Masukจากความรักกลายเป็นความเกลียด จากความเกลียดกลายเป็นความแค้น และก็เป็นเขาที่ฆ่าฮั่วเฉาซีให้ตายเองกับมือ "หากต้องมาใช้ชีวิตในโลกนี้แล้วต้องข้องเกี่ยวกับคนแบบนั้น.. เหยาเหยาคนนี้ไม่เอาด้วยหรอกนะ!"
Lihat lebih banyakเราใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะลืมแฟนเก่าได้เหรอคะ
หนึ่งวัน หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี หรือตลอดชีวิตนี้ก็ไม่มีทางลืมได้ แล้วคนเราต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะกล้าเผชิญหน้ากับแฟนเก่าที่เคยคบกันมานานแต่เพิ่งจบความสัมพันธ์ไปล่ะ นานนับปีหรือชาตินี้ไม่ต้องเจอกันอีกเลย แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องเจอกัน เหตุจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทุกคนจะแสดงท่าทีที่มีต่อแฟนเก่ายังไง อาลัยอาวรณ์หรือหมางเมินแฟนเก่าดี ทุกคนจะทำแบบไหน แล้วตอนนี้ตัวของเธอควรทำเช่นไร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแฟนเก่าที่เคยคบกันมานานถึงเก้าปีและเพิ่งเลิกรากันเพียงหกเดือนเท่านั้น “ดรีม” ‘ดรีม’ ผละสายตาจากชายที่อยู่อีกฝั่งของสระน้ำหันมามองตามเสียงเรียกของเพื่อนสาวอย่าง ‘พลอย’ เจ้าของงานวันเกิดในค่ำคืนนี้ “มีความสุขมาก ๆ นะ” ดรีมอวยพรเพียงสั้น ๆ พร้อมยื่นของขวัญในมือส่งให้เพื่อนสาว “โอเครึเปล่า” พลอยถามระคนห่วงใย แม้สีหน้าของดรีมเรียบเฉยเหมือนไม่เป็นไรแต่ภายในใจใครจะรู้ “มันจบไปแล้ว” ดรีมตอบพร้อมระบายยิ้มเป็นการยืนยันว่าตัวเธอไม่เป็นไร “ฉันไม่เป็นไร” “แน่นะ” “ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ” ดรีมยืนยันเสียงหนักแน่นหวังให้เพื่อนคลายความเป็นห่วงลงพลางใช้มือดันเพื่อนให้เดินไปรับแขกที่เดินเข้างานมา ดรีมถือแก้วเหล้าเดินไปหาเพื่อนสนิทอีกสองคนที่นั่งดื่มกันอยู่อีกฝั่งของสระด้วยท่าทีมาดมั่นไร้ความสั่นไหวในแววตาแม้ว่าแฟนเก่าจะอยู่ตรงนั้นก็ตาม การปรากฏตัวของดรีมทำให้เพื่อน ๆ หรือแม้แต่คนที่รู้จักกันแตกตื่นไม่น้อยเพราะนับตั้งแต่วันที่ดรีมเลิกรากับแฟนหนุ่ม ดรีมก็หายหน้าหายตาไปจากเพื่อนฝูงเช่นกัน “ไง” ดรีมทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ น้ำขิงและฟ้า “โคตรคิดถึงเลยว่ะ” น้ำขิงกับฟ้าสวมกอดดรีมด้วยความคิดถึงตามประสาเพื่อนคนสนิทที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน “คิดถึงเหมือนกัน” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาดรีมเองก็คิดถึงเพื่อนมากเหมือนกัน ตั้งแต่เลิกกับแฟนดรีมก็เก็บตัวกลายเป็นคนติดบ้าน “แกเห็นพี่ดราฟยัง” ฟ้ากระซิบถามเสียงแผ่วพลางสังเกตสีหน้าดรีมไปด้วยว่าโอเคไหม “เขามาด้วยนะ แกโอเคไหม” “เขานั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าเราไง” ดรีมมองตามนิ้วของน้ำขิงที่ชี้ไปยังโต๊ะด้านหน้า พลันความรู้สึกของดรีมกระตุกวูบชั่วขณะเมื่อเธอเผลอสบตากับแฟนเก่าที่มองมายังเธอก่อนอยู่แล้ว ดรีมรีบเบนหน้าหนีหันกลับมาโฟกัสแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า เพียงสบตากำแพงที่เธอพยายามสร้างมันมาก็พังทลาย เลิกกันไปตั้งหกเดือนแล้วแท้ ๆ แต่พอกลับมาเจอหน้ามันเหมือนว่าเราเพิ่งบอกลากันไปเมื่อวานนี้เอง มันไม่ง่ายเลย “แกโอเคปะเนี่ย” “ฉันโอเค” ความโชคดีของดรีมคือเธอเป็นคนที่จัดการความรู้สึกของตัวเองได้เร็วจนคนอื่นไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเธอด้วยซ้ำ เธอหันมาฉีกยิ้มร่า หัวเราะไปกับเรื่องขำ ๆ ในวงสังสรรค์ แต่หัวข้อสนทนาในวงเหล้าก็ยังไม่พ้นเรื่องการเลิกราของเธอ “ฉันถามจริง ๆ นะ แกกับเขาคบกันมาตั้งเก้าปี เหตุผลอะไรที่ทำให้แกเลิกกันได้วะ เขามีคนอื่น เขานอกใจแก หรือเพราะอะไร” มันคือสิ่งที่คาใจเพื่อน ๆ มาโดยตลอดและอยากรู้มาก ๆ เพราะเหตุใดคู่รักที่รักกันมากไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งถึงเลิกกันได้ “เพราะเราหมดรักกันไง” ดรีมระบายยิ้มตอบเสียงเรียบนิ่งราวกับว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งที่ความจริงเธอรู้สึกเจียนตายทุกครั้งยามนึกถึงเหตุผลของการเลิกรา “ฮะ” เพื่อน ๆ แทบไม่เชื่อกับคำตอบที่ได้ยิน มันใช่จริง ๆ เหรอฮะ “ไม่มีอะไรจีรังหรอกไม่ว่าความชอบหรือความรัก” วันหนึ่งมันก็หมดไปจางหายไปกับเวลาและกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอย่างที่เธอกับเขาเป็นอยู่ตอนนี้ เสียงเพลงวันเกิดดังขึ้นดึงความสนใจให้ทุกคนหันไปมองตรงที่เจ้าของงานวันเกิดยืนอยู่ ดรีมกับเพื่อนอีกสองคนลุกเดินไปหาพลอยเมื่อเธอกวักมือเรียกให้เดินไปหา เสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดอยู่ด้านข้าง “ไง” เสียงกระซิบคุ้นเคยดังขึ้นข้างหูพร้อมมือที่ตวัดจับเอวเธออย่างถือวิสาสะ “สบายดีไหม” ไม่ต้องมองหน้าดรีมก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร “ดีมาก ตั้งแต่ไม่มีนาย”“ดีเจ้าค่ะ” เสียงหัวเราะของเด็กน้อยยังดังอยู่ในอ้อมแขน แต่แค่ครู่เดียวก็ถูกทำลายลงจากเค่อเค่อที่เดินมาทางด้านหลัง“คุณชายรอง.. ท่านผู้นำตระกูลซูมาเจ้าค่ะ” คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศดูอึดอัดขึ้นมาทันที เฉาซีที่เพิ่งหอมแก้มเด็ก ๆ อยู่ชะงักนิ่ง ดวงตาของเธอหันมองซูอวี่ที่ก็มีแววเคร่งเครียดไม่ต่างกัน ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ซูอวี่จะพยักหน้าเบา ๆ “ไปกันเถอะ” เขาเอ่ยพลางวางมือลงบนศีรษะของลูกแฝด“เจ้าทั้งสองต้องทำตัวดี ๆ รู้หรือไม่” สองเด็กน้อยพยักหน้า ยิ้มกว้าง“นี่หรือคือสิ่งที่เจ้าสร้างด้วยมือเปล่า” ชายชราพึมพำกับตัวเอง ขณะจับจ้องชิ้นงานประณีตตรงหน้า น้ำเสียงเจือด้วยความภาคภูมิใจแต่ท่าทางของท่านแม่กลับแตกต่างไปเล็กน้อย เธอยืนนิ่งสีหน้าราบเรียบ ไม่ได้เอ่ยชมแต่อย่างใด แม้จะไม่ตำหนิ แต่ความเย็นชาที่แผ่ออกมาก็สัมผัสได้ จากนั้นทั้งหมดจึงถูกเชิญเข้าไปยังโถงรับรองหลังร้าน ที่ประดับเรียบง่ายแต่ดูภูมิฐาน พวกท่านดูเหมือนมีเรื่องราวที่อยากจะเอ่ยออกมาแต่ก็ยากจะเอ่ยและไม่นานนักท่านผู้นำตระกูลก็ล้วงสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อเล็กก่อนจะวางไว้ตรงหน้าเขา กล่องไม้สีแดงที่ซูอวี่รู้ดีว่าด้านในนั้นมีตราป
ตอนที่ 27ความสำเร็จ“ใช่แล้ว! เราจะต้องหนีออกจากเรือนให้ท่านพ่อท่านแม่ตามหา” ว่าจบเด็กทั้งสองก็ลุกขึ้นพรวดพร้อมกัน ซูไป๋ฮวาหยิบผ้าคลุมไหล่ตัวเล็กมาคลุมหัวตัวเอง ส่วนซูไป๋จื้อคว้าขนมแห้งจากในกล่องซ่อนใส่กระเป๋าเสื้อ แอบ ๆ ย่องออกทางหลังเรือนด้วยความชำนาญเหมือนวางแผนไว้แล้วนับสิบครั้ง เสียงหัวเราะคิกคักดังแผ่วในขณะที่ประตูหลังบ้านเปิดออกผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนเมื่อฮั่วเฉาซีนั่นกลับมาจากร้านในช่วงเย็นเห็นแต่เรือนว่างเปล่า“ไป๋ฮวา! ไป๋จื้อ!” เสียงของเธอดังลั่นจนซูอวี่ที่กำลังนับเครื่องประดับในห้องเก็บของสะดุ้ง รีบวิ่งออกมาอย่างร้อนใจ เฟยเฟยและเค่อเค่อที่เพิ่งซักผ้าและทำอาหารเสร็จก็วิ่งเข้ามาหน้าตั้ง จนทุกคนชุลมุนวุ่นวายไปหมด“เห็นหรือไม่พี่บอกแล้วว่าแบบนี้ได้ผล” ใต้พุ่มไม้หลังเรือน เด็กแฝดสองคนกำลังนั่งซุกหัวกระซิบกระซาบกันอย่างตื่นเต้น ดวงตาวาววับไม่ต่างจากขโมยตัวจิ๋ว“ท่านพี่ ดูสิ ไม่มีใครเห็นเลย ฮี่ ๆ ๆ” ไป๋ฮวาหัวเราะเสียงใส กำชายเสื้อคลุมไว้แน่นราวกับมันคือชุดพรางตัวชั้นดี“เงียบก่อน เดี๋ยวถูกจับได้” ไป๋จื้อยกนิ้วจุ๊ปาก ก่อนหยิบขนมแห้งในกระเป๋าเสื้อออกมาแบ่งกัน “เราต้องอยู่ให้ไ
และยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยกันมากกว่านั้น เสียงล้อเกวียนบดถนนหน้าร้านก็ดังขึ้น เฉาซีที่ยืนอยู่หันไปมอง ก็เห็นว่าสองแฝดน้อยนั้นวิ่งออกจากประตูราวลูกศร เด็กทั้งสองตะโกนเสียงดังอย่างตื่นเต้น“ท่านพ่อกลับมาแล้ว!” เสียงนั้นดังก้องไปทั้งซอยหน้าร้าน ซูอวี่ในชุดเดินทางสีน้ำหมึกยังไม่ทันก้าวพ้นเกวียน ก็ถูกเด็กน้อยสองคนสวมกอดแข้งกอดขาอย่างแน่นหนา นางเองก็เดินออกมาช้า ๆ สีหน้าแสดงความดีใจ “กลับมาแล้วหรือ”“ข้ากลับมาแล้ว” เขายิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนจะหันไปโบกมือเรียกชายหนุ่มสามคนที่ลงจากรถม้าตามหลัง “นี่คือช่างฝีมือที่ข้าพามา เป็นคนที่ข้าไว้ใจ” เฉาซีทักทายอย่างสุภาพ “ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ ฝากตัวด้วยนะเจ้าคะ”หลังจากทักทายกันแล้วซูอวี่ก็เดินนำนางอ้อมไปทางหลังร้าน ซึ่งมีห้องหนึ่งที่จัดไว้สำหรับเก็บสินค้า และเมื่อเปิดหีบใบใหญ่ที่คนช่วยกันหิ้วลงมาวางเรียงตรงหน้า เฉาซีถึงกับกลืนน้ำลายเล็กน้อยเครื่องประดับภายในหีบแต่ละชิ้นราวกับเป็นสิ่งของจากวังหลวง ทองคำขัดเงา ไข่มุกสีชมพูเรื่อ รูปทรงประหลาดแปลกตา แต่กลับดูงามจับใจมีทั้งกำไลที่ฝังพลอยสีเขียวมรกต ลวดลายเป็นรูปเถาวัลย์พันกันอย่างประณีต ต่างหูที่หย
ตอนที่ 26เจียงฮวาเธอโค้งตัวเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตามองหญิงสาวที่มาด้วย รูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวเนียนราวหยก ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยเครื่องประดับคุ้นตา ท่วงท่าหยิ่งทะนงแต่สง่างามไม่เกินงาม และเมื่อมองชัด ๆ ก็ยิ่งทำให้เธอเบิกตากว้าง“เฉาซี” องค์ชายหลี่ซิวเจินกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง“ข้าพาแขกคนสำคัญมาชมร้านของเจ้า” เขาหันไปทางหญิงสาวแล้วแนะนำต่อ“นางคือคุณหนูเซี่ย เซี่ยหวานหว่าน บุตรีคนโตแห่งจวนแม่ทัพตะวันออก เจ้าน่าจะพบนางแล้วใข่หรือไม่.. ข้าเคยเอ่ยกับนางว่ามีร้านเครื่องประดับของสหายที่มีรสนิยมแปลกใหม่ นางจึงอยากมาชมด้วยตนเอง”“เป็นเกียรติยิ่งนักที่คุณหนูเซี่ยมาเยือน ไม่ทราบว่าเครื่องประดับชุดนั้นเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”“ข้าชอบมาก งดงามยิ่งนัก”“เชิญท่านทั้งสองด้านในก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” เซี่ยหวานหว่านมองเฉาซีอย่างพินิจครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆหลังจากที่พาทั้งสองมาด้านใน สตรีสูงศักดิ์ได้นั่งลงอย่างสง่างามบนเบาะนุ่มในห้องรับรองด้านหลัง นิ้วเรียวเคาะเบา ๆ บนขอบโต๊ะลายไม้หอม ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มด้วยแววตาเป็นประกาย“แม่นางเฉาฉี.. สินค้าหน้าร้านข้าดูหมดแล้ว แต่ข้าอยากชมสิ่งที่ยังไม่เผยต่อผู้ใด เจ้












Ulasan-ulasan