LOGIN“ขาสั่นขนาดนี้จะรับไหวหรอ คิรินน้อยของเฮียยังไม่ทันได้เข้าไปสำรวจความชุ่มฉ่ำเลยนะ…”
‘อ่า…ถ้าไม่คิดว่ายังซิง เฮียกระแทกเข้าไปไม่ใยดีล่ะ แต่เอาเหอะ น้องสาวเพื่อน!’
‘เฮียจะอ่อนโยนกับประสบการณ์ครั้งแรกให้หน่อยล่ะกัน’
“เฮียบ้า…”
เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่คำด่าเต็มปาก…แต่คล้ายจะเป็นคำกระซิบที่แฝงความอายไว้มากกว่าคำปฏิเสธ
“บ้าแล้วรักเฮียไหม…หึ ไหนตอบให้เฮียชื่นใจหน่อย”
คิรินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงอีกครั้ง ริมฝีปากแตะลงตรงร่องรอยหวานนั้นอีกหน และเขาก็ไม่หยุด…จนแน่ใจว่าไม่มีหยดสุดท้ายหลงเหลืออยู่ให้เธอเอ่ยคำว่าไม่เสร็จ
เขาคลายริบบิ้นที่มัดข้อมือเธอออก…ช้า ๆ ดั่งพิธีกรรมปลดพันธนาการ แต่สิ่งที่ถูกปลด…ไม่ใช่แค่ผ้า มันคือกรอบบาง ๆ ที่กั้นระหว่างคำว่าเพื่อนพี่ชายกับคนที่อยากได้เธอ
“ถึงตาเธอแล้วช่อฝัน…”
เสียงนั้นกังวานในอากาศราวกับประกาศเริ่มเกมใหม่ที่ไม่มีผู้ชนะ
คิรินดึงเธอลุกขึ้นเบา ๆ มือนึงจับ มืออีกข้างโอบเอวพยุงไว้ราวกับกลัวเธอจะทรุดจากขาที่อ่อนแรง
ดวงตาสบประสานกันในความเงียบที่หนาวร้อนปะทะ“ทำเป็นไหม…หรือจะให้เฮียสอน?”
“ไม่จำเป็นค่ะ หนูบอกเฮียแล้วไงว่าของง่ายๆ”
น้ำเสียงนั้นมั่นใจ…แต่ดวงตากลับซุกซนเกินกว่าจะปิดบังความประหม่า
“จะบอกว่ามีประสบการณ์(ช่ำชอง)”
“ใช่ค่ะ ทำไมเล่า ไม่ได้หรือไง”
“ได้ เฮียล่ะชอบสุดๆผู้หญิงรู้งาน”
“หึ เฮียลามก”
มือบางของเธอเลื่อนมาจับขอบกางเกงของเขาอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วแตะลงบนกระดุม ราวกับกำลังเปิดกล่องของขวัญที่ไม่แน่ใจว่าในนั้นคืออะไร
กางเกงถูกรูดลงอย่างเนิบช้า และเมื่อผ้าชั้นสุดท้ายเผยออกมา… เธอเพียงแค่มอง
‘ของคนปกติก็ไซต์นี้ใช่ไหม มันจะเข้ามาในตัวเราจริงๆหรอ สู้สิช่อฝัน นี่ผู้ชายที่เธอแอบชอบมาเจ็ดปีเลยนะ ฮึบ!’
ดวงตาเธอไล่ไปตามสัดส่วนที่พุ่งตระหง่าน…ก่อนจะเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
“ทำสักทีสิก่อนที่เฮียจะหมดอารมณ์”
คำพูดนั้นเร่งจังหวะหัวใจเธอให้เต้นแรงขึ้น และเธอก็ทำตาม…อย่างช้า ๆ
“อืมมม ออกแรงหน่อย ทำเป็นจริงป่าวเนี่ย…หืมมม มีอะไรจะสารภาพกับเฮียไหม”
มือของเธอเลื่อนขึ้น กอบกุม แล้วเคลื่อนไหวจังหวะหนึ่งอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ริมฝีปากจะตามไปสัมผัสปลายสุดของเขาอย่างประณีต
‘เต็มปากเลย คนลามก’
“อืมมม ทั้งปากทั้งมือนุ่มจังแห้ะ…อืมมม แบบนั้นแหละเด็กดี”
คิรินหลับตาลง มือหนาเอื้อมขึ้นสอดเข้ากับเส้นผมนุ่ม แล้วค่อย ๆ จับเธอไว้แน่นพอให้ควบคุมจังหวะได้พอดี
ทั้งสองเหมือนกำลังเต้นรำ…
เธอเคลื่อนไหว
เขานำ
เธอรับ
เขาส่ง
เธอสู้กลับ
เสียงลมหายใจแปรปรวนสลับกับเสียงครางต่ำในลำคอของเขาคล้ายคลื่นซัดกระทบฝั่งในยามฟ้าคะนอง กระทั่ง…
“อืม…ซี๊ดดดด”
เขาสะดุ้งชะงัก ร่างกายกระตุกเกร็งในวินาทีที่ปลดปล่อยความเร่าร้อนสุดท้าย นิ้วมือสั่นไหวฝังแน่นลงบนบ่าเนียนนุ่มของเธอราวกับไม่อยากปล่อยวาง ความรู้สึกที่อัดแน่นระเบิดพรั่งพรูนั้นทิ้งไออุ่นไว้ในกายเธออย่างหมดจด
“ขอโทษเฮียเอาออกไม่ทัน”
เธอรับทุกอย่างไว้
ริมฝีปากของช่อฝันเปื้อนหยาดรสรักที่เขามอบให้ ดวงตาเธอสั่นไหวอย่างไม่อาจซ่อนความรู้สึกได้หมด
“เฮียมันคาวจัง”
“หืมมม ขอโทษ ไม่ชอบหรอ”
คิรินโน้มตัวลง ใช้นิ้วปาดเบา ๆ ก่อนจะยกปลายนิ้วนั้นขึ้นเลีย ริมฝีปากเขาแตะปลายนิ้วช้า ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสไวน์เก่าเก็บ
“ชอบ ชอบที่สุด”
“ชอบน้ำเฮีย หรือชอบเฮีย หืมม”
เขากระซิบถาม ดวงตาแน่วแน่แต่แฝงไว้ด้วยความหยอกล้อ ราวกับรู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่อยากได้ยินจากปากเธออีกครั้ง
“ชอบเฮีย”
“ไปต่อกันที่เตียงเถอะ…จะได้ไม่เมื่อย เพราะบางทีเด็กดีของเฮียอาจจะชอบเจ้าคิรินน้อยของเฮียมากกว่าเฮียก็ได้นะ”
เสียงทุ้มกระซิบแนบข้างหู เธอไม่ตอบ แต่ปล่อยให้เขาประคองเธอไว้แนบอก ในค่ำคืนที่แม้จะเหนื่อย…แต่ก็ไม่มีใครอยากให้มันจบ
“อึก! เฮีย หนูกลัวตก…”
อ้อมแขนแข็งแรงค่อย ๆ สอดเข้าที่ข้อพับขาและแผ่นหลังเธอ ก่อนที่เขาจะช้อนร่างบางขึ้นจากโซฟาได้อย่างง่ายดาย สัมผัสของเขาแน่น...แต่กลับอ่อนโยนราวกับกลัวว่าหากใช้แรงมากเกินไป เธอจะรู้ว่าเขาต้องการเพียงร่างกายไม่ใช่หัวใจ
“กลัวตกหรือกลัวเฮีย(เปิดซิง)”
ปลายเท้าเธอแทบไม่แตะพื้น เมื่อคิรินพาเธอก้าวพ้นความคับแคบในมุมโซฟามาสู่เตียงกว้างกลางห้องที่มีแสงไฟสลัวเป็นฉากหลัง
“ก็หนูบอกว่าหนูไม่ได้ซิงไง”
“อ่า…เข้าใจแล้วครับ”
“เฮียคิดว่าหนูจะมี(เซ็กส์)ไม่ได้ไง หนูโตขนาดนี้แล้วนะ”
เขาวางเธอลงบนฟูกหนานุ่มช้า ๆ เสียงผ้าปูที่นอนกระทบผิวเนื้อดังกริบเบา ๆ ราวกับมันรับรู้ว่านี่คือวินาทีสำคัญระหว่างชายหญิงคนหนึ่ง
“เฮียจะเบาแรงกับหนูที่สุด…ไม่ต้องกลัว”
“ก็หนูบอกว่าไม่ได้กลัวไงคะ อะไรทำให้เฮียมั่นใจว่าหนูไม่เคยขนาดนั้น”
“แค่เอานิ้วสอดเข้าไปมันคับขนาดนั้น ไม่ซิงแล้วจะเรียกว่าอะไร”
เสียงทุ้มของเขาทิ้งตัวลงพร้อมคำมั่นที่หนักแน่นกว่าทุกประโยคในคืนนี้ มือใหญ่เอื้อมไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง หยิบขวดเจลสีใสออกมา
“เฮียจะทำอะไรคะ ต้องใช้ด้วยหรอ”
แกร็ก
ฝาขวดเปิดดัง เสียงเนียนลื่นของเนื้อเจลถูกบีบลงบนฝ่ามือ ก่อนจะเคลื่อนมาแตะผิวกายเธอช้า ๆ ด้วยสัมผัสละมุนและอ่อนโยน
“ใช้สิ ครั้งแรกมันเจ็บนะ ไม่รู้หรอ หืมมม”
ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า ขณะที่มืออีกข้างค่อย ๆ ขยับเรียวขาเธอให้แยกออกอย่างอ่อนโยน และในวินาทีที่เขาสอดนิ้วลงไป…และมันต่างออกไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“อ๊ะ…เฮีย แบบนี้มัน…”
“ใช้เจลขนาดนี้แล้ว ของเฮียน่าจะเข้าง่ายนะ…”
เสียงของเขานุ่ม…แต่แฝงรอยยิ้มที่เธอไม่กล้าสบตา นิ้วของเขาเคลื่อนไหวราวกับท่วงทำนองของเปียโนเนิบช้า แต่แผ่กระจายแรงสะเทือนเป็นคลื่นอารมณ์
“เฮียเสียงมันดังน่าเกลียดอ่ะ เฮียอย่าขยับถี่ๆได้ไหม…อ๊า…”
เมื่อเธอเริ่มบิดกาย สะโพกขยับตามจังหวะ…เขากลับหยุดนิ่ง
“เฮียอ่ะ…” เธอเรียกเขาเสียงแผ่ว
“เฮียทำไม…ฮื้ม?”
“เฮียแกล้งหนู…”
เขาหัวเราะในลำคอ เสียงพร่าอย่างคนรู้ดีว่าเธอกำลังทนไม่ไหว
“เฮียแกล้งอะไรหนู ไหนพูดสิ…”
“หนู…หนูต้องการเฮีย หนูไม่ไหวแล้ว ช่วยหนูได้ไหม…”
คำสารภาพตรงไปตรงมานั้นเปรียบเสมือนประตูที่ถูกเปิดให้เขาก้าวเข้าไปอย่างไม่มีข้อแม้
“อยากให้เฮียช่วยอะไรครับเด็กดี”
คิรินเลื่อนตัวขึ้นช้า ๆ แนบชิด ร่างกายของเขาสัมผัสกับเธอ เขาใช้มือกุมแกนกายใหญ่ยักษ์ของตัวเองไว้ แล้วขยับให้มันแนบกับกลีบเนื้อของเธอ…
เพียงแค่แนบ ไม่มีการสอดใส่
และแค่เพียงสัมผัสผ่าน ความร้อนของเขาก็ทำให้เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น
“ใส่มันเข้ามาได้แล้ว เฮียอย่าทำกับหนูแบบนี้สิ…”
“ใจแตกนะเราอ่ะ ให้เฮียใส่ไรเข้าไป เฮียไม่เข้าใจครับ”
เขาใช้ปลายท่อนแข็งเคาะเบา ๆ ตรงปากประตูรักของเธออย่างแผ่วเบา… คล้ายกำลังทดสอบว่าจุดนี้ พร้อมจะเปิดรับเขาหรือยัง
“เฮียบ้า คนลามก”
“ใครลามกกันแน่ หืมมม”
เมื่อเห็นว่าความชื้นเริ่มเอ่อล้น คิรินเลื่อนตัวเข้าหาเธออีกครั้ง พลันใช้ปลายนิ้วแตะขอบเตียง หยิบขวดเจลเดิมขึ้นอีกครั้ง
“เจลนี่กับน้ำหวานเราอันไหนมันเยิ้มกว่ากันน้าาา…”
คราวนี้ เขาบีบมันลงบนตัวเอง… และอีกส่วน…ทาลงบนเธออย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการเบิกทางให้ทุกสัมผัส…ผ่านเข้าไปโดยไม่มีคำว่าเจ็บ
“ของเฮียนั่นแหละเยิ้มสุด เฮียก็ดูที่ปลายหัวน้องชายเฮียสิ”
“ปากดีแบบนี้ต้องปิดปาก”
คิรินก้มลงจูบเธออีกครั้ง ครั้งนี้เขาจูบเพื่อเบี่ยงเบน ไม่ใช่เพื่อยั่วเย้า ริมฝีปากของเขาดึงความสนใจของเธอไปจากความกลัว ในขณะที่มืออีกข้างก็โอบกระชับทรวงอกเธอไว้เบา ๆ…พร้อมบีบคลึงอย่างเมามัน
“อ๊ะ”
เสียงครางหลุดจากลำคอเธอเบา ๆ และในจังหวะที่เขาสัมผัสได้ว่า…เธอผ่อนคลาย
‘ครั้งแรกเฮียป้องกันให้ก็แล้วกัน แต่ถ้า(ถุงแตก)เพราะเฮียรุนแรงเกินไปก็ช่วยไม่ได้นะ’
คิรินหยิบเกราะป้องกันพร้อมสวมใส่พลันดันมังกรยักษ์เข้าไปทันทีจนมิดลำ
“อึก!”
ช่อฝันสะดุ้งเบา ๆ ขณะที่เสียงหอบหายใจยังสะท้อนอยู่ในห้องที่มืดสลัว ใบหน้าของเธอสั่นไหวไปมาราวกับพยายามจะหลุดพ้นจากบางสิ่งที่แน่นขนัดอยู่ภายใน
“งือ… ไหนบอกว่าจะไม่เจ็บไง…เฮียพรุ่งนี้เราแต่งงานกันได้ไหม”
‘พูดบ้าไรยัยเด็กนี่’
เสียงเล็กที่สั่นพร่าเอ่ยอย่างน้อยใจ ดวงตาของเธอมีน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งแล่นจากจุดเชื่อมต่อไปยังกลางอก
“ทำไมล่ะ”
“ถ้าเฮียไม่แต่ง ก็เอามันออกไปเลยนะ”
เขาชะงัก หยุดการเคลื่อนไหวลงทันที และก้มลงมองด้านล่าง ดวงตาคมเข้มพลันเปลี่ยนจากความร้อนแรงเป็นอ่อนโยน ความรู้สึกผิดแล่นผ่านแววตาอย่างชัดเจน
“เฮียขอโทษ…แต่งก็ได้ พรุ่งนี้ตื่นมาไปจดทะเบียนกันนะเด็กดี”
‘นาทีนี้ ให้โกหกไรเฮียยอมทั้งนั้นแหละยัยบ๊อง’
เสียงกระซิบเบาดังแนบข้างหูเธอ ก่อนริมฝีปากอุ่นจะประทับลงบนหน้าผากที่ชุ่มเหงื่อของเธอ เขาเหมือนจะขอโทษผ่านจูบนั้น แทนคำพูดนับร้อยที่ไม่อาจเปล่งออกมา
“เฮียหนูเจ็บ”
“เฮียรู้ เลือดไหลออกมาขนาดนี้ ไหนบอกไม่ใช่ใครแรก โกหกเฮียต้องโดนทำโทษรู้ไหม”
คำพูดของเขาเข้มข้นไปด้วยอารมณ์ปนดุเล็กน้อย
‘อึก...ครั้งแรกจริงดิ...ยัยเด็กโง่เอ้ย!’
คิรินยังคงแช่ตัวอยู่ภายในเธอ ไม่ขยับแม้แต่น้อย เขาไม่เร่งเร้า แต่กลับค้างนิ่งอยู่เช่นนั้น ปล่อยให้เธอได้เรียนรู้จังหวะของการมีอยู่ของเขา จนกระทั่งความเจ็บค่อย ๆ ถูกกลืนหายไป
“เฮีย…หนูรักเฮียนะ”
“เฮียก็รักเธอช่อฝัน…”
เขาตอบอย่างแน่นหนัก แม้ในใจจะพร่ำถามตัวเองอยู่เงียบ ๆ
‘เธอคิดว่าเฮียอยากได้ความรักเหรอ? เปล่าเลย เฮียแค่อยากได้ร่างกายเธอ…’
คิรินค่อย ๆ ขยับกาย เบาและเนิบนาบ ราวกับคลื่นแรกที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างอ่อนโยน...ลึกซึ้ง พลันจับร่างเธอให้เปลี่ยนท่าอย่างนุ่มนวล จนเธอคุกเข่าลงโดยมีแขนเรียวค้ำเตียงไว้ ขณะที่เสียงลมหายใจของเธอถี่กระชั้นขึ้น
“อ่า…ลึกจัง…โคตรแน่น…ซี๊ดดดด”
เสียงกระซิบของเขาดังติดลมหายใจข้างหู ก่อนที่เขาจะโน้มกายลงแนบหลัง จูบเบา ๆ ที่ซอกคอของเธออย่างปลอบโยน มือหนาก็ไม่หยุดนิ่ง เคลื่อนไหวบนอกอิ่มอย่างช่ำชอง สัมผัสของเขาราวกับรู้จักร่างกายเธอดีสะยิ่งกว่าตัวเธอเอง
ปัก ปัก ปัก...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงหอบหายใจ เสียงครางขาดห้วงสะท้อนคลอเคล้าไปกับบรรยากาศร้อนรุ่มในห้อง
“ช่อฝันอย่ารัดเฮียแรงมันจะหักเอานะ…ซี๊ดดดด”
“หนู….อ๊ะ…ไม่ไหว…”
เสียงของเธอสั่นพร่า กลั้นความรู้สึกไม่ไหวอีกต่อไป
“เฮีย…หนู…ปวดฉี่…อ๊ะ….”
ปัก ปัก ปัก...
เสียงกระแทกยังคงดำเนินต่อไปในจังหวะที่สอดคล้องกับความรู้สึกพลุ่งพล่าน
“ปล่อยมันออกมาเลย…อืมมมม”
“เฮียบ้า หนูก็อายเป็นนะ…อ๊าาา”
“เดี๋ยวลองอีกสักสิบท่าก็คงหยุดอายล่ะ…ซี๊ดดดดดด”
เสียงเพลงคลอเบา ๆ บรรเลงขึ้นกลางโถงคฤหาสน์ กลิ่นหอมของดอกลิลลี่ขาวลอยละมุนในอากาศ บรรยากาศอบอุ่นแต่สง่างามประหนึ่งฉากในฝัน และวันนี้คือวันที่เขารอมาเกือบทั้งชีวิต ‘ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง’ คิรินยืนอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดทักซิโด้สีดำเข้ารูป สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว... หัวใจที่ยังเต้นแรงเกินไปจนเขาแทบยืนไม่ไหว ‘ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการสักทีว่าคนนี้เมียกู’ แขกในงานค่อย ๆ เงียบลง เมื่อเสียงประตูคฤหาสน์เปิดออกช้า ๆ และนั่นเองที่เธอก้าวเข้ามา… ‘สวยอะไรขนาดนั้น บ้าบอสวยเกินไปแล้วคุณเมีย’ ช่อฝัน ในชุดเจ้าสาวลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ผมถูกรวบขึ้นอย่างอ่อนโยนเผยให้เห็นลำคอระหงและรอยยิ้มจาง ๆ ที่แต้มอยู่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มจากความดีใจ...แต่เป็นยิ้มจากความสงบของใจที่ผ่านพ้นทุกอย่างมาได้ ‘ลูกชายก็หล่อได้พ่อสะจริง’ เธอก้าวเข้ามาช้า ๆ ลูกชายเดินเคียงข้าง ส่งช่อดอกไม้ให้ และในวินาทีนั้น... คนที่ยืนหน้าเวทีอย่างคิริน ชายผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าอ่อนแอ ชายผู้ที่ไม่เคยยอมแม้แต่กระสุน หรือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด... เขากลับยกมือขึ้น…ปาดน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงมาโดยไม่ทันรู้ตัว มันไม
‘ไอ้ลุงนี่มาตายไปง่ายๆแบบนี้ได้ไง ยังไม่ชดใช้ความผิดเลย ยังไม่ทำหน้าที่พ่อเลย’บรรยากาศในศาลาเงียบสงบเกินกว่าจะเรียกว่า 'อบอุ่น' งานศพจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีสิ่งใดหวือหวา มีเพียงกลิ่นธูปจาง ๆ ลอยปะปนกับเสียงสวดพระอภิธรรมที่คลอแผ่วท้องฟ้าในวันนี้ไม่มืดครึ้มจนเกินไป แต่ก็ไม่มีแสงแดดสดใสแบบที่ใครสักคนเคยหวังไว้ วันเกิดปาฏิหาริย์…ไม่ใช่วันนี้แน่“มินทร์ไม่ยอม”“พูดอะไรอ่ะลูก”ช่อฝันยืนอยู่กลางศาลา มือเรียวกำช่อดอกไม้สีขาวแน่นแนบอก ลูกชายของเธอเดินข้างกัน“เขาไม่สิทธิ์ชิงตายก่อนจะได้ดูแลมินทร์หรอ เป็นพ่อภาษาอะไรทำไมไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ ม๊าไปลากเขาขึ้นมาจากโลงเลยนะ”“มินทร์ตั้งสติลูก”“งั้นมินทร์ทำเอง”“ม๊าขอร้องอยู่นิ่งๆฟังพระสวดก่อนนะลูก”เสียงพระสวดดังลอยวน ไฟแสงเหลืองวอมเปลวที่ถูกลมพัดไหว เงาของผู้คนพลิ้วลงบนพื้น เธอก้มลงมองดอกไม้ในมือ แล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หนัก อัดแน่น เหมือนแบกอะไรบางอย่างไว้ในอกมานานเกินไป“ม๊าไม่รักป๊าหรอ ม๊าก็รักเขาอยู่ตลอดมาหนิ ไม่งั้นม๊าจะร้องไห้ทำไม”“แล้วมินทร์จะให้ม๊าทำไง เพราะม๊าเอง ที่ป๊าลูกต้องตายเพราะม๊าไล่เขาออกไปวันนั้นเอง”เสียงของเธอเบาและมั
‘ส่งจดหมายมาโบราณชะมัด!’เสียงกระดาษบางเบาถูกแกะออกอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนที่เหมือนทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว เด็กชายวัยสิบห้าปี นั่งกอดเข่าบนปลายเตียงสายตาแนบแน่นอยู่กับจดหมายในมือ ลายมือที่เขารู้ดีว่าเป็นของใคร ...ของคนที่หายไปจากบ้านนี้มาเพียงสองวัน แต่กลับทิ้งทุกความรู้สึกไว้หนักหนาเกินรับไหว“หายไปแค่สองวันเอง... ทำไมต้องส่งจดหมายมาด้วยวะ…”เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงติดห้วน หยอกประชดแบบคนพยายามไม่ให้ใจมันไหว แต่ปลายนิ้วที่จับขอบกระดาษกลับแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่ามันจะปลิวหายไปเหมือนเจ้าของมัน“แค่จะหย่ากับม๊าเอง...ทำไมต้องมาเขียนอะไรแบบนี้ด้วย…”คำพูดดูเหมือนไม่แคร์ แต่ในใจกลับสั่นคลอนไม่ต่างจากใบไม้ที่โดนลมกระโชก เขาเริ่มไล่อ่านตัวอักษรทุกบรรทัดช้า ๆ อย่างที่ไม่เคยตั้งใจขนาดนี้มาก่อน แล้วก็มาถึงประโยคสุดท้ายประโยคเดียวที่เหมือนใครเอามีดมากรีดกลางอกให้เลือดซึมไม่หยุด“ถ้าลูกได้อ่าน แสดงว่าพ่อคงไม่ได้กลับไปแล้ว ลูกไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องทำเป็นเสียใจ พ่อแค่อยากให้ลูกรู้ว่า ตลอดเวลาที่ลูกด่าว่าพ่อเลว พ่อก็พยายามจะไม่เถียง... เพราะพ่อเห็นว่าลูกมีค่าพอจะด่าพ่อทุกคำ…แค่อย่ากลายเป
“ทำไมอยู่ๆฝนก็ตกวะ กูจะไปหาเมียดีๆ อุปสรรคนี่มันอะไรกันเนี่ย อย่ามาขัดขวางความรักของกูนะเว้ย”เสียงฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปรานี หยาดน้ำเทกระหน่ำจากฟ้า ซัดหลังคาและกระทบผิวถนนดังเป็นจังหวะถี่ๆ ลมกรรโชกแรงจนต้นไม้ริมรั้วเริ่มโอนเอน สะบัดกิ่งใบพริ้วไปตามแรงพายุ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะสื่อบางอย่าง...หนักอึ้ง อัดแน่น และตึงเครียด‘เสนอหน้ามาอีกแล้ว หน้าด้าน!’ประตูหน้าบ้านถูกผลักออก ช่อฝันก้าวออกมาพร้อมเสียงฝนกระทบพื้น เธอขมวดคิ้วทันทีที่เห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่ใต้เงาไม้ริมรั้วหน้าบ้าน‘ทำตัวหน้าสมเพชจังเลยนะ นี่เราเคยรักไอ้คนแบบนี้จริงๆหรอ’คิรินยืนนิ่งตากฝนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตสีเข้มเปียกแนบลำตัว เส้นผมชื้นน้ำฝนแนบหน้าผาก ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้ หรือดื่มหนักมา แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน...เขายังไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว“มาทำไม?”เสียงของเธอดังขึ้น...แฝงความสั่นบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็อาจไม่รู้ตัวคิรินยังคงนิ่ง เขาไม่ตอบในทันที แค่ส่งสายตามองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ ไม่กร้าว...ไม่แข็ง แต่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่แทบกลืนกินตัวตนเขาทั้งหมด“ไม่ให้เฮียเข้าไปหลบฝนในบ้านก่อนหรอ…ฝ
‘ทำบุญทำทานเผื่อสัมพะเวสีจะไปผุดไปเกิดสักที’แสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ค่อย ๆ ทาบลงบนลานหน้าบ้าน เสี้ยวแสงที่ลอดผ่านปลายไม้ปลายหญ้ากระทบผิวใบ ปลุกให้เช้านี้ดูอ่อนโยนกว่าทุกวันเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วผสานกับเสียงสวดพระ ลอยแผ่วจากลำโพงวัดใกล้เคียง ...คล้ายดนตรีประกอบที่ไม่ได้นัดหมาย แต่ลงตัวอย่างแปลกประหลาด‘ขอให้ม๊ามีแต่ความสุข’คามินทร์นั่งพับเพียบอยู่ข้างแม่ มือทั้งสองยกพานข้าวของขึ้นประเคนพระอย่างเรียบร้อย เคียงข้างคือช่อฝัน ผู้หญิงที่ทั้งเป็นแม่ และเป็นทุกอย่างของเขามาตลอดชีวิตการตักบาตรวันนี้ไม่ได้มีอะไรหรูหรา ข้าวสวยร้อน ๆ กับแกงจืดใส่ฟัก วางเรียบง่ายในถุงใสหลังจากส่งของใส่บาตรเสร็จ สองแม่ลูกก็นั่งนิ่ง...หลับตากรวดน้ำ เสียงกระซิบของบทแผ่เมตตาเอ่ยเบาในลำคอ แต่ในใจของเด็กชายกลับเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของบางความคิดที่ไม่มีวันพูดออกมา‘วันเกิดผม...ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อแล้วมันเป็นจริงได้ ผมขอให้ลุงวายุฟื้นขึ้นมาได้ไหม…’เสียงแม่ดังขึ้น...อ่อนโยนและสดใสอย่างที่เคยเป็น คล้ายอยากปลุกเช้าวันนี้ให้กลับมาเป็นวันที่ดี“วันนี้ตั้งใจเรียนนะลูก ค่อยกลับมาเป่าเค้กที่บ้าน ม๊าจะตั้งใจทำสุดฝีมือเลย~”ค
‘หวังว่าจะไม่เสนอหน้ามาเป็นมลพิษในชีวิตเราอีกนะ’แสงแดดอุ่นยามเช้าทาบลงบนพื้นไม้หน้าร้าน กลิ่นของเช้าใหม่ปะปนกับกลิ่นหอมบาง ๆ ของกาแฟที่ยังไม่ถูกชง ช่อฝันเดินออกมาเปิดร้านเหมือนเช่นทุกวัน เสื้อยืดสีขาวกับผ้ากันเปื้อนลายกาแฟเก่า ๆ คล้องอยู่บนคอ ผมถูกรวบหลวม ๆ แบบไม่ได้จัดเต็ม แต่ก็พอให้ดูเรียบร้อยแต่แล้วสายตาเธอก็ชะงัก...กับช่อดอกลิลลี่สีขาวสดที่วางเด่นอยู่หน้าร้านอย่างจงใจ‘สวยจัง’ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ไม่มีเงาคนที่เธอคุ้น มีแค่ดอกไม้ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางแสงยามเช้า“เอ๊ะ... ตั้งแต่เราปฏิเสธวาโยไป เขาก็ไม่ได้ส่งดอกไม้อีกเลย แล้วทำไมวันนี้ถึงส่งมานะ...?”เธอก้มลงหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมา มือสัมผัสกับกลีบเนียนนุ่มที่เย็นจากอากาศเช้าตรู่ ดอกไม้ช่อนี้ไม่มีการ์ด ไม่มีข้อความแนบ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ...แต่กลับมีกลิ่นหอมจาง ๆ ที่อบอุ่น“หอมจัง...”เสียงนั้นหลุดออกจากริมฝีปากอย่างไม่ตั้งใจ เธอก้มลงดมดอกไม้เงียบ ๆ ราวกับโลกกำลังหมุนช้าลงในชั่วครู่แต่แล้ว...“หอมดอกไม้แล้ว... หอมคนให้ด้วยสิครับ~”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากข้างหลังพร้อมกับอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบรัดเธอแน่นจากด้านหลัง ความร้อนจากฝ่ามือและแผงอกข







