งยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะเสียเงินทองมากเท่าใดก็จะพาข้ามารักษาท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงให้ได้น่ะสิ !""ผู้ใดกัน""คนของนางกล่าวว่าเป็นคุณหนูตระกูลฟาง คนรักของเจ้างั้นหรือ !" เจียงซือหลิวเอ่ยถามด้วยความอยากรู
ฟางหรงขยับมานั่งที่ขอบเตียงในขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วนั่งซ้อนร่างบางที่ด้านหลัง ความใกล้ชิดเช่นนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับเกิดอาการใจเต้นแรงอย่างไม่อาจหักห้ามได้ตึกตัก ตึกตัก ตึกตักเว่ยเส้าชิงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเพราะประสาทสัมผัสที่เป็นเลิศของเขายิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ยินเสียงเต้นของหัวใจหญิงสาวชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ฟางหรงก็นั่งนิ่งให้เขาเช็ดผมของนางโดยที่ทั้งสองไม่มีการสนทนาใด ๆ ต่อกันก่อนที่เว่ยเส้าชิงจะโน้มตัวลงไปใกล้กับใบหูของนางพร้อมกับกระซิบหยอกเย้า
เว่ยฮูหยินและแม่ทัพเว่ยหมิงผู้เป็นสามีลุกขึ้นมาจัดพิธีมงคลให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ เพราะคำเรียกร้องที่ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวตกเป็นข่าวเสียหาย แม้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งคู่ก็จะต้องแต่งงานกันตามราชโองการจริง ๆ แล้วก็ตามพิธีไหว้ฟ้าดินถูกจัดขึ้นเล็ก ๆ เพียงแค่คนในครอบครัวและสหายไม่กี่คนของชายหนุ่มที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ทั้งยังทำพิธียกน้ำชาในครั้งเดียวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าหญิงสาวได้รับการยอมรับแล้วแม้ว่าฟางหรงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่มาก แต่คำพูดของเว่ยฮูหยินก็ทำให้นางฉุกคิดได้หลายอย่าง ในขณะที่อีกฝ่ายสางผมพร้อมกับอวยพรให้นางในห้องเมื่อเช้านี้"หรงเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้าลำบากใจอีกทั้งความรักและความจริงใจของเจ้าที่มีต่อเส้าชิงนั้นเป็นเรื่องจริง แม่เพียงแต่หวังให้เจ้าไขว่คว้าความสุขที่มีให้มากที่สุดและแม่ขอให้ความดีงามของเจ้าจงส่งผลตอบแทนให้เจ้ามีแต่ความสุขนะลูก""ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ""ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น สะใภ้ที่ข้ายอมรับจะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น !" ฟางหรงที่ได้ยินคำมั่นของแม่สามีเช่นนั้น มันทำให้หญิงสา







