Teilen

บทที่ 4

เจ้าหมูน้อยหมั่นโถว
ใบหน้าของผมยิ่งซีดเผือดลงกว่าเดิม

เมื่อสามปีก่อน กู้เยว่ชิงขับรถชนเข้ากับแผงกั้นถนน ผมช่วยเฉินจือที่นั่งอยู่ข้างคนขับจนถูกเศษกระจกเสียบทะลุหัวเข่า

แต่เธอกลับพากู้เยว่ชิงที่เพียงแค่หมดสติไปโรงพยาบาล

เพราะผมไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แผลจึงมักอักเสบเน่าเปื่อยทุกครั้งที่อากาศครึ้มฝน ความเจ็บปวดฝังลึกถึงกระดูก

ผมต้องนอนโรงพยาบาลถึงครึ่งปีจนเสียงานไป

แต่เฉินจือไม่เคยเชื่อเลยว่าผมได้รับบาดเจ็บสาหัสจริงๆ

เพราะเธอไม่เคยมาเยี่ยมผมแม้แต่ครั้งเดียว

ต่อมาผมบอกเธอด้วยความดีใจว่าผมหางานใหม่ที่มั่นคงได้แล้ว และอยากช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว แต่แม้แต่แววตาของเธอยังเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

ส่วนในวันที่แผลเก่าของผมกำเริบจนปวดแทบนอนไม่หลับทั้งคืน ผมโทรหาเธอนับครั้งไม่ถ้วน ส่งข้อความไปนับไม่ถ้วน

สุดท้ายสิ่งที่ผมได้รับกลับมาคืออั่งเปานับไม่ถ้วน พร้อมกับคำพูดของกู้เยว่ชิง

“ขอโทษนะครับพี่เขย พี่จือกำลังต้มซุปแก้เมาค้างให้ผมอยู่”

ครั้งนั้นผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ผมทำลายข้าวของทั้งห้อง ฉีกทะเบียนสมรสทิ้ง แล้วตะโกนถามเฉินจือ

“ทำไมคุณไม่ตอบข้อความผม? ทำไมเอาแต่ส่งอั่งเปามาให้? ตกลงมันหมายความว่ายังไงกันแน่!”

หญิงสาวหัวเราะแล้วพูดว่า

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรอกเหรอ? ทำไมล่ะ เงินน้อยไปหรือไง”

ผมถามเธอด้วยความทรมานถึงที่สุด

“ถ้าคุณเกลียดผมขนาดนี้ แล้วแต่งงานกับผมทำไม? ทำไมถึงไม่หย่ากับผม?”

แต่เธอกลับเพียงหัวเราะ

โจวเยว่เอ๋ย โจวเยว่ ดูเหมือนนายจะอินกับบทบาทตัวเองมากเกินไปแล้วนะ

อย่าหลอกตัวเองไปด้วยเลย

หลังจากวันนั้น ผมก็แทบไม่พูดอะไรอีก

“คุณแม่คะ พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ”

ขณะที่ป้าหัวเราะก็เหลือบมองกู้เยว่ชิง

“จะหวังอะไรจากเขา? สู้หวังกับเยว่ชิงไม่ดีกว่าเหรอคะ เยว่ชิงภูมิหลังครอบครัวดี แถมตัวเขาเองก็เก่ง อนาคตในหน้าที่การงานถึงจะเป็นแรงหนุนให้เฉินจือได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้เยว่ชิงก็ยิ้มอย่างสุภาพแล้วก้มหน้าลง

แต่เฉินจือกลับขมวดคิ้วพูดขึ้นทันที

“อย่าพูดไปเรื่อยค่ะ หนูเห็นเยว่ชิงเป็นน้องชายมาโดยตลอด”

“เข้าใจแล้วๆ น้องชายบุญธรรมก็นับเป็นน้องชายเหมือนกันนี่นา”

ป้าปิดปากหัวเราะ

“บทกลอนรักที่หลานเคยเขียนให้เยว่ชิงตอนเด็กๆ ป้ายังเก็บไว้อยู่เลยนะ”

“ตอนนั้นยังเด็ก ไม่รู้ประสีประสา”

ท้องของผมปั่นป่วนจนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

ผมลุกพรวดขึ้นมาโดยไม่ทันระวัง จนเผลอทำจานกระเบื้องคว่ำตก

เพล้ง จานแตกกระจาย

ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างมองผมด้วยสายตารังเกียจ

“ขอโทษครับ”

เสียงของผมสั่นเครือ ขณะเดินโซเซไปทางประตู

“โจวเยว่!”

เฉินจือตามมาถึงโถงหน้าประตู สีหน้าดูไม่ได้

“เดินไม่เป็นแล้วหรือไง? คราวนี้จะเล่นละครอะไรอีก?”

“ถ้าไม่สบายจริงก็ไปโรงพยาบาลสิ จะฝืนทนเพื่ออะไร!”

ผมอ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

ผมอยากบอกเธอ

อยากบอกเธอว่า อีกไม่กี่วันคุณก็จะเป็นอิสระแล้ว

แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะเอ่ยปาก เสียงดังกว่าจากในบ้านก็ดังก้องขึ้น ข่มเสียงอันอ่อนแรงของผมจนมิด

“พี่เฉินจือ!”

กู้เยว่ชิงร้องขึ้นราวกับกำลังฝืนทนต่อความเจ็บปวด

“มือผมโดนเศษกระเบื้องบาด เจ็บมากเลยครับ...”

สีหน้าของเฉินจือเปลี่ยนไปทันที แล้วหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน

“รีบอยู่เฉยๆอย่าไปโดนมันอีก ได้ยินไหม!”

ความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของหญิงสาวไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย

ผมยืนอยู่ตรงระเบียงทางเข้าบ้าน ลมหนาวพัดทะลุผ่านเสื้อผ้าบางๆ

บริเวณหัวใจที่เคยเต็มไปด้วยบาดแผล ครั้งนี้กลับไม่มีความเจ็บปวดอย่างที่คิดไว้

เหลือเพียงความด้านชาอันว่างเปล่า

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 9

    ห้าปีต่อมา เฉินจืออายุสี่สิบปีระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งหนึ่ง จู่ๆเธอก็หมดสติไปผลตรวจออกมาว่าเป็นมะเร็งกระดูกระยะสุดท้ายหมอมองประวัติการรักษา แล้วกวาดสายตามองหญิงสาวที่จอนผมเริ่มมีหงอกแซมและแววตาเฉยชาไร้ชีวิตคนนี้พร้อมกับถอนหายใจออกมาบางทีนี่อาจเป็นชะตากรรมก็ได้?“ฉันรู้ว่าฉันไม่มีทางรอดแล้ว”เฉินจือพูดอย่างสงบนิ่ง ในแววตายังมีความรู้สึกปล่อยวางอยู่เล็กน้อย“โรคเดียวกับสามีและพ่อตาของฉันเลยค่ะ” หมอพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน”เฉินจือยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มนั้นมีความอบอุ่นที่แท้จริงปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย “ในที่สุดก็จะได้สัมผัสว่าเขาเจ็บปวดมากแค่ไหนแล้ว” เธอไม่ได้รับการรักษาแบบหักโหม เพียงแต่ประคับประคองและบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น เธอส่งต่องานในบริษัทและนำทรัพย์สินส่วนใหญ่เข้าสู่กองทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งกระดูกให้ได้มากขึ้นส่วนตัวเธอกลับปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้นเพราะสำหรับเธอแล้ว ความตายไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดแต่มันหมายถึงการได้พบกันอีกครั้งต่างหากเมื่อกลับถึงบ้าน เธอสั่งให้คนเปลี่ยนเตียงในห้องนอนใหญ่เป็นเตียงผู้ป่วย แล้วนอนลงโดยมีโกศใส่อัฐิของโจวเยว่และจ

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 8

    กู้เยว่ชิงถูกจับเข้าคุกเขาหลบหนีเพราะกลัวความผิด แต่ไม่อาจสู้เฉินจือได้เลย เพียงไม่กี่วันก็ถูกจับตัวกลับมา เพราะเหตุนี้ เขาจึงถูกตัดสินเพิ่มโทษอีกสองปี จนกระทั่งถูกใส่กุญแจมือ เขาถึงได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่าช่วงเวลาแสนสุขของเขาจบลงแล้วสิ่งที่รอเขาอยู่ต่อจากนี้ คือขุมนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุดห้าปีต่อมาเฉินจืออายุสามสิบห้าปีแล้ว ในแวดวงธุรกิจเธอเย็นชาและเด็ดขาดกว่าเดิม อีกทั้งตัดขาดกับพ่อแม่ไปนานแล้วเธออาศัยอยู่เพียงในบ้านหลังที่เคยใช้ชีวิตแต่งงานกับโจวเยว่ช่วงเวลาสั้นๆการจัดวางทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม หนังสือที่เขาอ่านค้างไว้ยังคงวางเปิดอยู่บนโซฟาที่เดิมเธอไม่เคยแต่งงานอีกเลย ไม่มีผู้ชายคนไหนอยู่ข้างกาย และไม่เคยข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆกับใครอีกคนในแวดวงต่างรู้กันดีว่า ประธานเฉินมี “รักแรก” ที่จากไปตั้งแต่ยังสาวอยู่ในใจและไม่มีใครแตะต้องเรื่องนี้ได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า สำหรับเธอแล้วนั่นคือฝันร้ายที่ไม่มีวันหลุดพ้นเธอกลายเป็นคนพูดน้อยและเงียบขรึมทุกปีในวันครบรอบวันเสียชีวิตและวันเกิดของโจวเยว่ เธอจะหายตัวไปหลายวันเธอจะพาอัฐิของเขาไปยังสถานที

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 7

    เฉินจือตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล เข็มยังคงปักอยู่บนหลังมือทันทีที่ความทรงจำกลับคืนมา เธอก็ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วกระชากเข็มออก“เขาอยู่ไหน? โจวเยว่อยู่ไหน!”เธอตะโกนเสียงดังด้วยดวงตาแดงก่ำผู้ช่วยพิเศษกับทนายเดินเข้ามามีสีหน้าเคร่งเครียด“ร่างของคุณโจวอยู่ที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”ผู้ช่วยพิเศษพูดเสียงเบา “จำเป็นต้องให้ญาติเซ็นยินยอม......” “ฉันเป็นภรรยาของเขา! ฉันจะเซ็น! ฉันจะพาเขากลับบ้าน!”เฉินจือดิ้นรนจะลุกลงจากเตียงทนายความยื่นซองเอกสารให้ “ประธานเฉินครับ มีบางเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อน”ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอสั่งให้ผู้ช่วยไปตรวจสอบก่อนออกมาเฉินจือเปิดซองด้วยมือที่สั่นเทารายงานการสืบสวน รูปถ่าย รายการเดินบัญชีธนาคาร สำเนาประวัติการรักษา...หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนผูกมัดแน่นหนาดั่งขุนเขา หลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ากู้เยว่ชิงสกัดกั้นข้อความอย่างไร และปลอมแปลงหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าโจวเยว่เป็นนักต้มตุ๋นอย่างไรประวัติการรักษาที่แท้จริงของพ่อโจวเยว่ รวมถึงเรื่องราวที่เขาเลี้ยงดูลูกชายจนเติบโตมาอย่างยากลำบากประวัติการรักษาทุกครั้ง

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 6

    เฉินจือจ้องมองประโยคที่โจวเยว่ส่งหาเธอบนหน้าจอโทรศัพท์ “ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกเหมือนพ่อแล้ว” เสียงวิ้งๆ ดังก้องอยู่ในหู เธอนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมาได้ทันที ตอนนั้นเธออยู่ที่บ้านของกู้เยว่ชิง ชายหนุ่มถือโทรศัพท์ของเธอไว้ ขณะที่หัวเราะแล้วพูดว่า“พี่เยว่มาขอเงินคุณอีกแล้วเหรอ? เดี๋ยวผมช่วยส่งอั่งเปาตอบกลับไปให้ เขาต้องดีใจแน่ๆ!”จากนั้น...ก็ไม่มีอะไรต่อจากนั้นอีกเธอไม่เคยแม้แต่จะอ่านข้อความที่เขาพูดอย่างละเอียดด้วยซ้ำหรือว่าเขาจะเป็นมะเร็งกระดูกจริงๆ? แต่กู้เยว่ชิงก็สืบมาแล้วนี่...... อีกทั้งพ่อแม่ของเธอก็เอาแต่บอกว่า ผู้ชายคนนี้เป็นนักต้มตุ๋นที่ออกหากินไปทั่วคอยหลอกผู้หญิงรวยๆเมื่อก่อนเธอก็ไม่เชื่อ แต่ทำไมมันถึงได้ประจวบเหมาะขนาดนั้น พอแต่งงานกันปุ๊บ พ่อเขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดด่วนด้วยเงินก้อนโตทันที?เฉินจือรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิด เธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะเชื่อใครดี แต่สิ่งที่เธอรู้ดียิ่งกว่าคือ เธอไม่อาจสูญเสียโจวเยว่ไปได้นิ้วมือของเฉินจือสั่นเทาขณะเลื่อนหน้าจอขึ้นไปดู อั่งเปามากมายเรียงแน่นเต็มหน้าจอ สีแดงสดแสบตาจนน่าขัดใจตอนเข

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 5

    ไม่อยากกลับไปบ้านหลังนั้น ผมจึงกลับมายังบ้านเก่าของพ่อโทรศัพท์สั่นขึ้นเฉินจือส่งข้อความหาผมเป็นครั้งแรกในรอบสามปี【กลับมาขอโทษเยว่ชิงซะ】ผมนั่งมองอยู่นาน รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมานิดๆ ในที่สุดสายก็โทรติด น้ำเสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยความรำคาญ“ได้ยินหรือยัง? เยว่ชิงบอกว่า...”“เฉินจือ”ผมพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้าผมตาย คุณจะเสียใจไหม?”คำถามที่ค้างคาใจผมมาหลายเดือน ในที่สุดก็มีโอกาสได้พูดออกไปปลายสายเงียบไปหลายวินาทีจากนั้นเสียงก็แผดสูงขึ้นมาทันที “ช่วงนี้นายเป็นบ้าอะไรไปแล้ว? ใครสอนให้นายเอาแต่พูดอะไรอัปมงคลแบบนี้? นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า? อยากได้เงินเท่าไหร่ก็พูดมาตรงๆสิ ฉันไม่ได้ไม่ให้นายสักหน่อย!”“ตอนนี้รีบมาหาฉันเดี๋ยวนี้!” จนถึงที่สุดเธอก็ยังไม่ได้ให้คำตอบแก่ผม แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้วสายถูกตัดไปผมนอนลงบนเตียงไม้ที่เคยเบียดนอนกับพ่อตอนเด็กๆ แล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาจากกล่องเหล็กใบเก่า ข้างในนั้นมีประวัติแชตระหว่างผมกับเฉินจือตอนที่พวกเรายังอายุยี่สิบต้นๆ“โจวเยว่ วันนี้ฉันเห็นหัวหน้าห้องยื่นจดหมายรักให้นาย ถ้านายกล้ารับ เราสองค

  • สายลมทะเลพัดผ่านในบางครา   บทที่ 4

    ใบหน้าของผมยิ่งซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อสามปีก่อน กู้เยว่ชิงขับรถชนเข้ากับแผงกั้นถนน ผมช่วยเฉินจือที่นั่งอยู่ข้างคนขับจนถูกเศษกระจกเสียบทะลุหัวเข่า แต่เธอกลับพากู้เยว่ชิงที่เพียงแค่หมดสติไปโรงพยาบาลเพราะผมไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แผลจึงมักอักเสบเน่าเปื่อยทุกครั้งที่อากาศครึ้มฝน ความเจ็บปวดฝังลึกถึงกระดูกผมต้องนอนโรงพยาบาลถึงครึ่งปีจนเสียงานไปแต่เฉินจือไม่เคยเชื่อเลยว่าผมได้รับบาดเจ็บสาหัสจริงๆเพราะเธอไม่เคยมาเยี่ยมผมแม้แต่ครั้งเดียวต่อมาผมบอกเธอด้วยความดีใจว่าผมหางานใหม่ที่มั่นคงได้แล้ว และอยากช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว แต่แม้แต่แววตาของเธอยังเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยส่วนในวันที่แผลเก่าของผมกำเริบจนปวดแทบนอนไม่หลับทั้งคืน ผมโทรหาเธอนับครั้งไม่ถ้วน ส่งข้อความไปนับไม่ถ้วนสุดท้ายสิ่งที่ผมได้รับกลับมาคืออั่งเปานับไม่ถ้วน พร้อมกับคำพูดของกู้เยว่ชิง“ขอโทษนะครับพี่เขย พี่จือกำลังต้มซุปแก้เมาค้างให้ผมอยู่”ครั้งนั้นผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ผมทำลายข้าวของทั้งห้อง ฉีกทะเบียนสมรสทิ้ง แล้วตะโกนถามเฉินจือ“ทำไมคุณไม่ตอบข้อความผม? ทำไมเอาแต่ส่งอั่งเปามาให้? ตกลงมันหมายความว่ายังไงก

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status