Partager

บทที่ 2 กำจัด

last update Date de publication: 2026-11-04 11:47:54

ตงซินซินถูกนำตัวมาที่ลานหน้าเรือนอู่หลานภาพเบื้องหน้าทำเอานางหน้าซีดเผือดม่านโหรวถูกจับให้นอนคว่ำอยู่บนเก้าอี้ยาวมือเท้าถูกมัดตรึงมิให้ขยับกาย​​​​​

"ท่านป้า" เด็กน้อยสะบัดแขนที่ถูกควบคุมไว้ให้หลุดออก นางรีบวิ่งตรงไปที่ม่านโหรวโดยไม่สนสายตาผู้ใด 

"หนีไป!" คำสั่งเสียสุดท้ายที่นางได้ยิน ก่อนที่ตงติงเหลียนจะออกคำสั่งให้โบยหญิงชราต่อหน้าบุตรสาวที่เขาแสนรังเกียจ

ม่านโหรวถูกโบยไม่ถึงยี่สิบไม้นางก็ทนไม่ไหว ขาดใจตายในที่สุด ซินซินกรีดร้องโหยหวนเป็นที่น่าเวทนานัก ท่านป้าเป็นผู้เดียวในชีวิตที่ดีกับนาง การที่เห็นม่านโหรวถูกโบยจนตายต่อหน้าทำให้ความอดทนของดรุณีน้อยมาถึงขีดสุด

"ดูไว้ซะที่นางต้องตายก็เพราะเจ้า เจ้ามันตัวซวยอยากออกไปนักหรือได้!ออกไปแต่ตัวแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก จะไปตายที่ไหนก็ไป เด็กๆ ลากมันออกไปทิ้งนอกจวน ห้ามผู้ใดพูดถึงนังเด็กเลวนี่อีก มันไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยวกับข้า" ตงติงเหลียนประกาศก้อง

"กลับมาเหยีบบที่นี่งั้นหรือ? ที่นี่มีสิ่งใดที่ข้าต้องอาลัยอาวรณ์ ท่านเลี้ยงดูข้าอดๆ อยากๆทรมานข้ามิเว้นวันตั้งแต่เด็กจนโต ท่านแม่ถูกฆ่าตายก็หาว่าหนีไปกับชู้ ข้าขอสาปแช่งไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าทุกคนจงพินาศย่อยยับ ต่อให้ตายข้าก็จะจองเวรทุกภพทุกชาติ"

ซินซินตะโกนความแค้นนี้ออกมาอย่างเหลืออด นัยน์ตานางมีประกายความดุร้ายออกมาชัดเจน ทั้งจ้องไปที่ตงติงเหลียนและอี้เปียวด้วยความอาฆาต

"บังอาจ จับมันไปกดน้ำให้ตายแล้วเอาไปโยนทิ้ง กล้าแช่งข้านังเด็กชั่ว ชั่วเหมือนมารดาของมันไม่มีผิด ใครฆ่าแม่เจ้า นางหนีไปกับชู้ต่างหาก สารเลวทั้งแม่ทั้งลูก เอามันไปให้พ้นหน้าข้า" เวลานี้ตงติงเหลียนโกรธจนตัวสั่นเขาอยากจะขย้ำซินซินให้ตายคามือตัวเองเสียด้วยซ้ำ

"ถ้าท่านพี่อนุญาตน้องจะสั่งสอนมันเองเจ้าค่ะ" อี้เปียวได้โอกาสกำจัดซินซินโดยไม่ต้องหลบซ่อนจึงรีบเสนอตัวทันที

"ได้! ข้ามอบนังเด็กนี่ให้เจ้า จะฆ่าด้วยวิธีใดก็สุดแล้วแต่เจ้าจะลงมือ" ตงติงเหลียนไม่เหลือบไปมองซินซินแม้แต่น้อย เขาหมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่ไยดี

ค่ำคืนนั้นในขณะที่ซินซินร้องไห้จนเผลอหลับไปในห้องเก็บฟืน เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู นางก็สะดุ้งตื่น เด็กน้อยถูกบุรุษร่างใหญ่สองคนกดเอาไว้ ก่อนจะฉุดกระชากนางเข้าไปในป่าลึก ไม่มีการขัดขืนเพราะซินซินรู้ว่าในตอนนี้ต่อให้ดิ้นรนไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งโรงซักล้างเป็นสถานที่กันดาร ร้องตะโกนไปใครจะได้ยิน และต่อให้ได้ยินใครเล่าจะกล้ายื่นมือมาช่วยนาง

อี้เปียวยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าที่ร้ายกาจกอปรกับเสื้อคลุมหนังเสือที่พาดคลุมอยู่บนตัว นางจับจ้องที่ซินซินเสมือนมองสุนัขตัวหนึ่งที่ไร้ทางสู้

"จะโทษว่าข้าใจคออำมหิตก็ไม่ได้ เจ้ามันเป็นตัวน่ารังเกียจที่ไม่มีใครต้องการเอง"หลังจากพูดจบ อี้เปียวก็ยกมือขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของเด็กน้อย แรงตบนี้ถึงกับทำให้เลือดกลบปากเล็กๆ ของซินซินทีเดียว หน้าของซินซินหันไปด้านข้างตามแรงตบ นางกัดริมฝีปากแน่น ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คืออดทน ทำอย่างไรก็ได้เพียงให้มีชีวิตรอด

"คนไร้ค่าอย่างเจ้า ไม่รู้มีชีวิตอยู่มาจนทุกวันนี้ได้อย่างไร ถ้าข้าเป็นเจ้าล่ะก็คงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว"

อี้เปียวยืนด่าทออยู่ครู่ใหญ่นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าโทสะที่มีอยู่นั้นยังไม่คลายลง นางจึงดึงเอาแส้ออกมาจากแขนเสื้อของตน และในอึดใจต่อมา "เพียะ.."

แส้ของอี้เปียวก็ฟาดลงไปที่อกของซินซินผ้าเก่าๆ ของเสื้อขาดออกเป็นชิ้นๆ รอยเลือดสีแดงสดเส้นหนึ่งปรากฏอยู่หน้าอี้เปียว และเศษชิ้นส่วนของผ้านั้นก็ผสมไปด้วยเนื้อและเลือดเมื่อแส้นั้นได้เฆี่ยนลงไปเต็มแรง

เด็กน้อยถึงกับกระอักเลือดออกมา ร่างกายนางกระเด็นตามแรงแซ่จนฟุบไปด้านหนึ่ง เจ็บ! เหมือนมีไฟแผดเผาอยู่บนอกก็มิปานตั้งแต่เล็กจนบัดนี้ แม้จะถูกทุบตีจนบอบช้ำแต่นางยังไม่เคยถูกฟาดด้วยแส้เช่นนี้

"เพียะๆๆ ..." เสียงของแส้ก้องกังวานอยู่ในหู อี้เปียวฟาดแส้ในมือตนเองอย่างบ้าคลั่งนางเฆี่ยนตีซินซินไปสิบกว่าครั้ง ทุกๆ ครั้งนั้นเจ็บจนถึงกระดูก แต่ซินซินกลับไม่ขยับทั้งยังไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย ซินซินเจ็บปวดแทบขาดใจ เด็กอายุเพียงเก้าปี เพียงแส้เดียวก็เกินรับไหว แต่นางยังแข็งใจ คิดแค่ว่าจะต้องมีชีวิตรอดแค้นนี้ข้าต้องเอาคืนอย่างสาสม!

"จับมันไปโยนทิ้งให้เป็นเหยื่อสัตว์ป่าที่หิวโหยเสีย มันจะได้ไม่ตายเปล่าฮ่าๆๆๆ "

อี้เปียวหัวเราะด้วยความสะใจซินซินก็เหมือนหนามยอกอกอี้เปียว มารดาของนางทำให้ตงติงหลียนลุ่มหลงจนอี้เปียวริษยา ตั้งแต่มารดาของซินซินเข้ามาอยู่ในจวน ตงติงเหลียนก็ไม่เคยแวะมาที่เรือนนางหรืออนุคนอื่นอีกเลย มันต้องวางยาเสน่ห์ใช้เล่ห์กลหลอกล่อท่านพี่เป็นแน่ ขืนให้มีชีวิตอยู่ต่อไปตำแหน่งฮูหยินของอี้เปียวย่อมต้องสั่นคลอน อีกทั้งใบหน้าของมารดาซินซินก็งดงามดั่งหยกสลัก ทำให้อี้เปียวยิ่งเกลียดชังมากขึ้นไปอีก

บ่าวรับใช้ร่างใหญ่สองคนลากตัวซินซินไปที่เกวียน ลมหายใจที่รวยรินนั้น ไม่มีแรงแม้แต่จะปรือตาขึ้นมามองว่าตนเองถูกนำไปทิ้งไว้ที่ใด ร่างเด็กน้อยสลบไสลเลือดท่วมกายถูกจับโยนทิ้งไว้ท่ามกลางป่าลึก

 

บุรุษในชุดคลุมตัวยาวสีนิล กำลังยืนนิ่งๆ บนกิ่งไม้ มุมปากเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย หางตาหรี่ลงนิดๆ ขณะกำลังชมเรื่องสนุกตรงหน้า

"นายน้อย จะทำอย่างไรขอรับ?" เสี่ยวฝู องครักษ์ข้างกายโจวจิ้นฝานถามนายตน

 

"พานางกลับไปที่จวน" โจวจิ้นฝานออกคำสั่งอย่างไม่ใส่ใจ

 

จิ้นฝานออกมาล่าสัตว์ได้สองวันแล้วเขาเบื่อที่ต้องอยู่แต่จวนเต็มที ไม่คิดว่าขณะที่กำลังซุ่มดักสัตว์ป่าจะได้มาพบเหตุการณ์นี้เข้าใจเขามิได้รู้ร้อนรู้หนาวที่ได้ช่วยเด็กใกล้ตายคนหนึ่ง เพียงแต่เผลอพูดไปโดยไม่คิด จึงต้องเลยตามเลย

 

จวนตระกูลโจว 

จิ้นฝานให้พ่อบ้านไปตามหมอมาดูอาการซินซิน ยามนี้เด็กตัวน้อยยังไม่ฟื้นทั้งยังมีแววว่าจะไม่รอด เมื่อสำรวจดูตามร่างกายท่านหมอถึงกับถอนใจออกมาเสียงดัง

"เห้อ! ทำไมใจร้ายกันเยี่ยงนี้ เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งมีแต่บาดแผลฉกรรจ์ไปทั้งร่างซ้ำขาดอาหารจนเหลือแต่กระดูก นางเป็นเด็กที่น่าสงสารเหลือเกิน"

"นางจะตายรึไม่? " จิ้นฝานถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาอุตส่าห์ให้เสี่ยวฝูแบกนางมาจะมาตายง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด

"ข้าน้อยจะรักษาอย่างสุดความสามารถนายน้อยมิต้องห่วงนางรอดแน่"

"ดี! ข้าไม่ช่วยใครเปล่าๆ หรอกนะ จะมารีบตายโดยที่ยังไม่ตอบแทนข้า ข้าไม่ยอมแน่"

พูดจบจิ้นฝานก็เดินออกไป ทิ้งให้ท่านหมอนั่งปาดเหงื่ออยู่คนเดียวโดยไม่แยแส    จิ้นฝานเป็นรองเจ้าสำนักนารีแดง ปีนี้เขาอายุย่างสิบเก้าปีแล้ว เขาเป็นบุรุษที่มีนัยน์ตาคมกริบ ทั้งใบหน้างดงามประหนึ่งภูตพรายใต้แสงจันทร์ แต่ด้วยนิสัยเย็นชาดุจน้ำแข็งไม่เคยเห็นหัวผู้ใด และหากใครทำให้ไม่พอใจจะโมโหร้ายจนทุกคนกลัวเกรง 

 

"ได้ข่าวว่าเจ้าเก็บเด็กสาวมาจากป่ารึ?" โจวจิ้นจง ผู้เป็นบิดาไถ่ถามบุตรชาย

"ขอรับท่านพ่อ"

"เห็นว่ายังอายุน้อยทั้งยังบาดเจ็บหนักถ้าหายดีแล้วก็ทำหนังสือขายตัวให้เสียจะให้มาเป็นสาวใช้หรือสหายร่วมเรียนกับน้องเจ้าก็ได้ รายนั้นตะเพิดอาจารย์จนไม่มีใครกล้ามาสอนแล้ว มีเพื่อนเสียหน่อยอาจทำให้ตั้งใจเล่าเรียนขึ้น"

 

"ข้าขอคิดดูก่อนขอรับ" จิ้นฝานยังไม่รู้จะทำอย่างไรกับซินซิน หากนางโง่ไม่รู้หนังสือคงให้ไปเป็นบ่าวไพร่หรือขายทิ้งเสีย  ถ้าพออ่านออกเขียนได้ค่อยให้ไปเป็นสหายร่วมเรียนกับจิ้นหลง

 

สามวันต่อมา ซินซินเริ่มรู้สึกตัวตื่นนางปรือตาที่หนักอึ้งมองไปรอบๆ ก็แปลกใจบรรยากาศรอบตัวที่ไม่คุ้นชิน กลิ่นหอมสะอาดของเครื่องนอน ผ้าห่มที่ให้ไออุ่น หมอนสีชมพูอ่อนนุ่มฟูไม่มีคราบสกปรก ต่างกับหมอนลีบแบนสีน้ำตาลคล้ำที่นางใช้หนุนนอนมาตลอดเก้าปี ที่นี่ราวกับสรวงสวรรค์สำหรับซินซิน หรือนางตายแล้วกันแน่!

 

"เด็กน้อยเจ้าฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรยังเจ็บอยู่มากรึไม่? " ท่านหมอคังเดินเข้ามาตรวจอาการ เมื่อเห็นว่าซินซินหันซ้ายหันขวาได้แล้วเขาก็เบาใจ หากนางไม่รอดนายน้อยต้องเอาเรื่องเขาแน่

"ข้ายังเจ็บเจ้าค่ะ ที่นี่คือที่ใดเจ้าคะท่านลุง"

"ที่นี่คือสกุลโจว เป็นจวนของใต้เท้าโจวจิ้นจง นายน้อยจิ้นฝานพบเจ้าที่ป่าลึกแล้วช่วยเจ้าไว้ เดี๋ยวข้าจะให้บ่าวนำโจ๊กมาให้เจ้า กินอะไรเสียหน่อยเถิด อีกไม่กี่วันก็หายดี"

 

น้ำเสียงเปี่ยมเมตตาของท่านหมอ ทำให้ผู้ฟังอบอุ่นใจอย่างประหลาด นอกจากท่านป้าแล้วไม่เคยมีใครพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

 

"ขอบคุณท่านลุงที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินเสียงสั่นเครือ น้ำนัยน์ตาล้นเอ่อแทบล้นออกตาหลังจากฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ซินซินก็ดีวันดีคืน นางได้กินอาหารอย่างดีครบสามมื้อ แม้แต่ชาก็มีรสชาดแสนวิเศษแบบที่นางไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนในชีวิต

 

เมื่อคืนก่อน เสี่ยวฝูเข้ามาสอบถามความเป็นมาของซินซิน เมื่อได้รู้ว่านางอ่านออกเขียนได้ จึงไปรายงานให้นายน้อยทราบ จิ้นฝานจึงตัดสินใจรับเลี้ยงนางไว้ในฐานะสหายร่วมเรียนของน้องชายเขา แต่ก็ยังมีหนังสือขายตัวเป็นบ่าวมาให้ซินซินลงนามประทับ เขาถือว่า เขาไม่เคยช่วยใครโดยไร้สิ่งตอบแทน และอย่าหวังว่าเขาจะปราณีหากนางทำตัวไร้ประโยชน์

 

ซินซินได้ย้ายมาอยู่ในเรือนเล็กหลังหนึ่งนางมีเสื้อผ้าชุดใหม่ กินอาหารอิ่มท้องมีเตียงนอนที่นุ่มสะอาด เท่านี้ก็เพียงพอให้เด็กตัวน้อยยิ้มสดใส นางตั้งใจจะตอบแทนความเมตตานี้อย่างสุดกำลัง จะให้นางเป็นวัวเป็นม้าหรือทำงานหนักก็ไม่เกี่ยง แค่เห็นนางเป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นนี้ นั่นก็ทำให้หัวใจและร่างกายที่ถูกเหยียบย่ำมาตลอดเป็นสุขแล้ว

 

"ซินซิน อีกหนึ่งเค่อ เจ้าตามข้าไปคาระวะนายท่านกับนายน้อย แต่งตัวให้เรียบร้อยเล่านายท่านจะได้เอ็นดู" เสี่ยวฝู่เดินมาที่เรือนซินซินหลังจากรับคำสั่งโจวจิ้นจง

 

"เจ้าค่ะพี่เสี่ยวฝู" เด็กหญิงตัวเล็กใจเต้นตึกตัก นางกำลังจะได้พบผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางแล้ว นายน้อยต้องเป็นคนอ่อนโยนใจดีเป็นแน่ ถึงได้ช่วยเหลือคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนางจากป่าเขา ที่นางได้กินอิ่มนอนสบายหลายวันมานี้ เป็นเพราะความเมตตาของนายน้อยแท้ๆ

 

"ท่านพ่อหากนางทำให้จิ้นหลงตั้งใจเล่าเรียนมิได้ข้าก็จะขายนางให้โรงค้าทาสเสีย ที่ให้กินนอนอย่างดีก็นับว่าข้าช่วยมากแล้วถ้าไม่ติดว่านางรู้หนังสือ ข้าไม่เก็บนางไว้หรอก"จิ้นฝานพูดพลางนั่งจิบชาอย่างไร้อารมณ์

 

"ดูนางไปก่อน หอนารีแดงของเราก็เปิดมานาน หากนางมีหน่วยก้านดีต่อไปก็ฝึกให้นางเป็นคณิกาที่นั่นเสียก็สิ้นเรื่อง เจ้าไม่ขาดทุนหรอกน่า" โจวจิ้นจงพูดไปโดยไม่คิด เขารู้จักบุตรชายดี หากไม่มีผลประโยชน์มาแลกเด็กที่น่าสงสารนั่นคงมีชะตากรรมไม่ต่างกับตอนมา

 

"ให้เป็นคณิกาหรือ? ท่านพ่อความคิดนี้ไม่เลวเช่นนั้นฝึกฝนนางเสียตอนนี้ก็ดีไม่น้อย หากเติบใหญ่แล้วหน้าตาพอใช้ข้าจะให้เป็น'เซ่อจี้' ถ้าดีหน่อยค่อยขัดเกลาให้เป็น'อี้จี'​​​​แต่ดูแล้วคงเป็นได้แค่นางโลมขายตัว"

 

ซินซินเด็กน้อยผู้ไม่รู้ว่าชะตากรรมของตนได้ถูกกำหนดไว้อีกครั้ง กำลังยิ้มร่าเริง นางเดินตามเสี่ยวฝูด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้พบผู้มีพระคุณที่ใจอารีในไม่ช้า หารู้ไม่ว่าคนผู้นั้นมิได้เป็นเทพเซียนอย่างที่นางคิด 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 8 ลงโทษ(ต่อ)

    ซินซินเมื่อได้แช่น้ำที่ครุกรุ่นไปด้วยไอร้อน ก็พอมีแรงเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเห็นชัดๆ ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ใดนางก็ตกใจแทบสิ้นสติไปอีกครา"นายน้อยทะ ท่าน" เสียงแว่วหวานไม่ทันได้ประท้วงการกระทำของบุรุษเบื้องหน้า นางกลับถูกอุ้มขึ้นมานั่งซ้อนลงบนตักแกร่งที่เปล่าเปลือยของคนที่นางหวาดกลัวที่สุด"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น หากไม่อยากหนาวตายก็นั่งนิ่งๆ อย่าขยับเขยื้อน" จิ้นฝานตอบด้วยเสียงแหบพร่า ไม่พูดเปล่าเขายังซุกไซร้สูดดมเนื้อหนังของโฉมงามอย่างย่ามใจ สองมือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่มที่เปลือยเปล่าช้าๆ แม้มิมีสิ่งใดเกินเลยกว่านั้นแต่หัวใจของซินซินกลับเหมือนจะทะลักออกมาจากอก นางรู้สึกวาบหวิวคล้ายถูกจับโยนลงเหว แต่ทว่าอีกนัยหนึ่งกลับปรารถนาความรู้สึกนี้จนมิอาจขัดขืนค่ำคืนนั้นเสี่ยวฝูเดินมาส่งซินซินที่เรือน หลังจากนายน้อยลุกออกมาจากอ่างน้ำ ก็มีเพียงสาวใช้นำอาภรณ์มาให้นางเปลี่ยน จิ้นฝานไม่พูดสิ่งใดทิ้งท้าย เขาออกไปจากเรือนเงียบๆ ทั้งไม่อธิบายการกระทำของเขาเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้ซินซินวิตกจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน นางทำสิ่งใดผิดอีกหนอ นายน้อยรังเกียจนางแต่กลับมาใกล้ชิดนาง หรืออาจเป็นเพราะกลัวนางหนา

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 7 ลงโทษ

    สี่ฤดูผันผ่าน สายลมหนาวพัดโชยอากาศพลันหนาวเหน็บเย็นยะเยือก สรรพสิ่งรอบกายล้วนจมอยู่ใต้หิมะขาวโพลน เป็นเวลาถึงหกปีแล้วนับจากซินซินมาอยู่ที่จวนแห่งนี้ตลอดหลายปีนางต้องฝึกเล่าเรียนอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นบทกวี แต่งโคลงกลอน ร่ายรำ ดีดพิณ หรือแม้แต่วรยุทธ์ที่อาจารย์บอกว่านางสามารถใช้วิชาตัวเบาได้ดีไม่แพ้ผู้ใด หากแต่การต่อสู้นั้นมิค่อยคืบหน้า เรี่ยวแรงจับกระบี่ของนางมิไปถึงไหน ท่านอาจารย์จึงมุ่งเน้นวิชาหลบหนีให้นางเสียมากกว่า ซึ่งนั่นก็ถูกใจซินซินมาก นางไม่มั่นใจที่จะจับกระบี่ฟาดฟันใครทั้งนั้น"ซินซิน เจ้าจะใช้สายตาเยี่ยงนี้มองบุรุษมิได้ปีนี้เจ้าก็สิบหกปีแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ไปทำงานที่หอนารีแดง แต่พื้นฐานเรื่องกิริยามัดใจบุรุษเจ้าก็ควรเริ่มเรียนรู้ไว้" อวี้เจิน ใช้ด้ามไม้ยาวเคาะไปที่มือซินซิน นางกำลังสมมุติว่าตนเองเป็นบุรุษรอให้ซินซินรินสุราให้อยู่ด้านข้าง"พี่อวี้เจิน ข้าเอาใจมิเป็นนี่เจ้าคะ อีกอย่างท่านก็เป็นสตรีจะให้ข้าทอดสายตาให้ได้อย่างไร มันแปลกๆ เจ้าค่ะ" นัยส์ตาหงส์คู่งามส่งสายตาหยอกล้อกลับไป นางทำทุกอย่างได้ดีเยี่ยมก็จริง จะมีก็แต่กิริยาชดช้อยเท่านั้นที่ฝืนใจเหลือเกินอวี้เจิน

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 6 สั่งสอน

    คนตัวเล็กถึงกับตัวสั่นนางก้าวออกมาจากหลังจิ้นหลงด้วยความหวาดกลัว"ต่อไปหากเจอปัญหาเจ้าจงเลือกวิธีรับมือตามนี้ หนึ่งยอมเป็นพวกเขา สองทำให้เขามาเป็นพวกเจ้า สามหาคนมาเป็นพวก สี่แสดงพลังให้เหนือกว่า ห้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหาทางหนี หกเพิกเฉยยอมให้ถูกกระทำ ข้อหกมิใช่วิธีแก้แต่เป็นวิธีที่เจ้าใช้มาตลอด ซินซิน เป็นคนของข้าต้องรู้จักสู้ ต้องฉลาดทันคน ข้าไม่เลี้ยงคนอ่อนแอไร้ประโยชน์" จิ้นฝานน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซินซินที่กลัวตนเองจนหัวหด"ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะ" ซินซินคิดตามทุกประโยค นายน้อยพูดถูกเพราะความอ่อนแอทำให้นางมีชะตากรรมเช่นนี้ หากต้องการอยู่รอดนางต้องเข้มแข็งเท่านั้น หนี้แค้นที่ยังต้องสะสางอีกเล่าจะปล่อยให้ตัวเองตายง่ายๆ ได้อย่างไร"ต่อไปมาฝึกยุทธ์พร้อมจิ้นหลงทุกวัน หากแต่พรุ่งนี้ไปแก้ปัญหาที่หอนารีแดงเสียก่อน นอกจากนี้เจ้าต้องฝึกวาดรูป เรียนพิณร่ายรำ เมื่อถึงวัยอันสมควรข้าจะให้เจ้าไปเป็นคณิกาที่หอนารีแดงส่วนจะได้ขายตัวรึความสามารถนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้า""พี่ใหญ่!! " จิ้นหลงที่ฟังอย่างใจเย็นมาตลอด เมื่อได้ยินว่าจิ้นฝานต้องการให้ซินซินเป็นนางโลมที่หอนารีแดงเขาถึงกับหน้าเปลี่

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 5 หอนารีแดง

    ซินซินถูกเรียกตัวให้มาพบจิ้นฝานโดยมีเสี่ยวฝูมารอรับถึงหน้าเรือน เพราะสถานที่ ที่นายน้อยให้ไปพบอยู่ในเขตหวงห้าม ทางที่จะไปนั้นซินซินไม่เคยย่างกายผ่านมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีผู้นำทางเมื่อเดินผ่านกำแพงสูงของจวนมาระยะหนึ่งก็พบเข้ากับป่าไผ่รกครื้มไม่มีเส้นทางเดินให้มองด้วยซ้ำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็แทบมองไม่เห็นแสงตะวัน ตั้งแต่ซินซินฟื้นขึ้นมา นางไม่เคยถามว่าจวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกลึกลับ แม้แต่เวลาออกไปเที่ยวเล่นกับคุณชายรอง นางก็จะถูกปิดตาก่อนเสมอ ผ่านไปเป็นชั่วยามแล้วชั่วยามเล่าจิ้นหลงถึงเปิดผ้าปิดตานั้นออก นางถึงได้มีโอกาสได้เห็นตลาดที่ครึกครื้นนั่น แต่ก็มิเคยกล้าถามแม้แต่ชื่อของเมืองที่อยู่ หากไม่มีคนบอกนาง เหตุใดนางต้องทำตัวสอดรู้ด้วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้ซินซินรู้ว่าทำตัวเช่นไรถึงจะอยู่รอดปลอดภัยเดินมานานเกือบชั่วยามเด็กน้อยก็เริ่มเดินต่อไปไม่ไหว จากที่เงียบมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะถามเสี่ยวฝู"อีกไกลแค่ไหนเจ้าคะพี่เสี่ยวฝู ข้าปวดขาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เด็กน้อยทรุดตัวนั่งลงนางปาดเหงื่อที่ผลุดพรายเต็มใบหน้าอย่างหมดแรง"จวนด้านหน้าที่พวกเราอยู่ไม่ใหญ่โตนักแต่เขตหวง

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 4 หอนารีแดง

    ทางเดินที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นสนสูงตระหง่าน ลดเลี้ยวไปมาทั้งมีกำแพงหนาอีกสองชั้นที่ต้องใช้กุญแจออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าไปไขแต่ละประตูให้เปิดออกหลังจากใช้เวลาเดินเป็นก้านธูปจากเรือนของซินซินก็ยังไม่เห็นหอนารีแดงที่สร้างหลบซ่อนไว้ในจวนแห่งนี้ นางได้แต่คิดในใจ ขนาดหอนารีแดงยังหายากแล้วหอพยัคฆ์ดำเล่า หลบอยู่มุมไหนกันแน่"พี่เสี่ยวฝู เหตุใดที่นี่จึงลึกลับนักเจ้าคะ? " ซินซินที่ปาดเหงื่อมาตลอดทางเพราะอากาศร้อนอบอ้าว และระยะทางที่ดูไม่สิ้นสุดเสียที ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ"เพราะนายท่านมิให้คนนอกรู้อย่างไรเล่าว่าเบื้องหลังสำนักเรายิ่งใหญ่เพียงใดทั้งสองกิจการนี้มีเพียงขุนนางที่สนิทกับนายท่านเท่านั้นที่รู้เห็นด้วย""หากยิ่งใหญ่ตามท่านว่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนรู้แต่กลับปิดบังไว้เพราะอันใดเจ้าคะ?""เรื่องผลประโยชน์บ้านเมืองเจ้ามิเข้าใจหรอกเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง" เสี่ยวฝูเลี่ยงที่จะบอกความจริงเด็กน้อยเพราะคิดว่าเหตุผลนั้นซับซ้อนเกินกว่าซินซินจะเข้าใจ นางเพิ่งมาอยู่จวนนี้ได้ไม่กี่เดือน ที่ได้ผ่านด่านเข้าเขตหวงห้ามก็นับว่าได้รับความไว้ใจเหลือคณาแล้วเสียงน้ำตกแว่วดังแต่ไกลเมื่อเดินต่อไปอ

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

    เรือนหม่าลุ่ย"นายท่าน นายน้อย ซินซินมาแล้วขอรับ"เสี่ยวฝูเดินนำมาก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปยืนด้านข้าง"คาระวะนายท่าน คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" ซินซินยอบกายคำนับด้วยกิริยาอ่อนน้อม นางมองไปที่จิ้นฝานแวบหนึ่งพลันสะดุดในใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ นายน้อยรูปร่างสง่างาม ซ้ำยังหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาที่มองมานั้นสุดแสนเยือกเย็นทั้งยังชักสีหน้าถมึงทึงใส่นาง"ซินซิน เจ้าผอมบางไปหน่อยข้าจะบอกแม่ครัวให้เพิ่มเนื้อเยอะๆ เจ้าจะได้แข็งแรงกว่านี้ จิ้นหลงบุตรคนรองของข้ายังไม่กลับมาจากตลาด คงไปเที่ยวเตร่ตามประสาอีกสามวันเจ้าค่อยเริ่มเรียนกับจิ้นหลงเตรียมตัวให้ดี"โจวจิ้นจงเห็นซินซินก็นึกเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ถึงจะผอมบางไปหน่อย แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายงดงาม นางมีจมูกโด่งรับกับใบหน้า ปากกระจับสีชมพูอ่อนซ้ำเวลาพูดยังมีรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง หากถูกเลี้ยงดูอย่างดีโตไปคงไม่พ้นต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินยิ้มกว้างนางตื่นเต้นดีใจที่สุด"อย่าเพิ่งลำพองไป ข้าจะบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่สามารถทำให้น้องข้าตั้งใจเรียนได้ ข้าจะขายเจ้าทิ้งไปเสีย อย่าคิดว่าข้าให้กินดีอยู่ดีง่ายๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status