Share

16.ไม่กลับ

last update publish date: 2026-09-08 19:53:59

แสงตะวันยามเย็นสาดทอแสงสีส้มอมแดง ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักของหอน้ำชาอันดับหนึ่งในเมืองหลวง บนโต๊ะไม้ตัวกลมเต็มไปด้วยไหสุราชั้นเลิศที่ถูกเปิดทิ้งไว้กระจัดกระจาย

เจิ้งลั่วอียกจอกสุราขึ้นมากรอกใส่ปากรวดเดียวจนหมดจอก รสชาติร้อนแรงและฝาดเถื่อนของสุราหมักบาดลึกลงไปในลำคอ แต่มันกลับไม่อาจกลบความขมขื่นในใจของนางได้เลย ดรุณีน้อยทอดสายตามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง มองดูผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนนด้วยแววตาที่สั่นไหวและเลื่อนลอย

ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นจางหว่านชิงสหายรักที่เพิ่งกลับมาจากการร่ำเรียน กำลังเอนศีรษะซบลงบนโต๊ะไม้ สภาพของนางดูไม่จืด สองแก้มแดงก่ำ เส้นผมหลุดลุ่ยไม่เหลือคราบคุณหนูตระกูลขุนนาง

เราสองคนนั่งปรับทุกข์และกินดื่มกันไปมากพอสมควร จนในยามนี้แทบจะคงสติสัมปชัญญะของตัวเองเอาไว้ไม่ไหวแล้ว

"ทำไมกันนะ..อึก.." 

จางหว่านชิงสะอึกเบาๆก่อนจะบ่นอู้อี้ด้วยน้ำเสียงของคนเมา 

"ทำไมสตรีอย่างพวกเราถึงเลือกแต่งงานตามใจตัวเองไม่ได้กันเล่า ข้าอุตส่าห์ไปร่ำเรียนตั้งไกล หวังจะมีชีวิตที่เป็นอิสระ พอกลับมาถึงเมืองหลวง สิ่งแรกที่ท่านพ่อหน้าเหม็นบอกกล่าวกับข้า..คือเรื่องการดูตัวและการแต่งงาน! บ้าบอที่สุด!"

หว่านชิงทุบโต๊ะปึงปังระบายอารมณ์ 

"ให้ตายสิ! ข้าอยากมีความรักเหมือนในนิยายประโลมโลกที่เคยแอบอ่านใต้ผ้าห่ม อยากมีความรักแสนหวาน..ในแบบที่มีเจ้าชายขี่ม้าขาว รูปหล่อ แสนดี มาช่วยข้าออกไปจากสถานการณ์เฮงซวยนี่จังเลย.."

สหายรักพึมพำจบก็เงยหน้าขึ้นมาหรี่ตามองใบหน้าของเจิ้งลั่วอีที่ยังคงนั่งหลังตรง รินสุราใส่จอกและกระดกดื่มอย่างเงียบเชียบ จางหว่านชิงกะพริบตาปริบๆด้วยแววตาประหลาดใจ

"ลั่วอี..เจ้าดื่มไปตั้งเยอะ..เจ้าไม่เมาเลยอย่างนั้นหรือ เจ้านี่ช่างคอแข็งยิ่งนัก ต่างจากข้าที่แค่สามไหก็ตาพร่าไปหมดแล้ว.."

เจิ้งลั่วอีวางจอกสุราในมือลง นางปรายสายตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์สุรามองสหายรัก ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะเอื้อนเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง

"นั่นน่ะสิหว่านชิง..การแต่งงาน..มันคือการฝากชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งชีวิตของเรา เอาไว้ในมือของสามีแท้ๆ เราฝากความหวัง ฝากหัวใจ.." 

ลั่วอีเว้นจังหวะ ลมหายใจของนางสะดุด 

"แล้วเขา..เขาทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไรกัน.."

มือเล็กๆที่เคยวางประสานกันอย่างเรียบร้อย บัดนี้ยกขึ้นมากำแน่นเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ร่างบอบบางสั่นสะท้านด้วยความโกรธเคืองและความน้อยใจที่ถูกกดทับเอาไว้ ใบหน้างดงามที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเสมอ บัดนี้กลับคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสที่พร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ

จางหว่านชิงที่ตอนแรกเมาจนโลกหมุน เอื้อมมือไปยกถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มเพื่อเรียกสติ เมื่อนางเพ่งมองสหายรักให้ชัดๆอีกครั้ง นางก็แทบจะตบหน้าผากตัวเอง

สวรรค์! ลั่วอีไม่ใช่ไม่เมาสักหน่อย!

ท่าทีที่นั่งหลังตรง นิ่งเงียบและแววตาที่เลื่อนลอยนั่น..อาการเช่นนั้นมันคือการเมามายจนขาดสติ เมาจนกู่ไม่กลับเลยต่างหากเล่า บางคนเมาแล้วโวยวายแบบนาง แต่ลั่วอีคือประเภทเมาแล้วนั่งนิ่งจมจ่อมอยู่กับความเศร้า

"ลั่วอี..ข้าคิดว่าเรากลับกันเถอะ" 

จางหว่านชิงเริ่มสร่างเมาด้วยความตกใจ นางรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปจับไหล่สหาย 

"นี่ก็เย็นมากแล้ว หากเจ้ากลับจวนมืดค่ำกว่านี้ จะเป็นเรื่องเอาได้นะ.."

ทว่าเจิ้งลั่วอีกลับเบี่ยงไหล่หลบสัมผัสนั้น ดรุณีน้อยลดสายตาลงเพื่อมองมือของตัวเองที่สั่นเทา ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างดื้อรั้น

"ไม่กลับ.." 

น้ำเสียงของนางแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างประหลาด 

"ข้าไม่อยากกลับไปเลยหว่านชิง..ข้าไม่กลับ!"

ความเงียบปกคลุมเราทั้งสองเอาไว้ครู่หนึ่ง ลั่วอีเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือ นางไม่อยากกลับไปที่จวนตระกูลเซียวเลย นางไม่อยากกลับไปรับรู้ว่า ในยามนี้สามีของนางและแม่ดอกบัวขาวอนุคนงามกำลังอยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน หรืออาจจะกำลังโอบกอดกันอยู่

นางไม่อยากเจอหน้าเขาในตอนนี้เลยจริงๆ นางรู้ดีว่าสิ่งที่นางกำลังกระทำอยู่นี้ มันช่างดูเอาแต่ใจและงอแงเหมือนกับเด็กๆที่ไม่ได้ดั่งใจ ทว่าถึงอย่างนั้น..สตรีที่เคยเข้มแข็งมาตลอดอย่างนาง ก็แค่อยากจะหลบเลียแผลใจและอยากรักษาความรู้สึกของตัวเองเอาไว้บ้างก็เท่านั้นเอง

"ไม่อยากกลับ..ก็ต้องกลับ นี่มันเย็นมากแล้วฮูหยิน"

ฉับพลันนั้นเองน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่คุ้นหู ก็ดังแหวกอากาศขึ้นมาแทรกบทสนทนาของสองสตรี

จางหว่านชิงสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่หน้าประตูห้องส่วนตัว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนที่ก้าวอาดๆ เข้ามาพร้อมกับองครักษ์เงาอย่างไท่ซาน

บรรยากาศภายในห้องที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา พลันถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตและกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของหมาบ้าแห่งราชสำนัก เซียวจิ้นเหยียนยังคงอยู่ในชุดขุนนางสีเข้ม ทว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขาบัดนี้มืดครึ้มดุจพายุฝนฟ้าคะนอง

นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองใบหน้างามของว่าที่ภรรยา ที่กำลังแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุราด้วยแววตาที่ไม่พอใจอย่างถึงที่สุด

ที่เขาโมโห ไม่ใช่แค่นางแอบหนีมากินเหล้าจนเมามาย แต่เป็นเพราะเมื่อครู่ตอนที่เขาเดินเข้ามาในหอน้ำชา เขาพบว่ามีสายตาของบุรุษมักมากนับสิบคู่ที่นั่งอยู่ชั้นล่าง ต่างชะเง้อคอและจับจ้องมองมายังโต๊ะของสตรีทั้งสองเป็นตาเดียว ชายหน้าโง่พวกนั้นกำลังจ้องมองความงดงามและท่าทีเย้ายวนยามเมามายของฮูหยินของเขา ด้วยสายตาที่น่าควักลูกตาทิ้งยิ่งนัก

"ท่านราชครู.." 

จางหว่านชิงเอ่ยเสียงสั่น นางแอบกลืนน้ำลายลงคอ นี่สินะหมาบ้าตัวเป็นๆ! น่ากลัวสมคำร่ำลือ!

แต่เจิ้งลั่วอีที่กำลังถูกฤทธิ์สุราครอบงำ กลับไม่ได้มีความหวาดกลัวบุรุษตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ดรุณีน้อยเชิดหน้าขึ้น ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกแน่น นางเมินใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา แล้วหันไปมองทางอื่นราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ

"ข้ายังไม่อยากกลับ.." 

ลั่วอีพึมพำเสียงสะบัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างดื้อรั้น 

"ข้าจะอยู่ที่นี่..จะอยู่กับหว่านชิง..ใครอยากกลับก็กลับไปเองสิ..ไปหาอนุคนงามของท่านเลยไป.."

ประโยคประชดประชันที่หลุดออกมาจากปากของสตรีขี้เมา ทำเอาไท่ซานที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับต้องลอบปาดเหงื่อ

เซียวจิ้นเหยียนหรี่ตาลง มองสตรีที่กล้าหันหลังให้เขาและเอ่ยปากไล่เขาไปหาสตรีอื่น เมื่อเห็นว่าการเจรจาด้วยคำพูดกับคนเมาที่กำลังน้อยใจนั้นช่างไร้ผล หมาบ้าแห่งราชสำนักจึงไม่คิดจะสิ้นเปลืองน้ำลายอีกต่อไป

เขาขยับก้าวเดินตรงเข้าไปหานางด้วยความรวดเร็ว

"ว้าย! ท่านพี่! ท่านจะทำอะไร!"

เจิ้งลั่วอีแผดเสียงร้องลั่น เมื่อจู่ๆร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมา ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบร่างบอบบางของนางขึ้นมาอุ้มไว้แนบอกอย่างง่ายดายราวกับนางเบาหวิวเหมือนขนนก

"ปล่อยข้านะ! ข้าบอกว่าไม่กลับอย่างไรเล่า! คนบ้า! ปล่อย!" 

ลั่วอีดิ้นรน ทุบกำปั้นเล็กๆลงบนแผงอกกว้างของเขาประท้วง

แต่เซียวจิ้นเหยียนกลับทำหน้าตาย ไม่สะทกสะท้านต่อแรงทุบตีเท่ามดกัดนั้น เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้นางร่วงหล่น ก่อนจะหันไปสั่งการองครักษ์คนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"ไท่ซาน! ไปส่งคุณหนูจางกลับถึงจวนให้ปลอดภัยด้วย"

สั่งการจบเซียวจิ้นเหยียนก็อุ้มร่างของภรรยาขี้เมาหมุนตัวเดินออกไปจากห้องส่วนตัวโดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของใครทั้งสิ้น เขากระทืบเท้าเดินลงบันไดหอน้ำชา ท่ามกลางสายตาของบุรุษนับสิบที่มองมาด้วยความตกตะลึง ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันราวกับจะฆ่าคนของท่านราชครู ทุกคนก็รีบก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหรือมองสตรีในอ้อมแขนของเขาอีก

จางหว่านชิงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตัวเองแน่น

ดวงตาของนางเบิกกว้าง ทว่าภายในดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด

การกระทำ..มันสำคัญและชัดเจนมากกว่าคำพูดเสมอ!

บุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าและหยิ่งยโสอย่างหมาบ้าแห่งราชสำนัก หากเขาไม่สนใจไยดี หากเขาเห็นลั่วอีเป็นเพียงหมากทางการเมือง เขาคงไม่ถ่อมาตามหานางถึงหอน้ำชาด้วยตนเอง ทั้งที่เพิ่งกลับจากการว่าราชการเหนื่อยๆ คงไม่แสดงความหึงหวงทางสายตาอย่างโจ่งแจ้งเมื่อมีชายอื่นจ้องมองนาง และคงไม่อุ้มนางแนบอกอย่างทะนุถนอมท่ามกลางสายตาผู้คนเช่นนี้หรอก!

ในยามนี้หว่านชิงค่อนข้างมั่นใจเต็มสิบส่วนแล้วว่า..ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้นี้ มีใจที่ตรงกับลั่วอีสหายรักของนางอย่างแน่นอน

"ไท่ซานใช่หรือไม่" 

จางหว่านชิงหันไปยิ้มกริ่มให้องครักษ์หนุ่ม 

"รบกวนท่านไปส่งข้าด้วยนะเจ้าคะ"

ดวงตาของจางหว่างชิงเปล่งประกายระยิบระยับในทันทีที่ได้มองสบตากับองครักษ์รูปงาม

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   ตอนพิเศษ ครอบครัวของเรา

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   32.จะช่วยส่งเสริม (จบ)

    เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   31.รักแรกพบ

    รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   30.อยากทำมานาน

    บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   29.คุ้มค่า nc

    เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   28.เป็นผู้เป็นคน

    แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status