Masuk“พวกเฮียนัดผมมาที่นี่ มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ”
ตะวันนั่งอยู่ในวงสนทนาที่มีพวกของเฮียคิเรย์นั่งรายล้อม จ้องเขาเป็นตาเดียวอย่างกับมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ก่อนหน้านี้เขากำลังจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกกับเพื่อน แต่เฮียคิเรย์ดันโทร.ตามบอกมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย เขาจึงพาตัวเองมายังร้านอาหารอีกแห่งที่เฮียคิเรย์นัดไว้ “กูมีเรื่องจะให้มึงช่วย” “เรื่องอะไรครับเฮีย” ตะวันฉีกยิ้มรออีกฝ่ายพูดออกมา กับพวกเฮียทุกคนเขาเต็มใจช่วยทุกอย่างอยู่แล้ว “มึงมาเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ดหน่อยได้ไหม” แต่ต้องไม่ใช่เรื่องยายนี่สิวะ “เฮียว่าไงนะ! จะให้ผมเป็นบอดีการ์ดยัยนั่นน่ะเหรอ” ถึงกับต้องทวนถามซ้ำอีกรอบเผื่อตัวเองได้ยินผิดไป แต่เมื่อเฮียคิเรย์พยักหน้าให้ช้าๆ ตะวันก็รู้แล้วว่าโชคร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับเขา “มึงช่วยกูหน่อยนะตะวัน มึงก็น่าจะรู้ช่วงนี้น้องเห็ดออกเที่ยวบ่อย แล้วยังมีเรื่องมั่วผู้ชายมาเกี่ยวอีก มีแต่มึงนี่แหละที่หลานกูไม่ชอบและไม่มีทางยุ่งด้วยแน่นอน มึงมาคุมพฤติกรรมน้องเห็ดให้กูทีเหอะ” สายตาและน้ำเสียงเฮียคิเรย์อ้อนวอนกว่าทุกครั้ง เขย่าใจเขาให้โอนเอนง่อนแง่น แม้ว่าคำขอของเฮียนั้นแทบทำเขาปฏิเสธออกมาตั้งแต่แรกเลยก็ตาม แต่พอเฮียมาอ้อนขอกันแบบนี้ เขาก็เริ่มอึดอัดทำตัวไม่ถูก จะว่าเกรงใจมันก็ใช่ แต่อีกใจก็ต้องคิดทบทวนกับตัวเอง ให้เขาเป็นบอดีการ์ดคุมพฤติกรรมเห็ดหอม ผู้หญิงที่น่ารำคาญที่สุดในโลก เขาคงอกแตกตายตั้งแต่วันแรก “เฮียหาคนอื่นไม่ได้เหรอ ผมไม่อยากทำ” ตัดสินใจบอกไปตรงๆ แต่เฮียคิเรย์ก็สวนกลับมาทันที “คนอื่นไม่ได้ มันต้องเป็นมึงเท่านั้น กูไม่ได้จะให้มึงช่วยฟรีๆ นะตะวัน กูมีข้อเสนอมาแลกเปลี่ยน” “ยังไงวะเฮีย” คิ้วเข้มยิ่งขยับชิดกัน สีหน้างุนงงเป็นที่สุด “กูรู้มาจากไอ้คัสว่ามึงอยากเปิดร้านสักเป็นของตัวเองใช่ปะ” เมื่อคิเรย์ถามอีกฝ่ายออกไป เขาก็หันไปมองมาร์คัสคนให้ข้อมูล มาร์คัสเป็นแฟนกับพี่สาวของตะวัน จะเรียกว่าพี่เขยก็ได้ จึงไม่แปลกที่มาร์คัสจะรู้รายละเอียดยิบย่อยต่างๆ เกี่ยวกับเด็กหนุ่ม เพราะตะวันก็สนิทกับพี่เขยตัวเองพอสมควร “ถ้ามึงยอมเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ด กูจะเปิดร้านสักให้มึง มึงเล็งร้านแถวย่านxxไว้นี่ แต่ร้านนั้นยังไม่ยอมเซ้งให้มึงใช่ไหมล่ะ ถ้ามึงช่วยกูนะ กูจะทำให้ร้านนั้นตกเป็นของมึง” คำพูดของคิเรย์ล่อตาล่อใจตะวันพอสมควร เขาอยากมีร้านสักเป็นของตัวเองและร้านที่เล็งไว้ก็อยู่ในย่านทำเลดีแถมยังมีมหา’ลัยใกล้ๆ ด้วย คิดว่าถ้าได้ร้านนั้นมากิจการคงไปได้สวย ติดอย่างเดียวก็ตรงที่เจ้าของคนเก่าไม่ยอมขาย แต่เมื่อคิเรย์เสนอมาแบบนี้ มันทำเขาใจไขว้เขวไม่น้อยเลยล่ะ “กูจ้างมึงด้วยนะ ไม่ได้ให้มึงทำฟรีๆ” คิเรย์กล่อมตะวันทีละนิด เห็นสีหน้าค่อยๆ คิดไตร่ตรองนั้นแล้วก็อยากให้ตะวันรับข้อเสนอตัวเองสักที “มึงคิดดูดีๆ นะตะวัน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไอ้คิเรย์ทั้งเปิดร้านสักให้มึงไม่พอ มึงยังได้เงินจากมันอีก เป็นกูนะกูไม่ปฏิเสธหรอก” มาร์ตินช่วยบิ้วอีกคน ตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังมองเขา เกิดเป็นความกดดันที่ทำให้กลืนน้ำลายไม่ลง “มันจะไม่คุ้มก็ตรงที่ผมทะเลาะกับยัยนั่นจนเสียสุขภาพจิตนี่แหละ” เขารู้ตัวเองดีว่าเป็นคนยังไง โผงผาง เด็ดขาด ปากปีจอ หากต้องตามดูแลเห็ดหอมที่นิสัยเสียไม่แพ้กันมีหวังทะเลาะจนเส้นเสียงอักเสบกันพอดี แค่คิดก็เห็นหายนะลางๆ แล้ว “งั้นมึงทดลองงานดูก่อนไหม” “ทดลองงานเหรอเฮีย ยังไงวะ?” ตะวันไม่ชอบสายตาที่พวกเฮียทุกคนมองเขาในตอนนี้เลย มันดูเจ้าเล่ห์แบบที่เขารู้สึกใจคอไม่ดี “ก็ไปทดลองเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ดก่อน ถ้ามึงไม่ไหวจริงๆ ไม่อยากทำกูจะไม่ขอร้อง ไม่บังคับมึงอีกเลย ตกลงไหม” แบบนี้นี่เอง จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ทดสอบความอดทนของตัวเองด้วยว่าหากต้องทนเป็นที่รองมือรองตีนให้ยายนั่นจะทนเธอได้สักเท่าไรกันเชียว “ก็ได้เฮีย ผมตกลง” การทดลองงานของตะวันไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมาก แต่ความปวดหัวนั้นเกินคำว่ามากแน่นอน เฮียคิเรย์โทร.คุยกับผู้จัดการส่วนตัวของเห็ดหอมถึงเรื่องที่จะให้เขาลองไปเป็นบอดีการ์ดดูแลยายนั่น ต่างคนต่างรับทราบเข้าใจกันเป็นอย่างดี ทว่าไม่คิดเลยในขณะที่เขากำลังนอนทำใจครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าหากอยู่กับยายตัวแสบน่ารำคาญ สายเรียกเข้าจากเฮียคิเรย์ช่วงกลางดึกก็ทำเขาหายใจไม่ทั่วปอด (มึงพร้อมเริ่มทดลองงานยัง) “ตอนนี้เหรอเฮีย อย่าบอกนะว่า…” (เออ อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ อีกแล้ว..) ไอ้คำว่าอีกแล้วของเฮียคิเรย์และตามมาด้วยเสียถอนหายใจดังเฮือกจนเหมือนลมหายใจของเฮียนั้นเป่ารดข้างหูเขาจริงๆ ตะวันรู้เลยว่าความปวดหัวที่เขาไม่อยากเจอมาหากันเร็วกว่าที่คิด เขารีบลุกแต่งตัวและออกจากบ้านไปตามโลเคชันที่เฮียคิเรย์ส่งมาให้ มันเป็นผับลับๆ ที่น้อยจะรู้จักและไปเที่ยวเพราะค่อนข้างคัดเลือกลูกค้าและที่สำคัญจองโต๊ะยากมากด้วย แต่ก็เหมือนเดิมที่ตะวันผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดายเพราะบารมีของเฮียคิเรย์ เขาตรงไปยังห้องวีไอพีที่มีเป้าหมายอยู่ด้านใน เหตุการณ์มันโคตรจะเดจาวูสุดๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเจอแม่ตัวดีอยู่กับผู้ชาย แถมครั้งนี้ผู้ชายตั้งสองคน! เชื้อแรดๆ ไม่รู้ว่าไปติดใครมา เพราะเมื่อก่อนก็ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้ “แกอีกแล้ว!” เห็นหน้ากันก็เหวี่ยงใส่ เจอหน้าเขาเหมือนเจอเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แล้วเธอคิดว่าตัวเองคิดแบบนี้อยู่คนเดียวหรือไง เขาก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ “ยังไม่เลิกทำตัวประชดเป็นเด็กๆ อีกเหรอ” “แล้วมันหนักส่วนไหนของแกไม่ทราบ” เห็ดหอมนั้นยืนโงนเงนเพราะฤทธิ์สุราจนต้องหันไปเกาะคอผู้ชายคนข้างๆ ถึงตอนนั้นตะวันก็ไม่ได้ใจเย็นอีกต่อไป “มานี่!” “ว๊ายยยย!” ร่างเล็กโดนกระชากเข้ามาหาตัว แขนบอบบางเกือบจะหลุดเพราะแรงหมาบ้าของตะวัน “ปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ได้ยังไงวะ” ตะวันส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายรำคาญพฤติกรรมสุดเอือมระอาของเห็ดหอมที่ไม่รู้จักรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้เลย เป็นถึงดาราดังมีชื่อเสียงแต่ดูทำตัวเข้าเถอะ เธอดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนที่กอดรัดล็อกคอไว้แน่น สบถด่าทอเสียงดังโวยวายตามประสาคนเมาจนอยากหาอะไรมายัดใส่ปากจะได้เงียบสักที “ที่นี่มีกฎรักษาความลับของลูกค้า หวังว่าพวกมึงสองคนคงไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนนะ” “คะ…ครับ แน่นอน พวกผมเป็นแค่พนักงานต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัดอยู่แล้วครับ” หนุ่มหน้าตี๋ที่เห็ดหอมเกาะคอเมื่อตะกี้พูดจาพินอบพิเทาเพราะกลัวรังสีอันตรายจากสายตาคมเข้มที่ตะวันเพ่งมองเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องกัน ขืนพูดจาไม่เข้าหูหรือปากพล่อยคงจบไม่สวยแน่นอน เห็ดหอมยังไม่สิ้นฤทธิ์แต่วันนี้เธอเมาพอสมควรทำให้เรี่ยวแรงในการต่อต้านลดลงเยอะกว่าเดิม แต่ถึงยังไงสำหรับตะวันยายตัวน่ารำคาญก็ยังแรงเยอะอยู่ดี กว่าเขาจะพาตัวมาที่รถโดยไม่ให้คนอื่นเห็นหรือเป็นจุดสังเกตทำเอาเหงื่อแตก เห็ดหอมแอบหนีเจ๊ปิงปองผู้จัดการออกมาเที่ยวตามลำพังเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของเดือนนี้ แต่ที่โดนจับได้จนตามตัวเจอก็เพราะคิเรย์คอยให้คนแอบสะกดรอยตามหลานสาวมาตลอด เขารู้อยู่แล้วว่านิสัยดื้อด้านหัวแข็งเอาแต่ใจของเห็ดหอมคงไม่หยุดทำตัวประชดพี่หิรัญได้ง่ายๆ เหมือนยิ่งตักเตือนก็ยิ่งเอาใหญ่ ต่อต้านหนักกว่าเดิมเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







