Masuk"พี่จะบ้าเหรอ! คุณชายเซียวจวินเหยียนแกเป็นถึงว่าที่เจ้าเมืองคนต่อไปเชียวนะเจ้าคะ! แกจะมาเป็นคู่ครองของข้าได้เช่นไร ขืนเป็นเช่นนั้นคนทั้งเมืองได้รุมประณามข้ากันพอดี เชียวจวินเหยียนคือคุณชายรูปงามเพียบพร้อมไปด้วยความสมบูรณ์ทุกประการ แกควรจะเป็นของสตรีทุกนางในฉางหลิงต่างหากถึงจะถูกต้อง!"
เยว่เอ๋อถึงกับยืนขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น
.
"แต่วิชาของข้าแจ้งไว้เช่นนั้น และข้าสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้!"
เหวินเหยายืนยันทั้งยังพยายามชี้ให้ดูแผนผังความสัมพันธ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
.
"มิได้เลยเจ้าค่ะ! เป็นไปมิได้! ท่านพูดความเท็จแล้ว ยิ่งคุณชายรองเซียวจวิ้นอวี่รายนั้นยิ่งแล้วใหญ่เพราะเขาคือคู่ครองของแม่นางมู่! มู่ซื่อหรานคือสหายรักของข้าเอง! พวกเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ข้าจะหักหลังลักลอบมีสัมพันธ์กับคนรักของสหายได้เช่นไรพี่สาวโปรดไตร่ตรองด้วย!"
จบถ้อยแถลงนี้เยว่เอ๋อแทบจะน้ำตาเล็ดออกมา ดูนางจะใส่อารมณ์กับประเด็นละเอียดอ่อนนี้มากจนเหวินเหยาเริ่มรู้สึกแปลกใจ ปกติลูกค้านายน้อยผู้นี้จะเต็มไปด้วยพลังแห่งความสดใสเจอแบบนี้เข้าไปเลยรู้สึกแปลก ๆ
.
"ข้าเยว่เอ๋อจะไปเข้าพิธียกน้ำชากับคุณชายเซียวจวินเหยียน!? ไม่มีวันเจ้าค่ะ! ไร้สาระสิ้นดี! เป็นไปมิได้!"
วลีสุดท้ายนี้แรงสุดหน้าแดงหูแดงไปหมด
.
มันแรงจนมือซ้ายของเหวินเหยาสั่นเลือนลั่นจนต้องใช้มือขวาจับซุกไว้ใต้โต๊ะ มิผิด! เพราะนั่นคือมือข้างเดียวกับที่ใช้วิชาด้ายทอวิญญาณอยู่นั่นเอง และหากจะให้ลงรายละเอียดก็ต้องบอกว่านิ้วโป้งที่มีด้ายแดงประจำตัวของเยว่เอ๋อผูกอยู่ คือเส้นเดียวที่มีการสั่นไหวอย่างมีนัยยะสำคัญ
.
"(นางโกหก)"
จอมยุทธหญิงคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัยว่า
.
"เยว่เอ๋อ.. เจ้าหวั่นไหวแล้ว~!"
.
"ข้าเปล่าสักหน่อย! ข้าปกติดี!"
.
"เอาเป็นว่าข้าน่ะมิเคยบังคับจิตใจลูกค้า และข้าก็แค่อยากจะบอกข้อมูลให้เจ้ารับรู้ ส่วนจะเป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองแค่หนึ่งเดือนก็รู้ข้าพูดถูกหรือไม่?"
.
"อะ.. อืม มิผิดเจ้าค่ะ! แต่วันนี้ข้ามิสนุกแล้วพี่สาวกลับไปซะเถอะ! เอากระดาษสื่อรักชั่วร้ายของท่านกลับไปด้วย , เด็ก ๆ ส่งแขก!!!"
.
โดนไล่ขนาดนั้นใครจะไปหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้ ดีแค่ไหนที่บรรดาบริกรใต้อาณัติมิหิ้วปีกเหวินเหยาแล้วจับโยนออกมา ดูท่านายน้อยเยว่เอ๋อจะโกรธกริ้วของจริงอารมณ์คงแปรปรวนสูงสุดถึงทำกับพี่สาวนักทำนายดวงของนางได้ ทว่านั่นก็มิใช่สิ่งที่ต้องหนักใจสำหรับเหวินเหยาแต่อย่างใด กลับดีเสียอีกเพราะอย่างน้อยนางก็พอจะจับทิศทางสภาพจิตใจของเยว่เอ๋อออก พูดแล้วจะหาว่าคุยเพราะจวบจนป่านนี้ด้ายแดงบนนิ้วโป้งของนางยังสั่นกระเพื่อมอยู่เลย
.
และเพื่อมิให้เป็นการเสียเที่ยวไหน ๆ ก็อยู่ในอาณาบริเวณของจวนสกุลจ้วงอยู่แล้ว เพียงแค่ปีนข้ามกำแพงไปฟากโน้นก็จะเป็นพื้นที่ของโรงงานผลิตแผ่นเกี๊ยว เมื่อครู่ก็เพิ่งได้ยินมาหยก ๆ ว่าเสี่ยวโม่ได้ลากรถลากไปซ่อมที่ฝั่งโน้นงานนี้เห็นทีเหวินเหยาคงต้องออกแรงอีกครา
.
.
ตัดภาพมาที่ฟากฝั่งโรงงาน แผนผังของอาคารถูกจัดวางอย่างเป็นสัดส่วน จึงมิแปลกใจว่าทำไมสกุลจ้วงถึงดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์จนเป็นอันดับหนึ่งของฉางหลิง เพราะก่อนจะเข้าไปสืบค้นในตัวอาคารโรงงานเหวินเหยาก็สังเกตเห็นคอกม้าก่อนเลยเป็นลำดับแรก
.
"ที่ไหนมีหญ้าที่นั่นมีม้า ที่ไหนมีม้าที่นั่นมีรถ และที่ไหนมีรถที่นั่นย่อมมีเสี่ยวโม่!"
.
จริงอย่างที่สันนิษฐานเพราะเสี่ยวโม่ก็ซ่อมรถลากอยู่ในโรงเก็บนั้นจริง ๆ มันตั้งอยู่ติดกับคอกม้าในทิศอาคเนย์ เหวินเหยาจึงมิรอช้านางเร่งตรงดิ่งเข้าไปสนทนากับเขาทันที โดยมิลืมที่จะแกล้งสะกิดลงตรงบ่าเขาเพื่อเป็นการเปิดประตูลมปราณ และใช้วิชาด้ายทอวิญญาณหงเหมยจือฮุน (红魅织魂) กับเขาได้อย่างแนบเนียน
.
"แป๊ะ!"
.
"เอ๋! พี่สาวท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือขอรับ ท่านแตะไหล่ข้าทำไม?"
.
"มิมีสิ่งใดพิเศษหรอกข้าเพียงต้องการจะสนทนากับเจ้าเล็กน้อย"
เหวินเหยาตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
.
"แต่ท่านเป็นแขกของคุณหนูมิใช่หรือขอรับ ข้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ในสถานที่แบบนี้เกรงจะมิเหมาะ"
.
"ผิดแล้ว! สถานที่ลับตาคนเช่นนี้แหละเหมาะกับคำถามของข้ายิ่งนัก"
.
ผละมือออกจากซี่ล้อรถลากเสี่ยวโม่หันหลังควับ พลางลุกขึ้นยืนแบบทันทีทันใด เหมือนเจ้าตัวจะฉงนกับประโยคเมื่อครู่อยู่หลายส่วน
.
"ข้ามิเข้าใจขอรับ.. พี่สาวประสงค์จะถามถึงสิ่งใดมิทราบ"
.
"เจ้าหลงรักคุณหนูจ้วงใช่หรือไม่?!"
จู่ ๆ ก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มิมีอรัมภบทใด ๆ ทั้งสิ้นต่อให้เนื้อตัวจะเป็นบุรุษแต่โดนแบบนี้เข้าไปก็มีจุกเช่นกัน
.
ผ้าเช็ดหน้าลายดอกท้อถึงกับหลุดออกจากกระเป๋า มันปลิวไสวไปตามแรงลมและกำลังจะลอยพ้นประตูโรงเก็บออกไปสู่ภายนอก!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ความเหนื่อยล้ากัดกินแรงปีก ส่งของเสร็จงวดนี้เห็นทีเสี่ยวผ่างอาจจะต้องลาพักร้อน ปกติเดินทางจากจวนสกุลจ้วงถึงโรงเตี๊ยมกระพือปีกมิถึง 30 ทีก็ถึงแล้ว แต่นี่อะไรขนแทบร่วงหมดตัวยังบินมาได้มิถึงครึ่งทาง แต่ครานั้นด้วยความที่เป็นนกอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้สำเร็จวิชา เสี่ยวผ่างก็เลยกระเสือกกระสนจนทำต
"เฮ่ย! ๆ ๆ นี่มันอะไรกันเนี่ยะควยท่านมีชีวิตคุณชายเซียว~!""อย่านะอย่าเข้ามาใกล้เชียว อยู่บนพื้นดิ้นกระแด่ว ๆ ไปอย่างงั้นแหละดีแล้ว""นี่เราคิดบ้าอะไรออกไป คิดจะเอากับของที่ดิ้นเป็นปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) เช่นนี้เหรอ?""อี๋~! จะน่ากลัวเกินไปแล้ว~! , หยึ๋ยย~!".ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากเป็นโลกยุคปัจจุบัน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก และพัสดุจากตำหนักเงาจันทรา (万影楼) ก็ถูกนำมาส่งโดยพิราบทมิฬกาฬตัวหนึ่ง วิหคตัวนี้ดูจะมีอัตลักษณ์ที่ผิดแผกกจากตัวอื่น ด้วยวงปีกที่กว้างอหังกากับกงเล็บที่แข็งแรง มันออกจะเหมือนอินทรีย์มากกว่าพิราบด้วยซ้ำ และบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความรัดกุมที่ตำหนักเงาจันทรามอบให้ลูกค้า
ต้องเรียนตามตรงด้วยความซื่อสัตย์ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าสิ่งที่คนึงไว้ เหวินเหยามายืนอยู่ที่หน้ากระดานแจ้งราชกิจกลางตลาดฉางหลิงเป็นที่เรียบร้อย สารถีรถลากนางก็ไล่ให้กลับไปมิต้องหยุดรอ เพราะนางดูเหมือนจะหัวเสียกับสิ่งที่แจ้งบนกระดานอยู่มิน้อย! นั่นมิใช่เพราะคุณชายเซียวมิโดนโทษทัณฑ์ใ







