Masukตามได้แต่มิตามน่าจะดีกว่า คุณชายเซียวยืนตัวชาไปทั้งร่าง พลางหงายมือดูสิ่งที่ตนเองเพิ่งทำลงไปเมื่อครู่ มันคือความจริงที่ถูกต้องทุกอย่าง! ว่าแม่นางมู่ซื่อหรานคือว่าที่ภรรยาของพี่ชาย เขาเองก็ทำอะไรมิได้ต่อให้ตอนนี้จะมาโวยวายขอความยุติธรรม แต่ปลายทางนางก็ต้องกลายเป็นพี่สะใภ้ของเขาอยู่ดี
.
เขาน่าจะลืมสิ่งนี้ไปซะสนิท ในดวงจิตคงคิดถึงแต่ตอนที่นางแวะไปใช้มหาวิชาแพรสวรรค์ต่อชีวา (天绢续命术) ช่วยรักษาแผลฟ้าผ่าให้ วันคืนเก่า ๆ คงไปสปาร์คกันตอนนั้น แต่ก็ต้องจบลงในระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่มิถึงสัปดาห์ ร่างหนายังคงนิ่งถมึงทึง บรรยากาศก็แสนเป็นใจ โดยมีใบไม้แห้งสีน้ำตาลดำเป็นฉากหลัง มันคงมิต่างจากสีของหัวใจเขาที่คงจะไหม้และดำเป็นตอตะโกไปหมดแล้ว
.
"เฮ้อ...!"
แหงนหน้าพลางถอยหายใจปลดปลง
.
เขายืนนิ่งอยู่ในท่านั้นนานราวเสี้ยวหนึ่งของก้านธูป ก่อนจะค่อย ๆ ใช้มือขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด แล้วก็เดินงุ่นง่านย้อนกลับไปที่ร้านซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) ของสกุลมู่ มิได้ไปง้อแต่เพราะประตูทางออกมันอยู่ฝั่งโน้น
.
.
ตัดภาพเหตุการณ์มาที่เหวินเหยา ผู้แอบดูทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตลอด
.
อย่างที่บอกว่าตำแหน่งที่นางซุ่มดูอยู่นั้นค่อนข้างจะไกล นางอ่านถ้อยคำของบทสนทนาอันผรุสวาทเหล่านั้นมิออกหรอก แต่จังหวะที่ซัดกระบวนท่าใส่กัน หรือช็อตตบหน้าจนสะบัดหันนี่คือเห็นจะ ๆ คาตา! งานนี้ยิ่งตอกย้ำอคติที่นางเริ่มมีต่อคุณชายเซียวให้เพิ่มขึ้น
.
"เป็นบุรุษแต่ตบสตรี คนแบบนี้มิมีทางเป็นสามีใครได้"
"ว่าแต่เราเองก็เป็นสตรีนี่นา แล้วลองย้อนดูสิ่งที่คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ทำกับเราสิ"
"เขาแทบจะฆ่าเราไปแล้วด้วยซ้ำ! ไอ้หย๋า! (哎呀!) ลืมไปซะสนิท!"
.
สภาพการณ์แบบนี้จึงถือว่าเหมาะสม คุณชายหัวใจอำมหิตคู่ควรแล้วกับการโดนเท เหวินเหยาเห็นด้วยกับสิ่งที่แม่นางมู่ทำทุกประการ ยกเว้นข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่ว่า นางคงจะคว้าน้ำเหลวเสียแล้วสำหรับภารกิจกระโจนข้ามรั้วลักลอบเข้ามาในสวนหลังจวนสกุลมู่หนนี้ นางเจตนาจะมายืมผ้าแพรสวรรค์ต่อชีวาไปใช้กับเสี่ยวโม่มิใช่เหรอ?
.
แต่ไฉนรอบตัวเหวินเหยาถึงมีแต่ความว่างเปล่า มีแต่เศษใบไม้แห้ง มีต้นหญ้าที่แหกเป็นแหว่ง ๆ แล้วก็มีสวนดอกไม้ที่กลีบเกสรฉีกขาดกระจุยกระจาย ด้วยความสัตย์จริงว่านางกำลังยืนอยู่ในท่าเดียวกันกับที่คุณชายเซียวทำเมื่อครู่เป๊ะ! คือเชิดคางขึ้นมาแล้วก็ถอนหายใจ..
.
"เฮ้อ.. ไอ้ครั้นจะบุกไปหาแม่นางมู่แล้วขอยืมโต้ง ๆ นางก็คงมิอยู่ในอารมณ์"
"นางน่าจะต้องการความเป็นส่วนตัว และอยู่คนเดียวไปเงียบ ๆ สักพัก "
"งั้นเราก็ไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า , คลิก! "
.
"เปรี๊ยง!!!"
แฉกสายฟ้าเส้นเบ้อเร่อผ่าเปรี้ยงลงใส่กลางหัว แล้วทันใดนั้นพื้นดินที่เหยียบอยู่ก็ไฟลุกพรึบขึ้นมาเลย เหวินเหยาหายวับไปกับตา วิชาอัสนีบาตของนางยังคงน่าเกรงขามเสมอ
.
ก่อนจะมาผ่าเปรี้ยงลงอีกครั้ง ณ ตรอกถนนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับโรงหมอ ใช่แล้ว! นางกำลังจะมาเยี่ยมเสี่ยวโม่ตามแผนการที่วางเอาไว้ แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงยามเว่ย (未时) ผ้าแห่งการรักษาของสกุลมู่ก็มิได้มา แต่ก็เชื่อว่าเสี่ยวโม่จะรับรู้ได้ถึงน้ำจิตน้ำใจและความเป็นห่วงเป็นใยของทุกคน
.
ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเขายังมิได้สติมา 3 วัน 3 คืนแเล้ว! แต่เอาเป็นว่าไม่ตายก็ถือว่าโชคดีสุด ๆ มิหนำซ้ำที่โต๊ะข้างหัวเตียงผู้ป่วย เหวินเหยายังสังเกตเห็นแจกันดอกไม้อันหนึ่งที่จะต้องมีน้ำเติมจนเต็มไว้ตลอดเวลา และทุกครั้งที่นางมาดอกไม้ข้างในก็จะเปลี่ยนแปลงไปทุกครั้ง
.
"หึ ๆ , ฝีมือเยว่เอ๋อสินะ"
"พวกเจ้านี่ช่างรักกันกลมเกลียวดีเหลือเกิน"
"ต่อให้สุดท้ายจะมิได้ลงเอยกัน แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงเป็นใยให้กันเสมอ"
"การกระทำของเจ้าช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก.. เยว่เอ๋อน้อย!"
เหวินเหยาถึงกับประสานมือทำเป็นกำปั้นหลวม ๆ แล้วเขย่าโครม ๆ ทำเป็นท่าคารวะ
.
คนที่น่าเห็นใจที่สุดใน EP นี้เห็นทีจะมิใช่คุณชายเซียวที่โดนเท แต่แท้ที่จริงควรจะเป็นเสี่ยวโม่ต่างหาก เพราะเจ้าตัวมัวแต่หลับมิได้สติ เลยมิมีโอกาสได้รู้เลยว่าเยว่เอ๋อน้อยรักเขามากขนาดไหน
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ความเหนื่อยล้ากัดกินแรงปีก ส่งของเสร็จงวดนี้เห็นทีเสี่ยวผ่างอาจจะต้องลาพักร้อน ปกติเดินทางจากจวนสกุลจ้วงถึงโรงเตี๊ยมกระพือปีกมิถึง 30 ทีก็ถึงแล้ว แต่นี่อะไรขนแทบร่วงหมดตัวยังบินมาได้มิถึงครึ่งทาง แต่ครานั้นด้วยความที่เป็นนกอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้สำเร็จวิชา เสี่ยวผ่างก็เลยกระเสือกกระสนจนทำต
"เฮ่ย! ๆ ๆ นี่มันอะไรกันเนี่ยะควยท่านมีชีวิตคุณชายเซียว~!""อย่านะอย่าเข้ามาใกล้เชียว อยู่บนพื้นดิ้นกระแด่ว ๆ ไปอย่างงั้นแหละดีแล้ว""นี่เราคิดบ้าอะไรออกไป คิดจะเอากับของที่ดิ้นเป็นปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) เช่นนี้เหรอ?""อี๋~! จะน่ากลัวเกินไปแล้ว~! , หยึ๋ยย~!".ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากเป็นโลกยุคปัจจุบัน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก และพัสดุจากตำหนักเงาจันทรา (万影楼) ก็ถูกนำมาส่งโดยพิราบทมิฬกาฬตัวหนึ่ง วิหคตัวนี้ดูจะมีอัตลักษณ์ที่ผิดแผกกจากตัวอื่น ด้วยวงปีกที่กว้างอหังกากับกงเล็บที่แข็งแรง มันออกจะเหมือนอินทรีย์มากกว่าพิราบด้วยซ้ำ และบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความรัดกุมที่ตำหนักเงาจันทรามอบให้ลูกค้า
ต้องเรียนตามตรงด้วยความซื่อสัตย์ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าสิ่งที่คนึงไว้ เหวินเหยามายืนอยู่ที่หน้ากระดานแจ้งราชกิจกลางตลาดฉางหลิงเป็นที่เรียบร้อย สารถีรถลากนางก็ไล่ให้กลับไปมิต้องหยุดรอ เพราะนางดูเหมือนจะหัวเสียกับสิ่งที่แจ้งบนกระดานอยู่มิน้อย! นั่นมิใช่เพราะคุณชายเซียวมิโดนโทษทัณฑ์ใ







