LOGINเมื่อสายมูตัวแม่ถูกหมอดูทักว่ากำลังดวงตก และเขาคือคนที่พร้อมจะช่วยเปลี่ยนดวงให้กับเธอ “ไม่มีทางแน่นอน ไม่ไหว ๆ ถ้าเป็นเขาฉันยอมดวงตกไปตลอดชีวิตดีกว่า”
View Moreณ ศาลตายายชื่อดังย่านชานเมืองของกรุงเทพมหานคร
หญิงสาวใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของสาวยุคใหม่ กำลังนั่งคุกเข่าพนมมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเพื่อขอให้งานที่หนักหนาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
น้ำหอม ลลิตา พินิจประจักษ์ เธอเป็นพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ภานุวัฒน์สกุล จำกัด (มหาชน) มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่เรียนจบมาเธอก็มาทำงานแทนบิดาของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว
บิดาของเธอทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้ลลิตาและน้องสาวได้เล่าเรียนจนจบการศึกษาสูง ๆ แต่พอลลิตาเข้ามหาวิทยาลัยได้ปีที่ 3 พ่อของเธอก็มาด่วนจากไปด้วยโรคร้ายเสียก่อน
พ่อของลลิตาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับคุณลุงมานพซึ่งเป็นท่านประธานคนก่อนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นมา พวกเขาฟันฝ่าอุปสรรคจนกิจการรุ่งเรือง
ในขณะเดียวกันคุณลุงมานพก็ไม่เคยทอดทิ้งพ่อและครอบครัวเลย ทุกคนในครอบครัวมีกินมีใช้ เธอกับน้องสาวเรียนจบมาได้ก็เพราะเงินทุนการศึกษาที่คุณลุงจุนเจือครอบครัวที่มีฐานะธรรมดาให้ลืมตาอ้าปากได้
ลลิตาจึงตั้งใจเรียนให้จบ แล้วเข้ามาทำงานในบริษัทของคุณลุงมานพตามความประสงค์ที่ผู้เป็นพ่อเคยพูดไว้
เธอทำงานด้วยความตั้งใจมาตลอดหลายปี จนไต่ระดับขึ้นมาเป็นพนักงานขายที่มียอดเยอะที่สุดในแผนกด้วยใบหน้าที่สะสวย และความชาญฉลาดในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีทำให้เธอสามารถปิดการขายกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
แต่ช่วงปีนี้ตั้งแต่ต้นปีจนนี่ก็ล่วงเลยมาเกือบ ๆ จะกลางปีแล้วอยู่ ๆ ยอดขายของเธอก็หายไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับเหล่าเพื่อนร่วมงานและตัวเธอเองเป็นอย่างมาก
“เจ้าประคูนนน ตายายเจ้าขาช่วยให้น้ำหอมขายบ้านโครงการใหม่ได้สัก 10 หลัง ภายในเดือนนี้นะเจ้าคะลูกจะเอายอดไปฟาดหน้าเจ้านายค่ะ แล้วน้ำหอมจะนำหัวหมูมาถวาย 10 หัวเลยเจ้าค่ะ” ลลิตาเธอคือภาระของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ไม่ว่าจะสอบ เข้ามหา’ลัย เข้าทำงาน หรือหากชีวิตมีอะไรติดขัดเธอก็มักจะพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ
เมื่อบนบานศาลกล่าวจนพึงพอใจแล้ว หญิงสาวก็เดินออกมาจากศาลตายายที่มีชื่อเสียง ค่อนข้างขึ้นชื่อว่าใครมาขออะไรก็มักจะได้เสมอ ซึ่งเรื่องนี้เธอศึกษามาจากกลุ่ม ‘สายมูตัวแม่’ จากแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กกลุ่มประจำที่เธอเป็นสมาชิกของกลุ่มอยู่
ลลิตาเดินทอดกายไปตามทางเดินริมแม่น้ำเพื่อให้จิตใจสงบลง ไม่อยากเอาเรื่องการประชุมวันนี้มาคิดให้ปวดหัว การเป็นพนักงานขายแล้วถูกกดดันเรื่องยอดคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่ที่เธอไม่ชอบที่สุดคือคำพูดของท่านประธานคนใหม่ที่มักจะพูดในทำนองว่าเพราะเธอคือเด็กเส้นถึงทำงานอยู่ที่นี่ได้ มันช่างดูถูกความสามารถของเธอจริง ๆ
“คอยดูนะ ถ้าเดือนนี้ฉันทำได้ ฉันจะให้นายมาขอโทษฉันต่อหน้าพนักงานทุกคนเลย ไอ้คนบ้าอำนาจ” หญิงสาวได้แต่สบถกับตัวเองเพื่อระบายความเดือดดาลที่มีในใจมาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวัน
“แม่หนู ๆ สนใจดูดวงไหมจ๊ะ สีหน้าดูหม่นหมอง มาคุยกับแม่ก่อนไหม” เสียงหญิงสูงวัยในชุดนุ่งขาวห่มขาวเอ่ยทักลลิตาที่เดินอยู่ตรงนี้ลำพัง
ลลิตาหันไปตามเสียงเรียกก็พบกับหญิงสูงวัยที่มีเส้นผมสีขาวทั้งศีรษะมัดผมรวบตึงแล้วขมวดเป็นมวยไว้ที่ด้านหลัง ใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นตามวัยส่งยิ้มใจดีมาให้เธอ
ลลิตามีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่ด้วยเป็นคนที่ชอบการดู
ดวงและพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นชีวิตจิตใจ เธอจึงตัดสินใจไม่ยากที่จะก้าวเข้าไปนั่งตามเสียงเชื้อเชิญนั้น“ค่าดูดวงเท่าไหร่คะ” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับมองไพ่ยิปซีที่วางอยู่บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดง
“แล้วแต่จะให้ลูก ให้เท่าที่สะดวกเพราะแม่จะเอาไปทำบุญ” แม่หมอยังคงพูดด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มที่อบอุ่น
เธอหยิบแบงก์ร้อยใส่ในพานที่วางอยู่ใกล้ ๆ ภายในใจตั้งจิตอธิษฐานขอให้เจอหมอดูแม่น ๆ สักทีเถอะ เผื่อจะมีวิธีแก้ให้กับอุปสรรคที่เธอเจออยู่ในตอนนี้จากหนักหนาให้มันเบาบางลงบ้าง
“เริ่มกันเลยนะ หนูใช้มือซ้ายหยิบไพ่มา 10 ใบ ตั้งจิตให้แน่วแน่นะลูก” ลลิตาทำตามคำพูดของหมอดู เมื่อหยิบไพ่มาวางจนครบ หมอดูก็ค่อย ๆ เปิดไพ่ดูทีละใบพร้อมเริ่มคำทำนาย
หมอดูก็เริ่มคำทำนายทายทักตามหน้าไพ่ที่เปิดมา ซึ่งลลิตาก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
มือเล็กขยับเร็วขึ้นตามความต้องการของชายหนุ่มเอ็นร้อนแข็งเครียดขึ้นราวกับว่าเลือดในร่างกายของเขาทั้งหมดไปกระจุกรวมกันอยู่ตรงนั้นสะโพกหนายกขึ้นกระแทกกระทั้นสวนไปกับมือนุ่มอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ เม็ดเหงื่อซึมทั่วกรอบหน้าหล่อเหลาทั้งที่อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศนั้นอยู่ที่ 20 องศาหน้าท้องแกร่งเกร็งขึ้นเป็นลอนชัด สุดท้ายเขาก็ต้านทานความเสียดเสียวที่มือบอบบางมอบให้ไม่ไหว ภาพในหัวกำลังจินตนาการถึงร่างเย้ายวนของหญิงสาว สุดท้ายชายหนุ่มก็ปล่อยของเหลวร้อนออกมาเลอะกางเกงนอนจนเปียกชื้นเต็มไปหมดกายแกร่งกระตุกหงึก ๆ พ่นลาวาร้อนออกมาจนหยดสุดท้าย พร้อมกับดวงตาคมที่เปิดปรือขึ้นและค่อย ๆ ปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดมิดภายในห้องพักแต่แล้วก็ต้องงุนงงกับภาพตรงหน้าเพราะไม่มีร่างเล็กนั่งอยู่อย่างที่คิดเอาไว้ ร่างหนาลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองยังเตียงนอนขนาดใหญ่ก็พบหญิงสาวกำลังนอนหลับซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาธามนิธีพ่นลมหายใจออกมาก้มมองเป้ากางเกงของตัวเองที่เปียกชื้นอย่างรู้สึกอนาถใจ นี่เขาฝันไปหรือนี่และที่สำคัญฝันจนเสร็จเลยเหรอประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของประเทศไทยต้องมานอนฝันจนตัวเองเสร็จ รู้
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่นั้น ริมฝีปากหนาก็ค่อย ๆ ถอนจูบเพื่อขยับใบหน้าคร้ามคมให้ห่างจากใบหน้าสวย พิศมองไล่ตั้งแต่ดวงตากลมที่ดูหยาดเยิ้มยั่วยวน จมูกเล็กโด่งรับกับใบหน้าที่บัดนี้มันแดงก่ำดั่งลูกเชอร์รีด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ริมฝีปากเรียวเล็กที่ตอนนี้บวมเจ่อขึ้นมาจากการจูบดูดดื่มเมื่อสักครู่ของเขาและเธอ ชายหนุ่มมองใบหน้าของเธอได้สักพักก็ต้องหักห้ามใจแม้จะเสียดายมากก็ตาม เขาไม่อยากให้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้ลลิตากำลังเมาไม่ได้สติอยู่ ดวงตากลมปรือตามองด้วยความใสซื่อโดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้เขาจะทำอะไรกับเธอต่อ ร่างหนาลุกขึ้นแล้วช้อนอุ้มร่างคนตัวเล็กขึ้นมาให้อยู่ในอ้อมกอด มือบางคว้ารอบลำคอหนาไว้อย่างรู้งานซบศีรษะที่หนักอึ้งไปกับหน้าอกแกร่ง ทำเอาหัวใจของร่างสูงเต้นไม่เป็นจังหวะ ธามนิธีสะกดข่มความรู้สึกพลุ่งพล่านในร่างกาย แล้วก้าวเดินไปยังเตียงนอนค่อย ๆ วางร่างบอบบางให้นอนลงบนเตียง ดวงตากลมสวยมองคนตัวสูงตาแป๋วราวกับลูกกวางตัวน้อยไร้เดียงสา “นอนนะครับ ดึกมากแล้ว ฝันดีนะ” มือหนาลูบเบา ๆ ที่ศีรษะของหญิงสาว ส่งรอยยิ้มอบ
“.......” หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ภายในใจนั้นรู้สึกเต้นตึ้กตั้กแปลก ๆ ผู้ชายคนนี้อันตรายที่สุด อันตรายต่อหัวใจของเธอที่สุดทั้งสองนั่งทานข้าวกันไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนกระทั่งทั้งคู่นั้นอิ่มแล้วความอึดอัดระหว่างเขาและเธอจึงเริ่มก่อตัวอีกครั้ง“ที่ขายังปวดอยู่ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่ค่อยปวดแล้วค่ะ พรุ่งนี้ก็น่าจะดีขึ้นแล้ว” ลลิตาตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใสแต่เมื่อทั้งสองสบตากันภาพร่างกายเปลือยเปล่าของเขาและเธอก็แวบเข้ามาในหัว ทำเอาใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ตอนนี้ธามนิธีเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นมันจะเกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาจริง ๆ ไหม เพราะตอนนี้เจ้าลูกชายที่กำลังหลับใหลของเขามันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว“เอ่อ เราสั่งเครื่องดื่มมากินกันหน่อยไหมคะ” ลลิตาเอ่ยเสนอความคิดออกไป อย่างน้อย ๆ แอลกอฮอล์น่าจะช่วยให้เขาและเธอลดความอึดอัดที่มีต่อกันไปได้ไม่มากก็น้อย เนื่องจากรีสอร์ตที่ธามนิธีจองไว้ค่อนข้างจะหรูเพราะด้านหลังของห้องพักนั้นมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ทั้งสองคนจึงตัดสินใจมานั่งดื่มไวน์กันที่ริมสระน้ำ โดยนั่งที่เก้าอี้ยาวตัวเดียวกัน แล
“โอ๊ยฉันอยากจะบ้าตาย ทำไมชีวิตฉันถึงดูแย่ได้ขนาดนี้นะ” หญิงสาวโอดครวญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ อยากจะจับไอ้ตุ๊กแกตัวต้นเหตุนั้นมาทุบซ้ำ ๆ สักสามสี่ทีให้หายแค้นใจ “ผมไม่เห็นอะไรหรอกคุณ ก็มัวแต่ตกใจตุ๊กแกเหมือนกัน” ชายหนุ่มเอ่ยปลอบเพราะไม่อยากให้หญิงสาวต้องคิดมาก แต่ตัวเขานั้นก็ไม่อาจสลัดภาพเมื่อสักครู่นี้ออกไปจากความคิดของเขาได้ แก่นกายใต้ร่มผ้าปวดหนึบทุกครั้งยามนึกถึงอกอวบใหญ่เกินตัว เอวคอดกิ่ว สะโพกที่กลมกลึงได้รูป แต่ที่เห็นไม่ชัดก็คงเป็นจุดกลางกายที่หญิงสาวปกปิดไว้อยู่ เขาพยายามหลบสายตาหันไปมองทางอื่นไม่อยากนึกถึงร่างเย้ายวนนั่น “หยิบเสื้อผ้าสิ เดี๋ยวพาไปห้องน้ำ รีบแต่งตัวจะได้มากินข้าวกัน” “ฉันไม่ได้บอกให้ท่านประธานรอนะคะ” “อย่าดื้อ”จมูกเล็ก ๆ พ่นลมหายใจอึดอัดออกมาอย่างแรง หันไปคว้าชุดที่เตรียมมาใส่นอนพร้อมชุดชั้นในติดมือมาด้วย โดยมีคนร่างสูงยืนอยู่ไม่ห่าง ถ้าอยากจะมองมากนักก็เชิญเลยเธอเหนื่อยจะต่อว่าเขาแล้ว มือหนาค่อย ๆ โอบหลังเธอแล้วพยุงเธอเดินไปส่งที่ห้องน้ำ แม้ช่วงแรกหญิงสาวจะสะบัดมือขัดขืนเล็กน้อย แต่เมื่