LOGINหนิงอันปรับทุกข์และเล่าเรื่องราวของนางว่าเป็นอย่างไรบ้างในยุคปัจจุบันให้พวกเขาฟัง พวกเขารับฟังด้วยใจที่เจ็บปวดและสงสารกับชะตากรรมของพวกนางทั้งสองคน ไม่คาดคิดว่าพอร่างนี้จากไปอีกคนที่อยู่ยังโลกที่ห่างไกลก็เข้ามาแทนที่ ฟังดูน่าเหลือเชื่อแต่ว่ามันก็คือความจริง
“ต้องให้เรียกเจ้าว่าอย่างไร?” “เรียกหนิงอันนั่นแหละเจ้าค่ะ” ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะได้ยินเสียงโหวกเหวกดังขึ้นมาจากทางเข้าหน้าบ้าน เหมือนจะมีคนหลายคนพากันมาที่นี่ ฮุ่ยหมิ่งชะเง้อคอมองออกไปอย่างสงสัยว่าใครมา เพราะปกติไม่เคยมีใครเหยียบย่างมาที่นี่เลยสักคน “ทางนี้เจ้าคะท่านเจ้าหน้าที่ ท่านต้องรีบไล่พวกนางไปอยู่ที่อื่นนะเจ้าคะ ดูสิเนี่ยะคนในหมู่บ้านเริ่มป่วยทีละคนสองคน ต้องเป็นเพราะนังตัวซวยนั่นแน่ ๆ ตั้งแต่พวกเขาย้ายมาอยู่หมู่บ้านเฉินอัน ก็เกิดเรื่องตลอดนั้นเรื่องนี้ตลอด นังตัวอัปมงคล!” จางมู่ซวนหัวหน้าหมู่บ้านและจางลี่ถงภรรยาของเขา เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่สองคนและคนในหมู่บ้านอีกห้าหกคน พากันมาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดและไม่พอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรเสียพวกเขาต้องขับไล่ครอบครัวนี้ให้ออกไปจากหมู่บ้านให้จงได้ ฮุ่ยหมินรีบลุกขึ้นยืนตามด้วยฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิงและหนิงอัน ทุกคนมองกลุ่มที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงมาเรื่องของหนิงอัน “ฮุ่ยหมิ่นเจ้าต้องพาครอบครัวของเจ้าย้ายไปที่อื่นเดี๋ยวนี้เลย เป็นเพราะนางที่เป็นตัวอัปมงคล ชาวบ้านถึงต้องล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นนี้ ท่านหมอก็ไม่สามารถรักษาได้ พวกเจ้ารีบเก็บข้าวของแล้วย้ายไปซะ! ก่อนทุกคนจะตายกันหมดทั้งหมู่บ้าน” จางลี่ถงสตรีปากกล้า พอมาถึงก็รีบตะโกนบอกฮุ่ยหมิ่นทันทีด้วยสีหน้าถมึงทึง ชาวบ้านที่มาด้วยรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาทันที “ใช่ ๆ ย้ายออกไปเลยเมื่อก่อนหมู่บ้านเราไม่เคยเกิดเรื่องอันใด แต่พอมีนางมาอยู่ชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนกันไปทั่ว คราวนี้มีคนล้มป่วยท่านหมอก็ยังหาสาเหตุไม่พบ ข้าว่าต้องเป็นนังตัวกาลกิณีหนิงอันแน่ หากเจ้าไม่รีบย้ายออกไป พวกข้าจะจับนางเผาไฟเสีย” “ใช่ ๆ ออกไป ๆ” ฮุ่ยหมิ่นหันมามองฮุ่ยเหม่ยว่าจะเอาอย่างไรดี นางจึงหันไปมองหนิงอันที่ยืนนิ่งมองพวกเขาอย่างครุ่นคิด ฮุ่ยอิงจึงกันไปถามหนิงอัน “เอาอย่างไรดี?” “เดี๋ยวข้ามา” หนิงอันเดินเข้าไปหยิบร่มที่ท่านปู่เทพเซียนให้มา นางไม่รู้ว่าร่มคันนี้ทำอะไรได้บ้าง เพราะนางยังไม่ได้ทดลองทำอะไรเลย พวกเขาก็พากันมาเช่นนี้แล้ว นางจึงต้องลองเสี่ยงดูเพราะอ่านนิยายดูซีรีส์มาเยอะ ลองดูหน่อยแล้วกัน หนิงอันจึงรีบกางร่มออกทันที “ท่านหัตถ์ทองคำท่านต้องการสิ่งใด?” “พวกท่านได้ยินเสียงพูดหรือไม่เจ้าคะ?” พวกเขามองนางก่อนจะส่ายหัว คงมีเพียงนางได้ยินสินะ หนิงอันจึงตัดสินใจถามร่มออกไป “ข้ามีความสามารถใดบ้าง?” “ท่านหัตถ์ทองคำมีความสามารถมากมาย เพียงใช้มือสัมผัสก็สามารถเห็นอะไรมากมายเจ้าค่ะ” “แล้วพลังการต่อสู้อะไรแบบนี้มีมั้ย?” “ย่อมมีแน่นอนแต่ว่าตอนนี้ระดับของท่านอยู่ที่ศูนย์ หากจะมีพลังต้องสะสมบุญและบารมี ตอนนี้ร่มที่กางอยู่เป็นสีขาว หมายความว่าท่านยังไม่มีพลังที่สูงนัก” หนิงอันถอนใจออกมาของฟรีไม่มีในโลกจริง ๆ ทำความดีแลกพลัง หนิงอันมองสถานการณ์อย่างครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี “ข้าจะทำอย่างไรดี?” “ท่านรักษาคนป่วยได้ ลองสัมผัสมารดาเจ้าดูสิ” หนิงอันรีบยื่นมือไปจับแขนของฮุ่ยเหม่ย จากนั้นเสียงในหัวของนางดังขึ้น “ป่วยเป็นไข้หวัด ระดับอาการไข้อยู่ที่50เปอร์เซ็นต์ใกล้หายแล้ว ให้ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อาการจะดีขึ้นในเร็ววัน” หนิงอันได้ฟังก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างดีใจ ไหนลองจับท่านพ่อดูหน่อย “ร่างกายแข็งแรงดี” หนิงอันยกยิ้มก่อนจะหันไปจับฮุ่ยอิง “ร่างกายแข็งแรงดีแต่ต้องบำรุงขาดสารอาหารเช่นโปรตีน” หนิงอันหลุดหัวเราะออกมานี่มันระบบคอมพิวเตอร์ชัด ๆ บ้าไปแล้ว ไหนลองจับพี่หญิงที่เป็นวิญญาณดูหน่อย “เป็นวิญญาณไร้การตอบสนอง” หนิงอันระเบิดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สุดยอดเกินไปแล้ว ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง พวกเขามองท่าทางของหนิงอันอย่างไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นหรือว่านางจะเป็นบ้าไปแล้ว แต่แล้วหนิงอันก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดังฟังชัด เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้ยิน “ข้าสามารถรักษาคนป่วยให้หายได้” “ดาวหายนะเช่นเจ้านะรึจะมารักษาคนป่วย ข้าว่าเร่งเขาให้ตายเร็วขึ้นนะสิไม่ว่า อย่ามัวยื้อเวลารีบเก็บข้าวของออกไป ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะพังบ้านของพวกเจ้าทิ้งซะ” “ข้ารักษาให้หายได้จริง ๆ เจ้าค่ะ เอาเช่นนี้เรามาเดิมพันกัน หากข้ารักษาให้หายได้พวกท่านต้องให้พวกข้าอยู่ต่อ แต่หากว่าข้ารักษาไม่ได้พวกข้าจะยอมจากไปแต่โดยดี” “จะบ้าหรือยังไงใครจะกล้าเสี่ยง ขนาดท่านหมอยังหมดทางรักษา แล้วเด็กน้อยเช่นเจ้าอีกทั้งเป็นตัวอัปมงคลจะเอาปัญญาที่ไหนมารักษา อย่ามามัวเสียเวลายิ่งเจ้ารั้งอยู่นาน ความปลอดภัยของคนในหมู่บ้านก็ยิ่งน้อยลงทุกที” หนิงอันมองจางลี่ถงอย่างหมั่นไส้ หญิงยุคโบราณนี่ปากดีไม่แพ้ยุคปัจจุบันเลยจริง ๆ “ตามใจเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ เราเก็บของกันเถอะเจ้าคะ” “เดี๋ยว!” ชายผู้หนึ่งร้องเรียกเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าจะรีบไปพาเขามา ในเมื่อท่านหมอไม่อาจรักษาได้แล้ว ก่อนเขาจะตายข้าก็อยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง” เขากล่าวจบก็รีบวิ่งไปทันที ครึ่งก้านธูปต่อมาเขาก็วิ่งมาพร้อมรถลาก ที่มีเด็กน้อยวัยสิบขวบนอนอยู่บนนั้น จางลี่ถงเห็นเช่นนั้นก็รีบเดินไปขวางทันที “เจ้าจะบ้ารึอย่างไรพาบุตรชายมาให้นางฆ่าถึงที่” ชายผู้นั้นไม่สนใจลากรถมาวางตรงหน้าหนิงอัน “หากแม่นางน้อยช่วยได้ ข้ายินดีมอบทรัพย์สินที่ข้ามีมอบให้แม่นางน้อย” ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา นางรักษาคนป่วยได้จริงเหรอ “หนิงอันเจ้าแน่ใจนะว่ารักษาได้” หนิงอันหันมายิ้มให้ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างร่าเริง “ไม่ลองไม่รู้เจ้าค่ะ” พวกเขาถอนใจออกมาอย่างหนักใจ ลู่หลินเดินกางร่มไปจับชีพจรของเด็กคนนั้น ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นมาในหัว “เหมือนจะเป็นไข้หวัดใหญ่ไข้สูงมากต้องรีบช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจตายได้” หนิงอันรับฟังด้วยใจที่เต้นแรง เพราะคำว่าอาจตายได้ ทำให้นางเริ่มกลัวว่านางจะช่วยไม่ได้ “ข้าต้องช่วยเขาอย่างไร?” หนิงอันเพียงถามในใจ แต่ระบบกลับตอบออกมา “ยาต้านไวรัสแขวนไว้ในร่ม ระวังยานี้อาจมีอาการคลื่นไส้และอยากอาเจียน หมั่นเช็ดตัวให้ไข้ลดและดื่มนำ้มาก ๆ โรคนี้เป็นโรคติดต่อควรให้ทุกคนปิดจมูกและต้องล้างมือเป็นประจำ” หนิงอันเงยหน้ามองร่มที่นางถือก็เห็นห่อย่าแขวนเอาไว้จริง ๆ นางรีบหยิบออกมาแกะก่อนจะเห็นเม็ดยาอยู่ในนั้น “ท่านลุงช่วยป้อนยานี้ให้เขาทีเจ้าค่ะแล้วพาเขาไปนอนบนแคร่ เราต้องเช็ดตัวให้ไข้ลดเจ้าค่ะ” ชายผู้นั้นไม่รอช้ารีบประคองร่างของบุตรชายแล้วบีบปากยัดเม็ดยาลงไป ฮุ่ยหมิ่งรีบเทน้ำส่งไปให้เขา เขารับไปป้อนบุตรชายอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยบอกบุตรชายว่าให้รีบกลืนยา จากนั้นเอาก็อุ้มร่างของเขาไปนอนบนแคร่หน้าบ้าน ฮุ่ยอิงรีบวิ่งไปเอาหมอนและผ้าอย่างรู้งานเพราะได้ยินสิ่งที่หนิงอันพูด “เขาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายจากการหายใจ จาม ไอ และจากการสัมผัส เพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาเจ้าค่ะ” หนิงอันบอกไปด้วยเช็ดตัวให้เด็กคนนั้นไปด้วย “อีกสองชั่วยาม (4ชั่วโมง) ให้เขากินยาอีกครั้งเจ้าค่ะ”เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ
“หนิงอันเจ้าเชื่อข้าจริง ๆ นะ” พระสนมเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยามนี้รู้สึกโล่งใจที่นางไม่เชื่ออย่างที่ตาเห็น ว่าแต่ใครกันนะคิดแผนการใส่ร้ายนางเช่นนี้ หากหนิงอันจับไม่ได้เสียก่อนพวกนางก็คงถูกพิษไปแล้ว เกลือเป็นหนอนเช่นนี้เห็นทีคงต้องตรวจสอบคนในวังกันใหม่หมด“หนิงอันข้าต้องขอโทษที่ต้องให้เจ้ามาพบเจอเรื่องเช่นนี้” อู๋ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางอุตส่าห์มาช่วยรักษาเขาแท้ ๆ ใครกันนะที่คิดแผนชั่วช้าเช่นนี้ได้ คิดจะฆ่านางและโยนความผิดให้มารดาของเขา แผนยิงนกครั้งเดียวได้ถึงสองตัวอำมหิตเกินไปแล้วหนิงอันลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ นางมองพระสนมและองค์ชายห้าอย่างเห็นใจและสงสาร นางและพวกเขามีชะตากรรมไม่ต่างกันนัก เขาถูกพิษจนเดินไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ออกศึกสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมือง ระบบราชวงศ์แก่งแย่งชิงดีหากไม่แข็งแกร่งจริง ๆ ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่ได้ พระสนมถูกวางยาทั้ง ๆ ที่ถูกปลดให้เหลือยศเพียงแค่พระสนมขั้นผิน องค์ชายถูกทำคุณไสยให้เจ็บปวดทรมานในวันพระจันทร์เต็มดวง จิตใจของคนพวกนี้ทำด้วยอะไรกันนะเลือดเย็นเหมือนใจคนที่จริงนางก็ไม่อยากเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้
ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉินอันเริ่มหวาดกลัวฆาตกรโรคจิตจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขนาดอยู่ในบ้านฆาตกรยังเข้ามาฆ่าเด็กได้ ทางการก็เหมือนจะไม่สามารถจัดการอะไรได้ ยามนี้ทุกคนจึงเริ่มหวาดผวาอย่างหนัก จนสุดท้ายต้องไปรวมตัวกันที่หน้าบ้านจางมู่ซวน แต่ว่ายามนี้เขาไม่อยู่เพราะไปถางหญ้าให้หนิงอัน พวกเขาจึงได้แต่นั่งรอด้วยความอดทนเมื่อจางมู่ซวนกลับมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นชาวบ้านมากมายมารอเขาอยู่เต็มหน้าบ้าน“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านท่านกลับมาแล้ว”“มีอะไรกันหรือ?”“จางมู่ซวนตอนนี้พวกข้าหวาดกลัวมากเลย ได้ข่าวว่าเด็ก ๆ ที่ไปอยู่กับหนิงอันทุกคนปลอดภัยดี ข้าจึงอยากให้ท่านไปช่วยพูดกับนางให้ได้หรือไม่ พวกข้าสำนึกผิดแล้วต่อไปจะไม่กล่าวโทษนางอีก” พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะนางเป็นดาวหายนะ ฆาตกรจึงไม่กล้าไปที่บ้านของนางเด็ก ๆ จึงปลอดภัยจางมู่ซวนหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด พอหมดหนทางก็บอกสำนึกผิดแล้ว พอมีเรื่องอื่นอีกก็จะมาโทษนางอีกเหมือนเดิม เพราะภายในใจยังไม่สามารถตัดความเชื่อที่อยู่ในใจออกไปได้“ข้าคงไม่พูดกับนางให้หรอกนะพวกเจ้าต้องไปพูดกับนางเอง เพราะข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะเปลี่ยนความคิดได้ ตอนนี้ไร้ที่พึ่งก็บอกว่า







