Masukจากยามเฉินล่วงเลยสู่ยามเว่ยหมายสั่งอาหารถึงถูกจัดการจนแล้วเสร็จ คนที่เหนื่อยที่สุดคงหนีมิพ้นเยว่เอ๋อที่ทุ่มเทแรงกายหลายส่วนมาก ส่วนเหวินเหยากับเสียวโม่ก็ใช่ว่าจะสบาย สองคนผลัดกันวิ่งเข้าวิ่งออกร้านรวงต่าง ๆ เพื่อส่งปิ่นโตกันให้ควัก จนสุดท้ายภารกิจการแสวงหาผลกำไรของสกุลจ้วงก็เป็นอันแล้วเสร็จ
.
สามชีวิตย่ำต๊อกช่วยกันดันรถลากคันโตกลับมาถึงจวนประจำตระกูลจนได้ สถานที่แห่งนี้ถูกจัดสรรออกเป็นสามส่วนใหญ่ ๆ หนึ่งคือบริเวณส่วนหน้าที่เปิดเป็นภัตตาคาร รูปลักษณ์นั้นดูดีกว่าโรงเตี๊ยมหลายขุม และแม้จะมิมีบริการห้องพักนักเดินทางแต่ก็ชดเชยด้วยเมนูอาหารจำพวกน้ำแกง , ก๋วยเตี๋ยว , บะหมี่ และ เกี๊ยวน้ำ มีลูกค้าแน่นร้านแทบจะตลอดเวลา พนักงานบริกรก็ต้องใช้เป็นจำนวนมาก เหวินเหยาจึงมิแปลกใจที่ทำไมในข่าวลับที่ซื้อมาถึงระบุว่าสกุลจ้วงคือเจ้าของกิจการแปรรูปอาหารอันดับหนึ่ง
.
ส่วนบริเวณที่สองนั้นอยู่ถัดจากภัตตาคารไปทางด้านอาคเนย์ทิศ มองจากสายตาน่าจะห่างไปราว 10 จั้ง ขั้นกลางด้วยกำแพงอิฐสูงชันอันมิดชิด จอมยุทธหญิงสังเกตเห็นแต่เพียงหลังคากระเบื้องที่มีปล่องควันโผล่พ้นขึ้นมา และเยว่เอ๋อได้บอกกับนางว่าข้ามฟากกำแพงไปคือโรงงานผลิตแป้งเกี๊ยว ที่แม้จะใช้ชื่อว่าโรงงานแต่อันที่จริงก็ใช้แรงงานคนมากกว่า 8 ใน 10 ส่วน เป็นการผลิตแผ่นแป้งจากแรงมือ มิหนำซ้ำยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ เช่นเส้นบะหมี่ , เส้นก๋วยเตี๋ยว , เส้นก๋วยจั๊บ ฯลฯ ในแต่ละปีสกุลจ้วงจึงมีรายได้หลักมาจากที่นี่ พวกเขามิเพียงแต่จำหน่ายภายในฉางหลิงแต่ยังส่งออกทางเรือสำเภาไปยังเมืองอื่น ๆ ทั่วแผ่นดินใหญ่ด้วย
.
และบริเวณที่สามซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายและอยู่ด้านในสุดถึงเป็นพื้นที่อยู่อาศัย เหวินเหยามิสามารถมองเห็นข้างในได้เลยเพราะถูกปกคลุมไว้ด้วยป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ แต่เยว่เอ๋อก็เล่าให้นางฟังอีกว่าพวกนางอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่จึงมีเรือนหลายหลังปลูกไว้ติด ๆ กัน ภายในเคยมีบ่าวรับใช้มากมาย ทว่าตอนนี้เหลือกันมิกี่คนแล้วเพราะตั้งแต่กิจการเติบโตรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดด บ่าวรับใช้ส่วนใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นบริกรรับรองลูกค้า กรณีของเสี่ยวโม่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
.
และทันทีที่ดันรถลากผ่านประตูหน้าจวนเข้ามาได้ เสี่ยวโม่ก็ขออนุญาตเยว่เอ๋อจอดรถไว้ตรงนี้เพราะเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างของล้อรถ
.
"คุณหนูกับแม่นางเหวินเชิญเข้าไปที่ภัตตาคารก่อนได้เลยขอรับ ข้าคงต้องดูอาการของเจ้ารถลากคันนี้สักหน่อยเหมือนมันจะเริ่มเกเร!"
.
"อือ! ขอบคุณนะเสี่ยวโม่ วันนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้วข้าอนุญาตให้เจ้าไปพักได้ ป่ะพี่สาว! เราเองก็เข้าไปหาอะไรกินในร้านกันดีกว่าบ้านข้ามีของกินอร่อย ๆ เพียบเลย"
.
"เหอะ ๆ , จ่ะ! ๆ , กินก็กิน!"
ตั้งแต่ตอนที่แล้วที่จับพลัดจับผลูได้ไปส่งเกี๊ยว จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้เหวินเหยาก็ยังรับมือกับเยว่เอ๋อมิทัน นางได้แต่ปล่อยเลยตามเลยจนแทบจะลืมไปแล้วว่าภารกิจของตนในวันนี้คืออะไร
.
.
ราว 4 ก้านธูปผ่านไปข้าวทุกจานอาหารทุกอย่างก็เกลี้ยงโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย บรรดาแขกเหรื่อที่เข้ามานั่งรับประทานก็เริ่มจะส่างซาจำนวนลงไปจนร้านเริ่มจะโล่งขึ้น นี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่สตรีทั้งสองนางจะได้เข้าสู่การสนทนาที่ตั้งใจไว้แต่แรก ต่อหน้าโต๊ะทานข้าวสุดหรูและเก้าอี้นั่งสุดพรีเมี่ยม และต่อหน้าเสี่ยวผ่างพิราบสื่อสารตัวอ้วนที่กลมบ็อกจนตัวใหญ่เต็มกรง
.
"ก่อนข้าจะคุยเรื่องของพวกเรา เจ้าโปดตอบข้ามาก่อนว่าเพราะเหตุใดเจ้าถึงเอากรงพิราบสื่อสารมาแขวนตรงนี้ เดิมทีข้าต้องการให้เจ้าแขวนมันไว้ในพื้นที่ ๆ เป็นส่วนตัวมากกว่านี้นะ?"
เหวินเหยาชำเลืองมองกรงเสี่ยวผ่างอย่างสงสัย ซึ่งพิราบอาคมระดับนี้ก็มิควรจะมาแขวนอยู่หน้าภัตตาคารอาหารจีนจริง ๆ
.
"เอ้า! ก็ข้ากลัวมันเหงานี่เจ้าคะ! ถ้าเอาเสี่ยวผ่างไปขังไว้ในห้องนอนมันก็จะกลายเป็นนกซึมเศร้ามิเห็นเดือนเห็นตะวัน ตรงกันข้ามหากแขวนไว้ที่นี่ก็จะมีผู้คนมากมายสนใจ เสี่ยวผ่างน่ารักกับลูกค้าทุกคนแล้วทุกคนก็ชอบที่จะให้อาหารมัน เจ้านี่ก็เลยอ้วนตุ๊ต๊ะจนขยายตัวเต็มกรงไผ่อย่างที่เห็นนี่ล่ะเจ้าค่ะ"
.
"เหอะ ๆ , เหอะ ๆ "
เจ้าของนกถึงกับอึ้งไปเลยนางแทบจินตนาการมิออกว่าจดหมายลับฉบับถัดไปเจ้านกอ้วนนี่จะบินขึ้นหรือไม่ มันจ้ำม่ำจนแทบจะมุดออกประตูกรงมิได้ด้วยซ้ำ
.
"เสี่ยวผ่างหวัดดี! เสี่ยวผ่าง! จิ๊บ ๆ !"
เยว่เอ๋อลองเคาะโต๊ะเรียกมันดู
.
"จิ๊บ! ๆ , จิ๊บ! ๆ , จิ๊บ! ๆ"
.
"นั่นไงเห็นไหมพี่สาว ข้าว่ามันจำท่านได้ด้วยแหละ"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
อาหารเช้าจากโรงเตี๊ยมถูกเสี่ยวเอ้อยกขึ้นมาบริการอย่างเป็นมิตร เหวินเหยาชักจะอยู่ที่นี่นานจนพ่อหนุ่มผู้นี้เริ่มจะจับทางสำรับเฉพาะตัวของนางได้ หนึ่งคือหมั่นโถว (馒头) อุ่น ๆ จำนวน 2 ลูก สำหรับชาวยุทธแล้วเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ อะไรที่ทานเร็วได้ อิ่มได้นาน ถือเป็นเรื่องดี สองคือผักดอง (咸菜) รสเปรี้ยว เหวินเ
จากระยะห่างประมาณ 10 ปู้ ที่ไกลพอจะทำให้เหวินเหยาปลอดภัย นางยืนดูเหตุการณ์จากตรงนี้ด้วยความอำมหิต! นางมองเห็นเปลวไฟที่ค่อย ๆ โหมไหม้ขี้นเรื่อย ๆ จากบนหลังคา พวกมันกำลังเริ่มลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ จากบนลงล่าง โดยมีห้องของคุณชายเซียวอยู่บนชั้นลอย แถมยังเป็นห้องที่มีสุราดีกรีสูงราดรดเอาไว้จนทั่ว.มิแน
ห้องสลัวทึมเทาถูกทิ้งไว้เช่นนั้น คุณชายเซียวก็เช่นกันเพราะแกก็ถูกเหวินเหยาทิ้งให้นอนแก้ผ้าเหงา ๆ อยู่บนเตียง เจอวิชานวดอันเคลิบเคลิ้ม ผนวกรวมกับท่วงท่าที่ก็อปปี้มาจากแม่นางคนรักเก่า ต่อให้ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิต บางทีคุณชายก็อาจจะยอมก็ได้ เพราะการที่ต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เคยรัก กลับกลายมาเป็
จะเรียกว่าเป็นการใช้งานแบบผิดวิธีก็ว่าได้ สำหรับหน้ากากหนังมนุษย์ไอเท็มสุดเลอค่าที่มีไว้ใช้สำหรับแปลงโฉมใบหน้า หากยังจำกันได้เมื่อครั้งกรณีของคุณชายเซียวจวินเหยียน (ผู้พี่) กับเหตุการณ์ดักปล้นรถม้ากลางค่ายกลใบไผ่ ครั้งนั้นเหวินเหยาก็เกือบจะตัดสินใจใช้มันไปทีหนึ่งแล้ว แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ เพราะมันแพง!







