로그인“ขอบใจมากนะ อยู่ดีๆ ล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาได้ตลอด”
“ค่ะ”
เขาวางสาย หันมาอีกทีก็เห็นเพื่อนตัวดีพากันนั่งจ้องเขาแล้วมองด้วยสายตาแปลกๆ ธันเมธรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทันที
“ฮั่นแน่! บอกมานะว่าคุยกับใคร คุยกับสาวเหรอ” ทีปกรถามพลางชี้นิ้วมาที่เขา
“มึงไม่ต้องมาลุกลี้ลุกลน มีความลับอะไรหรือเปล่า” ปณัย... เพื่อนอีกคนในกลุ่มถามบ้าง เขามีเพื่อนอยู่ 5 คน ตอนนี้ทุกคนพร้อมใจกันจ้องมองมาที่เขาอย่างคาดคั้น
“เปล่า!”
“ถ้าเปล่าแล้วทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้ด้วย บอกมาว่ามึงพาสาวไปนอนกกที่บ้านใช่ไหม สาวคนนั้นเป็นใคร สวยไหม”
“สาวที่ไหน ไม่มี๊!”
“พวกกูได้ยินมึงคุยโทรศัพท์ น้ำคำดูเป็นห่วงเป็นใยพิกล มีแฟนแล้วปิดบังเพื่อนเหรอ ทำไมไม่พามาให้รู้จักบ้าง” ปณิธานเป็นฝ่ายถามอีก คราวนี้เขาไม่ขอทน ลุกขึ้นพรวดทันที
“ไม่มีแฟน ไม่มีสาวอะไรทั้งนั้นแหละ ไปกินเหล้าดีกว่า!” เขาลุกขึ้นเดินลงไปชั้นล่างโดยไม่รอเพื่อน
“อ้าวเฮ้ย! ตัดบทจบแบบนี้เลยเหรอ กลับมาก่อน!”
“มันลงไปกินเหล้าแล้ว เราไปกันเถอะ ถ้ามันจะพูดเดี๋ยวมันก็พูดเอง กูว่ามันคงจะเพิ่งเริ่มจีบสาวแน่ๆ” ทีปกรบอกเพื่อน ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ขณะที่ธันเมธ ลงมาได้ก็ตรงไปที่บาร์ สั่งเครื่องดื่มยกขึ้นกรอกใส่ปากทีเดียวรวด เพื่อนเดินมาตบบ่าเขาแล้วชวนกันไปนั่งที่โต๊ะ VVIP คอยมองลูกค้าเข้าร้านอย่างสบายใจ ยิ่งมีสาวๆ มาอยู่โต๊ะข้างๆ ยิ่งทำให้หัวใจหนุ่มๆ กระชุ่มกระชวย
ธันเมธมองสาวๆ ที่เต้นพลางส่งสายตายั่วยวนมาที่เขาอย่างเสียดาย ถ้าไม่ติดว่าที่บ้านมีเด็กอยู่คนหนึ่งเขาก็อยากจะสอยเธอกลับด้วย แต่จะให้ไปทำกันที่โรงแรมก็ขี้เกียจ ถ้ากลับบ้านดึกมาก พรุ่งนี้ก็จะตื่นไปทำงานไม่ไหว ดื่มกันจนผับเกือบปิดเขาก็ขอตัวกลับก่อน
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาเดินโซซัดโซเซจนไปถึงโซฟา ทิ้งตัวลงนอนโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หัวแตะโซฟาได้ก็หลับทันที เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ฟ้าเกือบจะสาง กานต์สินีลงมาจากห้องนอนตัวเองเพื่อเตรียมทำอาหารเช้า มาถึงห้องรับแขกเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเขานอนอยู่บนโซฟา เดินเข้าไปใกล้ได้กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งไปหมด
“พี่ธาม มานอนอะไรตรงนี้คะ ทำไมไม่ขึ้นไปนอนบนห้อง” เธอสะกิดเขาแล้วปลุกให้ลุกขึ้น ธามขมวดคิ้วขึ้น ยกมือขึ้นกุมขมับเพราะความมึน
“พี่ธาม”
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือใบหน้าหญิงสาวที่มองมาด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้หัวเขาพร่าเบลอไปหมด ยิ่งมีมือเล็กๆ นุ่มๆ มาเขย่าที่ตัว ยิ่งทำให้ใจสั่นแปลกๆ เขาจับมือเล็กของเธอไว้แน่น กานต์สินีชะงัก เธอไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนจับมือมาก่อน พอเขาจับมือเธอเข้าก็เหมือนถูกของร้อน รีบชักมือออกทันที
“พี่ธาม ไหวไหมคะ”
“อื้ม...” เขาครางเบาๆ ในลำคอแล้วหลับตาลงไปอีก อาการนี้คงจะเมามาก เธอลุกขึ้นไปที่ห้องครัว เอาน้ำใส่กะละมัง หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาหนึ่งผืน ยกมาที่ห้องรับแขกแล้วค่อยๆ เช็ดหน้าให้เขา
“ทำอะไร” ธันเมธถามทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่
“เช็ดหน้าสักหน่อยนะคะจะได้ดีขึ้น”
“พี่ไม่ได้เป็นอะไร” เขาจับมือเล็กของเธอไว้แน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาที่มองเธอนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม กานต์สินีใจสั่นระรัว
“อะ... เอ่อ... ถ้าไม่เป็นอะไรเฟย์ขอตัวก่อน พี่ธามขึ้นไปนอนบนห้องดีไหมคะ จะได้ไม่ปวดหลัง”
“ขี้เกียจ นอนตรงนี้แหละ ถ้า 7 โมงแล้วปลุกพี่ด้วย พี่จะไปอาบน้ำ”
“ค่ะ”
ธันเมธหลับต่อ กานต์สินียกกะละมังออกไป เธอเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้เขา เมื่อคืนเขาเมามา ดังนั้นตอนเช้าควรจะเป็นอาหารร้อนๆ แก้แฮง เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยเธอก็ขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว ลงมาอีกครั้งยังพอมีเวลาเหลือก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทบทวนพร้อมกับกินมื้อเช้าไปด้วย เธอไม่สามารถรอกินพร้อมเขาได้ เพราะต้องรีบไปโรงเรียนแต่เช้า พอถึง 7 โมงเธอก็ลุกขึ้นไปปลุกชายหนุ่มที่นอนบนโซฟา
“พี่ธามคะ 7 โมงแล้วค่ะ” เธอเรียกเขาก่อน
“พี่ธาม ตื่นได้แล้วค่ะ” เรียกซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม แต่เขาก็ยังไม่ตื่น
“พี่ธาม ตื่นไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” คราวนี้เธอต้องใช้มือเขย่าตัวเขา แต่สงสัยจะเบาไป เขาก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี
“พี่ธาม ตื่นค่ะ” รอบนี้เขย่าแรงกว่าเดิม ธามลืมตาขึ้นก่อนจะยกมือกุมหัวตัวเอง
“อื้อ...”
“7 โมงเช้าแล้วค่ะ”
“โอเค” เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก พอตื่นขึ้นมาก็ได้กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูก เขามองไปที่โต๊ะอาหาร เห็นชามวางอยู่ ข้างๆ มีหนังสือเรียนกางอยู่บนโต๊ะจึงเดินไปดู นี่เธอกินไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วยเหรอเนี่ย เหมือนเขาตอนเรียนไม่มีผิด
“เช้านี้เฟย์ทำข้าวต้มกุ้ง พี่ธามไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวเฟย์จะตักเตรียมไว้ให้ กาแฟให้เฟย์ชงใส่แก้วเก็บความเย็นไว้เหมือนเดิมไหมคะ”
“อืม เหมือนเดิมเลย”
“เฟย์ทำเสร็จแล้วไปโรงเรียนเลยนะคะ”
“โอเค”
เขาเดินขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องตัวเอง ใช้เวลานานพอสมควรก่อนจะลงมาอีกครั้ง เดินตรงมาที่โต๊ะกินข้าว เปิดฝาชามเห็นข้าวต้มส่งกลิ่นหอมชวนกิน กำลังร้อนๆ อยู่ เขารีบนั่งลงแล้วกิน ข้าวต้มร้อนๆ ช่วยแก้อาการเมาค้างได้ดีนัก เขากินจนหมดเกลี้ยงชาม จะว่าไปเด็กคนนี้ก็ทำอาหารเก่งเหมือนกัน
//////////
คืนนั้นธันเมธกลับดึกเหมือนเดิม กลับมาด้วยสภาพเมาแอ๋เพราะเป็นวันเกิดเพื่อน ดื่มกินจนเมาเละเทะกันไปหมด พอเข้าบ้านได้ก็ตรงไปนอนที่โซฟาเหมือนเดิมไม่มีผิด กานต์สินีลงมาจากห้องนอนตัวเองเพราะหิวน้ำ เธอยังไม่ได้นอน เนื่องจากต้องเร่งทำการบ้านที่ค้างไว้ เธอหยุดเรียนกว่า 1 สัปดาห์ มีการบ้านเยอะมาก พอลงมาก็เห็นธันเมธนอนบนโซฟาอีกแล้ว
“พี่ธาม” เธอเดินตรงไปหาเขา ธันเมธลืมตาขึ้นมองหญิงสาว เธอสวมชุดนอนเป็นเชิ้ตสีขาวยาวมาจนถึงหัวเข่า ผมยาวๆ ของเธอถูกปล่อยสยาย ครู่หนึ่งที่เขารู้สึกสวยมากกว่าปกติ ใบหน้าของเธอขาวใส แม้ไม่มีเครื่องสำอางแต่ก็ดูสวย
“พี่ธาม เมากลับมาอีกแล้ว เมาแบบนี้ขับรถกลับมาได้ยังไงคะ” เธอเริ่มใช้น้ำเสียงที่ดุขึ้น หน้าตาจริงจังมากขึ้น ธันเมธรู้สึกดีไม่น้อยที่มีคนเป็นห่วงแบบนี้
“พี่ธาม ลุกขึ้นไปนอนบนห้องตัวเองดีกว่าค่ะ” เธอค่อยๆ พยุง เขาลุกขึ้นอย่างโดยดี พอยืนปุ๊บก็เซปั๊บ เธอรีบเข้ามาประคองทันที
“ไม่ต้อง พี่เดินเองได้”
“ให้เฟย์ช่วยดีกว่าค่ะ พี่ธามเมามากขนาดนี้ไม่ควรขับรถกลับมาเองนะคะ อันตรายมากเลยนะรู้ไหม”
“พี่รู้” เขาตอบสั้นๆ เปิดประตูห้องได้ก็เดินเซไปนอนบนเตียง กานต์สินีเดินไปจัดท่านอนเขาให้ดีๆ แต่จู่ๆ เขาก็จับแขนเธอไว้แน่น ปรือนัยน์ตามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ออกไปได้แล้ว พี่จะนอน” เขาไล่ กานต์สินีแกะมือเขาออกแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้
“รู้แล้วค่ะ พรุ่งนี้ให้เฟย์ปลุกตอน 7 โมงเช้าเหมือนเดิมไหมคะ”
“อือ...”
“โอเคค่ะ เฟย์ไปนอนแล้วนะคะ” เธอพูดแล้วก็ปิดไฟ เดินออกจากห้องไป ธันเมธนอนยิ้มอยู่บนเตียง ก่อนที่สติจะค่อยๆ หลุดลอยไป เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์แม้จะมึนหัวมากก็ตาม
2 เดือนผ่านไปในที่สุดความฝันของธันเมธก็เป็นจริง กานต์สินีตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว เธอมีอาการแพ้ท้อง ทั้งขมปากขมคอ อยากกินของเปรี้ยวตลอดเวลา ง่วงนอนทั้งวัน ธันเมธเฝ้าประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยซื้ออาหารบำรุงมาให้ คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ขณะที่ธารินทร์และจิตราภรณ์มาเยี่ยมลูกสะใภ้บ่อยๆ รวมถึงเพื่อนๆ ของธันเมธด้วย“สวัสดีจ้าเฟย์” ทีปกรส่งเสียงมาแต่ไกล เธอนอนหนุนตักธันเมธอยู่บนโซฟา ได้ยินเสียงเรียกจึงตื่นขึ้น“ไอ้ทอย มึงเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ เมียกูตื่นแล้วเนี่ย!” ธันเมธหันไปดุเพื่อน“อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่รู้ว่านอนอยู่”“คนท้องง่วงนอนตลอดเวลาอยู่แล้ว เฟย์ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ ไม่ต้องสนใจพวกพี่ เดี๋ยวพวกพี่เข้าครัวทำกับแกล้มกันเบาๆ” ปณิธานบอกอย่างเกรงใจ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพ่อกับแม่ของธันเมธอยู่ในบ้านด้วย“ไม่เป็นไรค่ะ เฟย์ตื่นแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่ทำ...”“ไม่ต้องเลย ท้องอ่อนๆ อยู่จะไปยืนทำกับข้าวนานๆ ได้ยังไง นอนอยู่นี่แหละ ถ้านอนไม่หลับก็ไปนอนที่ห้อง” ธันเมธดุ ธารินทร์เห็นลูกชายออกอาการเป็นห่วงเมียแล้วก็หันไปยิ้มกับจิตราภรณ์“แต่เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เฟย์ปกติดี”“ปกติดีก็ไม่ได้...”“เอาล่ะๆ เฟย์ไม่ต้
งานแต่งงานของธันเมธและกานต์สินีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเป็นลูกชายเอกอัครราชทูต ประกอบกับตัวธันเมธเองเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีคอนเนกชันมากมาย ทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก งานเช้าเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนตอนค่ำเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส กานต์สินีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวลายลูกไม้ฟูฟ่องสวยงาม ขณะที่ธันเมธเองก็สวมชุดเจ้าบ่าวดูหล่อเหลามากในสายตาคนมองธันวา เพื่อนของธันเมธทั้ง 5 คน และกิรณา บงกช ภูผา รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกานต์สินี คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแขกในงาน คนที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่เป็นธารินทร์และจิตราภรณ์ ดีใจที่ลูกชายคนเล็กสุดดื้อรั้นจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา อีกทั้งลูกสะใภ้ยังเป็นผู้หญิงที่ดีมากอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าห้องหอ กานต์สินีและธันเมธก้มลงกราบเท้าบิดามารดาอย่างนอบน้อม ธารินทร์และจิตราภรณ์ลูบศีรษะลูกๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำตาคลอ“ถึงตอนนี้พ่อกับแม่คงไม่ต้องกำชับให้ธามดูแลน้องให้ดีๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมาธามทำได้ดีมาก พ่อกับแม่อยากให้ธามเสมอต้นเสมอปลายกับน้องแบบนี้ตลอดไป ชีวิตคู่คือการเรียนรู้ การดูแลเอาใจใส่ ให้อภัยซึ่งกันและกัน” ธารินทร์บอกกับทั้
“เริ่มหิวแล้วค่ะ”“ใกล้ๆ มีร้านอร่อย เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะ” ธันเมธพูดพลางเอามือลูบไปที่เอวบาง เธอหยัดกายขึ้นมองชายหนุ่มเอามือวางไว้บนหน้าอกแกร่ง ลูบไล้เล่นๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม“ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟย์ไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ก่อนนะคะ”“อย่าเพิ่งไปสิ...” เขารั้งตัวเธอไว้ กานต์สินีมองเขาอย่างระแวง“จะทำอะไรคะ”“ทำอะไรดีน้า... ให้ทายว่าพี่จะทำอะไร” ว่าแล้วเขาก็พลิกตัวเธอนอนลง ร่างกำยำเป็นฝ่ายคร่อมเรือนร่างบางเอาไว้ กานต์สินีหัวเราะคิก เอาแขนโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม ผงกหัวขึ้นมาจูบปากเขาเบาๆ“ไม่เหนื่อยเหรอคะ เดินทางตั้งไกลแทนที่จะนอนพัก”“เหนื่อย แต่อยากเอา จบไหม” ชายหนุ่มพูดไปตามตรง กานต์สินียิ้มกว้าง โน้มคอเขาลงมาจูบอย่างรู้งาน ธันเมธลูบไปตามร่างกายของหญิงสาว ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนร่างบางเปล่าเปลือย จากนั้นเขาค่อยถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงขายาว กานต์สินีนำหน้าอกอวบไปไว้ที่ใบหน้าของเขา ให้เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัด เขาดูดเสียงดังจ๊วบสลับกันทั้งสองข้าง ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางสวาท ขยับข้อมือกับดูดกลืนหน้าอกพร้อมกันจนเธอพรักพร้อม ค่อยถอดกางเกงสอดกายเข้าหาเธอทันทีเธอนอนหงายอ
“อยากไปประเทศไหน” เขาถามต่อ กานต์สินีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ“พี่ธามไม่ห้ามเฟย์เหรอคะ”“พี่จะห้ามทำไม ในเมื่อเฟย์อยากไป อีกอย่าง... การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจะทำให้เฟย์มีโอกาส มีอนาคตที่ดี” ธันเมธพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ กานต์สินียิ้มกว้างหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจเฟย์ เฟย์อยากไปเรียนต่อแคนาดาค่ะ”“แอบศึกษาดูลู่ทางไว้แล้วใช่ไหม” เขาหยิกจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าเฟย์ไปอยู่ที่แคนาดาจริงคงคิดถึงพี่ธาม...”“พี่จะไปหาเฟย์บ่อยๆ ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำให้เฟย์เหงาหรอก”“พี่จะไปยังไงคะ พี่มีงานที่ต้องทำ...” เธอเอียงคอถาม เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ“พี่มีวิธีก็แล้วกัน เฟย์ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ดีแล้วค่ะ”“ได้... ถ้าอย่างนั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและการสมัครเรียนให้ แต่มีข้อแม้นะ...” เขาพูดค้างจ้องตาเธอนิ่ง กานต์สินีนั่งเกร็งไปหมด จู่ๆ เขาก็เข้าสู่โหมดเคร่งขรึม“อะไรเหรอคะ”“เรียนจบปริญญาโทแล้วต้องแต่งงานกับพี่ ห้ามเลี้ยวห้ามเหลวไหลห้ามแอบมีกิ๊ก!” เขาออกคำสั่ง กานต์สินีหัวเราะออกมาทันที“โธ่... เฟย์จะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะคะในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อ
“รู้ใจพี่จังเลยนะ” เขาเปรยเสียงแผ่ว เอามือคลึงเนื้อนวลกลางร่าง“เฟย์รู้ว่าพี่ธามชอบชุดนี้มากที่สุด อ่าส์...” เธอร้องครางเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อน เธอกำลังให้รางวัลตอบแทนที่เขาจัดงานวันเกิดให้เธอ หลังจากจูบจนพอใจเขาก็เริ่มพูดในสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว“เฟย์... วันหยุดนี้เราไปสำนักงานเขตกันนะ”“ไปทำไมคะ” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”“อะไรนะคะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“อายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว จริงๆ ตามกฎหมายเฟย์สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่พี่อยากให้เฟย์เรียนให้จบปริญญาตรีก่อน ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม พี่อยากจดทะเบียนสมรสกับเฟย์”“เฟย์รู้สึกว่ามันยังเร็วไป”“ถามว่าเร็วไหม มันก็เร็วจริงๆ นั่นแหละ แต่พี่มาคิดดูดีๆ แล้ว เฟย์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เฟย์อยู่ตัวคนเดียว ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ได้แช่งนะ ถ้าเฟย์เกิดอุบัติเหตุต้องผ่าตัดด่วน ถ้าเฟย์ป่วยหนัก ต้องหาคนเซ็นรับรอง เราจะทำยังไง พี่อยากดูแลเฟย์ไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งเรื่องความรักและการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงสิทธิ์ทางกฎหมายต่างๆ ส่
เธอดึงเสื้อชั้นในลงจนเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเปล่ง ธันเมธครอบครองยอดอกของเธอเต็มอุ้งปาก ดูดเลียสลับกันสองข้าง กานต์สินีเสียวซ่านนัก เธอบดเบียดกายเข้าหาความแข็งขึงที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ของเขา“อู้ว... ขึ้นขย่มหน่อย” ชายหนุ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออก งัดความเป็นชายออกมาสาวระรัว กานต์สินีถลกกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงในตัวเองออกแล้วสอดกายเข้าหาแท่งเนื้ออุ่นร้อนของเขาทันที“อ๊าส์...”“ใส่ชุดนักศึกษาแล้วเสียวจัง กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาให้พี่เอาทุกวันเลยได้ไหม” เขาหรี่ตามองเธออย่างเร่าร้อน เธอพยักหน้ารับ“อื้อ... อ๊ะๆๆๆ ได้ค่ะ” เธอโยกกายขึ้นลงสลับกับบดเบียดกายเข้าหา ผมยาวสยายของเธอสะบัดไปด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่มากไปกว่าเดิม ธันเมธลูบไล้หน้าอก ดูดกลืนความนุ่มหยุ่นขณะที่เธอขยับโยกไม่พัก เขาปล่อยให้เธอโยกจนเสร็จแล้วค่อยกระแทกกายสวนขึ้นไปจนเต้านมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว เธอหวีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะเกร็งกระตุกสะท้านไหววาบเขาจับเธอคุกเข่าบนโซฟาเป็นท่าด็อกกี้ สอดกายเข้าทางด้านหลัง ถลกชายกระโปรงไปถึงเอวแล้วซอยไม่ยั้ง เธอร้องครางเสียงหลง ร้องจนเขาแทบทนไม่ได้ ยามที่เธอเสร็จไปอีกครั้ง เขาพลิ







