Partager

หนี้รักในรอยแค้น
หนี้รักในรอยแค้น
Auteur: ม่านอวี้

บทที่ 1 ความอัปยศ

last update Date de publication: 2026-11-04 11:43:58

ท้องฟ้าขมุกขมัวด้วยเงาก้อนเมฆครื้ม ลมกรรโชกแรงจนได้ยินเสียงสิ่งของพัดปลิวเพียงไม่นานสายฝนก็ตกกระหน่ำมืดฟ้ามัวดิน ยามนี้เด็กสาวคนหนึ่งกำลังถูกทุบตีอย่างหนักความผิดของนางก็หามีไม่ เพียงแค่ถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์หงุดหงิดเจ้าของจวนเท่านั้น

"เงยหน้าขึ้นมามองข้า"เสียงดังออกจากปากคหบดีใหญ่ของแคว้นผู้เป็นบิดาของตงซินซิน

 

"เจ้าค่ะ ท่านพ่อ" ซินซินเติบโตมาในจวนนี้ด้วยความหวาดกลัวมาโดยตลอดทำให้นางเคยชินที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเสมอในสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้นางดูเหมือนเด็กสาวอ่อนแอที่ไร้ทางสู้คนหนึ่ง

 

ซินซินไม่กล้าแม้แต่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจึงทำได้เพียงคุกเข่าอยู่กับพื้นขณะเผชิญหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของตน

"เจ้าคือความอัปยศของข้า ต่อไปอย่าเรียกข้าว่าพ่อ แล้วจงย้ายออกจากเรือนไปอยู่กับบ่าวรับใช้ นับวันใบหน้าเจ้ายิ่งเหมือนมารดานังหญิงแพศยานั่นขึ้นทุกที ข้ารังเกียจนัก"

ตงติงเหลียนพูดจบก็ให้บ่าวโบยซินซินต่อไม่ว่าบุตรสาวจะกรีดร้องอย่างไรเขาไม่เคยชายตาแล ตลอดเก้าปีตั้งแต่ซินซินกำเนิดเขาไม่เคยพูดดีกับนางสักประโยค ซ้ำยังเลี้ยงดูไม่ต่างกับทาสคนหนึ่ง เป็นเพราะโกรธแค้นที่มารดาซินซินหนีไปตั้งแต่คลอดนาง ตงติงเหลียนจึงเอาความเจ็บปวดทั้งหมดมาลงที่เด็กหญิงที่ไร้เดียงสาผู้นี้

ร่างเด็กสาวผอมบางวัยเพียงเก้าปี ตามตัวมีแต่ร่องรอยของบาดแผลที่ถูกทำร้าย ไม่ว่าบิดา ฮูหยิน หรือบุตรสาวบุตรชายของนางทั้งบรรดาอนุและบุตรคนอื่นๆ ที่เกิดจากตงติงเหลียน ล้วนเห็นซินซินไม่ต่างกับขยะไร้ค่าที่ไม่มีตัวตนคนหนึ่งเท่านั้น โชคยังดีที่หัวหน้าสาวใช้ยังเมตตาแอบสอนเขียนอ่านให้กับซินซิน มิเช่นนั้นนางคงไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนเหมือนเช่นพี่น้องร่วมบิดา

 

หลังจากถูกทุบตีจนแทบสลบไสลจากน้ำมือตงตินเหลียนและผู้คุมกฏประจำจวนแห่งนี้ซินซินก็พยายามหยัดกายลุกขึ้นเพื่อกลับมาเก็บของที่เรือนตนเอง สมบัติของนางไม่มีของมีค่าสักชิ้น นอกจากผ้าห่มกับหมอนเก่าๆและเสื้อผ้าปะชุนแทบจะทั้งตัวอีกสองสามชุด

 

"ข้านอนตรงไหนได้บ้าง" เสียงที่แหบแห้งของซินซินถามสาวใช้เรือนซักล้าง เรือนนี้เป็นที่อยู่ของบ่าวรับใช้ชั้นต่ำที่สุด ทุกคนต้องนอนเบียดเสียดกัน อีกทั้งอาหารก็ได้กินเพียงวันละหนึ่งมื้อ แต่นั่นก็ไม่ต่างอันใดกับเศษข้าวแข็งๆ ที่ซินซินกินอยู่ทุกวัน หากวันใดคุณหนูที่จวนใหญ่กินของคาวเหลือ นางถึงจะมีโอกาสได้กินผักกินเนื้อกับเขาบ้าง

 

"ด้านในเต็มหมดแล้ว จะเหลือเพียงตั่งหน้าเรือนเท่านั้นที่เจ้านอนได้ วางของนั่นไว้แล้วตามข้ามา" มู่หลัน หัวหน้าฝ่ายซักล้างตอบด้วยความเกรี้ยวกราด ในจวนแห่งนี้ไม่มีใครทำดีกับซินซินเพราะรู้ดีว่านายท่านรังเกียจคุหนูผู้นี้อย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ หากไม่มีม่านโหรวหัวหน้าบ่าวรับใช้ ซินซินคงไม่ต่างกับภูตผีที่อยู่อาศัยในจวนนี้

 

เด็กน้อยไม่ตอบโต้เพียงวางของตนที่ถือมาแล้วเดินตามมู่หลันไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งนางชาชินเสียแล้วกับวิธีที่ทุกคนปฏิบัติต่อนางไม่ต่างกับหมูหมาตัวหนึ่ง ซินซินเดินตามสาวใช้ไปเพื่อทำความรู้จักบ่าวอีกหลายคนที่ทำหน้าที่ในแผนกนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครแม้แต่จะเหลือบตามองนางด้วยซ้ำ เสื้อผ้าที่นางใส่ยังแย่กว่าสาวใช้หลายเท่าจะนับนางเป็นอะไรได้

 

แม้ร่างเจ็บปวดจากบาดแผลที่ถูกทุบตีแต่ซินซินก็ไม่พูดอันใดออกมา ใครจะเห็นใจนางหรือ ย่อมไม่มีอยู่แล้วจึงไม่ประโยชน์ที่จะพร่ำบ่น ตั้งแต่มีคำสั่งจากตงติงเหลียนให้ซินซินเป็นเพียงบ่าวคนหนึ่ง ชะตากรรมของซินซินในจวนก็ยิ่งเลวร้ายลงมากกว่าเดิม

 

ทุกวันผ่านไปด้วยความลำบาก ฟ้าสว่างนางต้องทำงานไม่หยุด ฟ้ามืดก็ต้องนอนเหน็บหนาวนอกเรือนทั้งยังต้องอดทนกับยุงและแมลงกัดจนเป็นตุ่มหนองไปทั้งแขนขา

ไม่กี่ราตรีผ่านไปในขณะที่ซินซินซักผ้าอยู่ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้ขนแขนของนางตั้งชันดังมาแต่ไกล 

"ใครเป็นผู้ซักชุดนี้ให้ข้า"น้ำเสียงแสบแก้วหูของฮูหยินอี้เปียว บ่งบอกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา บ่าวในแผนกซักล้างได้แต่คุกเข่าตัวสั่นงันงก ความร้ายกาจของฮูหยินเป็นที่กระจ่างแจ้ง วันนี้ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเจ็บตัวแน่นอน

 

"ฝีมือนังเด็กนั่นเจ้าค่ะฮูหยิน" มู่หลันรีบรายงานเท็จทั้งที่จริงตนเองเป็นผู้รับผิดชอบชุดของฮูหยินทั้งหมดนั้น 

 

"นางตัวซวยอยู่ตรงไหนก็มีแต่สร้างความเดือดร้อน เศษสวะอย่างเจ้าเลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุกเสื้อผ้าชุดนี้ของข้ามีค่ามากกว่าชีวิตเจ้าจำไว้! จิกหัวมันมาข้าจะตบมันให้หายแค้น" อี้เปียวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ

มู่หลันรีบจิกผมของซินซินแล้วผลักนางให้ล้มลงเบื้องหน้าฮูหยินอี้เปียว ดีที่นังเด็กนี่ไม่เถียงหรือพูดมากมิเช่นนั้นนางคงต้องซวยเอง

"เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! พลั่ก! พลั่ก! ผัวะ!"

 

ฮูหยินอี้เปียวทั้งตบทั้งตี เตะเข้าไปกลางลำตัวซินซินนับครั้งไม่ถ้วน บ่าวคนอื่นๆ ได้แต่นั่งก้มหน้า ส่วนคนถูกตีทั้งกรีดร้องหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดทรมาน เมื่อทุบตีเด็กน้อยจนสาแก่ใจแล้ว อี้เปียวก็ก้มลงไปกระซิบข้างหูซินซิน ทั้งยังเอาเท้าเหยียบบนมือเล็กๆ นั้นจนได้ยินเสียงดัง "กร๊อบ!"

 

"รีบตายตามแม่ของเจ้าไปซะ อย่าให้ข้าต้องเสียแรงลงมืออีก คิดว่าใบหน้านี้จะทำให้ใต้เท้าลุ่มหลงเหมือนแม่เจ้าหรือนังโง่ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะกำจัดเจ้าให้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนกับแม่ของเจ้างัยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ " อี้เปียวหัวเราะดังลั่น

ซินซินมีประกายความโกรธแค้นผ่านทางสายตาออกมาแวบหนึ่ง นางลอบกำหมัดที่บวมเป่งภายใต้แขนเสื้อแต่ก็ไม่ปริปากพูดสิ่งใดออกมา ทว่าในใจซินซินกำลังกู่ก้อง ร้องตะโกน ฮูหยินฆ่าแม่ข้า! มารดาไม่ได้ทอดทิ้งนางไปมีชู้เหมือนที่ใครต่อใครกรอกหู หัวใจของเด็กน้อยเต้นรัว เลือดในอกร้อนรุ่มราวจะมอดไหม้

"สักวันเจ้าทุกคนจะต้องชดใช้" ซินซินพูดรอดไรฟันออกมาเสียงแผ่วโดยมิให้ใครได้ยิน

เย็นวันนั้นเมื่อถึงเวลาอาหารซินซินได้กินเพียงข้าวไหม้ติดก้นหม้อเปล่าๆ มาครึ่งชามเนื้อตัวที่ระบม ใบหน้าและมือบวมเป่งจนเห็นได้ชัดแทบไม่มีแรงแม้แต่จะตักข้าวเข้าปากตนเอง

 

"กินข้าวหมดแล้วกินยานี่เสีย ข้าต้มมาให้เจ้า" ม่านโหรวเดินลัดเลาะมาจากเรือนใหญ่ เมื่อได้รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นก็รีบไปต้มยามาให้ซินซิน นางเองก็ไม่กล้าช่วยออกหน้า หากมีใครคาบข่าวไปรายงานฮูหยินหรือนายท่านนางก็จะพลอยเดือดร้อนตามไปด้วย

 

"ขอบคุณท่านป้า" ซินซินฝืนกินข้าวทั้งแข็งทั้งไหม้ลงท้องแล้วรีบดื่มยาทันที ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า

"เด็กน้อยขืนเจ้าอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่ทันได้เติบใหญ่เจ้าคงไม่รอดแน่ ข้าก็แก่ชราแล้วทั้งไม่มีปัญญาปกป้องเจ้า" ม่านโหรวลูบศรีษะซินซินด้วยความอ่อนโยน สภาพเด็กคนนี้แทบไม่ต่างกับขอทานข้างถนน ซ้ำร้ายร่างกายยังมีแต่ร่องรอยบาดแผลเต็มไปหมด มีวันไหนบ้างเล่าที่นางไม่ถูกทุบตี ทุกวันคืนซินซินต้องทุกข์ทนเสมือนตายทั้งเป็นความอบอุ่นของบิดา มารดาก็ไม่เคยได้รับ หัวใจของเด็กน้อยจะทนบอบช้ำได้อีกนานเท่าใดกัน

"ข้าอยากหนีแต่ก็กลัว ที่ข้าทนอยู่เพราะไม่มีที่ให้ข้าไป ใต้เท้าก็ไม่นับข้าเป็นลูก ท่านแม่ก็จากไปแล้ว มีแต่คนดูถูกดูแคลนข้า หาใช่ข้าอยากอยู่ที่นี่ เพียงแต่ไม่รู้จะไปที่ใดเท่านั้น"

ซินซินวางถ้วยยาด้วยมือสั่นเทา หาใช่นางไม่อยากหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ นางทั้งหวาดกลัว ทั้งโกรธแค้น แต่นางมีอายุเพียงเก้าปีจะเอาตัวรอดจากโลกกว้างใบนี้ลำพังได้อย่างไร

 

"ซินซิน ป้าจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้เจ้าได้ฟัง มีม้าป่าตัวหนึ่งที่บ้านเศรษฐีได้เลี้ยงไว้ตั้งแต่มันยังเด็ก วันหนึ่งมันบาดเจ็บจนใช้งานไม่ได้ เศรษฐีผู้นั้นคิดจะกำจัดมันทิ้ง จึงให้บ่าวไพร่จับม้าป่าตัวนั้นโยนลงไปในบ่อขยะที่ทั้งแคบทั้งลึก โดยคิดว่ามันจะอดตายไปเอง ม้าป่าตัวนั้นคราแรกก็คิดยอมแพ้ ทุกวันที่มีคนมาทิ้งขยะลงบ่อยิ่งทำให้มันรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เมื่อขยะนั้นท่วมสูงขึ้นทุกวัน เสมือนกับความทุกข์ยากนั้นเป็นบันไดให้มันเหยียบย่ำเพื่อไปสู่ปากบ่อ อุปสรรคที่เจ้าเจอในวันนี้ ก็เปรียบเหมือนบันไดที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งในภายหน้า จงอย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาเข้าใจหรือไม่? "

ม่านโหรวกุมมือที่บวมเป่งของซินซินแล้วลูบเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

"เช่นนั้นข้าจะกำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวเอง ข้าจะหนีออกไปจากที่นี่ ไปตายเอาดาบหน้า ท่านป้าหากข้ารอดไปได้ เมื่อเติบใหญ่ข้าจะกลับมาแก้แค้นให้ท่านแม่ แล้วพาท่านไปอยู่เสียด้วยกัน"

 

นัยน์ตาหงส์ของซินซินเป็นประกาย วันนี้เมื่อได้รู้ความจริงว่าฮูหยินอี้เปียวสังหารมารดาความรู้สึกที่เคยอ่อนแอตลอดมาก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บแค้น หากยังจำนนต่อชะตาชีวิตเยี่ยงนี้ นอกจากทวงคืนความยุติธรรมให้มารดาไม่ได้ ชีวิตของนางก็ใช่จะรอดเงื้อมือของฮูหยินอี้เปียว 

 

​​​​"ถ้าเจ้าตัดสินใจดีแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะนำเงินที่เก็บออมไว้มาให้เจ้า ถึงจะมีเพียงไม่กี่ตำลึง แต่ก็น่าจะพอต่อลมหายใจเจ้าได้อีกพักใหญ่ คืนนี้เจ้าก็พักผ่อนเสียเถิด" ม่านโหรวช่วยห่มผ้าที่ทั้งเก่าทั้งขาดให้ซินซินนอนบนแคร่หน้าเรือน นางได้แต่ลอบปาดน้ำตา เด็กคนนี้ช่างน่าเวทนานัก นางควรไปจากที่นี่ นั่นเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว 

 

เรือนอู่หลาน

"ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวไปแอบฟังมาได้ยินว่าแม่บ้านม่านโหรวจะให้เงินซินซินหนีไปเจ้าค่ะ" มู่หลันที่ซุ่มอยู่ข้างเรือนนอนรีบคาบข่าวมาฟ้องอี้เปียวหลังจากม่านโหรวกลับไป

"มันกล้าหรือ? เจ้าไปจับนังเด็กนั่นไว้ที่ห้องเก็บฟืนก่อน พรุ่งนี้ข้าจะจัดการมัน ส่วนหัวหน้าแม่บ้านข้าจะให้ท่านพี่ลงโทษแก่ไม่อยู่ส่วนแก่"

"เจ้าค่ะฮูหยินบ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ" มู่หลันเดินกลับไปที่เรือนแล้วให้สาวใช้อีกสองนางจับซินซินไปขังที่ห้องเก็บฟืน นางเท้าเอวส่งสายตาหยามเหยียดให้เด็กตัวน้อยด้วยความดูถูก

"เจ้าสองคนลากตัวเด็กนั่นไปไว้ที่ห้องเก็บฟืนรอพรุ่งนี้ฮูหยินจะมาลงโทษ คิดจะอู้งานตัวแค่นี้อยากหนีออกจากจวนจะไปได้กี่น้ำ ถุย! "

 

ซินซินได้ยินคำว่าหนีออกนอกจวนก็ใจกระตุก หมายความว่าฮูหยินกับบิดาต้องรู้เรื่องนี้แล้วเป็นแน่ ตัวนางเองถูกทุบตีนั้นไม่นับเป็นอะไร แต่ท่านป้าแก่ชราแล้วจะถูกลงโทษรึไม่ นางเป็นห่วงเรื่องนี้ที่สุด

เช้าวันต่อมา ในจวนสกุลตง ผู้คุมกฏก็นำเก้าอี้ตัวยาวมาวางรอรับคำสั่งลงโทษม่านโหรวหญิงชราผู้รับใช้คนในจวนนี้มาหลายสิบปีย่อมรู้ตัวดีว่ากำลังเผชิญกับเรื่องอันใด นายท่านมิใช่คนใจดีมีเมตตา นางควรระวังตัวมากกว่านี้ หากซินซินอยู่ในเรือนตนเองเช่นแต่ก่อน ต่อให้แอบไปสอนอ่านเขียนเป็นชั่วยามก็ไม่มีใครรู้ เพราะเรือนนั้นไม่มีบ่าวไพร่ แต่ในเรือนซักล้างนั้นย่อมต่างออกไป

 

"พานังเด็กนั่นมา" ตงติงเหลียนสั่งด้วยน้ำเสียงกึกก้องชวนให้คนฟังหวาดผวา

 

ฮูหยินอี้เปียวยืนอยู่ด้านข้างถึงกับลอบแสยะยิ้ม "ท่านพี่ถ้ามันอยากไปก็ไล่มันให้ไปเป็นขอทานข้างถนน ตัดชื่อมันออกจากตระกูลเราเสีย เลี้ยงไว้ก็รกหูรกตาเสียเปล่าเจ้าค่ะ" 

ในใจของอี้เปียวอยากกำจัดซินซินมานานแล้ว คราแรกเพียงคิดจะทรมานไปเรื่อยๆแต่เมื่อซินซินเริ่มเติบโตก็เริ่มฉายแววความงดงามออกมา นั่นทำให้อี้เปียวไม่ต้องการไว้ชีวิตซินซินอีกต่อไป หากนังเด็กนั่นไปเป็นขอทานไม่นานก็ต้องอดตาย นางไม่ต้องคิดแผนให้มากความ ทั้งยังไม่ต้องเกรงบ่าวไพร่จะปากมาก นั่นถือว่าจัดการซินซินได้ โดยไม่ต้องออกแรง

"ความคิดเจ้าเข้าที ให้มันไปเป็นขอทานข้างนอกจะได้ไม่มีตัวเสนียดรกหูรกตาข้าอีกต่อไป"  ต้าตงเหลียนใบหน้าเขียวคล้ำมือทั้งสองของเขากำแน่น นังเด็กใฝ่ต่ำมารดาก็เป็นนางแพศยาสมควรแล้วที่ต้องอดอยากตายไปอย่างโดดเดี่ยว

​​​​​

 

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 8 ลงโทษ(ต่อ)

    ซินซินเมื่อได้แช่น้ำที่ครุกรุ่นไปด้วยไอร้อน ก็พอมีแรงเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเห็นชัดๆ ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ใดนางก็ตกใจแทบสิ้นสติไปอีกครา"นายน้อยทะ ท่าน" เสียงแว่วหวานไม่ทันได้ประท้วงการกระทำของบุรุษเบื้องหน้า นางกลับถูกอุ้มขึ้นมานั่งซ้อนลงบนตักแกร่งที่เปล่าเปลือยของคนที่นางหวาดกลัวที่สุด"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น หากไม่อยากหนาวตายก็นั่งนิ่งๆ อย่าขยับเขยื้อน" จิ้นฝานตอบด้วยเสียงแหบพร่า ไม่พูดเปล่าเขายังซุกไซร้สูดดมเนื้อหนังของโฉมงามอย่างย่ามใจ สองมือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่มที่เปลือยเปล่าช้าๆ แม้มิมีสิ่งใดเกินเลยกว่านั้นแต่หัวใจของซินซินกลับเหมือนจะทะลักออกมาจากอก นางรู้สึกวาบหวิวคล้ายถูกจับโยนลงเหว แต่ทว่าอีกนัยหนึ่งกลับปรารถนาความรู้สึกนี้จนมิอาจขัดขืนค่ำคืนนั้นเสี่ยวฝูเดินมาส่งซินซินที่เรือน หลังจากนายน้อยลุกออกมาจากอ่างน้ำ ก็มีเพียงสาวใช้นำอาภรณ์มาให้นางเปลี่ยน จิ้นฝานไม่พูดสิ่งใดทิ้งท้าย เขาออกไปจากเรือนเงียบๆ ทั้งไม่อธิบายการกระทำของเขาเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้ซินซินวิตกจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน นางทำสิ่งใดผิดอีกหนอ นายน้อยรังเกียจนางแต่กลับมาใกล้ชิดนาง หรืออาจเป็นเพราะกลัวนางหนา

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 7 ลงโทษ

    สี่ฤดูผันผ่าน สายลมหนาวพัดโชยอากาศพลันหนาวเหน็บเย็นยะเยือก สรรพสิ่งรอบกายล้วนจมอยู่ใต้หิมะขาวโพลน เป็นเวลาถึงหกปีแล้วนับจากซินซินมาอยู่ที่จวนแห่งนี้ตลอดหลายปีนางต้องฝึกเล่าเรียนอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นบทกวี แต่งโคลงกลอน ร่ายรำ ดีดพิณ หรือแม้แต่วรยุทธ์ที่อาจารย์บอกว่านางสามารถใช้วิชาตัวเบาได้ดีไม่แพ้ผู้ใด หากแต่การต่อสู้นั้นมิค่อยคืบหน้า เรี่ยวแรงจับกระบี่ของนางมิไปถึงไหน ท่านอาจารย์จึงมุ่งเน้นวิชาหลบหนีให้นางเสียมากกว่า ซึ่งนั่นก็ถูกใจซินซินมาก นางไม่มั่นใจที่จะจับกระบี่ฟาดฟันใครทั้งนั้น"ซินซิน เจ้าจะใช้สายตาเยี่ยงนี้มองบุรุษมิได้ปีนี้เจ้าก็สิบหกปีแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ไปทำงานที่หอนารีแดง แต่พื้นฐานเรื่องกิริยามัดใจบุรุษเจ้าก็ควรเริ่มเรียนรู้ไว้" อวี้เจิน ใช้ด้ามไม้ยาวเคาะไปที่มือซินซิน นางกำลังสมมุติว่าตนเองเป็นบุรุษรอให้ซินซินรินสุราให้อยู่ด้านข้าง"พี่อวี้เจิน ข้าเอาใจมิเป็นนี่เจ้าคะ อีกอย่างท่านก็เป็นสตรีจะให้ข้าทอดสายตาให้ได้อย่างไร มันแปลกๆ เจ้าค่ะ" นัยส์ตาหงส์คู่งามส่งสายตาหยอกล้อกลับไป นางทำทุกอย่างได้ดีเยี่ยมก็จริง จะมีก็แต่กิริยาชดช้อยเท่านั้นที่ฝืนใจเหลือเกินอวี้เจิน

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 6 สั่งสอน

    คนตัวเล็กถึงกับตัวสั่นนางก้าวออกมาจากหลังจิ้นหลงด้วยความหวาดกลัว"ต่อไปหากเจอปัญหาเจ้าจงเลือกวิธีรับมือตามนี้ หนึ่งยอมเป็นพวกเขา สองทำให้เขามาเป็นพวกเจ้า สามหาคนมาเป็นพวก สี่แสดงพลังให้เหนือกว่า ห้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหาทางหนี หกเพิกเฉยยอมให้ถูกกระทำ ข้อหกมิใช่วิธีแก้แต่เป็นวิธีที่เจ้าใช้มาตลอด ซินซิน เป็นคนของข้าต้องรู้จักสู้ ต้องฉลาดทันคน ข้าไม่เลี้ยงคนอ่อนแอไร้ประโยชน์" จิ้นฝานน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซินซินที่กลัวตนเองจนหัวหด"ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะ" ซินซินคิดตามทุกประโยค นายน้อยพูดถูกเพราะความอ่อนแอทำให้นางมีชะตากรรมเช่นนี้ หากต้องการอยู่รอดนางต้องเข้มแข็งเท่านั้น หนี้แค้นที่ยังต้องสะสางอีกเล่าจะปล่อยให้ตัวเองตายง่ายๆ ได้อย่างไร"ต่อไปมาฝึกยุทธ์พร้อมจิ้นหลงทุกวัน หากแต่พรุ่งนี้ไปแก้ปัญหาที่หอนารีแดงเสียก่อน นอกจากนี้เจ้าต้องฝึกวาดรูป เรียนพิณร่ายรำ เมื่อถึงวัยอันสมควรข้าจะให้เจ้าไปเป็นคณิกาที่หอนารีแดงส่วนจะได้ขายตัวรึความสามารถนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้า""พี่ใหญ่!! " จิ้นหลงที่ฟังอย่างใจเย็นมาตลอด เมื่อได้ยินว่าจิ้นฝานต้องการให้ซินซินเป็นนางโลมที่หอนารีแดงเขาถึงกับหน้าเปลี่

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 5 หอนารีแดง

    ซินซินถูกเรียกตัวให้มาพบจิ้นฝานโดยมีเสี่ยวฝูมารอรับถึงหน้าเรือน เพราะสถานที่ ที่นายน้อยให้ไปพบอยู่ในเขตหวงห้าม ทางที่จะไปนั้นซินซินไม่เคยย่างกายผ่านมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีผู้นำทางเมื่อเดินผ่านกำแพงสูงของจวนมาระยะหนึ่งก็พบเข้ากับป่าไผ่รกครื้มไม่มีเส้นทางเดินให้มองด้วยซ้ำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็แทบมองไม่เห็นแสงตะวัน ตั้งแต่ซินซินฟื้นขึ้นมา นางไม่เคยถามว่าจวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกลึกลับ แม้แต่เวลาออกไปเที่ยวเล่นกับคุณชายรอง นางก็จะถูกปิดตาก่อนเสมอ ผ่านไปเป็นชั่วยามแล้วชั่วยามเล่าจิ้นหลงถึงเปิดผ้าปิดตานั้นออก นางถึงได้มีโอกาสได้เห็นตลาดที่ครึกครื้นนั่น แต่ก็มิเคยกล้าถามแม้แต่ชื่อของเมืองที่อยู่ หากไม่มีคนบอกนาง เหตุใดนางต้องทำตัวสอดรู้ด้วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้ซินซินรู้ว่าทำตัวเช่นไรถึงจะอยู่รอดปลอดภัยเดินมานานเกือบชั่วยามเด็กน้อยก็เริ่มเดินต่อไปไม่ไหว จากที่เงียบมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะถามเสี่ยวฝู"อีกไกลแค่ไหนเจ้าคะพี่เสี่ยวฝู ข้าปวดขาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เด็กน้อยทรุดตัวนั่งลงนางปาดเหงื่อที่ผลุดพรายเต็มใบหน้าอย่างหมดแรง"จวนด้านหน้าที่พวกเราอยู่ไม่ใหญ่โตนักแต่เขตหวง

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 4 หอนารีแดง

    ทางเดินที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นสนสูงตระหง่าน ลดเลี้ยวไปมาทั้งมีกำแพงหนาอีกสองชั้นที่ต้องใช้กุญแจออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าไปไขแต่ละประตูให้เปิดออกหลังจากใช้เวลาเดินเป็นก้านธูปจากเรือนของซินซินก็ยังไม่เห็นหอนารีแดงที่สร้างหลบซ่อนไว้ในจวนแห่งนี้ นางได้แต่คิดในใจ ขนาดหอนารีแดงยังหายากแล้วหอพยัคฆ์ดำเล่า หลบอยู่มุมไหนกันแน่"พี่เสี่ยวฝู เหตุใดที่นี่จึงลึกลับนักเจ้าคะ? " ซินซินที่ปาดเหงื่อมาตลอดทางเพราะอากาศร้อนอบอ้าว และระยะทางที่ดูไม่สิ้นสุดเสียที ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ"เพราะนายท่านมิให้คนนอกรู้อย่างไรเล่าว่าเบื้องหลังสำนักเรายิ่งใหญ่เพียงใดทั้งสองกิจการนี้มีเพียงขุนนางที่สนิทกับนายท่านเท่านั้นที่รู้เห็นด้วย""หากยิ่งใหญ่ตามท่านว่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนรู้แต่กลับปิดบังไว้เพราะอันใดเจ้าคะ?""เรื่องผลประโยชน์บ้านเมืองเจ้ามิเข้าใจหรอกเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง" เสี่ยวฝูเลี่ยงที่จะบอกความจริงเด็กน้อยเพราะคิดว่าเหตุผลนั้นซับซ้อนเกินกว่าซินซินจะเข้าใจ นางเพิ่งมาอยู่จวนนี้ได้ไม่กี่เดือน ที่ได้ผ่านด่านเข้าเขตหวงห้ามก็นับว่าได้รับความไว้ใจเหลือคณาแล้วเสียงน้ำตกแว่วดังแต่ไกลเมื่อเดินต่อไปอ

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

    เรือนหม่าลุ่ย"นายท่าน นายน้อย ซินซินมาแล้วขอรับ"เสี่ยวฝูเดินนำมาก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปยืนด้านข้าง"คาระวะนายท่าน คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" ซินซินยอบกายคำนับด้วยกิริยาอ่อนน้อม นางมองไปที่จิ้นฝานแวบหนึ่งพลันสะดุดในใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ นายน้อยรูปร่างสง่างาม ซ้ำยังหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาที่มองมานั้นสุดแสนเยือกเย็นทั้งยังชักสีหน้าถมึงทึงใส่นาง"ซินซิน เจ้าผอมบางไปหน่อยข้าจะบอกแม่ครัวให้เพิ่มเนื้อเยอะๆ เจ้าจะได้แข็งแรงกว่านี้ จิ้นหลงบุตรคนรองของข้ายังไม่กลับมาจากตลาด คงไปเที่ยวเตร่ตามประสาอีกสามวันเจ้าค่อยเริ่มเรียนกับจิ้นหลงเตรียมตัวให้ดี"โจวจิ้นจงเห็นซินซินก็นึกเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ถึงจะผอมบางไปหน่อย แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายงดงาม นางมีจมูกโด่งรับกับใบหน้า ปากกระจับสีชมพูอ่อนซ้ำเวลาพูดยังมีรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง หากถูกเลี้ยงดูอย่างดีโตไปคงไม่พ้นต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินยิ้มกว้างนางตื่นเต้นดีใจที่สุด"อย่าเพิ่งลำพองไป ข้าจะบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่สามารถทำให้น้องข้าตั้งใจเรียนได้ ข้าจะขายเจ้าทิ้งไปเสีย อย่าคิดว่าข้าให้กินดีอยู่ดีง่ายๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status