Share

บทที่ 46

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-30 21:27:00

คนรักอย่างนั้นรึ?

ไม่...ไม่ใช่...

มีความเชื่อที่ว่า สตรีที่ดีควรมีชายเดียว ดังนั้นเมื่อตกเป็นของผู้ใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิต บุรุษผู้นั้นให้ไปซ้ายก็ไม่กล้าไปขวา บุรุษผู้นั้นบอกให้ไปขวาก็ไม่กล้าไปซ้าย บุรุษผู้นั้นกล่าวสิ่งใดก็ยอมตาม ไม่มีเกี่ยงงอนขัดขืนใดใดเลยสักคำ ปฏิบัติราวกับบุรุษผู้นั้นเป็นเจ้าชีวิตก็ไม่ปาน

แคว้นป๋ายเป็นแคว้นที่เคร่งครัดในมารยาทธรรมเนียมตลอดจนจารีตประเพณี ไม่แน่ว่าองค์หญิงรองเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่า เมื่อตกเป็นของชายใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้น...

วัดจากท่าทีของนางในยามนี้...

ไม่ผิดแล้ว นี่ข้า...

สตรีดีๆ เช่นนี้...

หยางหยางรังเกียจตัวเองนัก ได้แต่ไถ่โทษด้วยการเป็นหลักให้องค์หญิงรองพิงกายเขียนสาร สองมือก็ช่วยจับโต๊ะให้นางให้มั่นคงยิ่งขึ้น ยิ่งนางยอมรับความช่วยเหลือจากตนโดยไม่อิดเอื้อน ในช่องอกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีลิ่มทิ่มแทงใจ

หยางหยางไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนานเท่าใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่องค์หญิงรองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหวานล้ำทว่าแผ่วเบาจนน่าใจหาย

“ท่านแม่ทัพลองตรวจทานให้ข้าที ข้าเขียนสารตอบกลับไปเช่นนี้ นับว่าดีหรือไม่”

นางถึงกับถามเขากระทั่งเรื่องพรรค์นี้?

หยางหยางระบายลมหายใจอย่างยากลำบาก ฝืนถามเสียงขรึม

“องค์หญิงอยากให้กระหม่อมอ่านหรือ”

“หนิงซิน” นางก้มหน้าลงเล็กน้อย หลุบตาลง เอ่ยเสียงเบา “นั่นคือชื่อของข้า...ท่านก็รู้อยู่เต็มอกทั้งยังเคยเรียกมาแล้วมิใช่หรือ อีกอย่าง...อยู่ต่อหน้าท่าน ข้าไม่ใช่องค์หญิงรองแคว้นป๋ายอีกแล้ว แต่เป็น...” หนิงซินย่นหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาแดงก่ำเหมือนจะร่ำไห้ สุดท้ายก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “...สุดแล้วแต่ท่านจะเมตตา...” ตอนนางเอ่ยประโยคสุดท้าย น้ำเสียงหวิวโหวงนั้นทำเอาหัวใจคนฟังสั่นสะท้าน ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ

ท่ามกลางความเงียบงัน นางเริ่มอ่านสารที่เขียนขึ้น น้ำเสียงหวานล้ำราวกับจะคั้นน้ำผึ้งออกมาได้

‘เสด็จพ่อ นี่ลูก หนิงซินเองเพคะ ลูกเขียนสารฉบับนี้ขึ้นมา ด้วยเกรงว่าพวกขุนนางกังฉินจะปิดหูปิดตาเสด็จพ่อ โป้ปดมดเท็จเรื่องบ้านเมืองและการศึกสงครามเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตนจนลมหายใจสุดท้าย

เสด็จพ่อ ยามนี้ราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ไฟสงครามทั้งเผาทำลายบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา คร่าชีวิต ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายทั้งยังพลัดพรากจากครอบครัวเป็นจำนวนมาก เหนือสิ่งอื่นใด กองทัพเฮยเซ่อเย่ว์นั้นก็ยิ่งใหญ่เกรียงไกรสมคำล่ำลือ บัดนี้ลูกได้แจ้งประจักษ์ด้วยสายตาตนเองแล้ว ขอเสด็จพ่ออย่าได้หลงเชื่อคำยุยงของผู้โฉดชั่วเห็นแก่ได้จนตัดสินใจผิดพลาด ทำให้เมืองหลวงและวังหลวงของเราต้องลุกเป็นไฟ โลหิตไหลนองท่วมทั่ว เถ้าธุลีปลิวว่อนร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าราวกับห่าฝน ดังเช่นที่เลี่ยงจินอู่ประสบมาแล้วเลยเพคะ

ขณะเขียนสารฉบับนี้ หม่อมฉัน หนิงซิน บุตรสาวของเสด็จพ่อ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ดี มิได้ถูกบังคับข่มขู่แต่อย่างใด หม่อมฉันเพียงแต่กราบทูลในสิ่งที่คิดเห็นตามความเป็นจริงเท่านั้น หม่อมฉันอยู่ที่ค่ายพักทัพแห่งนี้ปลอดภัยดีทุกอย่างเพคะ แม่ทัพใหญ่เป็นผู้สุขุมรอบคอบและใจกว้างแตกต่างจากที่ผู้คนเล่าลือ เขามิได้แตะต้องทำร้ายหม่อมฉันแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับต้อนรับขับสู้อย่างสมฐานะ คนผู้นี้นับเป็นสุภาพชนที่เชื่อถือได้ ดังนั้น หม่อมฉันจึงเชื่อว่า หากเสด็จพ่อยอมเจรจาทำสัญญาสงบศึก คนผู้นี้ย่อมไม่มีทางทำอันตรายแก่ราษฎรในเมืองหลวงหรือผู้คนในวังหลวงของแคว้นเราอย่างแน่นอน ตรงกันข้าม เขาย่อมต้องนำเรื่องทั้งหมดขึ้นทูลต้าอ๋องเทียนหลงผู้ครองแคว้นเฮยเซ่อเย่ว์คนปัจจุบันตามตรง ไม่คิดอ่านกระทำการบุ่มบ่ามใดใดทั้งนั้น

จากที่ลูกทราบมา แม้ต้าอ๋องเทียนหลงจะมิได้เปิดเผยตัวตนมากนัก ก็นับเป็นสุภาพบุรุษที่ตรงไปตรงมา ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความองอาจ สง่าผ่าเผย ลูกเชื่อว่าบุรุษเช่นนั้น อย่างน้อยๆ คงไม่ถึงกับสั่งประหารหรือสั่งให้เผาบ้านเผาเมืองของแคว้นที่ขอเจรจาสงบศึก

เสด็จพ่อเคยสอนลูกเอาไว้มิใช่หรือ...

‘ผู้ทรงอำนาจรบรา ผู้หลั่งน้ำตาคืออาณาประชาราษฎร์’ ยังทรงจดจำถ้อยคำเหล่านี้ได้หรือไม่

เจรจาหาข้อยุติสงครามที่มีแต่ผลเสียนี้ร่วมกับแม่ทัพของต้าอ๋องเถิดเพคะ ลำดับแรก หากเป็นไปได้ ขอได้โปรดทำตามเงื่อนไขของท่านแม่ทัพ หากเสด็จพ่อเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างไร โปรดส่งท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายที่มิได้ข้องเกี่ยวกับขั้วอำนาจใด มีเพียงความภักดีต่อบ้านเมือง มาเจรจาที่ค่ายพักทัพ หากการเจรจาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็จะส่งผลดีต่อแคว้นป๋ายเป็นอย่างยิ่งเพคะ

หลังอ่านสารจบ ทั่วทั้งกระโจมก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 51

    หลังการกึ่งจะโดนบังคับจับมาบำเพ็ญประโยชน์ของหนิงซินจบลง หยางหยางซบหน้าลงที่ซอกคอหอมละมุน เขาหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเคลื่อนตัวขึ้นจุมพิต และจูบหน้าผากนางเบาๆ จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดร่างกายให้นาง ก่อนจัดท่าจัดทางให้นางนอนหนุนแขนเหมือนเคยหนิงซินยังคงหอบหายใจน้อยๆ อยู่อีกพักใหญ่ หลังสงบใจลงแล้วถึงค่อยเอียงคอสบตา เลื่อนมือน้อยขึ้นสัมผัสแก้มเขาเบาๆหยางหยางกุมมือนั้นไว้“อย่าทำแบบนี้ ข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บ”หนิงซินรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ยามนี้นางไม่โกรธเกลียดชิงชังเขาแล้วไม่ถูก อันที่จริงนางอาจมิได้โกรธเกลียดชิงชังเขาเลยตั้งแต่แรกเฮยเซ่อเย่ว์สูญเสียเชื้อพระวงศ์แทบจะทั้งหมดเพียงเพราะการปรากฏตัวของนาง นางเข้าใจในความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่คนแคว้นนี้มีต่อนางเป็นอย่างดี ฉะนั้น แม้ในตอนแรกนางจะเกลียดและกลัว แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูอีกหนในระหว่างล้มป่วยเจียนตาย นางก็ละวางทุกสิ่งได้ด้วยความเข้าใจถึงเหตุและผลของสรรพสิ่งดั่งที่ท่านอาจารย์ผู้ชราของนางและน้องสี่ในวัยเยาว์กล่าวไว้‘ไม่มีผลใดปราศจากเหตุ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 50

    เขาไม่ปล่อยให้นางคิดในตอนที่นางกำลังสับสนลังเลอยู่นั้น เขางับติ่งหูนางเบาๆ ก่อนไล้เลียจุดอ่อนไหวที่ใบหู หนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางซ้าย เขาก็ย้ายไปรังแกนางทางด้านขวา ยามหนิงซินเบี่ยงหน้าหลบไปทางขวา เขาก็ก้มลงรังแกนางทางฝั่งซ้าย ด้านล่างก็ฉวยโอกาสจับมือนางไปกุมแท่งหยกที่ใหญ่โตนั่น ค่อยๆ จับมือนางรูดสิ่งที่ห่อหุ้มสิ่งนั้นขึ้นและลงอย่างใจเย็น พอนางจะชักมือออกก็กระซิบข่มขู่เสียงทุ้มต่ำแหบห้าว“อย่าดื้อ หากเจ้าไม่ช่วยเหลือข้า ข้าทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำอย่างไร?”“ชะ...ช่วย...?”หนิงซินพลันนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับตั้งแต่เทพเซียน ปีศาจ หญิงชาวบ้าน สตรีชนชั้นสูง หญิงงามล่มเมือง ไปจนถึงวีรสตรีกู้ชาติ ของมารดาในบรรดาเรื่องเล่าขานมากมายเหล่านั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุกส่วนในร่างกายสร้างความพึงพอใจให้บุรุษกล่าวเอาไว้ เป็นต้นว่าการรูดแท่งหยกขึ้นลงด้วยฝ่าเท้าทั้งสองข้างหรือกำมือสอดแทรกอยู่ไม่น้อยนางพลันเข้าใจว่าเขาต้องการให้ ‘ช่วย’ ทำสิ่งใดช่วยอะไรกัน เหตุใดจึงต้องช่วย ข้า...ข้าหาใช่ผู้เริ่มเรื่อง แล้วเหตุใด.

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 49

    ทีแรกเขาคิดว่าการที่เขาดูแลนาง ดีต่อนาง เป็นเรื่องที่สมควรกระทำเพื่อชดเชยให้กับนาง แม้เทียบกับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปในคืนนั้นแล้ว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่ทำเพื่อนางย่อมไม่อาจชดเชยกันได้ ทว่านี่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เขาสงบจิตสงบใจลงได้ เขาจึงดูแลเอาใจใส่นาง ดีต่อนางอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติกับใครมาก่อนทว่าความรู้สึกผิดและความคิดที่อยากจะชดเชยให้นาง กับอารมณ์ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวในยามนี้นั้น แตกต่างกันยิ่งมองนางเขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางช่างนุ่มนวลสมเป็นกุลสตรีและงามพร้อม ขณะเดียวกันก็ยังมีความกล้าหาญ รักราษฎรและแผ่นดินเกิดมากกว่าชีวิตและความปลอดภัยของตนเอง ทว่าสตรีที่งดงามทั้งภายนอกและภายในเช่นนี้กลับโดนกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมแรกเริ่มเดิมทีเขาคิดว่ามันเป็นเพียงความชื่นชม ทว่ายามนี้ ยามที่เห็นนางกัดริมฝีปากช้อนตามองค้อน หัวใจเขากลับเต้นผิดจังหวะ รู้สึกว่านางช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนอยากบีบแก้มนุ่มนิ่มนั่นเบาๆ พอหน้านางยิ่งงอเง้าจะได้ระดมจุมพิตทั้งแก้ม ทั้งหน้าผาก ทั้งริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่น หยอกเย้ารังแกให้นางเลิกทำหน้างอ แล้วจากนั้น...คิดเพียงเท่านี้ เลือดชายฉกร

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 48

    วัดจากวิธีที่แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ปฏิบัติต่อตนในยามนี้ หนิงซินค่อนข้างแน่ใจว่านางได้ครอบครอง ‘อำนาจ’ เหนือคนผู้นี้แล้ว สิ่งที่นางต้องทำจวบจนจะแน่ใจได้ว่าแคว้นป๋าย หรืออย่างน้อยๆ ก็ผู้คนที่เหลือในแคว้นป๋ายจะอยู่รอดปลอดจากภัยสงคราม ก็คือการรักษาอำนาจนี้ไว้ และถ้าเป็นไปได้ นางย่อมต้องทำให้ตนเองมีอำนาจอิทธิพลเหนือคนผู้นี้ให้มากขึ้น...มากขึ้นไปเรื่อยๆ มารดาเคยสั่งสอนนางด้วยการยกเอาเรื่องราวของสตรีล่มแคว้น นารีล่มเมืองทั้งหลายในอดีตมาเล่าให้นางฟัง เล่าละเอียดถึงขั้นว่าพวกนางใช้กลเม็ดเคล็ดลับใดตอนไหนบ้าง...ซึ่งนางค่อนข้างมั่นใจว่ากว่าเจ็ดส่วน เสด็จแม่ของนางย่อมต้องแต่งเสริมเติมเรื่องราวเข้าไปเพื่อสั่งสอนนาง นางไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องเล่าขานพวกนั้นจะบอกเล่าละเอียดกันถึงขั้นบรรยายเรื่องกิริยามัดใจบุรุษรวมไปถึงกลยุทธ์ชั้นเชิงกลกามเอาไว้นางใคร่รู้ยิ่งนัก หากนางนำเอากลเม็ดเคล็ดลับเหล่านั้นมาใช้เพื่อการนี้ ตัวนาง นับจากนี้ จะแปรเปลี่ยนเป็นหญิงแพศยาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจปานใด เพราะนับตั้งแต่ผ่านพ้นเรื่องราวในคืนนั้

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 47

    จากเด็กน้อยไม่รู้เดียงสา สู่องค์หญิงคนสำคัญของแว่นแคว้น แล้วผันแปรเป็นหญิงเพศยา นางจิ้งจอกล่มแผ่นดิน สุดท้ายก็ต้องมารับบทบาทนางจิ้งจอกในชีวิตจริง ณ ที่นี่ท่ามกลางความเงียบงัน หนิงซินแม้เหนื่อยล้ากับบทบาทของตนเองในงิ้วโรงเรื่องนี้เต็มที ก็ยังพยายามอธิบายเสริมให้ทุกประโยคที่กล่าวออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ นั่น แม้แผ่วเบาราวกับท่วงทำนองหวานล้ำในสายลม กระแสเสียงกลับฟังถนัดชัดเจนทุกถ้อยคำ…“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็นบิดาของอดีตพระราชชายาที่ล่วงลับ ในสายตาของข้าแล้วท่านเสนาบดีเป็นขุนนางที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้าไม่เคยเห็นเสด็จพ่อพระทัยขุ่นมัวเพราะท่านเสนาบดีท่านนี้มาก่อน...เสนาบดีท่านนี้เป็นผู้รู้จักหนักเบา ซ้ำยังวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ยามศึกสงครามเช่นนี้ก็ยังสละทรัพย์สินส่วนตนตั้งโรงทานแจกจ่ายแป้งย่างที่เก็บได้นานมากหน่อยและข้าวต้มอย่างไม่เสียดาย...หากเป็นท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย ย่อมต้องเข้าใจ ว่าสิ่งใดคือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อแคว้นป๋ายและเหล่าราษฎรตาดำๆ”เห็นความพยายามของนางเช่นนี้แล้ว หยางหยางคิดว่าสมควรกล่าวอะไรสัก

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 46

    คนรักอย่างนั้นรึ?ไม่...ไม่ใช่...มีความเชื่อที่ว่า สตรีที่ดีควรมีชายเดียว ดังนั้นเมื่อตกเป็นของผู้ใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิต บุรุษผู้นั้นให้ไปซ้ายก็ไม่กล้าไปขวา บุรุษผู้นั้นบอกให้ไปขวาก็ไม่กล้าไปซ้าย บุรุษผู้นั้นกล่าวสิ่งใดก็ยอมตาม ไม่มีเกี่ยงงอนขัดขืนใดใดเลยสักคำ ปฏิบัติราวกับบุรุษผู้นั้นเป็นเจ้าชีวิตก็ไม่ปานแคว้นป๋ายเป็นแคว้นที่เคร่งครัดในมารยาทธรรมเนียมตลอดจนจารีตประเพณี ไม่แน่ว่าองค์หญิงรองเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่า เมื่อตกเป็นของชายใดแล้ว ก็ย่อมกลายเป็นสมบัติของคนผู้นั้น...วัดจากท่าทีของนางในยามนี้...ไม่ผิดแล้ว นี่ข้า...สตรีดีๆ เช่นนี้...หยางหยางรังเกียจตัวเองนัก ได้แต่ไถ่โทษด้วยการเป็นหลักให้องค์หญิงรองพิงกายเขียนสาร สองมือก็ช่วยจับโต๊ะให้นางให้มั่นคงยิ่งขึ้น ยิ่งนางยอมรับความช่วยเหลือจากตนโดยไม่อิดเอื้อน ในช่องอกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีลิ่มทิ่มแทงใจหยางหยางไม่รู้ตัวว่าตกอยู่ในภวังค์เนิ่นนานเท่าใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่องค์หญิงรองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status