Masuk“เธอมันก็แค่นางบำเรอขัดดอก อย่าบีบน้ำตาเรียกราคาให้มากหน่อยเลย" ครั้งหนึ่งคนพูดเคยเป็นสุภาพบุรุษแต่ความผิดหวังทำให้เขากลายเป็นเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างเธอ” ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับคอยาวระหงของหญิงสาว เขาซุกไซร้มันอย่างรุนแรงรุกขึ้นจากข้างเตียง ขึ้นมาคร่อมคนร่างบางไว้ หญิงสาวที่กำลังตกใจตื่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามกลั้นเสียงร้องไห้ที่มันดังอยู่ข้างในหัวใจ แต่มันก็สุดที่จะกลั้นมันไว้จริงๆ
Lihat lebih banyakบทที่13โซ่น้อยคล้องใจ ผ่านไปแค่เพียงสองวัน ทางทนายก็โทรมาแจ้งให้ติณห์ไปรับนาเดียร์มาดูแลได้เลย เขาจัดการเรื่องกฎหมายเรียบร้อยแล้ว “เราไปรับเย็นนี้เลยไหมคะ คุณมีเบอร์ติดต่อแม่บ้านที่ดูแลไหม” ลลิลตื่นเต้น “ผมว่าจะจ้างแม่บ้านคนที่เลี้ยงนาเดียร์ ให้มาอยู่ที่นี่ด้วย ผมได้เบอร์จากทนายก็เลยโทรคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่เธอขอกลับไปดูแลบ้านของเจ้ายายเธอเดือนละครั้ง” ติณห์จัดการก่อนที่หญิงสาวจะบอกเสียอีก “แล้วเราจะให้ลูกนอนที่ไหนคะ” หญิงสาวเรียกลูกอย่างเผลอตัว “ลูก...อ๋อ เราจะเป็นพ่อแม่กันแล้วเนาะ นอนบ้านใหญ่ยังมีห้องว่างอยู่ ผมจะให้นอนกับแม่บ้านที่เลี้ยงเขามานั่นแหละ” ติณห์วางแผนไว้เรียบร้อย โดยผ่านการปรึกษาบิดาและป้าช่วยก่อน “ลลิลคิดว่าตื่นเต้นอยู่คนเดียว ที่แท้คุณแอบจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ก่อนลลิลจะคิดอีกนะคะ” หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขให้กับคุณพ่อคนใหม่ที่ดูตื่นเต้นกว่าเธอแต่เก็บอาการไว้ ได้เวลาไปรับลูกสาวคนใหม่ของบ้าน นอกจากคุณพ่อคุณแม่จำเป็น แล้วยังมีคุณปู่อีกคน ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน กิตต์ขจรอยากให้บ้านนี้มี
บทที่12คุณพ่อคุณแม่จำเป็น “ขากลับทำไมของเยอะกว่าขามาเยอะเลยนะ” ชายหนุ่มยืนมองท้ายรถของตัวเอง ที่ไม่มีที่วางเหลือเหมือนตอนมา ท้ายรถเต็มไปด้วยของฝากที่หญิงสาวซื้อไปฝากคนที่บ้าน “ทำเป็นบ่น ขึ้นรถเถอะค่ะ เดี่ยวจะถึงมืด” ลลิลไม่อยากยืนเถียงด้วย เพราะข้างหลังมีแต่ของเธอจริงๆ “ผมจัดการเรื่องเงินให้พ่อคุรเรียบร้อยแล้วนะ” ติณห์จัดการทุกอย่างตั้งแต่วันที่พ่อหญิงสาวโทรศัพท์มาแล้ว แต่เขายังไม่อยากพูดเรื่องนี้กับลลิล เพราะไม่อยากทำให้เธอเครียดขึ้นมาอีก โชคดีที่รถไม่ติดมาก ทั้งคู่จึงมาถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ ลลิลรีบหยิบของฝากที่เธอซื้อมฝากป้าช่วย และบิดาของติณห์ “ทำไมกลับกันมาเร็ว กว่าที่บอกพ่อไว้” กิตต์ขจรคิดว่าลูกชายคงไปนานกว่านี้ “มีงานด่วนนิดหน่อยครับพ่อ” ติณห์ยังไม่อยากเล่าให้บิดาฟัง เขาอยากรอให้เรื่องราวที่จะเปิดพินัยกรรมพรุ่งนี้เสร็จสิ้นไปก่อน “คุณพ่อคะ ลิลซื้อเสื้อหล่อๆ มาฝากคุรพ่อหลายชุดเลยค่ะ เดี๋ยวให้ป้าช่วยเอาไปซักก่อนนะคะ พรุ่งนี้คุณพ่อจะเป็นหนุ่มเหนือ” หญิงสาวหยิบเสื้อออกจากถุง มากางให้คนนอนป่วยดู
บทที่11เผชิญหน้ากับปัญหา ปัญหาชีวิตของลลิล ทำให้ติณห์ชายหนุ่มที่มีความพร้อมกว่าทุกอย่าง อย่างน้อยเขาก็ยังเหลือพ่อ เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาได้ก่อไว้ เขาตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปหาฤทธิ์ลูกน้องคนสนิท ที่เฝ้าโทรหาเขาไม่รู้กี่ร้อยสาย ป่านนี้คงตื่นแล้ว เพราะก็ใกล้เวลาไปจัดการเรื่องเอาเงินเข้าธนาคาร ซึ่งตอนนี้ ลูกน้องคนนี้ต้องทำหน้าที่แทนลูกพี่ทุกอย่าง “ฤทธิ์ มีอะไร โทษที ใจยังแย่เลยไม่อยากรับสายใคร” ชายหนุ่มออกมาคุยด้านนอก เพราะไม่อยากให้ลลิลรับรู้ด้านมืดของเขา “ผมจะโทรมาบอกคุณติณห์ว่า สองคนนั้นเขาฆ่าตัวตาย เพราะป่วยเป็นเอดส์ และจากที่เราเอาคลิปลงคนเป็นเมียเลยจับผัวไปตรวจเลือด และเมื่อรู้ผล ก็ตรวจของตัวเอง จนรู้ว่าทั้งคู่ติดเชื้อ” ลูกน้องรีบอธิบาย “แกไม่ได้โกหกใช่ไหม” ติณห์ดีใจที่ตัวเองไม่ใช่สาเหตุ “แต่มันยังมีบางอย่างมากกว่านั้น แต่ผมไม่รู้ ทางตำรวจและทนายความส่วนตัวของบ้านนู้น ติดต่อมาต้องการพบคุณโดยด่วน ผมจึงพยายามติดต่อคุณ” ฤทธิ์รายงานแบบคนลืมหายใจ “ในเมื่อฉันไม่ใช่สาเหตุแล้วทำไมต้องอยากเจอ
บทที่10รสรักบำบัดความเครียด อาหารมือเย็น มื้อแรกของที่นี่ เป็นกับข้าวทางเหนือ ที่ทั้งคู่ซื้อมาจากตลาดนัดที่อยู่ใกล้ๆ ระเบียงหน้าห้องมีตะสำหรับนั่งกินอาหาร บรรยากาศยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน สวยงามมากกว่าทุกวันที่ทั้งสองเคยพบเจอ “อยากให้พ่อหายเป็นปกติ นานแล้วที่ท่านไม่เคยได้ออกไปไหน” ติณห์คิดถึงภาพเมื่อครั้งที่เขากับพ่อมาเที่ยวด้วยกัน “หมอบอกว่ามีโอกาสไหมคะ” หญิงสาวถามด้วยความมารู้ถึงอาการ “มีโอกาสกลับมาลุก นั่งได้ แต่เดินคงยาก เพราะพ่อเอาแต่นอน เหมือนไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ร่างกายส่วนล่างก็ลีบลงเรื่อยๆ” เสียงของคนพูดหมดหวัง “คุณเป็นลูกย่อมเข้าใจดี ว่าทำอย่างไรพ่อของคุณถึงจะกำลังใจ ในการมีชีวิตอยู่มากขึ้น ถ้ามีอะไรให้ลิลช่วยก็บอกนะคะ อย่างน้อยมันคงช่วยลดกรรมที่พ่อลิลทำไว้กับพ่อของคุณ”“กินข้าวกันเถอะ ผมทำเสียบรรยากาศหมด มีแต่อาหารเหนือทั้งนั้นเลย น้ำพริกหนุ่มลองกินสิลิล คุณน่าจะชอบ”ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพูดสำเร็จแต่เขาเปลี่ยนสีหน้าแววตาที่เก็บงำความเครียดไว้ไม่สำเร็จ ลลิลสัมผัสมันได้ตลอดเวลา เขาคุยกับเธอแค่เพียงร่างกาย แต่