Masukชักช้าจะไม่ทันการณ์เหวินเหยาขับฝีเท้าเร่งตามไปในทันใด นางกระโจนข้ามคอสะพานพลันหักเลี้ยวไปทางซ้าย พ้นหัวมุมถนนก็โขยกไล่ตรงไปด้านหน้า ผ่านร้านขายดอกไม้ เฉี่ยวร้านแผงลอยขายลูกกวาดถังหูลู่ ก่อนจะมาทันกันและหยุดฝีเท้าลงที่ตึกแถวหลังหนึ่งที่มีป้ายหน้าร้านเขียนไว้ว่า "ทิงอวี่ซูฟาง (听雨书坊)" เป็นภาษาไทยน่าจะแปลได้ว่า "ร้านหนังสือฟังเสียงฝน" ว่าแต่เยว่เอ๋อกับคนรถของนางจะรีบอะไรปานนั้น พวกนางมาทำอะไรที่ร้านหนังสือกันแน่ คิดยังไม่ทันเสร็จหายใจยังมิคลายเหนื่อยเยว่เอ๋อก็ตะโกนซะดังลั่น
.
"เกี๊ยวน้ำมาส่งแล้วเจ้าค้า!!!"
ป้องปากตะโกนเสร็จก็กระโจนพรวดข้ามรถลากลงมาเหยียบพื้น ในมือถือบางสิ่งที่คล้ายกับปิ่นโตที่ทำจากไม้ซาง แล้วนางก็เดินลงส้นตึง ๆ ๆ เข้าร้านหนังสือไป
.
เหลือไว้แต่พลลากจูงหนุ่มที่กอดคานไม้หอบแฮ่ก ๆ กับแม่นางเหวินเหยาที่ก็เดินมากอดคอเขานั่งลงที่ข้าง ๆ กัน สภาพสองคนนี้มิแตกต่างกันนัก ด้วยความสัตย์จริงว่ามิมีใครสู้พลังความสดใสดีดกระโหลกของนายน้อยเยว่เอ๋อได้เลย
.
"ไว้ก่อนพ่อหนุ่มข้าขอพักก่อนครู่หนึ่ง ข้าเหนื่อย.. แฮ่ก ๆ ๆ"
.
"ขอรับข้าเองก็มิไหวเช่นกัน ข้าจะเป็นลมอยู่แล้ว เฮ้อ..อ..อ..อ~!"
.
ผ่านไปราวครึ่งก้านธูปนายน้อยเยว่เอ๋อก็เดินออกมาจากร้านหนังสือ พร้อมกับปิ่นโตไม้ซางอันว่างเปล่าในมือ ตัวไม้ชนิดนี้ต่างจากปิ่นโตไม้ไผ่ตามโรงเตี๊ยมทั่วไป เพราะเป็นไม้ที่มีกลิ่นหอมเกิดความชื้นน้อยไม่เหม็นหืนง่าย จึงตีความได้ว่าอาหารที่อยู่ภายในต้องเป็นของดีระดับพรีเมี่ยม โดยมิจำเป็นต้องอธิบายใด ๆ แค่เห็นท่าเดินกับรอยยิ้ม เหวินเหยาที่หายเหนื่อยแล้วก็รู้แล้ว่าเยว่เอ๋อมาทำอะไรที่นี่
.
"หนีห่าวพี่สาว! (你好!) พี่มาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรเจ้าคะ? (หรือพี่จะมาส่งข่าวเรื่องนั้นแก่ข้า)"
ประโยคหลังเยว่เอ๋อป้องปากพูดแบบกระซิบกลัวคนแอบฟัง
.
"มิผิด! ข้าตั้งใจจะไปหาเจ้าที่จวนสกุลจ้วง เพื่อนำเสนอความคืบหน้าของภารกิจ แต่ข้าก็มิคิดว่าจะมาเห็นเจ้าในกิริยาของเด็กส่งของเช่นนี้"
.
"เสินเมอะ?! (什么) พี่สาวทราบได้เช่นไรเจ้าคะ?
เยว่เอ๋อทำสีหน้าประหลาดใจมาก มิคิดมิฝันว่าพี่สาวนักทำนายดวงของนางจะปราดเปรื่องถึงเพียงนี้ มองแค่ปราดเดียวก็อ่านทุกอย่างออกหมด แต่ทว่าเหวินเหยากลับตอบด้วยการหลุบสายตาไปที่สารถีที่ลากรถแทน
.
"หืม..ม..ม? , อ๋อ! , เช่นนี้นี่เองที่แท้ก็เพราะเสี่ยวโม่นี่เองที่เป็นคนบอก.. เจ้าเนี่ยะน๊าา..า..!"
.
"ข้าขอโทษขอรับคุณหนูข้าแค่กำลังเหนื่อยเลยปากพล่อยออกไป ข้ามิคิดว่าคุณหนูจะโกรธเคือง อีกอย่างน้ำสาลี่ต้มในกระบอกไม้ไผ่นี่ก็ชื่นใจเสียจริง ข้าแค่อยากตอบแทนแม่นางท่านนี้"
.
เหวินเหยาชูกระบอกไม้ไผ่ใส่เครื่องดื่มของนางขึ้นมา นางซื้อมาสองที่สำหรับตัวนางและเสี่ยวโม่ ตอกย้ำว่าการจะหาข่าวก็ต้องมีการติดสินบนกันหน่อย
.
"มิเป็นไร ๆ ข้ามิโกรธเสี่ยวโม่หรอก ถ้าเจ้าเหนื่อยงั้นเราพักกันก่อนก็ได้ ข้าเองก็มีส่วนผิดที่ดื้อรั้นจะมาส่งเกี๊ยวกับเจ้า รถลากน่าจะเบากว่านี้หากมิมีข้านั่งมาด้วยน้ำหนักตัวข้าทำให้เจ้าลำบากแล้ว.."
.
"อันที่จริงก็มีส่วนขอรับ!"
.
"เสี่ยวโม่!!!"
.
"อุ่ย..!"
.
"อึก! ๆ , อึก! ๆ , อึก! ๆ "
คนรับใช้หนุ่มรีบกระดกน้ำสาลี่เพื่อกลบเกลื่อน ทำเอาเหวินเหยาที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหลุดขำออกมา เป็นดรุณหนุ่มสาวนี่ช่างดีนักความสดใสแบบไม่ต้องคิดอะไรนี่แหละที่ทำให้โลกสวยงาม
.
และระหว่างที่รอให้หายเหนื่อย เรื่องราวที่มาที่ไปของการเป็นบริกรส่งอาหารบนรถลากก็ถูกเยว่เอ๋อเล่าให้ฟัง โดยมีใจความว่า ณ ปัจจุบันกิจการจำหน่ายเกี๊ยวน้ำของสกุลจ้วงเจริญเติบโตมาก มียอดสั่งซื้อทั้งแบบทำสดและสำเร็จรูปเป็นจำนวนมหาศาลจนหน้าร้านแทบรับลูกค้ามิไหว ผู้คนทั้งเมืองฉางหลิงเมามายในรสชาติของน้ำซุปอันหอมกรุ่น ทั้งยังมีแผ่นเกี๊ยวหมูสับที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ กิจการจึงเจริญเติบโตสูงสุด
.
ดังจะเห็นว่าเมื่อก่อนเยว่เอ๋อจะไปไหนมาไหนต้องมีหน่วยอังครักษ์ประกบติดเป็นพรวน แต่ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นมิว่างอีกต่อไปแล้ว ครึ่งหนึ่งถูกเกณฑ์ให้ไปอยู่ในแผนกโรงงาน อีกครึ่งให้ดูแลลูกค้าที่อยู่หน้าร้าน แม้แต่แผนกเดลิเวอรี่ขนส่งตามบ้านก็ยังมีพวกพี่ ๆ รถลากอีกเพียบ เยว่เอ๋อกับเสี่ยวโม่ก็แค่หมากตัวหนึ่งในกระดานธุรกิจ ซึ่งอันที่จริงเสี่ยวโม่จะรับหมายสั่งอาหารและวิ่งมาส่งเกี๊ยวน้ำจากปิ่นโตไม้ซางคนเดียวก็ได้ แต่เป็นนายน้อยเยว่เอ๋อต่างหากที่อยากมีส่วนร่วม นางเป็นคนรักความสำราญ แทนที่จะนั่งเป็นคุณหนูอยู่ในเรือนใหญ่หลังบ้านสู้ออกมาทำตัวให้เป็นประโยชน์ดีกว่า
.
และทันทีที่จบการบรรยายนายน้อยยังกวักมือเรียกเหวินเหยาให้ไปด้วยกัน
.
"ห๊า! ข้าเนี่ยะนะ! แล้วมันใช้กิจธุระอะไรของข้า ข้ามาหาเจ้าด้วยวัตถุประสงค์อื่นเจ้าก็รู้!"
.
"เอาน่าพี่สาวไปส่งเกี๊ยวกับข้าก่อนสนุกจะตาย เรื่องของเราประเดี๋ยวค่อยคุยกันข้าเลี้ยงท่านทั้งร้านเลยยังได้! มา ๆ ขึ้นรถ ๆ !"
.
ผลักไสไล่ส่งดันหลังทั้งเหวินเหยาและเสี่ยวโม่ขึ้นไปนั่งด้านหลัง ผนวกรวมกับปิ่นโตอีกราว 4 หมายที่ต้องเร่งจัดส่ง ผู้โดยสารและสัมภาระเลยแทบจะกลิ้งรวมกันเป็นเนื้อเดียวเบียดเสียดกันสุด ๆ
.
"คุณหนูขอรับนั่นมันตำแหน่งของข้า นี่คุณหนูคิดจะทำอะไร?!"
.
"เสี่ยวโม่นั่งเงียบ ๆ ไปเถิด เป้าหมายถัดไปเยว่เอ๋อจะลากพวกเจ้าไปเอง! จับดี ๆ นะ!"
.
"พรืดดดด~!"
.
สปิดเร็วกว่านรก! ฝุ่นผงเศษดินฟุ้งตีตลบ! ขาเรียวเล็กซอยยิก ๆ ๆ เช่นนั้นใครจะเชื่อว่าจะแฝงพละกำลังช้างสารไว้มากถึงเพียงนี้ รถลากแทบจะบินได้ เสียวโม่กอดปิ่นโตไว้กลัวน้ำแกงหก ในขณะที่เหวินเหยาก็ขำไม่ออกเพราะแม้แต่ตัวนางเองก็กระเด็นกระดอนหงายท้องจนแทบจะร่วง!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
สองมือโอบอุ้มดุ้นหรรษาอันนี้ที่ดิ้นกระแด่วราวกับปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) ในซุปหม้อไฟ ปลาขาดน้ำย่อมกระเสือกกระสนเช่นไร ควยปลอมดุ้นนี้กลับทำในสิ่งตรงข้าม! ตัวมันฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยน ทั้งยังหยดติ๋ง ๆ หยาดลงกับพื้นในทุกห้วงก้าวที่เยว่เอ๋อหอบหิ้วถือไป มันมิได้ดิ้นเพราะขาดน้ำ! หากแต่ดิ้นเพราะกระชุ่มกระชวยที่ได้
ลำตัวบอบบางจะทนกับสิ่งนี้ได้อีกสักเพียงไหน ความช้ำสะสมนี้เริ่มจะเปลี่ยนเยว่เอ๋อให้เป็นดั่งกลีบดอกเบญจมาศที่โดนฉีกทึ้ง ความสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวด ความแสบเสียวที่ต้องแลกมากับร่องเสียงอันแสบสัน ดุ้นควยปลอมของคุณชายเซียวช่างมิยอมรามือ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษเยว่เอ๋อด้วยที่ส่งแรงกำหนัดพาดผ่านลงไ
องศาการฉีกคว้านเข้าขั้นทะลุทะลวง เยื่อพรหมจรรย์ของเยว่เอ๋อน่าจะฉีกขาดไปสิ้นแล้ว หลังโดนการกระแทกตำที่ระห่ำซั่มแม่ถึงเพียงนี้ นางประคองดุ้นควยยักษ์ด้วยสองขาแทบมิไหว อัตราการกระทุ้งกึ่งหมุนควงส่งผ่านมาถึงกล้ามเนื้อหัวหน่าวจนกระเพื่อมเริงระบำ แทนที่เยว่เอ๋อจะเป็นคนคุมเกม กลับกลายเป็นนางเองที่โดนจู๋ปลอ
ปล่อยองคชาตเทียมดิ้นกระแด่ว ๆ เป็นปลาช่อนขาดน้ำอยู่บนฟูกที่นอนต่อไป บัดนี้สมาธิความสนใจของเยว่เอ๋อน้อยได้ย้ายมายังกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่ง ที่สอดไว้ด้านล่างสุด มันคือเอกสารคู่มือการใช้ดุ้นควยอันนี้ นางปราดสายตาผ่านอักษรท่อนที่เขียนถึงที่มาที่ไปว่าควยนี้มายังไง และใครเป็นคุณชายต้นแบบ พลันเลือกที่จะเพ่ง







