เข้าสู่ระบบฟางหรงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่านางอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด หญิงสาวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นหากแต่ลู่ลู่สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาพบเข้าพอดี
"คุณหนูท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ"
"อื้ม ท่านแม่ทัพเป็นเช่นไรบ้าง" ลู่ลู่ถอนหายใจนายสาวของเขายามที่ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาท่านแม่ทัพทันที เหตุใดจึงห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเองเช่นนี้นะ
"ท่านหมอเทวดากำลังรักษาอยู่เจ้าค่ะ"
ฟางหรงจดจำได้ว่านางตกลงมาจากผาสูงก่อนที่จะสลบไปและเมื่อตื่นขึ้นมานางก็พยายามยืนหยัดขึ้นแต่ก็พบว่าขาอีกข้างของตนเองบาดเจ็บ ฟางหรงมองดูสมุนไพรในมือของตนเองก่อนจะห่อมันด้วยผ้าที่ทำจากวัสดุพิเศษ หญิงสาวพบว่ามือทั้งสองของนางที่บริเวณปลายนิ้วกลับมีสีเขียวอมม่วงเช่นที่ท่านหมอเทวดากล่าว สมุนไพรชนิดนี้นอกจากผู้ที่เก็บจะเป็นสตรีแล้วยามที่ลำต้นหลุดออกจากแหล่งกำเนิดผู้ที่เก็บจะถูกพิษของมันด้วยเช่นกัน เรื่องนี้เจียงซือหลิวกล่าวกับนางเพียงลำพังเพื่อที่จะได้ให้หญิงสาวไตร่ตรองและตัดสินใจอีกครั้ง
เพียงแต่สิ่งใดที่ฟางหรงตัดสินใจแล้วย่อมไม่เปลี่ยนใจ มือทั้งสองข้างของหญิงสาวสั่นเทาเล็กน้อยนางไม่ได้เก่งกาจทั้งยังเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้น นางเองก็รู้สึกหวาดกลัวไม่น้อยหากแต่นางไม่อาจที่จะถอยหลังกลับได้อีกแล้ว หญิงสาวหยิบยาแก้พิษชั่วคราวของท่านหมอเทวดาขึ้นมากินเข้าไปสองเม็ดแล้วควานหากิ่งไม้แข็งแรงสักกิ่งเพื่อที่จะพาตนเองออกไปจากที่นี่ เพื่อนำสมุนไพรกลับไปยังจวนเว่ย
ฟางหรงฝืนร่างกายเดินลงจากเขามาจนกระทั่งถึงตีนเขาโดยที่ไม่ยอมหยุดพัก นางกลัวว่ายามที่เก็บสมุนไพรมาแล้วหากล่าช้าสมุนไพรจะใช้งานไม่ได้ผล ในยามที่เดินทางลงมาถึงครึ่งทางก็ส่งสัญญาณให้กับเหล่าองครักษ์ ทั้งหมดเร่งพาร่างของหญิงสาวลงจากเขาโดยที่ไม่หยุดพัก ร่างกายของนางต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน พวกเขาเดินทางตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อกลับมายังจวนเว่ยในขณะเดียวกันฟางหรงเมื่อมาถึงรถม้าก็สลบไปไม่ฟื้นขึ้นมาอีกตลอดสามวันที่เดินทางกลับจวนเว่ย
เมื่อถึงจวนแล้วหมอเทวดาเจียงซือหลิวก็สั่งให้ทุกคนปิดปากเงียบห้ามบอกเรื่องที่หญิงสาวป่วยแก่เว่ยเส้าชิงเป็นอันขาด อารมณ์ของชายหนุ่มจะทำให้มีผลกระทบต่อการรักษาตาของเขา เพียงแต่เอ่ยกับเขาว่าหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและต้องการพักผ่อน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเจียงซือหลิวห้ามให้เว่ยเส้าชิงลุกจากเตียงนอกจากยามกินข้าวและอาบน้ำเท่านั้น หนึ่งคือเพื่อป้องกันเรื่องที่ฟางหรงถูกพิษและสองป้องกันไม่ให้อารมณ์ของอีกฝ่ายแปรปรวน
หญิงสาวฟื้นขึ้นมาหลังจากที่หลับสลบไปเพราะพิษของสมุนไพรดังกล่าวนานกว่าเจ็ดวัน ยามที่ฟื้นตัวขึ้นมาก็เอ่ยแต่ว่าจะไปเยี่ยมเว่ยเส้าชิง โชคดีที่ท่านหมอเทวดาสั่งเอาไว้ว่าในช่วงนี้ชายหนุ่มห้ามเข้าเยี่ยมเด็ดขาด นางจึงทำได้เพียงยืนมองอยู่หน้าห้องของเขาเท่านั้น
หลายวันต่อมาท่านหมอเทวดาก็ยินยอมให้นางเข้าไปเยี่ยมชายหนุ่มได้ตามปกติ ดวงตาของเขาถูกพันไว้ด้วยผ้าสีขาว เจียงซือหลิวเอ่ยว่าอีกไม่กี่วันก็สามารถเปิดผ้าออกได้แล้ว ฟางหรงทั้งดีใจและก็รู้สึกเสียใจในคราวเดียวกัน
ดีใจที่อีกฝ่ายจะกลับมามองเห็นอีกครั้ง แต่เสียใจที่นางไม่ใช่คนที่เขาต้องการพบหน้าเป็นคนแรก
"ท่านแม่ทัพ" ฟางหรงเอ่ยเรียกชายหนุ่มในขณะที่เห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่ริมหน้าต่างเพื่อรับลมจากด้านนอก
"ฟางฟาง ไม่สบายหายดีแล้วเช่นนั้นหรือ"
"ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ท่านเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ ท่านหมอบอกข้าว่าอีกสองสามวันท่านก็สามารถเปิดผ้าออกได้แล้ว"
"อื้ม ซือหลิวก็กล่าวกับข้าเช่นนั้น" ฟางหรงใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองเดินเข้าไปใกล้เขาก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกัน นางรินชาให้อีกฝ่ายพร้อมกับยื่นมันไปด้านหน้าของเขา ท่าทางของชายหนุ่มที่ดูนิ่งกว่าปกติทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจเช่นกัน เพียงแต่หญิงสาวกลับคิดว่าเขาคงเหน็ดเหนื่อยจากการรักษา ในขณะเดียวกันเว่ยเส้าชิงก็เอ่ยกับนาง
"ฟางฟาง เจ้ามีสิ่งใดปิดบังข้าอยู่หรือไม่" ฟางหรงที่ได้ยินชายหนุ่มเอ่ยเช่นนั้นก็เกิดอาการอ้ำอึ้ง ก่อนจะโกหกอีกฝ่ายไป
"ไม่มีเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นหรือ... ข้าคิดว่าเจ้าจะมีเรื่องมากมายเล่าสู่ข้าฟังเสียอีก" เว่ยเส้าชิงเอ่ยกับนางในขณะเดียวกันฟางหรงก็เอาแต่ก้มหน้าตลอดเวลา ก่อนจะกล่าวขึ้น
"หากสมมติว่า... สมมติว่ามีคนโกหกท่าน แล้วท่านจะเกลียดคนผู้นั้นหรือไม่เจ้าคะ"
"ใคร ๆ ก็คงไม่ชอบคนโกหกกระมัง" เว่ยเส้าชิงเลี่ยงที่จะตอบออกไปตรง ๆ
"นั่นสินะเจ้าคะ" ฟางหรงเอ่ยออกมาอย่างเหม่อลอย ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยขอตัว
"พอดีว่าข้าลืมไปว่าต้องดื่มยา ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" เว่ยเส้าชิงที่ไม่เคยรู้ว่าหญิงสาวป่วยจึงมีท่าทีตื่นตกใจ
"เจ้าป่วยหนักหรือเหตุใดยังต้องดื่มยาอยู่อีก"
"ปะ เปล่าเจ้าค่ะเป็นเพียงยาบำรุงร่างกายเท่านั้นพอดีว่าข้าถูกไอฝนเข้า"
"เช่นนั้น เจ้าก็ควรดูแลตัวเองให้ดี"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ" ฟางหรงค่อย ๆ ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องของชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย แม้ว่านางจะรู้สึกระแคะระคายว่าชายหนุ่มอาจจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่านางไม่ใช่ฟางซิน หากแต่ฟางหรงก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยความจริงกับเขา เพราะว่านางกลัว นางกำลังกลัวว่าเขาจะเกลียดนาง
คล้อยหลังของหญิงสาว เจียงซือหลิวก็ก้าวออกมาจากหลังฉากกั้น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
"เจ้าจะบอกนางเมื่อใดว่าเจ้ากลับมามองเห็นดังเดิมแล้ว"
"ยังไม่ต้องบอก" เว่ยเส้าชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา เจียงซือหลิวที่เห็นเช่นนั้นก็นึกเห็นใจหญิงสาวอยู่มาก แม้ว่านางจะโกหกแต่ก็เพราะด้วยความหวังดีกับอีกฝ่าย
"ที่นางทำไปล้วนเพื่อท่าน" หมอเทวดาเอ่ย
"เพื่อข้า ! เช่นนั้นนางก็ควรจะรู้ว่าไม่ควรโกหก"
"แล้วเจ้าจะทำเช่นไรกับนาง มิใช่ว่านางเป็นเมียเจ้าแล้วหรือ เจ้าจะทอดทิ้งนางงั้นหรือ" เจียงซือหลิวเอ่ย
"อย่างไรข้าก็ย่อมต้องรับผิดชอบนาง แม้ว่านางจะแสร้งทำตัวเป็นคนรักของข้าก็ตาม"
"แล้วสตรีอีกคนของเจ้าเล่า เจ้าจะทำอย่างไร"
"..." เว่ยเส้าชิงไม่ได้ตอบสหาย เขาเพียงแต่นิ่งและแววตาของชายหนุ่มเย็นชาขึ้นหลายเท่าเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงฟางซิน
ในขณะนั้นที่ชายหนุ่มคิดว่าฟางหรงกลับไปแล้วหากแต่แท้ที่จริงแล้วนางกำลังสงสัยในสิ่งที่เขาเอ่ยถามนางก่อนหน้านี้จึงทำเพียงแสร้งเดินออกจากห้องมา หากแต่ยังรั้งอยู่ที่หน้าประตูไม่ได้ไปไหน จนกระทั่งได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดคุยกัน มือทั้งสองข้างของหญิงสาวเกิดอาการสั่นเทาภายในใจได้แต่คิดว่า
(นี่เขามองเห็นแล้วงั้นหรือ ! ทั้งยังรู้แล้วว่านางไม่ใช่ฟางซินแต่ก็ยังกล่าวว่าจะรับผิดชอบนางงั้นหรือ) แต่นางไม่ได้ต้องการให้เขารับผิดชอบแม้แต่น้อยหากว่าเขาไม่ได้ชอบนาง นางเองก็จะไม่ฝืนใจยามนี้ชายหนุ่มหายดีแล้วย่อมได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ มีโอกาสได้แต่งงานกับคนที่เขารัก ส่วนนางนางเองก็จะกลับไปยังที่ของนาง
"ฮูหยิน เหตุใดท่านจึงมิเข้าไปด้านในเล่าขอรับ นายท่านอยู่ด้านในกับท่านหมอ" ถังซานที่เดินเข้ามาเห็นหญิงสาวยืนอยู่หน้าห้อง เขาคิดว่านางไม่กล้ารบกวนการรักษาของอีกฝ่ายจึงเอ่ยขึ้นด้วยความหวังดี หากแต่ความหวังดีขององครักษ์หนุ่มทำให้ฟางหรงตกใจเป็นอย่างยิ่ง หญิงสาวพยายามมองหาตัวช่วย หากแต่มองไปมองมาก็ไม่พบตัวสาวใช้คนสนิท จึงแกล้งโกหกออกมา
"พอดีว่าข้าพึ่งออกมาจากห้องน่ะ แล้วทำของตกตอนนี้หาเจอแล้ว ขอตัวก่อน"
"ขะ ขอรับ" ถังซานทำสีหน้างุนงงที่อยู่ ๆ หญิงสาวก็รีบสาวเท้าออกจากเรือนของชายหนุ่มไปในทันที ท่าทางเหมือนกำลังเร่งรีบ เขาได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความงุนงง ไม่ใช่แค่ฮูหยินที่ทำให้ชายหนุ่มงุนงง หลายวันมานี้เจ้านายของตนก็ดูแปลกไปเช่นกันดูเหมือนไม่ค่อยคลั่งรักภรรยาเช่นแต่ก่อน หรือว่าทั้งคู่จะทะเลาะกัน
ยังไม่ทันถังซานจะได้เปิดประตูก้าวเข้าไปชายหนุ่มก็เปิดประตูออกมาอย่างรีบร้อน ก่อนจะมองหาร่างบางของหญิงสาวหากแต่ก็ไม่พบเสียแล้ว
"ทะท่านแม่ทัพ ทะ ท่านกลับมามองเห็นแล้วหรือขอรับ"
"ฮูหยินของเจ้าไปแล้วงั้นหรือ"
"ขะ ขอรับ ไปเมื่อครู่นี้เอง"
"เจ้ามีงานอันใดก็ไปทำเถิด"
"ขอรับ"
เว่ยเส้าชิงเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าที่ปลงไม่ตก ก่อนจะถูกสหายเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน
"นะ นางจะได้ยินที่พวกเราคุยกันเมื่อครู่หรือไม่" เจียงซือหลิวเอ่ยถามสหาย
"คิดว่าคงได้ยิน"
"แล้วเจ้าไม่ไปง้อนางงั้นหรือ"
เว่ยเส้าชิงเงยหน้าขึ้นมองสหาย เขาทำสีหน้างุนงงเพราะไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรกับปัญหานี้ ชายหนุ่มไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบเขาไหว้ฟ้าดินกับหญิงสาวแล้วย่อมต้องรับผิดชอบในตัวนาง แม้จะยอมรับว่าตอนนี้ยังรู้สึกโกรธที่อีกฝ่ายโกหกเขาทั้งยังไม่ยอมคิดที่จะเอ่ยความจริงต่อเขาในขณะที่เขาเปิดโอกาสให้นางได้พูดแล้ว
หลังจากที่ฟางหรงกลับมาถึงเรือนได้หลายวันแล้ว นางก็มิได้ออกไปที่ใดอีก มีแค่ออกไปคารวะท่านย่าและพูดคุยเล็กน้อยท่านย่าของนางก็สั่งให้นางกลับมาพักผ่อน ฟางหรงพูดเอาใจไม่เก่งหญิงชราจึงหันไปสนใจพี่สาวของนางแทนในขณะที่วันนี้ฟางหรงรู้สึกเบื่อ นางคิดที่จะออกไปดูกิจการหลังจากที่ไม่อยู่เสียนาน หลังจากที่กลับมาก็ยังไม่ได้แวะไปดู ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากเรือนก็พบฟางซินพี่สาวต่างมารดา"เจ้าจะออกไปข้างนอกหรือ""เจ้าค่ะ" ฟางหรงตอบอีกฝ่ายสั้น ๆ แม้ว่าฟางซินจะไม่พอใจอยู่บ้างหากแต่ก็เก็บอาก
ฟางหรงวิ่งด้วยขาที่บาดเจ็บกลับมายังห้องพักของนาง ก่อนที่จะปิดประตูแล้วขังตนเองเอาไว้ในห้อง แม้แต่ลู่ลู่หญิงสาวก็ยังปฏิเสธที่จะพบเจอโดยอ้างว่าตนเองรู้สึกเหนื่อยและต้องการที่จะพักผ่อน"คุณหนู ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ""ไม่ ข้าไม่เป็นอันใด เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"หลังจากที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของสาวใช้คนสนิทจากไปแล้ว ฟางหรงก็เก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากของนางลงหีบ ทุก ๆ อย่างถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม รู้ตัวอีกครั้งข้าวของทุกอย่างก็ถูกเก็บจ
ฟางหรงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่านางอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด หญิงสาวพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นหากแต่ลู่ลู่สาวใช้คนสนิทเปิดประตูเข้ามาพบเข้าพอดี"คุณหนูท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ""อื้ม ท่านแม่ทัพเป็นเช่นไรบ้าง" ลู่ลู่ถอนหายใจนายสาวของเขายามที่ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาท่านแม่ทัพทันที เหตุใดจึงห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเองเช่นนี้นะ"ท่านหมอเทวดากำลังรักษาอยู่เจ้าค่ะ"
ฟางหรงกำลังพยุงชายหนุ่มเข้าเรือนหากแต่ได้ยินเสียงใครบางคนเอะอะโวยวายอยู่ด้านหน้าจวน"เหตุใดที่นี่จึงได้เงียบยิ่งนัก" ถังซานชะเง้อคอมองออกไปก่อนจะพบกับหมอเทวดาเจียงซือหลิว"ท่านหมอ ! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ""อั๊ยยะ ! ไม่ใช่ว่ามีคนกล่าวว่าท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงผู้ยิ่งใหญ่ถูกพิษหรอกหรือ""ซือหลิวหรือ !""ข้าเอง เส้าชิงไม่นึกว่าเจ้าจะมีสภาพเช่นนี้ได้""เจ้ายังปากสุนัขเช่นเดิม" เว่ยเส้าชิงเอ่ยขึ้น ในขณะที่ฟางหรงรู้สึกทั้งตกใจและดีใจ ทั้งยังไม่คิดว่าคนทั้งสองจะรู้จักกันดูเหมือนว่าจะรู้จักกันดีเสียด้วย"ก็ใครใช้ให้ข้าเป็นสหายของเจ้าเล่า !""หึ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าถูกพิษ" เว่ยเส้าชิงเป็นสหายของหมอเทวดาเจียงซือหลิวความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ค่อนข้างซับซ้อน หากจะให้บอกเล่าคงยาวสามวันสามคืน"มีคนตามหาข้าให้ทั่วทั้งยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะเสียเงินทองมากเท่าใดก็จะพาข้ามารักษาท่านแม่ทัพเว่ยเส้าชิงให้ได้น่ะสิ !""ผู้ใดกัน""คนของนางกล่าวว่าเป็นคุณหนูตระกูลฟาง คนรักของเจ้างั้นหรือ !" เจียงซือหลิวเอ่ยถามด้วยความอยากรู
ฟางหรงขยับมานั่งที่ขอบเตียงในขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วนั่งซ้อนร่างบางที่ด้านหลัง ความใกล้ชิดเช่นนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับเกิดอาการใจเต้นแรงอย่างไม่อาจหักห้ามได้ตึกตัก ตึกตัก ตึกตักเว่ยเส้าชิงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเพราะประสาทสัมผัสที่เป็นเลิศของเขายิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ยินเสียงเต้นของหัวใจหญิงสาวชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ฟางหรงก็นั่งนิ่งให้เขาเช็ดผมของนางโดยที่ทั้งสองไม่มีการสนทนาใด ๆ ต่อกันก่อนที่เว่ยเส้าชิงจะโน้มตัวลงไปใกล้กับใบหูของนางพร้อมกับกระซิบหยอกเย้า
เว่ยฮูหยินและแม่ทัพเว่ยหมิงผู้เป็นสามีลุกขึ้นมาจัดพิธีมงคลให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ เพราะคำเรียกร้องที่ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวตกเป็นข่าวเสียหาย แม้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งคู่ก็จะต้องแต่งงานกันตามราชโองการจริง ๆ แล้วก็ตามพิธีไหว้ฟ้าดินถูกจัดขึ้นเล็ก ๆ เพียงแค่คนในครอบครัวและสหายไม่กี่คนของชายหนุ่มที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ทั้งยังทำพิธียกน้ำชาในครั้งเดียวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าหญิงสาวได้รับการยอมรับแล้วแม้ว่าฟางหรงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่มาก แต่คำพูดของเว่ยฮูหยินก็ทำให้นางฉุกคิดได้หลายอย่าง ในขณะที่อีกฝ่ายสางผมพร้อมกับอวยพรให้นางในห้องเมื่อเช้านี้"หรงเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเจ้าลำบากใจอีกทั้งความรักและความจริงใจของเจ้าที่มีต่อเส้าชิงนั้นเป็นเรื่องจริง แม่เพียงแต่หวังให้เจ้าไขว่คว้าความสุขที่มีให้มากที่สุดและแม่ขอให้ความดีงามของเจ้าจงส่งผลตอบแทนให้เจ้ามีแต่ความสุขนะลูก""ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ""ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น สะใภ้ที่ข้ายอมรับจะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น !" ฟางหรงที่ได้ยินคำมั่นของแม่สามีเช่นนั้น มันทำให้หญิงสา







