LOGIN“แหม ๆ ให้ผู้หญิงออกหน้าแทนซะแล้วเหรอวะ ซื้อผ้าถุงมานุ่งเลยไหมวะ?”
ความอดทนของเพลิงขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อถูกหยามเกียรติ ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงห้ามของเจสสิก้าอีกต่อไป เขาผลักมือเธอออกเบา ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาปกป้องแล้วชกหมัดเข้าใส่หน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง จนปกป้องเซถอยหลังไปหลายก้าว
“ปากดีนะมึง!” เพลิงตะคอกลั่น ปกป้องยกมือขึ้นแตะมุมปากที่มีเลือดสด ๆ ไหลซึม สายตาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว
“มึงกล้าต่อยกูเหรอวะ!”
ปกป้องพุ่งสวนกลับทันที ทั้งคู่เข้าชกต่อยกันอย่างนัวเนียกลางถนน เสียงหมัดกระทบเนื้อดังสนั่น เพลิงโดนหมัดซ้ายเข้าที่โหนกแก้มจนหน้าหงาย ในขณะที่เพลิงก็ซัดสวนเข้าที่ซี่โครงและมุมปากของปกป้องคืนอย่างไม่มีใครยอมใคร
“หยุดเดี๋ยวนี้นะทั้งสองคน! ฉันบอกให้หยุด!” เจสสิก้าตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและทรงพลัง จนทั้งสองคนที่กำลังเลือดขึ้นหน้าต้องชะงักค้างไว้
สภาพของทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ เพลิงมีแผลแตกที่โหนกแก้มและมุมปาก เลือดซึมออกมาตามรอยถลอก ส่วนปกป้องปากเจ่อ ตาบวมปูดและมีรอยบวมที่สันกราม ต่างฝ่ายต่างหอบหายใจหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยและโกรธแค้น
“พอได้แล้ว! ถ้านายยังไม่ไสหัวออกไปตอนนี้ ฉันจะโทรเรียกตำรวจและแจ้งความข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายรวมถึงขับรถโดยประมาท” เจสสิก้าก้าวเข้ามาแทรกกลาง สายตาเย็นชาจับจ้องที่ปกป้อง
ปกป้องเถียงไม่ออก เขายกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก ปรายสายตามองเพลิงด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์
“ฝากไว้ก่อนเหอะมึง!” ปกป้องเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปขึ้นรถของตัวเอง แล้วเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน เพลิงที่ยืนยกมือขึ้นแตะรอยแผลแตกบนใบหน้าด้วยความเจ็บปวด ก็ทำท่าจะก้าวตามไป แต่เจสสิก้ากลับหันมารอบมองเขาด้วยสายตาดุจัดและเด็ดขาด จนเพลิงต้องยอมหยุดชะงักและล่าถอยกลับมาที่รถแต่โดยดี
รถคันหรูงามที่บัดนี้สภาพหน้ายับเยิน เคลื่อนตัวเข้าจอดใต้คอนโดหรูของเจสสิก้าอย่างช้า ๆ บรรยากาศภายในรถยังคงอบอวลไปด้วยเงียบสนิทและอารมณ์ตึงเครียด
“ไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ ให้หมอตรวจดูอาการและทำแผลให้เรียบร้อย” เจสสิก้าเอ่ยขึ้นทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง สายตาจับจ้องรอยแตกบนโหนกแก้มและมุมปากของชายหนุ่มด้วยความกังวล
“ผมไม่ไป แผลแค่นี้เอง ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” เพลิงปฏิเสธเสียงแข็ง ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีมองออกไปนอกกระจกรถอย่างดื้อดึง
เจสสิก้าถอนหายใจยาวกับความดื้อรั้นของเขา แต่ก็รู้ดีว่ารั้นจะไปตอนนี้ก็คงไม่ได้อะไร สุดท้ายเธอก็ต้องพาเด็กหนุ่มเลือดร้อนมายังห้องพักสุดหรูของเธอ มือเรียวหยิบกล่องยาและอุปกรณ์ทำแผลออกมา ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ เขา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักกว้างขณะที่เจสสิก้าบรรจงใช้สำลีชุบน้ำยาเบตาดีนกดลงบนบาดแผลมุมปากของเพลิงเบา ๆ ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับสูดปากด้วยความเจ็บ แต่ก็ยอมนั่งนิ่ง ๆ ให้เธอจัดการทำแผลให้แต่โดยดี
“เจ็บ....”
“เจ็บก็ทนหน่อย แล้วสรุปว่า....นายปกป้องเขาเป็นใครเหรอ? ทำไมถึงดูมีความแค้นฝังหุ่นกับนายขนาดนั้น?” เจสสิก้าบอกเสียงเรียบ ก่อนจะถามเข้าประเด็นที่ติดค้างในใจ
เพลิงชะงักไปครู่หนึ่งสายตามองต่ำลงมาเหมือนกำลังย้อนนึกถึงความหลังอันน่าหงุดหงิด เขาถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่า
“มันเป็นเพื่อนต่างคณะน่ะ เมื่อก่อนก็สนิทกันเพราะเล่นบาสด้วยกันบ่อย ๆ แต่มาแตกหักเพราะเรื่องผู้หญิงพวกเราดันไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน แล้วมันก็เป็นพวกไม่ยอมแพ้ชอบเอาชนะไปเสียทุกเรื่อง” เพลิงกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ความกรุ่นโกรธยังคงฉายชัดในดวงตา เมื่อพูดถึงเหตุการณ์สำคัญ
“วันนั้นมันท้าผมแข่งรถ เพราะมันเห็นว่าผมเอารถพ่อไปขับอวดสาว ด้วยความคึกคะนองและอยากเอาชนะมัน ผมเลยรับคำท้า ผลสุดท้ายวันนั้นก็เกิดอุบัติเหตุ”
“ฉันพอจะเดาออกว่าผู้หญิงที่พวกนายชอบ คือ...เฌอเบลล์ ใช่ไหม”
“ใช่ รถของพ่อผมพังยับเยินจนไม่เหลือซาก แล้วมันก็ได้เดตกับเบลล์”
เจสสิก้าฟังคำสารภาพนั้นนิ่ง ๆ ขณะที่มือยังคงแปะพลาสเตอร์ยาลงบนแผลให้เขา เธอสบตากับเพลิงตรง ๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเข้าใจในบาดแผลในอดีตของเขา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าความเลือดร้อนของเพลิงในวันนี้ ยังคงไม่ต่างจากวันนั้นเลยสักนิด
ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานสมบูรณ์แบบของเจสสิก้าที่กำลังก้มลงตั้งอกตั้งใจเช็กแผลให้อย่างเบามือ ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วทำให้เขาได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ และได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอ กลิ่นหอมที่ปลอบประโลมความโกรธในใจของเขาให้มลายหายไปจนหมดสิ้น สายตาคมเข้มเลื่อนจากดวงตาคู่สวยลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ ความอบอุ่นและอ่อนโยนที่เธอมีให้ ทั้งที่เขาเพิ่งทำตัวดื้อรั้นใส่ทำให้ความรู้สึกหลงใหลถาโถมเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่เจส....” เพลิงพึมพำเสียงพร่า
“อื้อ....!”
ยังไม่ทันที่เจสสิก้าจะทันได้ถามอะไร มือหนาของเพลิงก็เอื้อมไปประคองท้ายทอยของเธอไว้เบา ๆ แล้วรั้งร่างบางเข้าหาตัว พร้อมกับเอียงใบหน้าลงประกบริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มทันที เจสสิก้าชะงักกึกกล่องยาในมือแทบร่วงหล่น ทว่าความนุ่มนวลในสัมผัสแรกกลับทำให้เธอละลาย เพลิงละเลียดบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะค่อย ๆ แทรกลิ้นหนาเข้าไปละเลียดชิมความหวานฉ่ำภายใน
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







