Masukเขาก้าวเข้ามาหาเธอ ย่อตัวลงนิดหน่อยเพื่อสบตา ท่าทางร้อนรนจนน่าเอ็นดู
“ต้องแต่งตัวชุดสูทไหม? ต้องกราบสวัสดีท่าไหน? แล้วแม่พี่ชอบผู้ชายแบบไหน แล้วถ้าท่านถามเรื่องงาน เรื่องอนาคต ผมต้องตอบยังไงไม่ให้โดนไล่ออกจากบ้าน?”
เจสสิก้ามองท่าทีลนลานของเด็กหนุ่มที่เคยคุยเมื่อคืนแล้วก็หลุดยิ้มออกมาในที่สุด ความกังวลในใจของเธอเมื่อคืนดูเหมือนว่าจะเบาบางลงไปทันที เมื่อเห็นว่าเขาเองก็แคร์เรื่องราวระหว่างเรามากขนาดนี้
เจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมากับท่าทางลนลานเกินเหตุของคนตรงหน้า เธอเอื้อมมือไปจับท่อนแขนแน่น ๆ ของเพลิงเบา ๆ เพื่อให้เขาลดความตื่นตระหนกลง
“ทำตัวเป็นปกติ เป็นของตัวเองนั่นแหละเพลิง ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น” เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาจริงจังแต่แฝงความอบอุ่น
“นายอย่าลืมสิว่าตัวเองเป็นใคร นาวสกุลชัยสวัสดิ์ของนายกับพายุ ตระกูลใหญ่ในเมืองไทยที่ไหนกัน....คุณราเมศวร์พ่อของนายเป็นถึงเจ้าของธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของเอเชีย บินทำงานต่างประเทศเป็นว่าเล่น มีโปรไฟล์เพียบพร้อมขนาดนี้ แม่ฉันไม่มีทางมองข้ามหรอก”
เพลิงฟังแล้วถอนหายใจยาวออกมา ร่างสูงขยับไหล่พลางลูบอกตัวเองเบา ๆ ความเกร็งเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง แต่ก็แอบมีแววตาว้าวุ่นอยู่นิด ๆ
“ก็นั่นมันเป็นเรืองของพ่อผม....สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องฐานะตระกูล แต่ผมกลัวว่าแม่พี่จะมองว่าผมยังเด็กเกินไป หรือดูแลพี่ได้ไม่ดีพอต่างหาก” เพลิงพึมพำก่อนจะหันมาสบตาเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมานิดหน่อย
คำตอบที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากเด็กกวนประสาท ทำเอาเจสิก้าชะงักไป หัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบปรับสีหน้าก่อนจะพูด
“เลิกคิดมากได้แล้ว อะไรที่นายทำไม่ได้ ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”เธอเชิดหน้าตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เพลิงนิ่งฟัง ก่อนจะเลิกคิ้วถามขึ้นด้วยความคลางแคลงใจ “แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมเลือกผู้ชายที่คุณแม่พี่หามาให้ล่ะครับ? ได้ข่าวว่าแต่ละคนโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยไม่ใช่เหรอ”
เจสสิก้าสบตาเขาด้วยสายตามุ่งมั่นและถือดีในศักดิ์ศรีของตัวเอง “ผู้ชายที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของฉัน... ฉันต้องเป็นคนเลือกเอง ไม่ใช่ยอมให้คนอื่นมายัดเยียดให้ จบนะ”
เพลิงมองคนตรงหน้าที่ยังคงความหยิ่งและเข้มแข็งไว้ได้อย่างน่ามอง รอยยิ้มเอ็นดูค่อย ๆ จุดประกายขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“เข้าใจแล้วครับ... ตามใจคุณผู้หญิงเลย”
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ณ คฤหาสน์ราเชล เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มดูสุภาพเรียบร้อยก้าวตามหลังเจสสิก้าเข้ามาในห้องรับแขกหรูหรา บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน บนโซฟาหลุยส์ตัวยาวมีร่างของคุณมณฑา นั่งจิบชาด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าสายตาที่หันมามองการมาเยือนของทั้งคู่นั้นเย็นชาและทรงอำนาจ
“สวัสดีครับคุณน้า” เพลิงยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม พยายามรักษาบุคลิกให้ดูนิ่งและเป็นผู้ใหญ่ที่สุด
คุณมณฑาเพียงแค่ปรายตามองเพลิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินก่อนจะวางแก้วชาลงบนจานรองเสียงค่อนข้างดัง โดยไม่รับไหว้
“แม่คะ นี่เพลิงค่ะ.....แฟนของเจสเอง และเราสองคนก็มีแพลนว่าจะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้ค่ะ” เจสสิก้าขยับไปยืนข้างเพลิงพลางใช้นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับฝ่ามือหนาของเขาแน่น เพื่อส่งสัญญาณให้เขามั่นใจ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาบรรยากาศในห้องชะงักกึก
สิ้นเสียงของลูกสาว คุณมณฑาถึงกับลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าที่เคยเรียบตึงบึ้งตึงขึ้นมาด้วยความโมโห
“แต่งงานงั้นเหรอ? เจสสิก้า! แกพูดบ้าอะไนออกมา!” คุณมณฑาตวาดเสียงดังลั่นห้องรับแขก “แกลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นแม่แก! จะแต่งงานกับใครทำไมไม่เคยผ่านหัวฉันสักคำ”
“เจสโตพอที่จะตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ของตัวเองได้แล้วค่ะแม่ เพลิงเขาเป็นคนดี ตระกูลชัยสวัสดิ์ของเขามีหน้ามีตา พายุก็เป็นพี่ชายของเขา คุณราเมศวร์พ่อของเขาก็เป็นถึง.....” เจสสิก้าเชิดหน้าตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“หยุดพูดเรื่องตระกูลชัยสวัสดิ์ได้แล้ว! แกคิดว่าฉันเป็นใครเจสสิก้า? คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าแกกำลังเล่นละครอะไรอยู่” คุณมณฑาขัดขึ้นเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้ทัน สายตาเฉียบคมของมณฑาตวัดไปจ้องเพลิงที่ยืนนิ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหยียด ๆ
“ตระกูลชัยสวัสดิ์แล้วยังไง? เด็กอายุเท่านี้ หน้าตายังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม จะมาดูแลแกได้ยังไง! แกอย่ามาหลอกฉันหน่อยเลยเจส แกไม่ได้รักเด็กคนนี้หรอก แกแค่ไปจ้างเด็กนี้มาทำทีเป็นแฟน เพื่อประชดและเอาชนะฉัน เพราะแกไม่อยากแต่งงานกับคนที่ฉันหาให้ใช่ไหมล่ะ” นางหันกลับมาจ้องหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความผิดหวังระคนโมโห คำครหาแทงใจดำทำเอาเจสสิก้าชะงักกึก ขณะที่เพลิงซึ่งยืนจับมือเธออยู่รู้สึกได้ถึงแรบบีบที่เกร็งขึ้นของฝ่ามือบางในทันที
“.......”
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







