เข้าสู่ระบบเคหะหญิงงามเป็นสถานเริงรมย์อันดับหนึ่งแห่งเมืองฉางหลิง ที่นี่บรรจุอิสตรีและเหล่านางคณิกาไว้หลายรูปลักษณ์ ขาว , สวย , หมวย , เซ็กส์ , ตัวเล็ก , ดัดฟัน ฯลฯ สุดแต่ใจคุณชายท่านใดจะปรารถนา มากพร้อมไปด้วยเครื่องสังคีตดีดสีตีเป่า สุราชั้นดี ดนตรีเลิศรส ครบเครื่องเรื่องบันเทิงในระดับอัครมหาสถาน และลูกค้าส่วนมากก็มักจะเป็นพวกกระเป๋าบานพวกข้าราชบริพารระดับสูง
.
ซึ่งเรียนตามตรงว่า ณ นาทีนี้ แม้แต่เหวินเหยาเองก็ชักจะคิดหนัก
.
"เดี๋ยวก่อนนะ! คุณชายท่านนี้ชักจะมีพิรุธ แม้บุคลิกจะดูดีแต่วัตรปฏิบัติกลับไม่ค่อยชอบมาพากล? เราอาจต้องย่องเข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้สักหน่อย"
คิดในใจเสร็จร่างบางก็ปรี่เข้าไปในจุดที่ใกล้กับเกี้ยวมากขึ้น นางซุ่มดูอยู่พักใหญ่สอดคล้องกับคนที่อยู่ภายในที่สะบัดผ้าแพรคลุมประตูเกี้ยวให้กระพือ!
.
"พรึบ!"
.
เสียงกู่ฉินบรรเลงในโรงสังคีตแว่วดังเป็นฉากหลัง นั่นทำให้ทุกอย่างสง่างามราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น เกิดเป็นกิริยาของคุณชายผู้งดงามก้าวขาลงมาจากยานพาหนะ ในระยะไกลบนหอดูดาวว่าหล่อแล้วแต่มาเห็นใกล้ ๆ แบบนี้แม้แต่เหวินเหยาผู้ทำภารกิจก็ยังถึงกับเสียการทรงตัว เขาหล่อแบบแตกสลาย หล่อแบบวัวตายควายล้มเป็นลมเสียชีวิต
.
"ตึกตัก ๆ , ตึกตัก ๆ , ตึกตัก ๆ"
ใจเต้นเป็นขนมปักกิ่งหักกลาง ไม่ได้การณ์ขืนปล่อยใจถลำไกลกว่านี้ภารกิจคงล่ม หญิงสาวเลยต้องรีบหยิกขาตัวเองพลันท่องไว้ว่านี่ของลูกค้ามิใช่ของเธอ
.
และด้วยความที่เจ้าหล่อนมีทักษะในการสังเกตการณ์ระดับเทพ มีสัญชาตญาณการหาข่าวที่ว่องไวดั่งลมกรด โดยมิต้องใช้วรยุทธเลยด้วยซ้ำเผลอแป๊บเดียวนางก็เข้าประชิดตัวเป้าหมายได้สำเร็จ แถมยังได้ยินเต็มสองรูหูว่าระหว่างคุณชายรูปงามกับคนแบกเกี้ยวนั้นพูดคุยอะไรกัน
.
"เอ้านี่รับไปค่าแรงของพวกเจ้า! เอาไปแบ่งกันคนละ 2 อีแปะนะ!"
.
"ขอบคุณขอรับคุณชาย ว่าแต่แล้วจะให้พวกข้ามารับในอีกกี่ชั่วยามดีขอรับ?"
.
"มิต้องหรอก! ข้ากลับเองได้พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนซะเถอะ"
.
"แต่คุณชายเซียวขอรับ ข้าว่าด้วยสถานะของท่านกับสถานที่เช่นนี้ ยังไงซะหากท่านเจ้าบ้านใหญ่รู้เข้าเกรงว่าจะมิเป็นผลดีกับตัวคุณชายเองนะขอรับ!"
.
"หึ! ก็ช่างปะไร! ก็เขาผู้นั้นเป็นคนไล่ข้ามาเองมิใช่รึ? ในเมื่อเขากล้าพรากคนรักของข้าไปราตรีนี้ข้าก็จะมอบเรือนร่างให้แก่ความสำราญบ้าง! ข้ามิเหลืออะไรอีกต่อไปแล้วนี่! หรือเจ้าจะเห็นแย้ง!"
.
"โถ.. คุณชายเซียวผู้น่าสงสาร"
ชายแบกเกี้ยวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เขารีบยกมือขึ้นป้องปากเพื่ออำพรางความเวทนาที่มีต่อนายท่านของตนเอง
.
"พวกเจ้าไปซะเถอะ! ข้าได้รับความปราถนาดีทั้งหมดไว้แล้ว ตอนนี้ข้าอยากอยู่ผู้เดียวจริง ๆ "
.
จบประโยคดังกล่าวเกี้ยวทั้งหลังก็ถูกยกกลับจวนประจำตระกูลไป ก็เลยกลายเป็นเหตุให้เหวินเหยาได้ล่วงรู้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคุณชายเซียวผู้นี้มากยิ่งขึ้น นางมองมิผิด! เพราะชายมาดบัณฑิตผู้นี้แลดูจะมีปมในใจอะไรบางอย่าง แล้วก็ไม่ใช่คนเหลวไหลใคร่เงี่ยนที่คิดจะมาใช้บริการโรงสังคีตตั้งแต่แรกเริ่มดังเช่นคนอื่น ๆ
.
ยันต์ดักฟังจึงถูกควักขึ้นมาถือไว้บนมือ ในโลกปัจจุบันอาจจะมีเครื่องดักฟังแต่ทว่าในโลกยุทธภพสิ่งเหล่านั้นดูจะเทอะทะเกินไปหน่อย ยันต์ดักฟังหนึ่งใบมีราคาสูงลิ่วในตลาดมืดแต่เหวินเหยาก็ยอมจ่าย เพราะด้วยลักษณะของมันที่เหมือนกับกระดาษตั๋วเงินบาง ๆ แผ่นหนึ่ง เมื่อถูกยัดไว้ที่ตัวเหยื่อเสียงบทสนทนาทั้งหมดก็จะถูกบันทึกไว้ในนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่จารชนนักหาข่าวมักจะชอบใช้
.
"เราเพียงต้องแสร้งถลาไปชนกับเขา แล้วสอดยันต์ไว้ใต้อาภรณ์"
เหวินเหยาคิดพลางปลอมตัวเป็นสตรีเมามายเดินโซเซ
.
ซึ่งในระหว่างนั้นเองคุณชายเซียวก็ได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงสังคีต ก่อนจะถูกเหล่านางคณิกานุ่งน้อยห่มน้อยกรูกันเข้ามาต้อนรับ พวกนางแทบจะรุมสกรัมเขา จึงมิใช่เรื่องยากอะไรหากเหวินเหยาจะแฝงตัวปะปนมาด้วย แล้วก็ใช้ยันต์ดักฟังกับคุณชายอีกสักคำรบ แต่ทว่าเรื่องกลับยากขึ้นมาซะงั้นหลังเหวินเหยาดันพลาดท่าทำตัวเองให้โดนจับ!
.
"หมับ!"
ชายรูปงามคว้าข้อมือน้อย ๆ ของจอมยุทธหญิงเอาไว้แน่น วงสตรีแตกฮือเป็นดอกเห็ดแขกเหรื่อแตกตื่นโวยวาย และแม้แต่ดนตรีกู่ฉินที่บรรเลงอยู่บนเวทีก็ยังหยุดเล่น!
.
"เจ้าเป็นใครแม่นาง! เจ้าคิดจะใช้ลูกไม้ตื้น ๆ เช่นนี้กับข้างั้นเหรอ?! รอไปอีกร้อยปีก็ยังมิสาย!"
.
"อะ.. เอ่อ..! คือว่า..!"
.
"แคว๊กกก!"
ไม่รอฟังคำตอบด้วยซ้ำ คุณชายเซียวฉีกยันต์ดักฟังทิ้งลงต่อหน้า ก่อนที่มันจะติดไฟลุกพรึบขึ้นเองราวกับเป็นระบบทำลายหลักฐาน
.
ชั่วยามนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า เหวินเหยาของเราถึงคราวซวยแล้ว!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ความเหนื่อยล้ากัดกินแรงปีก ส่งของเสร็จงวดนี้เห็นทีเสี่ยวผ่างอาจจะต้องลาพักร้อน ปกติเดินทางจากจวนสกุลจ้วงถึงโรงเตี๊ยมกระพือปีกมิถึง 30 ทีก็ถึงแล้ว แต่นี่อะไรขนแทบร่วงหมดตัวยังบินมาได้มิถึงครึ่งทาง แต่ครานั้นด้วยความที่เป็นนกอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้สำเร็จวิชา เสี่ยวผ่างก็เลยกระเสือกกระสนจนทำต
"เฮ่ย! ๆ ๆ นี่มันอะไรกันเนี่ยะควยท่านมีชีวิตคุณชายเซียว~!""อย่านะอย่าเข้ามาใกล้เชียว อยู่บนพื้นดิ้นกระแด่ว ๆ ไปอย่างงั้นแหละดีแล้ว""นี่เราคิดบ้าอะไรออกไป คิดจะเอากับของที่ดิ้นเป็นปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) เช่นนี้เหรอ?""อี๋~! จะน่ากลัวเกินไปแล้ว~! , หยึ๋ยย~!".ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากเป็นโลกยุคปัจจุบัน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก และพัสดุจากตำหนักเงาจันทรา (万影楼) ก็ถูกนำมาส่งโดยพิราบทมิฬกาฬตัวหนึ่ง วิหคตัวนี้ดูจะมีอัตลักษณ์ที่ผิดแผกกจากตัวอื่น ด้วยวงปีกที่กว้างอหังกากับกงเล็บที่แข็งแรง มันออกจะเหมือนอินทรีย์มากกว่าพิราบด้วยซ้ำ และบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความรัดกุมที่ตำหนักเงาจันทรามอบให้ลูกค้า
ต้องเรียนตามตรงด้วยความซื่อสัตย์ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าสิ่งที่คนึงไว้ เหวินเหยามายืนอยู่ที่หน้ากระดานแจ้งราชกิจกลางตลาดฉางหลิงเป็นที่เรียบร้อย สารถีรถลากนางก็ไล่ให้กลับไปมิต้องหยุดรอ เพราะนางดูเหมือนจะหัวเสียกับสิ่งที่แจ้งบนกระดานอยู่มิน้อย! นั่นมิใช่เพราะคุณชายเซียวมิโดนโทษทัณฑ์ใ







