Masuk“พวกเฮียนัดผมมาที่นี่ มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ”
ตะวันนั่งอยู่ในวงสนทนาที่มีพวกของเฮียคิเรย์นั่งรายล้อม จ้องเขาเป็นตาเดียวอย่างกับมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ก่อนหน้านี้เขากำลังจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกกับเพื่อน แต่เฮียคิเรย์ดันโทร.ตามบอกมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย เขาจึงพาตัวเองมายังร้านอาหารอีกแห่งที่เฮียคิเรย์นัดไว้ “กูมีเรื่องจะให้มึงช่วย” “เรื่องอะไรครับเฮีย” ตะวันฉีกยิ้มรออีกฝ่ายพูดออกมา กับพวกเฮียทุกคนเขาเต็มใจช่วยทุกอย่างอยู่แล้ว “มึงมาเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ดหน่อยได้ไหม” แต่ต้องไม่ใช่เรื่องยายนี่สิวะ “เฮียว่าไงนะ! จะให้ผมเป็นบอดีการ์ดยัยนั่นน่ะเหรอ” ถึงกับต้องทวนถามซ้ำอีกรอบเผื่อตัวเองได้ยินผิดไป แต่เมื่อเฮียคิเรย์พยักหน้าให้ช้าๆ ตะวันก็รู้แล้วว่าโชคร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับเขา “มึงช่วยกูหน่อยนะตะวัน มึงก็น่าจะรู้ช่วงนี้น้องเห็ดออกเที่ยวบ่อย แล้วยังมีเรื่องมั่วผู้ชายมาเกี่ยวอีก มีแต่มึงนี่แหละที่หลานกูไม่ชอบและไม่มีทางยุ่งด้วยแน่นอน มึงมาคุมพฤติกรรมน้องเห็ดให้กูทีเหอะ” สายตาและน้ำเสียงเฮียคิเรย์อ้อนวอนกว่าทุกครั้ง เขย่าใจเขาให้โอนเอนง่อนแง่น แม้ว่าคำขอของเฮียนั้นแทบทำเขาปฏิเสธออกมาตั้งแต่แรกเลยก็ตาม แต่พอเฮียมาอ้อนขอกันแบบนี้ เขาก็เริ่มอึดอัดทำตัวไม่ถูก จะว่าเกรงใจมันก็ใช่ แต่อีกใจก็ต้องคิดทบทวนกับตัวเอง ให้เขาเป็นบอดีการ์ดคุมพฤติกรรมเห็ดหอม ผู้หญิงที่น่ารำคาญที่สุดในโลก เขาคงอกแตกตายตั้งแต่วันแรก “เฮียหาคนอื่นไม่ได้เหรอ ผมไม่อยากทำ” ตัดสินใจบอกไปตรงๆ แต่เฮียคิเรย์ก็สวนกลับมาทันที “คนอื่นไม่ได้ มันต้องเป็นมึงเท่านั้น กูไม่ได้จะให้มึงช่วยฟรีๆ นะตะวัน กูมีข้อเสนอมาแลกเปลี่ยน” “ยังไงวะเฮีย” คิ้วเข้มยิ่งขยับชิดกัน สีหน้างุนงงเป็นที่สุด “กูรู้มาจากไอ้คัสว่ามึงอยากเปิดร้านสักเป็นของตัวเองใช่ปะ” เมื่อคิเรย์ถามอีกฝ่ายออกไป เขาก็หันไปมองมาร์คัสคนให้ข้อมูล มาร์คัสเป็นแฟนกับพี่สาวของตะวัน จะเรียกว่าพี่เขยก็ได้ จึงไม่แปลกที่มาร์คัสจะรู้รายละเอียดยิบย่อยต่างๆ เกี่ยวกับเด็กหนุ่ม เพราะตะวันก็สนิทกับพี่เขยตัวเองพอสมควร “ถ้ามึงยอมเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ด กูจะเปิดร้านสักให้มึง มึงเล็งร้านแถวย่านxxไว้นี่ แต่ร้านนั้นยังไม่ยอมเซ้งให้มึงใช่ไหมล่ะ ถ้ามึงช่วยกูนะ กูจะทำให้ร้านนั้นตกเป็นของมึง” คำพูดของคิเรย์ล่อตาล่อใจตะวันพอสมควร เขาอยากมีร้านสักเป็นของตัวเองและร้านที่เล็งไว้ก็อยู่ในย่านทำเลดีแถมยังมีมหา’ลัยใกล้ๆ ด้วย คิดว่าถ้าได้ร้านนั้นมากิจการคงไปได้สวย ติดอย่างเดียวก็ตรงที่เจ้าของคนเก่าไม่ยอมขาย แต่เมื่อคิเรย์เสนอมาแบบนี้ มันทำเขาใจไขว้เขวไม่น้อยเลยล่ะ “กูจ้างมึงด้วยนะ ไม่ได้ให้มึงทำฟรีๆ” คิเรย์กล่อมตะวันทีละนิด เห็นสีหน้าค่อยๆ คิดไตร่ตรองนั้นแล้วก็อยากให้ตะวันรับข้อเสนอตัวเองสักที “มึงคิดดูดีๆ นะตะวัน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไอ้คิเรย์ทั้งเปิดร้านสักให้มึงไม่พอ มึงยังได้เงินจากมันอีก เป็นกูนะกูไม่ปฏิเสธหรอก” มาร์ตินช่วยบิ้วอีกคน ตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังมองเขา เกิดเป็นความกดดันที่ทำให้กลืนน้ำลายไม่ลง “มันจะไม่คุ้มก็ตรงที่ผมทะเลาะกับยัยนั่นจนเสียสุขภาพจิตนี่แหละ” เขารู้ตัวเองดีว่าเป็นคนยังไง โผงผาง เด็ดขาด ปากปีจอ หากต้องตามดูแลเห็ดหอมที่นิสัยเสียไม่แพ้กันมีหวังทะเลาะจนเส้นเสียงอักเสบกันพอดี แค่คิดก็เห็นหายนะลางๆ แล้ว “งั้นมึงทดลองงานดูก่อนไหม” “ทดลองงานเหรอเฮีย ยังไงวะ?” ตะวันไม่ชอบสายตาที่พวกเฮียทุกคนมองเขาในตอนนี้เลย มันดูเจ้าเล่ห์แบบที่เขารู้สึกใจคอไม่ดี “ก็ไปทดลองเป็นบอดีการ์ดให้น้องเห็ดก่อน ถ้ามึงไม่ไหวจริงๆ ไม่อยากทำกูจะไม่ขอร้อง ไม่บังคับมึงอีกเลย ตกลงไหม” แบบนี้นี่เอง จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ทดสอบความอดทนของตัวเองด้วยว่าหากต้องทนเป็นที่รองมือรองตีนให้ยายนั่นจะทนเธอได้สักเท่าไรกันเชียว “ก็ได้เฮีย ผมตกลง” การทดลองงานของตะวันไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมาก แต่ความปวดหัวนั้นเกินคำว่ามากแน่นอน เฮียคิเรย์โทร.คุยกับผู้จัดการส่วนตัวของเห็ดหอมถึงเรื่องที่จะให้เขาลองไปเป็นบอดีการ์ดดูแลยายนั่น ต่างคนต่างรับทราบเข้าใจกันเป็นอย่างดี ทว่าไม่คิดเลยในขณะที่เขากำลังนอนทำใจครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าหากอยู่กับยายตัวแสบน่ารำคาญ สายเรียกเข้าจากเฮียคิเรย์ช่วงกลางดึกก็ทำเขาหายใจไม่ทั่วปอด (มึงพร้อมเริ่มทดลองงานยัง) “ตอนนี้เหรอเฮีย อย่าบอกนะว่า…” (เออ อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ อีกแล้ว..) ไอ้คำว่าอีกแล้วของเฮียคิเรย์และตามมาด้วยเสียถอนหายใจดังเฮือกจนเหมือนลมหายใจของเฮียนั้นเป่ารดข้างหูเขาจริงๆ ตะวันรู้เลยว่าความปวดหัวที่เขาไม่อยากเจอมาหากันเร็วกว่าที่คิด เขารีบลุกแต่งตัวและออกจากบ้านไปตามโลเคชันที่เฮียคิเรย์ส่งมาให้ มันเป็นผับลับๆ ที่น้อยจะรู้จักและไปเที่ยวเพราะค่อนข้างคัดเลือกลูกค้าและที่สำคัญจองโต๊ะยากมากด้วย แต่ก็เหมือนเดิมที่ตะวันผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดายเพราะบารมีของเฮียคิเรย์ เขาตรงไปยังห้องวีไอพีที่มีเป้าหมายอยู่ด้านใน เหตุการณ์มันโคตรจะเดจาวูสุดๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเจอแม่ตัวดีอยู่กับผู้ชาย แถมครั้งนี้ผู้ชายตั้งสองคน! เชื้อแรดๆ ไม่รู้ว่าไปติดใครมา เพราะเมื่อก่อนก็ไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้ “แกอีกแล้ว!” เห็นหน้ากันก็เหวี่ยงใส่ เจอหน้าเขาเหมือนเจอเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แล้วเธอคิดว่าตัวเองคิดแบบนี้อยู่คนเดียวหรือไง เขาก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ “ยังไม่เลิกทำตัวประชดเป็นเด็กๆ อีกเหรอ” “แล้วมันหนักส่วนไหนของแกไม่ทราบ” เห็ดหอมนั้นยืนโงนเงนเพราะฤทธิ์สุราจนต้องหันไปเกาะคอผู้ชายคนข้างๆ ถึงตอนนั้นตะวันก็ไม่ได้ใจเย็นอีกต่อไป “มานี่!” “ว๊ายยยย!” ร่างเล็กโดนกระชากเข้ามาหาตัว แขนบอบบางเกือบจะหลุดเพราะแรงหมาบ้าของตะวัน “ปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ได้ยังไงวะ” ตะวันส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายรำคาญพฤติกรรมสุดเอือมระอาของเห็ดหอมที่ไม่รู้จักรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้เลย เป็นถึงดาราดังมีชื่อเสียงแต่ดูทำตัวเข้าเถอะ เธอดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนที่กอดรัดล็อกคอไว้แน่น สบถด่าทอเสียงดังโวยวายตามประสาคนเมาจนอยากหาอะไรมายัดใส่ปากจะได้เงียบสักที “ที่นี่มีกฎรักษาความลับของลูกค้า หวังว่าพวกมึงสองคนคงไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนนะ” “คะ…ครับ แน่นอน พวกผมเป็นแค่พนักงานต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัดอยู่แล้วครับ” หนุ่มหน้าตี๋ที่เห็ดหอมเกาะคอเมื่อตะกี้พูดจาพินอบพิเทาเพราะกลัวรังสีอันตรายจากสายตาคมเข้มที่ตะวันเพ่งมองเหมือนจะเข้ามาหาเรื่องกัน ขืนพูดจาไม่เข้าหูหรือปากพล่อยคงจบไม่สวยแน่นอน เห็ดหอมยังไม่สิ้นฤทธิ์แต่วันนี้เธอเมาพอสมควรทำให้เรี่ยวแรงในการต่อต้านลดลงเยอะกว่าเดิม แต่ถึงยังไงสำหรับตะวันยายตัวน่ารำคาญก็ยังแรงเยอะอยู่ดี กว่าเขาจะพาตัวมาที่รถโดยไม่ให้คนอื่นเห็นหรือเป็นจุดสังเกตทำเอาเหงื่อแตก เห็ดหอมแอบหนีเจ๊ปิงปองผู้จัดการออกมาเที่ยวตามลำพังเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของเดือนนี้ แต่ที่โดนจับได้จนตามตัวเจอก็เพราะคิเรย์คอยให้คนแอบสะกดรอยตามหลานสาวมาตลอด เขารู้อยู่แล้วว่านิสัยดื้อด้านหัวแข็งเอาแต่ใจของเห็ดหอมคงไม่หยุดทำตัวประชดพี่หิรัญได้ง่ายๆ เหมือนยิ่งตักเตือนก็ยิ่งเอาใหญ่ ต่อต้านหนักกว่าเดิม“อ้าว ตะวันมาอยู่นี่เอง เจ๊คิดว่าเราชิ่งกลับแล้วซะอีก” เจ๊ปิงปองเอ่ยทักมาแต่ไกล ด้านหลังที่เดินตามมาด้วยกันติดๆ คือดาราสาวหน้าหวานติดเหวี่ยง ‘ไหนบอกไม่ชอบกินไอติม แล้วในมือนั่นอะไร!’ เห็ดหอมข่มอาการหน้าบึ้งเอาไว้ขณะเดินเข้าไปหาตะวันที่นั่งใกล้ข้าวทิพย์อย่างสนิทสนม“ขอโทษทีครับเจ๊ปิง ผมเห็นว่าเจ๊อยู่ข้างในแล้วก็เลยไม่รู้จะเข้าไปทำไมอีก กลัวเกะกะคนอื่นเขาทำงานน่ะครับ”“รู้ตัวก็ดี” เห็ดหอมโพล่งออกมาก่อนจะกอดอกลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้พูดอะไรออกไป“ไม่เป็นไร แค่นี้เราก็ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ แล้ว” เจ๊ปิงปองส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพลางคิดในใจว่าดีเสียอีกที่ตะวันรออยู่ด้านนอก เพราะการที่ตะวันแค่เข้าไปยืนเฉยๆ ในสตูดิโอก็เรียกความสนใจจากเหล่าทีมงาน โดยเฉพาะพวกผู้หญิง แต่ละคนพากันมองเสียจนเก็บอาการไม่อยู่“งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า” “เจ๊ไปรอที่รถก่อนนะคะ หนูขอคุยกับน้องเขาแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” เห็ดหอมบอกผู้จัดการคนสวย เจ๊ปิงปองพยักหน้ายิ้มแย้มเข้าใจ ก่อนจะเดินรี่ไปรอที่รถ “พี่ขอบใจสำหรับวันนี้มากนะข้าวทิพย์ ไอติมอร่อยมากๆ”“ขอบคุณมากนะคะพี่ ถ้าไม่ได้พี่ ป่านนี้หนูคงยังขายไม่หมด” ข้าวทิพย์ถึ
อีกหนึ่งวันทำงานปกติ เห็ดหอมมีอัดเทปถ่ายรายการทำอาหาร เป็นรายการที่มีผู้ชมเยอะพอสมควร พิธีกรของรายการนี้ก็สนิทสนมกับเธอด้วยอีกฝ่ายเป็นคนเฮฮาอารมณ์ดีและได้เจอกันตามงานอีเวนต์บ่อยๆ “พี่เล็งมานานแล้วน้องเห็ด ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ หุ่นแซ่บน่ากินคนนั้นใครอะค่ะ พี่เห็นนะว่าเขามากับหนู” เสียงแจ๋วแหววของพี่อลิซ สาวสองซึ่งเป็นพิธีกรของรายการเข้ามาถามเธอระหว่างกำลังพักเบรกผู้ชายที่พี่อลิซหมายถึงจะเป็นใครไปเสียอีก หากไม่ใช่ตะวัน…“อ๋อ บอดีการ์ดหนูน่ะค่ะพี่” “หืม? เดี๋ยวนี้มีบอดีการ์ดแล้วเหรอคะ”“ก็ให้มาช่วยแบ่งเบาภาระเจ๊ปิงปองน่ะค่ะ” ใครจะไปบอกความจริงกันเล่าว่าหน้าที่ของไอ้บอดีการ์ดคนนี้คือตามมาคุมพฤติกรรมเธอต่างหาก “แล้วบอดีการ์ดสุดหล่อของน้องเห็ดชื่ออะไรเหรอคะ” สายตาแพรวพราวเก็บความอยากไม่อยู่ของพี่อลิซกำลังจ้องมองไปยังตะวัน รายนั้นแค่ยืนหน้านิ่งๆ เหมือนหุ่นรูปปั้นแต่ออร่าความหล่อกระแทกตาคนในสตูดิโอเต็มๆ กลายเป็นจุดสนใจแย่งซีนเธอไปเสียได้ “ชื่อตะวันค่ะ”“ตะวัน~ แหม ชื่อก็เพราะ หน้าก็หล่อ น้องเห็ดไปหาบอดีการ์ดงานดีแบบนี้มาจากไหนคะเนี่ย พี่ละอิจฉ๊าอิจฉา..” พี่อลิซมองตะวันจนหมอนั่นหันมาส
วันพักผ่อนปกติของเห็ดหอมหากไม่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องก็จะแวะเวียนไปหาเพื่อนแล้วแต่ใครว่างบ้าง ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันดีที่เธอและเพื่อนว่างตรงกันจึงตกลงนัดเจอที่ลองชาคาเฟ่ เป็นคาเฟ่เล็กๆ แสนน่ารักของจริงใจเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แน่นอนเห็ดหอมไม่ได้ไปตัวคนเดียว ต้องมีตะวันตามไปด้วย เธอต้องยอมสลัดความรำคาญใจทิ้งไปซะ เพราะต่อจากนี้ต้องใช้ตะวันให้เป็นประโยชน์ “ไม่นั่งข้างหลังแล้วเหรอ” “ฉันจะนั่งหน้า”“แล้วแต่” ตะวันไหวไหล่ราวกับบอกว่าตามสบายเลยแม่คุณ เขาก็แค่คิดว่าเธอคงไม่อยากนั่งใกล้ตัวเองก็เท่านั้น รถหรูส่วนตัวของดาราสาวที่มีตะวันเป็นคนขับค่อยๆ แล่นออกจากตัวคอนโด ตรงไปตามเส้นทางถนนเบื้องหน้าซึ่งมีรถราวิ่งอยู่คลาคล่ำเห็ดหอมเหลือบตามองคนข้างกายเล็กน้อย ลืมตัวจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาไม่รักดีกำลังจ้องมองท่อนแขนแข็งแรงมีเส้นเลือดปูดโปนล้อมรอบมัดกล้ามเนื้อ ไหนจะรอยสักงูสีดำพันรอบแขนตัดกับผิวขาวสุขภาพดีของเจ้าตัว ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นเตะตาขึ้นมา ไอ้เด็กนี่ดูแน่นดีจังเลยแฮะเห็ดหอมสะบัดศรีษะเล็กน้อยเมื่อสติสตังเตลิดคิดไปไกล โชคดีที่ตะวันไม่เห็นสีหน้าเมื่อสักครู่ของเธอ ไม่อย่างนั้
ท่านหิรัญรู้ข่าวเรื่องที่ลูกสาวมีบอดีการ์ดคอยตามดูแล ทีแรกท่านไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดนี้ ไม่ได้หมายความว่าคิเรย์ทำเกินไป แต่เพราะเป็นพ่อเลยหวงลูกสาวที่มีผู้ชายหน้าไหนไม่รู้คอยตามประกบติดชีวิตต่างหาก‘ไอ้หนุ่มนี่ไว้ใจได้แน่เหรอ’‘ไว้ใจได้ครับพี่ ตะวันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมคิดว่าจัดการน้องเห็ดได้ สองคนนี้ไม่ถูกกัน พี่หมดห่วงเรื่องที่กลัวอยู่ได้เลย’เรื่องที่กลัวมีอยู่เรื่องเดียวนั่นก็คือกลัวเห็ดหอมคิดประชดบ้าๆ ด้วยการอยากมีอะไรกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ต่อต้านเขาที่มีเมียใหม่ ที่ผ่านมาลูกสาวตัวแสบไม่เคยทำสำเร็จเลยเพราะมีทั้งเขาและคิเรย์คอยช่วยสอดส่องตามดูแลตลอด แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่หลายอย่างต้องรับผิดชอบ จะให้มาตามติดชีวิตเห็ดหอมแบบเดิมก็คงไม่ได้ คิเรย์จึงเลือกใช้วิธีนี้ที่เจ้าตัวคิดว่าได้ผลที่สุด‘น้องเห็ดไม่มีทางประชดใส่คนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้หรอกพี่’คิเรย์บอกกล่าวแบบนี้ให้เขาสบายใจ วันนี้เขาจึงต้องมาให้เห็นกับตาว่ามันจะจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า เขาหวั่นใจยายลูกสาวตัวแสบ กลัวเธอจะทำได้ทุกอย่างเพื่อหาทางเอาคืนเขาให้มากที่สุด “หน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลยนิ เป็นดารานายแบบได้สบา
“ไม่ต้องตกใจไปนะ ไม่ใช่ปอบที่ไหนเข้าสิงหรอก กินแบบนี้เป็นปกติ” เจ๊ปิงปองที่นั่งใกล้กันเอี้ยวตัวมากระซิบบอกเบาๆ ตะวันนึกขำอยู่ในใจ เห็ดหอมเป็นคนที่รูปร่างสัดส่วนดีมาก การที่เธอกินเข้าไปเยอะขนาดนั้นก็คงออกกำลังกายหนักเช่นกัน ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้คงกลายเป็นคนมีเหนียง มีพุงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นดารานักแสดงจำต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่เสมอ เมื่อกี้พูดเองอยู่หยกๆ ว่าที่เขามาร่วมโต๊ะด้วย ตนจะกินลงได้ยังไง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้เธอแทบไม่เงยหน้าจากจานอาหารเลย และเพียงเวลาไม่นานเห็ดหอมก็ยัดทั้งหมดใส่ท้องเล็กๆ นั่นจนเกลี้ยงกินเก่งฉิบหาย ไม่อยากจะนึกถึงตอนแม่นี่มีแฟน ผู้ชายคนนั้นคงตกใจไม่ต่างกับเขาในตอนนี้ “ไปรอที่รถก่อนนะ เจ๊ขอคุยธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” ช่วงนี้เจ๊ปิงปองติดต่อกับที่บ้านบ่อย คงเป็นเรื่องที่น้องชายคนเล็กของเจ๊กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เห็ดหอมกับเจ๊สนิทกันมากเหมือนพี่สาวน้องสาวจึงแทบรู้ทุกๆ เรื่องของอีกฝ่ายเจ๊ปิงปองเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง ปล่อยเธออยู่กับตะวันเพียงสองคน “นั่นเธอจะไปไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อร่างเล็กไม่ได้จะเดินมาที่รถกับเ
หากถามว่าเห็ดหอมเป็นดาราที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักเยอะหรือเปล่า ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอมีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร ผลงานแจ้งเกิดของเธอมาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่ได้เป็นนักแสดงนำร่วมกับดาราดังในวงการหลายคน อีกทั้งฝีมือการแสดงของเธอเล่นดีเตะตาสมบทบาท ทำให้กลายเป็นขวัญใจคนดูและเริ่มมีแฟนคลับมากมายมาตั้งแต่นั้น ในแต่ละเดือนเห็ดหอมมีงานเข้ามาเยอะแยะเต็มไปหมด เธอทำงานเหมือนเป็นหนี้ทั้งที่ครอบครัวตัวเองนั้นก็จัดอยู่ในขั้นอภิมหาเศรษฐี ต่อให้ไม่ทำงานก็นอนใช้เงินชาตินี้ไม่มีวันหมด ทว่ากลับเป็นคนขยันและรักในงานที่ตัวเองทำ อย่างวันนี้เห็ดหอมก็มีงานร่วมเปิดตัวอีเวนต์แชมพูยี่ห้อดังที่เธอเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ร่วมกับดาราอีกหลายคน “หนูแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วนะเจ๊ เจ๊จะมาตอนไหนอะ” เสียงหวานคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการส่วนตัว เนื่องจากเจ๊ปิงปองยังจัดการธุระของที่บ้านไม่เสร็จจึงจะตามมาในภายหลัง (อีกสักหนึ่งชั่วโมงเลยแหละ แต่หนูไม่ต้องกลัวเหงานะ เจ๊ส่งคนไปดูแลหนูแทนเจ๊แล้ว นี่ก็คงใกล้ถึงแล้วมั้ง) เห็ดหอมคิดว่าคงเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของเจ๊ปิงปองที่เคยมาช่วยดูแลเธอตอนถ่ายงานละครบ่อยๆ จึงไม่ได้ซั






![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
