Accueil / แฟนตาซี / หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ / บทที่ 2 อยามัยบ้านห้วยขมิ้น

Partager

บทที่ 2 อยามัยบ้านห้วยขมิ้น

last update Date de publication: 2026-07-24 21:40:36

รถกระบะคันเก่าค่อย ๆ จอดเทียบหน้าธรณีอาคารชั้นเดียว สีขาว-เขียวเก่าๆ ที่มีป้ายไม้เขียนไว้ด้วยอักษรตัวโตๆว่า

"อนามัยบ้านห้วยขมิ้น"

ตัวอาคารดูเรียบง่ายสะอาดสะอ้าน รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนสมุนไพรเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงนกและสายลมพัดผ่านยอดไม้ สวนหย่อมเล็กๆถูกตกแต่งจนดูสวยสะดาดตา 

ชายสูงวัยในเสื้อกาวน์สาธารณสุข เดินออกมายืนรอต้อนรับพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น เขาฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสองร่างกระโดดลงจากรถกระบะแม้สองร่างนั้นจะดูขมุกขมอมเพราะถูกทั้งฝุ่นแดงๆและลมที่พัดเอาจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง

"ดีจริงๆ...ที่พวกคุณมาถึงก่อนที่จะมืดจะค่ำยินดีต้อนรับนะครับคุณหมอทั้งสองคนผม...แขไท..หมอประจำอนามัยที่นี่"

ชายสูงวัยที่เรียกตัวเองว่าหมอแขไทยืืนมือมาจับมือบางทั้งสองอย่างยินดี ใบข้าวและศรัณย์รีบยกมือไหว้ เธอรู้จักบุคคลตรงหน้าอย่างดีเขาคืออาจาร์ยหทอแขไทที่มีวิธีการสอนที่แปลกประหลาดและใบข้าวเองก็ชอบการสอนของเขามาก และนี่เป็นอีกเหตุผลที่เธอเลือกที่จะมาที่นี่

" สวัสดีค่ะ อาจาร์ยหมอ หนูใบข้าวค่ะส่วนนี่เพื่อนที่มาด้วย หมอศรันย์ค่ะ" 

ใบข้าวแนะนำเพื่อนสาวที่ไหว้ย่ออย่สงสวยงามเรียกเสียงหัวเราะและความยินดีอย่างยิ่งให้แก่หมอแขไทเขายิ้มก่อนจะมองหมอคนใหม่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง

"ผมอยู่ที่นี่มาครึ่งค่อนชีวิต มีหมอใช้ทุนมาหลายรุ่นมาก แต่ไม่เคยมีหมอที่อยู่ทนและมาเยอะขนาดนี้ ผมยินดีมากนะครับ เชิญเข้ามาพักที่อนามัยก่อน เดี๋ยวผมจะแนะนำให้รู้จักครอบครัวของเรา"

หมอแขไทเดินนำหน้าสองคุณหมอเข้าไปยังอนามัยเล็กๆที่ดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิด มันทีที่สองคนเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ที่โถงพักคอยก็มีหญิงสาวหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะเดินออกมาพร้อมกันจากห้องด้านใน คนหนึ่งยิ้มหวาน อีกคนยิ้มซุกซน ดวงหน้ามนของทั้งคู่เรียกได้ว่างามชดช้ ยเลยทีเดียว

"สวัสดีค่ะคุณหมอใหม่" 

ทั้งสองคนยกมือไหว้ประนมสวัสดีตามมารยาทพลางเดินเข้ามาทักทายหมอใหม่ทั้งสอง

"ฉันชื่อสกาวเดือนค่ะ เรียกเดือนเฉยๆก็ได้"

"ฉันชื่อดาราพรายค่ะ เรียกดาวเฉยๆก็ได้"

ทั้งคู่แนะนำตัว ใบข้าวหันมองซ้ายที ขวาทีด้วยท่าทางฉงนสงสัย ทั้งคู่แทบไม่มีอะไรแตกต่างเลยสักนิดเหมือนเป็นกระจกส่องของกันเเละกันก็มิปาน

"...เอ่อ....ใครเดือน...ใครดาวนะคะ"

ฝาแฝดทั้งสองหัวเราะพร้อมกันดูสนุกชอบใจ

"ลองทายดูสิคะคุณหมอใหม่" 

ทั้งคู่ส่งสายตาซุกซนมาให้คุณหมอใบข้าวทำเอาทั้งสองถึงกับงงงวย

ศรัณย์เอียงตัวกระซิบเบา ๆ กับเพื่อนสาว

"จบแล้วแก...แยกไม่ออกเลยว่ะ!!"

อาจาร์ยหมอแขไทส่งเสียงหัวเราะร่าเมื่อเห็นเหตุการณ์น่าสนุกสนานตรงหน้า เขารีบห้ามปรามสองแฝด

" เดี๋ยวเถอะยัยเดือน ยัยดาว อย่าแกล้งหมอใหม่สิ แล้วหอมเล่าไปไหนเสียแล้ว " 

อาจาร์ยหมอหันมองรอบๆแต่ยังไร้วี่เเว่วของสมาชิกอีกคนอยู่ดี

"ป้าหอมไปเตรียมห้องให้หมอใหม่ค่ะเดี๋ยวก็มา" 

สกาวเดือนตอบคำถาม

เพียงๆไม่นานนักเงาร่างของหญิงวัยกลางคนก็ปรากฏขึ้นจากด้านในห้อง หล่อนเดินถือถังผ้าขี้ริ้วออกมาพลางส่งยิ้มให้คุณหมอคนใหม่สองคน

"สวัสดีค่ะคุณหมอคนใหม่ ป้าชื่อป้าหอมนะจ๊ะต่อไปนี้มีอะไรก็บอกป้าได้นะอยู่ที่นี่ไม่ต้องเกรงใจกัน มีอะไรที่ป้าพอช่วยได้หมอบอกป้าได้เลยนะคะ"  

ป้าหอมแนะนำตัวเองพลางเช็ดมือเข้ากับผ้ากันเปื้อนสีขาวที่คาดอยู่ตรงสอบเอว คำพูดง่าย ๆ ของป้าหอมทำให้ทั้งสองรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน นี่ก็เป็นสิ่งเล็กๆที่ทำให้ หญิงสาวและชายสาวแห่งเมืองกรุงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อย  ป้าหอมจึงพาแพทย์ใหม่ขึ้นไปยังบ้านพักด้านหลังอนามัย ซึ่งถูกปลูก อยู่ไม่ไกลจากตัวอน่มัยมากนักเผื่อเกิดเหตุร้ายเหตุด่วนอะไรก็สามรถวิ่งมาที่อนามัยได้ทุกเมื่อ

ตัวอาคารเป็นบ้านไม้ยกสูงมีระเบียงหน้าบ้านเป็นชานกว้างมีโต๊ะและเก้าอี้ โถงกลางบ้านอยู่ตรงกลาง ถัดจากโถงเป็นโต๊ะทานข้าวและห้องครัว กับห้องน้ำ สองฝากฝั่งอาคารเป็นห้องนอนฝั่งละสามห้อง 

"ห้องผู้หญิงอยู่ฝั่งซ้าย ห้องผู้ชายอยู่ฝั่งขวา  ห้องน้ำอยู่ด้านหลัง จะแยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำ ถัดจากนี้เป็นครัวนะหนูหิวอะไรก็กินได้เลยนะลูก เดี๋ยวพวกหนูพักผ่อนก่อนนะลูกเดินทางมาตั้งไกลเหนื่อยแย่เลย เมื่อกี้ป้าเตรียมกับข้าวง่ายๆไว้ให้ด้วยถ้าหิวก็กินได้เลยนะลูกนะ "

ป้าหอมดูคล่องแคล่วว่องไวเกินวัยมากเพียงครู่เดียวทั้งสองคนก็เข้าใจโครงสร้างบ้านได้ในทันที ใบข้าวเลือกห้องที่เหลืออยู่คือห้องแรกติดระเบียง ส่วนศรันย์ก็เลือกห้องตรงข้ามโดยเว้นห้องตรงกลางเอาไว้

ใบข้าวทิ้งตัวลงบนเตียงทันทีที่เก็บข้าวของเข้าที่เสร็จความเหน็ดเหนื่อยที่เผชิญมาทั้งวันนั้นได้รับการผ่อนคลายลงมาบ้าง 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"อิใบ"

เสียงเรียกและเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ใบข้าวรีบไปเปิดประตูให้ศรันย์เดินเข้ามายังในห้องนอน ชายหนุ่มร่างบางใจหญิงเดินราวกับหมดแรงไปยังริมหน้าต่างที่มองเห็นอนามัยได้อย่างชัดเจน

"ในที่สุด....นั่งรถมาตั้งกี่ต่อ...รบกับแม่มาตั้งกี่วัน...หัวเหอเนื้อตัวคลุกฝุ่นมาทั้งวัน..ฉันรู้สึกเหมือนกระดูกจะหลุดเลยอ่ะแก"

ทั้งสองหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน พลางทอดสายตามองไปยังความว่างเปล่าที่ทั้งคู่ก็ไม่รู้ว่ากำลังมองอะไรอยู่ ทว่าความสงบอยู่ได้เพียงไม่นานเสียงเอะอะมะเทิ่งก็ดังขึ้น

"หมอ!!"

"หมอช่วยด้วย!!"

เสียงโหวกเหวกดังขึ้นจากหน้าอนามัยสองหมอใหม่ที่ได้ยินรีบวิ่งลงไปโดยอัตโนมัติ ชาวบ้านหลายคนกำลังช่วยกันหามชายสองคนเข้ามายังอนามัย

คนแรก...ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยแผลลึกคล้ายถูกสัตว์ป่าตะปบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เลือดไหลไม่หยุด  อีกคนไม่มีบาดแผลร้ายแรงแต่ดวงตาเหลือกค้างน้ำลายฟูมปากปากพึมพำไม่เป็นภาษาใบข้าวรีบสวมถุงมือ แล้วปลี่ี่เข้าหาผู้แ่วยทันที

"คนนี้เสียเลือดมาก!"

ศรัณย์ตรวจชีพจรทันที

"ชีพจรตก!"

หมอแขไทออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว

"เดือน เตรียมน้ำเกลือ!"

"ดาว ห้องทำแผล!"

"ป้าหอม เครื่องมือเย็บแผล!"

อนามัยเล็ก ๆ กลับคึกคักราวกับห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใหญ่ทุกคนทำงานอย่างเป็นระบบแม้สถานที่จะเล็กแต่ฝีมือกลับไม่เล็กตามแม้แต่หมอใหม่อย่างใบข้าวและศรันย์ก็ทำงานได้ราบรื่นเพราะความช่วยเหลือจากดาว เดือน และป้าหอม

ไม่นาน...ชายที่ถูกตะปบก็เริ่มพ้นขีดอันตรายแม้จะมีรอยเย็บแผลฉกรรจ์ไปทั่วทั้งร่างใบข้าวถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่...

ชายอีกคนกลับทรุดหนักลงเรื่อย ๆเขายังคงพูดจาไม่รู้เรื่องดวงตาไร้สติบางครั้งก็หัวเราะบางครั้งก็ร้องไห้ก่อนจะจ้องมองมุมห้องราวกับดำลังมองเห็นใครบางคน

หมอแขไทนิ่งเงียบตรวจร่างกายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

"โรคแบบนี้...อาจารย์รักษาไม่ได้"

ทุกคนเงียบกริบ

ใบข้าวชะงัก

"หมายความว่า..."

หมอแขไทหันไปมองป้าหอม

"ป้าหอมฝากคนไปตามหมอสิงห์ที"

เพียงได้ยินชื่อนั้น

ชาวบ้านหลายคนก็รีบวิ่งออกจากอนามัยทันทีราวกับพวกเขสกำลังหวาดกลัวต่อบางสิ่งบางอย่าง

ใบข้าวหันมองศรัณย์อย่างสงสัย

"หมอสิงห์...เป็นหมอเฉพาะทางเหรอ?"

ใบข้าวถามเบาๆ

ศรัณย์ส่ายหน้า

"ไม่รู้!!สิกูก็พึ่งมากับมึงไหมอิใบ"

"เอ่อ...กูลืม"

 

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจะเดินตามออกไปดูหญิงชราคนหนึ่งกลับเอามือกันไว้

"นักท่องเที่ยวอย่ามายุ่งเรื่องของชาวบ้าน!"

ชาวบ้านอีกคนอีกคนรีบเสริม

"เข้าไปเดี๋ยวก็ซวยหรอก ออกไปไป๊!!"

ใบข้าวกับศรัณย์มองหน้ากันงง ๆ สภาพของทั้งคู่อยู่ในเสื้อยืดยับ ๆ กางเกงเปื้อนฝุ่น และผมยุ่งจากการเดินทาง ทำให้ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นหมอนึดว่าเป็นแค่นักท่องเที่ยวไปเสียอย่างนั้น

หมอแขไทหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดขึ้นมาว่า

"เขาสองคน...คือหมอใหม่ของอนามัย นี่หมอใบข้าว ส่วนนี่ หมอศรันย์ พึ่งมาจากกรุงเทพสภาพเลยยับเยินอย่างที่เห็น" 

ทั้งลานอนามัยเงียบสนิทชาวบ้านมองหน้ากันหญิงชราคนเดิมรีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน

"ตายแล้ว!!ป้าขอโทษหมอป้านึกว่านักท่องเที่ยว!!! เดี๋ยวนี้บ้านเรามักจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวป่าบ่อย นี่...แต่งตัวแบบนี้เลย!!!"

หญิงชราจับตัวของใบข้าวหมุุนซ้ายหมุนขวา  ส่วนชาวบ้านอีกคนรีบก้มศีรษะ

"นึกว่านักท่องเที่ยวจริงๆคนพวกนั้นชอบแล้มเรื่อยขอสูมาๆ "

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วลานแม้สถานการณ์จะยังตึงเครียดแต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นได้เป็นครั้งแรก

ขณะเดียวกัน...

ลึกเข้าไปในป่าห้วยขมิ้นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังก้มเก็บสมุนไพรอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เสียงลมพัดโชยราวกับเสียงกระซิบของภูติพราย เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี แสงสีชาตแต่งแต้มท้องฟ้าบ่งบอกว่าพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าอีกครั้งแล้ว ชายหนุ่มรีบเก็บข้าวของแล้วเร่งฝีเท้าเดินออกจากป่าใหญ่เหมือนรับรู้ได้ว่า...มีใครบางคนกำลังเรียกหาเขา...

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 34 มนต์แห่งอนธกาลกาเล

    ภายในห้องประชุมเล็ก ๆ ของอนามัยบ้านห้วยขมิ้น เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เสียจนได้ยินเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะด้านนอกหน้าต่างชาวบ้านกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหกเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยชั่วคราวโดยมีเสียงครางของผู้ป้วยและเสียงออกคำสั่งของชาวบ้านดังเป็นระยะ ๆ ที่เสียงครางดังลอดเข้ามายังห้องประชุมเล็กๆของอนามัย"อ่า...""อ่า..."เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นทางตันที่อื้ออึงไปด้วยปริศนาหมอแขไททนนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะถอดแว่นออกมานวดสันจมูก ใบหน้าของแพทย์อาวุโสเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนและหนักใจตั้งแต่เป็นหมอมา เขาเคยรักษาคนมานับหมื่น เคยเจอทั้งโรคระบาดอุบัติเหตุหมู่คนถูกยิงคนถูกงูกัดคนถูกหมีตะปบถึงแม้จะเคยเจอ เคสที่ถูกีเข้าหรือผีทำร้ายอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ไม่เคยเจอคนที่เหมือนตายแล้ว แต่กลับยังมีชีวิตอยู่"เอาล่ะ"หมอแขไทเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน ทุกสายตาหันมามอง ชายชราสูดลมหายใจลึกก่อนพูดช้า ๆ เพื่อทำลายความเงียบงันที่แสนอึดอัดนี้"พวกเราอ้อมค้อมกันมามากพอแล้วผมอยากถามตรง ๆ"เขา

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 33 ศพที่ไม่ตาย

    ตลอดทางจากวัดมายังอนามัยบ้านห้วยขมิ้นมันราวกับพวกเขารู้ตัวว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคตไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ศรันย์ที่ปกติพูดไม่หยุดก็ยังเงียบเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าไว้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป...เมื่อมาถึงอนามัย ภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักชาวบ้านกว่าสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าอนามัยหมอแขไทยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ไกลทันทีที่เห็นหมอสิงห์และหมอทั้งสอง อาจารย์หมอก็ถอนหายใจโล่งอก เขากวักมือเรียกทุกคนทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ"มาสัก ทีรีบมาดูนี่หน่อย"ทุกคนรีบเดินเข้าไปตามคำเชิญ ก่อนจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ด้วยเชือกหลายเส้นผู้ป่วยซูบผอมผิดปกติผิวหนังซีดราวกับไร้ซึ่งเลือดฟาด ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าปกติริมฝีปากแห้งแตกแต่ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยการถูกกัดไม่มีรอยฟกช้ำไม่มีเลือด...ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆก่อนส่งเสียงออกมา"อ่า...""...อ่า...""...อ่า..."ศรันย์ถึงกับหยุดเดิน"เดี๋ยวนะ...ทำไมฟังเหมือนซอมบี้เลย"ชาวบ้านคนหนึ่งพยักหน้าแรง"ใช่ครับหมอเมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยดูหนังผีฝรั่งมันเหมือนเป๊ะ! เเต่นี่มันเหมือนคนมากกว่าไม่มีบาดแผล"

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 32 อนธกาลกาเล

    แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในวัดบ้านห้วยขมิ้น แม้หมู่บ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ความหวาดกลัวจากสองคืนที่ผ่านมา ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจของผู้คนใบข้าวแทบวิ่งออกจากอนามัยทันทีที่จักรมาบอกข่าว ศรันย์วิ่งตามหลังมาติด ๆ ส่วนผู้กองฉัตรกล้าที่กำลังพูดคุยเรื่องเวรยามกับตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หน้าอนามัยก็รีบตามมาด้วยเช่นกันเมื่อทั้งสามมาถึงวัดสายตาของใบข้าวก็หันไปทางชายป่าท้ายวัดทันที แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงในเสื้อม่อฮ่อมสีเข้มกำลังเดินออกมาจากแนวไม้แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนดินแม้จะมีรอยขาดจากกิ่งไม้แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่หมอสิงห์ก็ยังคงเป็นหมอสิงห์ ชายหนุ่มผู้มีแววตาแน่วแน่เสมอ ใบข้าวไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังวิ่ง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา"คุณ!"หมอสิงห์ชะงักก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งใจของเขารู้สึกราวกับ มีแมลงบินอยู่ข้างในอก"หมอ"ใบข้าวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังตรวจคนไข้"เจ็บตรงไหนไหมได้กินข้าวหรือเปล่าเป็นไข้ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า"คำถามรัวเร็วจนหมอสิงห์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกดีจนอธิบายไม่ถูก "ใจเย็นก่อนผมยังไม่

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 31 เงาจากปรโลก

    หลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 30 วิชาที่หายสาบสูญ

    สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 29 กลิ่นสาปความตาย

    อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status