Compartir

บทที่ 5

Autor: ใจเย็น
หล่อนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรองเท้าส้นสูงคู่สวย ดูทรงอำนาจแต่ก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ หากเป็นตัวผมในอดีตล่ะก็ คงเข้าไปเอาอกเอาใจหล่อนตั้งนานแล้ว ทว่าตัวผมในตอนนี้ กลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอีก

หล่อนไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติของผมเลยแม้แต่นิดเดียว

"สือเจี่ยน นายเปลี่ยนไปนะ"

ลู่ซีเดินเข้ามาข้างหน้า รองเท้าส้นสูงส่งเสียงกระทบพื้นดังตึกตัก ผมทอดสายตาลงต่ำไม่ยอมหันไปสบตากับหล่อน ได้ยินเพียงแต่น้ำเสียงประชดประชันที่มีแต่ความสมเพชเวทนา

"ฉันรู้ว่านายชอบนาฬิกาเรือนนั้นมาก แต่ช่วงครึ่งเดือนมานี้นายก่อเรื่องเยอะเกินไปหน่อย"

"เพราะฉะนั้น นี่ถือเป็นบทลงโทษ ของขวัญวันเกิดของนายปีนี้เป็นอันยกเลิก"

"แต่เห็นว่าวันนี้นายทำตัวเชื่อฟังดี ฉันค่อนข้างพึงพอใจ จะยอมตามใจนายสักข้อละกัน ขอแค่มันไม่เกินขอบเขตจนเกินไป"

ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องใบหน้าของหล่อน พยายามจะเสาะหาความทรงจำในอดีตที่เคยมีร่วมกัน

ยามที่ได้พบลู่ซีเป็นครั้งแรก ในงานเลี้ยงต้อนรับ พวกกลุ่มลูกหลานตระกูลไฮโซจอมเสเพลต่างโดนคนในครอบครัวคอยกำชับให้เข้ามาประจบสอพลอเอาใจตัวผมที่ดูซื่อๆ

และเพราะสไตล์การแต่งเนื้อแต่งตัวของผม พวกมันจึงพากันรุมกลั่นแกล้งถากถางผมกลางงานเลี้ยง

ในตอนนั้นผมรู้สึกน้อยใจ และไม่รู้ว่าจะต้องตอบโต้กลับไปอย่างไรดี ไม่กล้าส่งเสียงพูดออกไปเลยด้วยซ้ำ มีเพียงลู่ซีที่เข้ามาช่วยผม หล่อนตบหน้าของคนคนนั้นอย่างแรง พลางยืนกอดอกใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวด่าทอสั่งสอนพวกมันว่าวันๆ ไม่รู้จักทำมาหากิน จนกลุ่มคนพรรค์นั้นต้องพากันเดินคอตกไปอย่างเสียหน้า

หล่อนขมวดคิ้วมุ่นพลางเพูดกับผมในตอนนั้นว่า

"นายเป็นถึงคุณชายรองของตระกูลสือ ทำไมต้องทำท่าทางขี้กลัวขนาดนั้น พวกมันนั่นแหละที่ต้องคลานเข่าเข้ามาประจบเอาใจนาย ดึงศักดิ์ศรีและความน่าเกรงขามของนายออกมาซะ"

"ฉะ ฉันกลัวพวกเขารังเกียจไม่อยากเข้าหาฉันน่ะ"

"รังเกียจงั้นเหรอ? นายจำใส่หัวเอาไว้เลยนะ ตราบใดที่นายยังคงใช้นามสกุลสือ ต่อให้นายจะเอื้อมมือไปตบหน้าของพวกมัน พวกมันก็ทำได้เพียงแค่เอ่ยปากชื่นชมอวยยศว่านายตบได้ยอดเยี่ยมที่สุด เข้าใจหรือยัง"

ผมจดจำคำพูดนี้ฝังใจมาเนิ่นนานกว่าห้าปีเต็ม ทว่าภายหลัง ลู่ซีกลับมายืนต่อว่าติติงผมท่ามกลางของฝูงชน หล่อนด่าว่าผมเป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือน สะกิดนิดหน่อยก็อาละวาด

แต่ทั้งที่เรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากพวกมันแท้ๆ ที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องผมก่อนไม่ใช่หรือไง

ใบหน้าของลู่ซีไม่มีความรักใคร่เอ็นดูคอยปกป้องผมเหมือนในอดีต หล่อนเอ่ยปากเร่ง

"คิดออกหรือยัง? อย่าทำตัวโลภมากไม่รู้จักพอ"

"ฉันรีบ จะไปทำธุระต่อ"

ผมใช้มือยันค้ำกำแพงเอาไว้ ความเจ็บปวดที่แล่นแปลบๆ ขึ้นมาจากเรียวขาข้างซ้าย คอยดึงสติของผมให้ตื่นอยู่ตลอดเวลา

เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ ผมถึงต้องทนรับความทุกข์ทรมานโดนย่ำยี

ตอนที่ผมอ้อนวอนขอชีวิต ผมเคยพร่ำบอกตัวตนฐานะที่แท้จริงของตัวเองออกไป และเคยบอกเบอร์โทรศัพท์ของลู่ซีให้พวกมัน ตัวเลขนั่นที่ผมจำได้ขึ้นใจ แต่สุดท้ายมันกลับย้อนกลับมาสร้างบาดแผลตอกย้ำผมได้อย่างสาหัส

หล่อนแสดงความรำคาญใจมากขึ้นทุกที

"นายจะมาเล่นตลกอะไรอีกฮะ"

"วันๆ เอาแต่เกลือกกลั้วอยู่กับพวกกลุ่มลูกหลานไฮโซสำมะเลเทเมาพรรค์นั้น นายไม่มีความคิดจะสร้างความก้าวหน้าในชีวิตเลยสักนิด"

"ตระกูลสือไม่มีคนไร้ประโยชน์ไม่ได้เรื่องได้ราวแบบนายหรอกนะ"

คำดุด่าของหล่อนทำให้ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอนผมอีกครั้ง ก่อนหน้านี้หล่อนเคยใช้ถ้อยคำรุนแรงด่าพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบไปรอบหนึ่ง จนทำให้พวกมันเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมา พวกมันจึงเอาความโกรธแค้นทั้งหมดมาระบายใส่ผม บังคับให้ผมยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองไม่หยุด จนกระทั่งพวงแก้มของผมบวมช้ำเลือดช้ำหนอง แม้แต่เหงือกก็ยังเจ็บ พวกมันถึงยอมรามือ

และเพราะใบหน้าบวมจนอักเสบ การจะฝืนกินอาหารประทังชีวิตจึงเป็นเรื่องยากลำบาก หมั่นโถวที่ทั้งแข็งกระด้าง ทำให้กินไม่ลง พวกมันก็ใช้เท้าเหยียบหมั่นโถวชิ้นนั้นจนแหลก ทั้งดำทั้งสกปรก แล้วจับยัดใส่เข้ามาในปากของผม

เมื่อนึกถึงตอนนั้น ผมก็พลันเกิดอาการพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนขึ้นมาอีกระลอก

ผมพยายามระงับความรู้สึกอยากจะอ้วกเอาไว้สุดความสามารถ

"ขอโทษด้วย ผมไม่มีอะไรที่อยากได้หรอก"

ลู่ซีขมวดคิ้วมุ่น หล่อนมองผมอย่างจับผิด ใช้สายตาคาดโทษ

"ฉันหยิบยื่นโอกาสทองไปให้แล้วนะ แต่นายไม่รู้จักคว้ามันเอาไว้ ห้ามมาทำตัวงอแงงี่เง่าใส่ฉันทีหลังล่ะ"

"ฉันไม่ได้มีความอดทนสูงขนาดนั้น"

ผมพยักหน้ารับพลางตอบ "อืม" ออกไปเบาๆ ในใจคิดเพียงแต่อยากจะส่งหล่อนไปให้พ้นๆ หน้าซะที

"ผมจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน"

ลู่ซีเองก็ไม่ได้คิดจะบังคับให้ผมต้องเอ่ยปากขออะไรอีก บางทีลึกๆ ในใจหล่อนคงไม่ได้นึกอยากจะให้ของขวัญอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วล่ะมั้ง

"หวังว่าจะเป็นอย่างที่พูดนะ"

หลังจากเดินนำออกไปได้สองสามก้าว หล่อนก็หยุดเดิน พลางเอ่ยปากพูดโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองหน้า

"วันหลังนายเลิกไปวอแวสือยวี่ได้แล้วล่ะ ระหว่างฉันกับเขาไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น"

ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากตอบกลับ หล่อนก็เดินจากไปทันที

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 12

    ผมหลับตาลง แล้วทิ้งตัวดิ่งลงไปยามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาก็คือใบหน้าของสวี่เจี่ยวเจี่ยวที่ร้องไห้จนตาบวมเป่ง หล่อนออกแรงกุมมือของผมไว้แน่น ทันทีที่เห็นว่าผมฟื้นขึ้นมา หล่อนก็รีบวิ่งออกไปตามคุณหมอเข้ามาตรวจอาการทันทีผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก"อย่าร้องไห้เลยนะ"สวี่เจี่ยวเจี่ยวโผเข้าสวมกอดร่างของผมเต็มแรง จนกระทั่งผมเอื้อมมือไปตบหลังหล่อนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม หล่อนถึงยอมปล่อยมือคลายอ้อมกอดออกจากตัวผมคุณพ่อคุณแม่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงคนไข้ พลางทอดสายตามองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดสวี่เจี่ยวเจี่ยวโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"ตอนนี้ลู่ซีเสาะหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าสือยวี่แอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบเพื่อวางแผนทำร้ายนายจนเจอหมดแล้วล่ะ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดโดนจับเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้วนะ"คุณแม่ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาเบาๆ พลางเอ่ยปากเรียกชื่อผมออกมา"อาเจี่ยน"ทว่าหลังจากเอ่ยปากเรียกชื่อผมแล้ว หล่อนกลับอ้ำอึ้งอยู่นานสองนานไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาเสียที

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 11

    ในจังหวะที่ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ลู่ซีก็เอ่ยปากขึ้นมา"อาเจี่ยน นายเป็นยังไงบ้าง"ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวสมองมันตื้อจนพูดอะไรไม่ออกที่แท้ คนอย่างผมก็ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตที่ดีจริงๆ สินะช่วงเวลาดีๆ ทั้งหมดที่ได้ใช้ร่วมกับสวี่เจี่ยวเจี่ยว มันช่างเหมือนกับภาพความฝัน ตอนนี้ฝันนั้นมันสลายไปแล้ว และผมก็ควรจะกลับสู่ห้วงนรกอันมืดมิดตามเดิม ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ทำเป็นหูทวนลมลู่ซีเฝ้ารออยู่นานสองนาน เมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าจะเอ่ยปากพูดจา หล่อนก็ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้ามานั่งลงตรงขอบเตียง พลางเอื้อมมือมาจะแตะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของผม"อย่ามาจับตัวผม"ผมเอ่ยปากห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"แค่เธอมาสัมผัสโดนตัว ผมก็สะอิดสะเอียนอยากจะอ้วกแล้ว"ลู่ซีชะงักค้างไปทันควัน ขอบตาของหล่อนพลันรื้นขึ้นมาคนที่มีท่าทีหยิ่งทะนงเสมอมาอย่างลู่ซี มีตอนไหนกันที่หล่อนจะยอมมาเผยสีหน้าท่าทางเวทนาแบบนี้ต่อหน้าผม"อาเจี่ยน ฉันไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่านายโดนพวกมัน…"ผมหันหน้ากลับมามอง อาศัยแสงจันทร์รำไรสาดส่องจ้องมองไปที่ใบหน้าของหล่อน แววตาของหล่อนมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด มันทำให้ผมรู้สึกว่าผ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 10

    คนอย่างมันคู่ควรตรงไหน? คนอย่างมันกล้าดียังไง? จนกระทั่งความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาบนใบหน้า ผมถึงได้สติกลับคืนมาลู่ซียืนอยู่ตรงหน้าผม แววตาเอือมระอาและรังเกียจเดียดฉันท์จนแทบจะทะลักออกมา ส่วนสือยวี่โดนผมกระชากคอเสื้อกดไว้กับกำแพง สภาพผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าบวมเป่งขึ้นสีแดงช้ำ ในตอนนั้นผมแยกแยะไม่ออกเลยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือนลู่ซีชักมือกลับ พลางเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ"โจวเจี่ยน นายเป็นบ้าไปแล้วหรือไง? หัดแหกตาดูสภาพของตัวเองในตอนนี้บ้างสิ มีตรงไหนที่ดูคู่ควรกับคนของตระกูลสือบ้าง? ทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกคนป่วยจิตเวช""ซีซี ไม่เป็นไรหรอกครับ อาเจี่ยนจะโกรธผมมันก็สมควรแล้วล่ะ"สือยวี่ยิ้มมุมปาก พลางหลุดเสียงซี้ดซ้าดออกมาด้วยความเจ็บปวด"ยังไม่รีบปล่อยมือออกจากตัวอายวี่อีก"ผมได้แต่ยืนอึ้งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อน ลู่ซีเริ่มหมดความอดทน ถลันกายเข้ามาตั้งท่าจะกระชากตัวผมออกทว่าในตอนนั้น ท่อนแขนของผมกลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยน ผมกวาดสายตามองตามไป ก็สบตาเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสงสารของสวี่เจี่ยวเจี่ยว หล่อนเอื้อมมือมาดึงตัวผมให้แยกออกมา

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 9

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวหัวเราะซ้ำเติมผมอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาซื้อยาแก้ปวดท้องมาให้ผมเมื่อเสียงกดกริ่งประตูห้องดังรัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ผมก็นึกทึกทักเอาเองว่าสวี่เจี่ยวเจี่ยวคงจะลืมหยิบโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยแน่ๆหล่อนมักจะขี้หลงขี้ลืมแบบนี้อยู่เรื่อย"รีบออกไปขนาดนั้น ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วยล่ะสิท่า"น้ำเสียงของผมพลันขาดห้วงไปในทันควัน พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออกผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูไม่ใช่สวี่เจี่ยวเจี่ยว ทว่ากลับเป็นสือยวี่ที่แต่งตัวหรูหราดูดีราวกับคุณชายตระกูลสูงศักดิ์เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของผม ในมือหิ้วถุงขนมปังอยู่สองสามชิ้นผมรู้ได้ทันทีว่าเขามาเยือนในคราวนี้ย่อมไม่หวังดีแน่ผมขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยปากเค้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"สือยวี่จับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังมองคนโง่"นี่นายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ สินะ ตึกแถวหลังที่นายกำลังซุกหัวนอนอยู่นี่น่ะ มันเป็นสินทรัพย์ในเครือของตระกูลลู่ต่างหากล่ะ""และแน่นอนว่า ที่อยู่ของนาย ซีซีก็เป็นคนคาบข่าวมาบอกฉันเองนั่นแหละ"ผม

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 8

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างทันที"อยากให้ฉันพานายออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาหน่อยไหมล่ะ? ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งปีแล้วนะ เชี่ยวชาญเส้นทางแถวนี้สุดๆ เลยล่ะ"ผมทำหน้ามึนตึบบอกบุญไม่รับอยู่บ้าง"จะไปไหนงั้นเหรอ?"สวี่เจี่ยวเจี่ยวเขย่งปลายเท้าขึ้นมาแล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากของผมเบาๆ เหมือนอย่างที่เคยทำในอดีตไม่มีผิด"ก็ต้องออกไปหาซื้อเฟอร์นิเจอร์สิ อีกอย่างนะ อาการป่วยของนายขืนอยู่แต่ในบ้านมันจะไปหายดีได้ยังไงกันเล่า?""แต่นายสบายใจได้เลยนะ เรื่องต่อรองราคาเดี๋ยวฉันทำแทนเอง นายมีหน้าที่แค่เดินอยู่ข้างๆ ฉันก็พอแล้วล่ะ""เรื่องแบบนี้มันไม่ต้องรีบให้เห็นผลในทันทีหรอก"น่าแปลกเหลือเกิน ที่ผมไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจหรือต่อต้านสัมผัสจากหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียวความรู้สึกเหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยมัธยมปลาย ตอนที่ผมโดนบังคับให้ลงแข่งวิ่งหนึ่งพันเมตร ในตอนนั้นมีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมตะโกนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจผมดังลั่น และในยามที่ผมวิ่งฝ่าเส้นชัยมาได้ ก็มีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมเข้ามาพยุงร่างของผมเอาไว้ไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่มีความดูถูกอยู่เลย มีเพ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 7

    ผมเช่าบ้านอยู่แถวชานเมือง ห่างไกลจากความพลุกพล่าน มันช่วยให้ผมสงบสติอารมณ์ลงได้ และไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องราววุ่นวายพวกนั้นอีกผมกดสั่งอาหารเดลิเวอรีและบอกให้ไรเดอร์วางของทิ้งไว้ตรงประตูบ้าน พอแว่วเสียงฝีเท้าของไรเดอร์ที่ค่อยๆ เดินห่างไกลออกไป ผมก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปหยิบถุงอาหารทว่าในจังหวะที่ผมกำลังก้มตัวลงไปนั้น จู่ๆ ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาจากเรียวขาขวาอย่างกะทันหัน มันเจ็บปวดรุนแรงจนเหงื่อไหลพราก ทำให้ผมทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นในระหว่างที่ผมกำลังฝืนเกาะขอบประตูเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืน ตรงหน้าก็พลันปรากฏฝ่ามืออันขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นเข้ามาเรียวนิ้วยาวสลวยมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นมือของผู้หญิงผมลังเลอยู่ชั่วครู่ ไม่ได้ยื่นมือไปจับ รอจนกระทั่งความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง จึงค่อยหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองฝ่ามือนั้นชักกลับคืนไปผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา ทำเพียงแค่หลุบสายตาลงต่ำ เอ่ยปากขอบคุณหล่อนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็คว้าถุงอาหารตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้อง"โจวเจี่ยน?"น้ำเสียงใสของหญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อในอดีตของผมออกมา ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ สบตาเข้า

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status