Beranda / แฟนตาซี / หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ / บทที่ 1 มุ่งสู่บ้านห้วยขมิ้น

Share

หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ
หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ
Penulis: เรืองรัสมิ์

บทที่ 1 มุ่งสู่บ้านห้วยขมิ้น

last update Tanggal publikasi: 2026-07-24 21:39:52

แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านกระจกสูงอาคารหอประชุมของแพทย์สภา กำลังครึกครื้นเนื่องจากวันนี้คือวันที่นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย ต้องคัดเลือกสถานที่เพื่อ " ใช้ทุน" เป็นเวลาสองปี ทุกคนที่อยู่ในวันนี้ ต่างก็มีเคร่งเครียดบ้างหรือดีใจบ้างตามแบบฉบับคนร้อนวิชา นักศึกษาแพทย์ ร่วมหลายร้อยชีวิตต่างเลือกสถานที่ที่ตนพึงพอใจเพื่อใช้ทุน ที่ได้ร่ำเรียนมาถึงหกปี

แต่สำหรับ แพทย์หญิง ใบข้าว ศุกลภัตต์ ภาไท และ นายแพทย์ ศรัณย์ วิสุทธารา นั้นสำหรับพวกเขาวันนี่ไม่ใช่แค่เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองที่น่าอภิรมย์เท่านั้นแต่มันคือวันที่ทั้งคู่ต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง

"...แกจะเลือกที่ไหน เหรออิใบ"

ศรัณย์หันไปถามเพื่อนสาวที่กำลังก้มมองรายชื่อสถานพยาบาลในโครงการใช้ทุนของกระทรวงสาธารณสุข พลางล้วงเอาแป้งผัดหน้าขึ้นมาตบๆใบหน้าที่นวลเนียนกว่าหญิงสาวให้หน้าที่หมองแดดกลับมาผุดผ่องอีกครั้ง

ใบข้าวยิ้มบาง ๆให้เพื่อนรักที่ออกสาว ก่อนใช้นิ้วลากผ่านรายชื่อโรงพยาบาลขนาดใหญ่

แล้วหยุดที่ชื่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเกือบสุดท้ายของรายการ

"ที่นี่แหล่ะ..." 

'อนามัยบ้านห้วยขมิ้น จังหวัดชายแดน'

ศรัณย์เลิกคิ้วทันทีเมื่อเห็นปลายนิ้วเรียวๆจดจ่ออยู่กับชื่อและจังหวัดที่บ่งบอกได้เลยว่าน้อยคนนักที่จะอยากไปที่แห่งนี้ เนื่องจากขึ้นชื่อว่าทั้งไกลและและกันดาลเป็นที่สุด 

"โห.....มันไกลไปไหมมึงดูสิอยู่เหนือสุดในสยามเลยนะนั่น!!"

"ไกลก็ไกลสิมึง....กูเบื่อในเมืองจะแย่ ที่นี่แหล่ะมีเสน่ห์จะตาย"  หญิงสาวขีดเขียนคำร้องโดยไม่สนใจคำทัดทานใดๆ ของเพื่อนรัก ปล่อยให้ศรันย์ทำสายตาที่อธิบายอยากให้แก่เขา

"อยู่บนเขานู้เลยนะมึง"

"กูรู้"

"สัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ไม่ค่อยจะดี"

"รู้น่า"

"สัตว์ป่ายั้วเยี้ยะ!!"

"..."

"ผีเยอะด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้นะมึงงงง!!!" 

ชายหนุ่มใจเป็นสาวพยายามโน้มน้าวให้มือบางนั้นหยุดปากกาทว่ามันกลับยิ่งเร่งให้เธอเลือกมันทันทีเสียอีก เสียงขีดเขียนบนหน้ากระดาษลากยาวราวกับเสียงตัดสินใจอันมั่นของของใบข้าวนั้นยิ่งทำให้ศรันย์ถึงกับถอนหายใจยาว

"..."

"มึงจะเลือกที่นี่จริงๆใช่ไหมอิใบ"

หญิงสาวเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาที่แน่เเน่ว เธอขยับแว่นตากรองแสงให้เข้าที่พลางส่งสายตาที่ไม่ว่าใครมองก็อ่อนใจมาให้เขา

"เลือกไปแล้วว่ะ"

หญิงสาวมองกระดาษในมือพลางพูดให้เพื่อนรักได้รู้ถึงเจตจำนงค์ของตนเอง

"มึงฟังกูนะ อิรัน...พ่อกูเองก็เป็นหมอชายแดนพ่อกูยะงไม่เห็นลำบากอะไรเลย แล้วพื้นที่ห่างไกลแบบนี้เขาก็ต้งการหมอนะเว้ย....แกเลือกที่จะเป็นหมอเพื่ออะไรล่ะเพื่อน!!"

ศรันย์มองร่างบางตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเขาคนนี้ ช่างมีเจตจำนงค์ที่แข็งแกร่งกว่ากำแพงเมืองจีนเสียอีก

เมื่อถูกเพื่อนของเขายิงหมัดฮุกมาแบบนี้ จิตใจอันเมตตาดุจดั่งนางสาวไทยอย่างเขามีหรือจะปล่อยผ่านได้

"งั้น....กูไปด้วย!!"

ใบข้าวหันมามองด้วยสีหน้าไม่เชื่อสายตาตนเอง คิ้วงามของเธอเลิกสูงด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง 

" เอาจริงเหรอมึง...มันไกล..แล้วก็กันดาลด้วยนะ!!"

ชายหนุ่มออกสาวยิ้มกว้างและเชิดคอขึ้นราวกับนางพญาหงส์ เขาสะบัดศรีษะพลางทำท่าราวกับตนเป็นนางสาวไทยผู้สวมมง

"กูจะปล่อยเพื่อนตัวเล็กเท่าเมี่ยงไปอยู่กลางป่าคนเดียวได้ยังไงดูสภาพเเกดิเนี้ยะ แขนเท่านี้ อุ้มคนไข้ไหวไหมก่อน ขาเท่านี้ถ้าเจอโจรป่าช้างป่ามา มีหวังขาหักก่อนจะวิ่งเสียอีก" 

เขาทำมท่าสะดีดสะดิ้ง กรีดกรายปรายตาใส่เพื่อนสาว

ทั้งสองหัวเราะร่า ก่อนจะยื่นเอกสารเลือกสถานที่พร้อมกัน พวกเขาจรดปลายปากกาขีดลงบนชื่อเดียวกัน

อนามัยบ้านห้วยขมิ้น

...

ข่าวนี้สร้างความตกใจให้ครอบครัวของทั้งคู่ไม่น้อย ค่ำคืนดินเนอร์ที่ควรจะยินดีที่นักศึกษาแพทย์ได้เป็นอินเทรินแล้ว กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นายและนาง บิดามารดาของ ใบข้าวทำสีหน้าถมึึงถึงราวกับโลกถล่มทลายก็มิปาน

"ใบข้าว!"

คุณแม่วางช้อนเสียงดังดวงหน้าที่ยังคงสวยสดแม้อายุอานามจะผ่านกาลเวลามานานขมวดคิ้วด้วยความโกรธ

"ลูกจะไปอยู่กลางป่าทำไม"

คุณพ่อรีบเสริม ทันที

"เลือกโรงพยาบาลจังหวัดก็ได้หรือไปอยู่กับโรงพยาบาลในเครือเราก็ได้นะ "

ใบข้าวส่ายหน้าดวงตาของหญิงสาวมุ่งมั่นและแน่วแน่จนคนเป็นพ่อแม่ถึงกับทำหน้าอ่านอยาก

"หนูอยากไปค่ะหนูเรียนหมอ...ก็เพื่อรักษาคน ไม่ใช่เพื่อเลือกว่าคนแบบไหนควรได้รับการรักษา เหมือนที่พ่อเป็นอยู่นี่ไงคะ" 

คำพูดนั้นทำให้ทั้งโต๊ะดินเนอร์เงียบกริบ มีเพียงเสียงช้อนกับซ่อมของใบข้าวที่ยังคงตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็จอร่อย สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันแล้วทำสีหน้าปลดปลง 

อีกด้านหนึ่ง ห่างจากบ้านของใบข้าวไปอีกสองหมู่บ้าน บ้านของศรัณย์ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน

"ลูกจะไปอยู่ชายแดน? ไม่อ่ะ...แม่ไม่ยอม!"

ศรัณย์เดินเข้าไปกอดมารดาทำสีหน้าหวานหยดออดอ้อนเต็มกำลัง

"มารดาจ๋า อย่าพึ่งงอนไปเลย รันแค่ไปใช้ทุนแพทย์สองปีเอง เดี๋ยวก็กลับ นะจ๊ะมารดาจ๋าาาา"  

ศรันย์ออดอ้อนออเสาะจนมารดาของตนถึงกับอ่อนใจเธอมีลูกชายคนเดียว จะไม่ให้ห่วงมันเป็นไปไม่ได้อีกทั้งยังเป็นชาว LGBTQ+ ที่แม้แต่ยุคสมัยนี้เปิดกว้างก็จริงแต่บางสังคมยังคงไม่สมามรถรับได้ เธอเป็นห่วงข้อนี้เป็นที่สุดมากกว่า

"ขอให้รันนี่จังของพระมารดาไปช่วยชาติบ้างเถอะนะพระมารดาาาาา" 

ศรันย์ออดอ้อนสุดกำลัง 

หลายวันแห่งการเกลี้ยกล่อมผ่านไป ใบข้าวยังคงให้เหตุผลเดิมๆแม้ว่าพ่อและแม่ของเธอจะโน้มน้าวด้วยอะไรก็ตาม จนกระทั่งสองสามีภรรยาต่างก็ใจอ่อนยอมให้ลูกสาวคนโตของตนเดินออกจากอ้อมแขนไปยังที่ห่างใกลจนได้ 

ส่วนบ้านของศรันย์แม้ว่าแม่ของศรันย์จะยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้ลูกชาย(ออกสาว)ของตนเองไป แต่ก็หักห้ามใจอะไรไม่ได้เสียแล้ว

ในที่สุด...ครอบครัวของทั้งสองก็ยอมแพ้ให้กับความดื้อและความมุ่งมั่นของทั้งสองคน

...

เช้าวันเดินทางมาถึง กระเป๋าเดินทางสองใบถูกยกขึ้นรถโดยสาร เหล่าบิดามารดาที่มาส่งบุตรของตนห่างจากอ้อมอกอีกครั้งก็ยังคงอาลัยอาวร ไม่หาย 

" ไอ้ลูกคนนี้ตอนเรียนหมอก็ไม่ได้อยู่กับแม่พอไแ้อยู่ก็อยู่ด้วยแค่ไม่กี่เดือนมาตอนนี้จะไปจากแม่อีก ฮืออออออ " แม่ของศรันย์ปล่อยโฮอย่างอดทนไม่ได้โดยมีแม่ของใบข้าวคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ

"ไม่ร้องนะแม่จ๋า รันไปรับใช้ชาติเหมือนที่เเม่อยากให้ไง" ศรันย์เช็ดน้ำตาให้แม่ของเขาก่อนจะโบกมือลาแล้วเดอนขึ้นรถไป

รถทัวร์ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา เข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ บ้านเมืองที่เป็นตึกรามบ้านช่องค่อย ๆ เลือนหายไป ต้นไม้เขียวขจี ภูเขาสูงตระหง่าน เส้นทางที่คดเคี้ยวเริ่มปรากฏต่อนัยตา

รถต่อแรก...รถต่อที่สอง...รถสองแถว...

และท้ายที่สุด

รถกระบะของชาวบ้านที่กำลังกลับหมู่บ้านพอดี ถนนลาดยางค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นถนนลูกรัง ทางที่เคยเรียบค่อยๆมีหลุมบ่อจนทำเอาคุณหมอทั้งสองโยกไปเอนมาจนรู้สึกปวดตูดไปหมด

ภูเขาสูงโอบล้อมสองข้างทาง

ผืนป่าสีเขียวทอดยาวสุดสายตา

ศรัณย์ถอนหายใจเมือ่ทอดสายตามองออกไปรอบๆด้านที่มีวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติสวยงาม

"นี่เรายังอยู่ประเทศไทยใช่ไหมทำไมป่ามันวังเวงขนาดนี้เนี้ยะ!!" เขาทำหน้าหวาดหวั่น

ใบข้าวหัวเราะที่เพื่อนรักของเธอทำหน้าราวกับเจอผี 

"กลัวแล้วเหรอ"

"ไม่ได้กลัว" ศรันย์หันมาทำตาเขียวใส่หญิงสาว

"แต่..."

เขามองป้ายไม้เก่า ๆ ข้างทาง

'อีก 12 กิโลเมตร บ้านห้วยขมิ้น'

"ฉันรู้สึก...เหมือนกำลังจะเข้าไปในโลกอีกใบ" 

ศรันย์ขยับกายเข้าชิดขอบกระบะแล้วกอดกระเป๋าสัมภาระไว้แนบอก ในหัวพลางคิดถึงเรื่องราวน่าหวาดกลัวต่างๆด้วยความวิตกกังวล



รถกระบะแล่นผ่านซุ้มไม้ไผ่ เสาสองข้างแกะสลักลวดลายแปลกตาสองประตูมีรูปปั้นเทวดายืนพรมมืออยู่ ชาวบ้านเดินขวักไขว่บาวคนขายของอยู่ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้าน บางคนกำลังแบกข้าวของเสียเต็มมอเตอร์ไซค์

สายลมเย็นๆพัดผ่านผิวกายจนรู้สึกยะเยือกยามที่ลอดซุ้มประตูนั้น ใบไม้ไหวพร้อมกันราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือน

ไม่มีใครรู้เลยว่า...

การเดินทางครั้งนี้

จะเปลี่ยนชีวิตของทั้งสองคนไปตลอดกาล

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 34 มนต์แห่งอนธกาลกาเล

    ภายในห้องประชุมเล็ก ๆ ของอนามัยบ้านห้วยขมิ้น เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เสียจนได้ยินเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนครืดคราดอยู่เหนือศีรษะด้านนอกหน้าต่างชาวบ้านกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหกเข้าไปยังห้องพักผู้ป่วยชั่วคราวโดยมีเสียงครางของผู้ป้วยและเสียงออกคำสั่งของชาวบ้านดังเป็นระยะ ๆ ที่เสียงครางดังลอดเข้ามายังห้องประชุมเล็กๆของอนามัย"อ่า...""อ่า..."เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นทางตันที่อื้ออึงไปด้วยปริศนาหมอแขไททนนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะถอดแว่นออกมานวดสันจมูก ใบหน้าของแพทย์อาวุโสเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนและหนักใจตั้งแต่เป็นหมอมา เขาเคยรักษาคนมานับหมื่น เคยเจอทั้งโรคระบาดอุบัติเหตุหมู่คนถูกยิงคนถูกงูกัดคนถูกหมีตะปบถึงแม้จะเคยเจอ เคสที่ถูกีเข้าหรือผีทำร้ายอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ไม่เคยเจอคนที่เหมือนตายแล้ว แต่กลับยังมีชีวิตอยู่"เอาล่ะ"หมอแขไทเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นก่อน ทุกสายตาหันมามอง ชายชราสูดลมหายใจลึกก่อนพูดช้า ๆ เพื่อทำลายความเงียบงันที่แสนอึดอัดนี้"พวกเราอ้อมค้อมกันมามากพอแล้วผมอยากถามตรง ๆ"เขา

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 33 ศพที่ไม่ตาย

    ตลอดทางจากวัดมายังอนามัยบ้านห้วยขมิ้นมันราวกับพวกเขารู้ตัวว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคตไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ศรันย์ที่ปกติพูดไม่หยุดก็ยังเงียบเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าไว้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป...เมื่อมาถึงอนามัย ภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักชาวบ้านกว่าสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าอนามัยหมอแขไทยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ไกลทันทีที่เห็นหมอสิงห์และหมอทั้งสอง อาจารย์หมอก็ถอนหายใจโล่งอก เขากวักมือเรียกทุกคนทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ"มาสัก ทีรีบมาดูนี่หน่อย"ทุกคนรีบเดินเข้าไปตามคำเชิญ ก่อนจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ด้วยเชือกหลายเส้นผู้ป่วยซูบผอมผิดปกติผิวหนังซีดราวกับไร้ซึ่งเลือดฟาด ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าปกติริมฝีปากแห้งแตกแต่ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยการถูกกัดไม่มีรอยฟกช้ำไม่มีเลือด...ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆก่อนส่งเสียงออกมา"อ่า...""...อ่า...""...อ่า..."ศรันย์ถึงกับหยุดเดิน"เดี๋ยวนะ...ทำไมฟังเหมือนซอมบี้เลย"ชาวบ้านคนหนึ่งพยักหน้าแรง"ใช่ครับหมอเมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยดูหนังผีฝรั่งมันเหมือนเป๊ะ! เเต่นี่มันเหมือนคนมากกว่าไม่มีบาดแผล"

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 32 อนธกาลกาเล

    แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในวัดบ้านห้วยขมิ้น แม้หมู่บ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ความหวาดกลัวจากสองคืนที่ผ่านมา ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจของผู้คนใบข้าวแทบวิ่งออกจากอนามัยทันทีที่จักรมาบอกข่าว ศรันย์วิ่งตามหลังมาติด ๆ ส่วนผู้กองฉัตรกล้าที่กำลังพูดคุยเรื่องเวรยามกับตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หน้าอนามัยก็รีบตามมาด้วยเช่นกันเมื่อทั้งสามมาถึงวัดสายตาของใบข้าวก็หันไปทางชายป่าท้ายวัดทันที แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงในเสื้อม่อฮ่อมสีเข้มกำลังเดินออกมาจากแนวไม้แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนดินแม้จะมีรอยขาดจากกิ่งไม้แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่หมอสิงห์ก็ยังคงเป็นหมอสิงห์ ชายหนุ่มผู้มีแววตาแน่วแน่เสมอ ใบข้าวไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังวิ่ง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา"คุณ!"หมอสิงห์ชะงักก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งใจของเขารู้สึกราวกับ มีแมลงบินอยู่ข้างในอก"หมอ"ใบข้าวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังตรวจคนไข้"เจ็บตรงไหนไหมได้กินข้าวหรือเปล่าเป็นไข้ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า"คำถามรัวเร็วจนหมอสิงห์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกดีจนอธิบายไม่ถูก "ใจเย็นก่อนผมยังไม่

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 31 เงาจากปรโลก

    หลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 30 วิชาที่หายสาบสูญ

    สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ

  • หมอครับผมรัก(ลัก)หมอ   บทที่ 29 กลิ่นสาปความตาย

    อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status