Se connecter"หยุด! พอได้แล้วข้าบอกให้ไปเชิญนางมาดี ๆ มิใช่ไปต่อยตีกับนางไอ้พวกบ้า!"
เสียงตะโกนดังลั่นมาจากโต๊ะไม้ฟากตรงข้าม มีชายชุดดำท่าทางเมามายผู้หนึ่งนั่งก้มหน้าอยู่บนชั้นสอง
.
ณ ที่ฝั่งโน้นมิใช่โรงสังคีตที่ใหญ่โตเอิกเกริก หากแต่ก็มิได้ซอมซ่อเหมือนร้านสุราริมทางเฉกเช่นที่เหวินเหยานั่งอยู่ ลักษณะมันเหมือนกับบาร์หรือร้านลับ ที่จะรู้กันก็เฉพาะคนที่เป็นเมมเบอร์คุ้นเคย มีสาวงาม ไม่มีดนตรี แต่มีสุราฝาดคอแบบมิอั้นกินได้ทั้งวันทังคืน
.
"รับทราบขอรับคุณชาย.. ขออภัยที่พวกเราทำเกินกว่าเหตุ"
"พวกข้าต้องขออภัยที่ล่วงเกินแม่นางด้วย.. เชิญแม่นางไปนั่งร่วมโต๊ะกับคุณชายด้วยเถิดขอรับ"
"ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด และข้าวของที่เสียหายทางเราจะรับผิดชอบเอง.."
"เชิญแม่นางทางนี้ขอรับ.."
โค้งหัวโน้มตัวแล้วก็โค้งอย่างสุภาพเรียบร้อย แต่จะไปว่าพวกเขาทั้ง 5 ก็คงมิได้เต็มปากเต็มคำ ก็เหวินเหยาเล่นระวังตัวซะขนาดนี้ นี่ถือว่ายังดีนะที่นางยังมิได้ใช้วรยุทธ มิเช่นนั้นใครต่อใครอาจจะรู้ได้ว่านางก่อเรื่องไว้มากมายขนาดไหนในเมืองฉางหลิงแห่งนี้
.
4 คนกลับหลังหันปัดฝุ่นออกจากอาภรณ์ พลางเดินนำหน้าไป ส่วนอีกคนเตรียมจะมาสนทนากับเถ้าแก่เพื่อชำระค่าเสียหาย ส่วนเหวินเหยาน่ะเหรอก็สองจิตสองใจอยู่หน่อย ๆ เพราะนั่นมันใครก็มิรู้
.
"จิ้ม! ๆ , จิ้ม! ๆ"
ซึ่งดูเหมือนว่าเถ้าแก่รถเข็นน่าจะดูออก แกถึงได้พยายามจิ้มที่ต้นแขนของจอมยุทธหญิง พลันป้องปากกระซิบว่า
.
"อย่าตามไปเชียวนะแม่นาง.."
"เพราะนั่นน่ะคือคุณชายรองเซียวจวิ้นอวี่ บุตรชายคนเล็กของสกุลเซียว"
"ระยะหลังเขามาที่เรือนท้ายตลาดหลังนี้ค่อนข้างบ่อย แล้วก็เรียกใช้สตรีเป็นว่าเล่น"
"หนำซ้ำยังเมาหัวราน้ำ ดูมิเป็นผู้เป็นคนจนผู้คนเอือมระอา.."
.
"อืม..เป็นเช่นนี้นี่เอง?"
เหวินเหยาพยักหน้า นี่ช่างเป็นข้อมูลที่มีค่าต่อนางมาก
.
"โรงสังคิตกับหอร้อยบุปผาแทบมิต้อนรับเขาแล้ว เขาจึงต้องมาใช้ที่นี่"
"บ่าวรับใช้พวกนี้ก็มิต่างจากหมาที่รอเลียกระดูกเจ้านาย"
"ทางที่ดีข้าว่าเจ้ารีบไปจากที่นี่ซะเถอะ มันอันตรายมาก"
เถ้าแก่ออกปากเตือน เพราะแม้แต่ตัวแกเองก็เร่งเก็บข้าวของแล้ว ร้านแกเป็นรถเข็นจะเคลื่อนที่ไปเปิดกิจการตรงไหนก็ได้ ส่วนค่าเสียหายทีว่าแกยินดีที่จะมิรับสักอีแปะ
.
"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเตือนข้านะเถ้าแก่.."
"หากท่านจะเก็บร้านก็จงเร่งเก็บซะเถอะ แต่ข้าขอสุราจอกที่รินค้างไว้นั่นเลยล่ะกัน"
"ข้าว่าข้าอยากจะลองคุยกับเขาดูสักหน่อย ไหน ๆ ก็อุตส่าห์เชิญให้ไปหาแล้วนี่"
.
"อึก! , อึก! , อึก! , อึก!"
กระดกสุราพรวดเดียวหมดจอก ก่อนจะคว่ำภาชนะวางไว้บนเคาท์เตอร์
.
"แม่นางแต่นั่นมันโรงเชือดนะ! เขาจะสังวาสเจ้าจริง ๆ ข้ามิได้พูดเล่น"
"ท้ายตลาดย่านนี้เป็นแหล่งเสื่อมโทรม อุดมไปด้วยของผิดกฏหมาย!"
"มันมิใช่โลกที่ขาวสะอาด เหมือนฉางหลิงฝั่งตะวันออกหรอกนะ.."
"ข้าเองก็แค่ลองเสี่ยงเปลี่ยนทำเลค้าขายดู พอมิเข้าท่าข้าก็จะชิ่งเช่นกัน.."
.
"อะ..เอ่อ! แม่นางจะออกไปพร้อมข้าก็ได้นะ ข้าจะพาท่านหลบหนีเอง!"
กัดฟันชวนสุดฤทธิ์ ใจหนึ่งก็กลัวอิทธิพลมืด อีกใจก็อยากโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษ
.
เหวินเหยาจึงตอบกลับไปด้วยความสุภาพว่า
.
"เถ้าแก่ช่างเป็นผู้มีเมตตานัก ข้ายินดีมากที่ได้พบท่าน"
"หวังว่าวันหน้าหากมีโอกาสเราคงได้พบกันใหม่ ข้าจะลิ้มรสสุราหมักของท่านจนหมดไหแน่นอน"
"รักษาตัวด้วยนะท่าน.. ข้าขอตัวก่อนล่ะ!"
.
ทันใดนั้นนางก็สะบัดอาภรณ์ยาวสีนมสดของนางไปหนึ่งที แพรผ้าสะบัดปลิวไสวแช่มช้า โดยมิหันหลังกลับมาเหวินเหยาจ้วงเท้าเดินตรงไปถึงโน้นแล้ว นางเร่งเดินตามบ่าวรับใช้ทั้ง 4 ของคุณชายเซียวไป กระทั่งเข้าไปถึงตัวอาคารภายในก็พบว่ามีชายหญิงที่เป็นลูกค้าอยู่หนาตาทีเดียว พวกเขาดูมิใช่คนร่ำรวย จากเสื้อผ้าหน้าผมที่สวมใส่เหมือนจะเป็นคนระดับล่าง ที่นัดรวมตัวกันมากกว่า
.
กลุ่มบ่าวรับใช้หยุดฝีเท้าลงเมื่อเข้ามาภายใน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะผายมือไปตรงบันได เพื่อจะสื่อสารว่าแต่นี้ต่อไปเชิญเหวินเหยาเดินขึ้นไปเอง คุณชายเซียวน่าจะรออยู่ตรงบริเวณชั้นลอย ต้องเป็นจุดที่โล่งโปร่งสบายลมผ่านทะลุ มิเช่นนั้นแกคงตะโกนฝ่าความมืดไปสั่งลูกน้องมิได้หรอก
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ฝนตกเป็นห่าลูกศรเลยก็ว่าได้! ตกมันทั้ง ๆ ที่เหวินเหยามิมีแม้แต่ร่มไว้ป้องกัน จะกระโดดหลบไปไหนก็คงมิไกลเกินมุมหลังคา ซึ่งก็ไม่น่ารอดจากฝนความตายนี้อยู่ดี จนตรอกของแท้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้ หากมิงัดไม้ตายก้นหีบออกมา เห็นทีนางคงจะต้องลงไปสารภาพบาปกับท่านยมในปรภพ."ซ่า! , ซ่า! , ซ่า! , ซ่า! , ซ่า!
แรงดึงรั้งเรียกได้ว่ามหาศาลมาก กระตุกตอดแต่ละครั้ง นิ้วมือเหวินเหยาแทบจะหลุดออกจากข้อมือ นี่คือการหอบหายใจของคนที่กำลังระเริงเพลงสังวาสโดยมิต้องสืบ เหวินเหยาเจอสิ่งนี้บนนิ้วมือนางมานับครั้งมิถ้วน ล่าสุดก็เห็นจะเป็นเมื่อค่ำนี้ตอนที่เยว่เอ๋อเย็ดกับเสี่ยวโม่ก็ใช่ ตอนที่นางช่วยตัวเองด้วยนิ้วบนเก้าอี้หว
หากคุณมิใช่นักอ่านที่อ่านข้ามตอนมา และเลือกจิ้มอ่านแต่ตอนที่มีฉากวาบหวิว คุณก็น่าจะรู้ว่าคุณชายเซียวจวิ้นอวี่นั้นเป็นบุคคลที่เข้าถึงตัวได้ยากขนาดไหน สำหรับเขาแล้วหากเป็นผู้อื่นโดยเฉพาะสตรี ก็มิใช่เรื่องยากอะไรที่จะเข้าไปสนทนาปราศรัย แต่หากเป็นเหวินเหยาแล้วล่ะก็มันเป็นคนละเรื่อง!.เพราะสองคนนี้เพิ่
ลมกลางคืนทั้งหนาวทั้งบาดผิว พูดถึงเสี่ยวโม่ไปในบทเมื่อกี้ และเมื่อกี้นี้เขาก็เพิ่งจะลากรถเดินผ่านหน้าเหวินเหยาไปหยก ๆ โถเสี่ยวโม่ผู้น่าสงสาร ดึกดื่นปานนี้เขาไปทำอะไรอยู่ไหนทำไมถึงเพิ่งกลับมา คำตอบคือเจ้าตัวเกิดสภาวะไม่สบายใจเกิดขึ้น! เขามิรู้ว่าจะตอบคนที่จวนสกุลจ้วงเช่นไรหากโดนซักไซ้ แล้วก็กลัวว่าต







