Home / โรแมนติก / หย่าหวนรัก / บทที่ 4 เราหย่ากันเถอะ

Share

บทที่ 4 เราหย่ากันเถอะ

last update Last Updated: 2026-01-02 12:26:58

เธอเงยหน้ามองเขาแล้วค่อย ๆ พ่นลมหายใจพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ให้มากที่สุด เพราะไม่อยากระเบิดอารมณ์ไปมากกว่านี้

         ดวงดวงตาใสงดงามดุจแก้วเจียระไน มิอาจซ่อนแววตาผิดหวังเอาไว้ได้

         หญิงสาวผินหน้าเนียนสวยราวกับตุ๊กตาเชิดขึ้น เดินตรงไปยังห้องนอนเพื่อเก็บของของตัวเอง และคิดจะจากที่นี่ไปอย่างไม่มีวันกลับ

         ระหว่างทางที่จะก้าวเข้าห้อง ปรินทรก็เดินตามมาและรั้งแขนเอาไว้

         “ทำไม...เหมือนอยากพูดอะไร” เขาไม่ชอบแววตาที่เธอมองเขาราวกับตัวโง่งมนั้นเอาเสียเลย

         เธอทำผิดแล้วยังอวดดีก้าวร้าวอีก จะให้เขาทำอย่างไรกับเธอดี

         หญิงสาวสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา แล้วหันไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นสามี

         “คุณฟังฉันให้ดีนะ ฉันไม่ได้เป็นคนผลักรัชนีตกน้ำ ทุกอย่างรัชนีเป็นคนทำเองทั้งหมด”

         เธอจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะจะไม่พูดกับเขาอีกกับเรื่องที่เธอไม่ได้ทำ

         “หึ...คุณคิดว่าผมโง่หรือไง คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะทำให้ตัวเองเจ็บตัวจนต้องเสียทายาทหนึ่งเดียวไป” ไม่คิดว่าเธอจะแก้ตัวไปด้วยน้ำขุ่น ๆ เช่นนี้

         “ที่บอกก็บอกไปหมดแล้ว คุณไม่เชื่อก็ตามใจ” เธอสะบัดหน้าอีกหนพร้อมเดินเข้าห้อง

         เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเก็บเอาของสำคัญลงกระเป๋า แต่เมื่อมีร่างสูงมายืนกดดันอยู่ด้านหลัง ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

         แววตาที่เขามองเธอลงมานั้น รับรู้ได้ถึงความสมเพชเวทนาเป็นที่สุด

         เธอรู้ว่าเขาไม่เชื่อที่เธอพูด แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ เขาไม่เชื่อก็คือไม่เชื่อ เธอไม่อาจจะโน้มน้าวคนไม่มีใจอย่างเขาแล้ว

         “จะไปไหน?” เสียงเข้มถามออกไป ที่ภรรยาก่อเรื่องแล้วจะหนีหายไปหน้าตาเฉยไม่ได้ เธอต้องอยู่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำไปทั้งหมด

         “ฉันรู้ทั้งหมดที่ฉันพูดไป คุณไม่เชื่อดังนั้น...” เธอเว้นคำชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยคำที่ไม่อยากเอ่ยออกไปในที่สุด

         “เราหย่ากันเถอะค่ะ ปรินทร”

         ‘เราหย่ากันงั้นเหรอ’ ชายหนุ่มคิดทบทวนในใจพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก

         เขาคิดว่า การที่ลงโทษให้เธอสำนึกผิดอยู่ด้านนอกนั้นจะทำให้เธอได้คิดอะไรได้บ้าง แต่ไม่เลยนั่นเท่ากับเสียเวลาเปล่าประโยชน์ คนอย่างเธอมันเกินเยียวยา

         ลลิษาพูดจบก็หยิบเอกสารของตัวเอง กับกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบบัตรเครดิตเหวี่ยงใส่หน้าเขา

         “เอาไป...ของคุณฉันคืนให้ เจอกันที่เขต”

         เธอลากกระเป๋าลงมาชั้นล่าง แล้วกดเบอร์โทรหาน้ำมนต์ เพื่อนสาวคนสนิทของเธอที่สุดให้มารับ

         ระหว่างที่จะเดินพ้นประตูบ้าน ปรินดาก็ไม่วายมาเยาะเย้ยถากถางก่อนไป

         “หวังว่าจะไปแล้วไปลับนะ...หึ !” ปรินดายืนกอดอกออกปากไล่อยู่กราย ๆ

         ลลิษามองหน้าแล้วก็เมินเฉยไป ลากกระเป๋าก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่ให้ทรงตัวอย่างมั่นคง

         เธอไม่สบายตั้งแต่เมื่อคืน จนป่านนี้ยังไม่ได้กินยาสักเม็ดเพื่อบรรเทาอาการ

         เธอกัดฟันให้พ้นประตูรั้วออกไปแล้ว และก็นั่งบนกระเป๋าเดินทางเพื่อรอเพื่อนมารับ อากาศรอบนอกที่มีลมพัดรู้สึกหนาวจนสั่นสะท้านไปทั้งอก แม้ว่าจะใส่เสื้อกันหนาวแล้วก็ตาม แต่ทว่ามันไม่รู้สึกอบอุ่นขึ้นเลยสักนิด

         ดวงตาเธอมองไปที่ถนนอย่างรู้สึกพร่ามัว และเมื่อเห็นรถเพื่อนเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบกับฟุตบาท สติทั้งหมดก็เลือนหายไป ร่างเธอร่วงไปกองกับพื้น

         “ลิษา...!” น้ำมนต์กรีดร้องอย่างตกใจ แต่ว่าเธอนั้นยกร่างเพื่อนขึ้นไม่ไหว จนมีแม่บ้านผู้ชราวัยเดินเข้ามา

         “ป้าณี...ช่วยมนต์หน่อยค่ะ” น้ำนมต์คุ้นเคยกับแม่บ้านผู้นี้ดี เพราะไหว้วานฝากของให้เพื่อนรักบ่อยครั้ง

         “มาค่ะ” ป้าณีช่วยกันหิ้วปีกพยุงร่างที่ไร้สติของเพื่อนสาวขึ้นรถ แล้วจับกระเป๋าโยนไปที่ด้านหลังรีบสาวเท้าขึ้นรถขับรถไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

         ป้าณีมองตามรถของคุณน้ำมนต์จนลับสายตา ดวงตาหญิงชราหม่นเศร้ากับชะตาของคนดี ๆ อย่างคุณลลิษา

         น้ำมนต์มองเพื่อนสาวแล้วก็อดตกใจไม่ได้ เธอเหยียบเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ขับหลบหลีกการจราจรที่แสนติดขัดในกรุงเทพมหานครจนไปถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

         ใบหน้าเพื่อนสาวแดงก่ำ ตัวร้อนดั่งไฟ นึกแค้นสามีของเธอที่ทื่อเหมือนสากกะเบือนั่น ทำให้เพื่อนรักของเธอต้องทรมานกายจนป่วยขนาดนี้

         เธอจดบัญชีแค้นไว้ภายในใจ คิดว่าวันหนึ่งต้องไปสะสางกับตระกูลนี้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย

         คุณหมอฉีดยาลดไข้ให้กับคนไข้ และให้น้ำเกลือทั้งยาที่ช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น เพราะร่างกายเหมือนไม่ได้พักผ่อนมาตลอดคืนทำให้เป็นลมลงไป แต่ดีที่ถึงมือหมออย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นอันตรายไปได้

         ลลิษาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าท้องฟ้าหมดแสง เห็นเพียงแสงไฟเลือนลางที่นอกหน้าต่าง มองไปรอบ ๆ เห็นเป็นห้องพักสีขาวกับเตียงนอนคนไข้ที่มีราวน้ำเกลือแขวนอยู่

         เมื่อหันไปด้านข้างพบว่าเพื่อนรักของเธอนั่นเองเป็นผู้นำตัวเธอส่งมาที่โรงพยาบาล หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวด

         สติสุดท้ายจำได้เลือนรางว่า ลากกระเป๋าซมซานออกจากบ้านชโลธรอย่างทุลักทุเล แล้วก่อนที่ภาพจะตัดไป เห็นเป็นเงาของรถเพื่อนสาวเข้ามาจอดเทียบริมถนน

         แม้ในใจลึก ๆ แล้ววาดหวังให้ใครคนนั้นที่ห่วงใยเธอเป็นเขา แต่อย่างไรเสียก็คงไม่มีวันนั้น

         ปรินทร ชายไร้หัวใจที่เธอเอาหัวใจให้เขาโยนเล่น เธอจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว

         อยู่บ้านชโลธรเธอไม่มีอะไรดีสักอย่าง เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่เชิดหน้าชูตาให้เขา เธอรู้ว่าเขาเมาและพลาดพลั้งให้กับครั้งแรกของเธอ

         เขาตัดสินใจแต่งงานกับเธอหลังตื่นขึ้นมา โดยที่มีร่างเล็กของลลิษาอยู่ในอ้อมกอด

         เธอมันโง่เองที่ตอบตกลงแต่งงาน โดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน

         น้ำตาแห่งความเสียใจไหลเพียงเงียบ ๆ ไม่กล้าแม้สะอื้นเสียงดัง กลัวเพื่อนรักที่หลับอยู่ด้านข้างตื่นขึ้น

         เธอไม่แม้จะเรียกเพื่อนสาว แต่เลือกนอนตะแคงหลับตาซึมซับไปกับความไร้เดียงของตนเอง ที่ไม่ฟังคำทัดทานของพ่อแม่จนนำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจในทุกวันนี้

         หลังจากนี้ต่อไป เธอจะไม่กลับไปเคี้ยวหญ้าอีกแล้ว เขาจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรกที่ไหนก็เชิญ!

         ผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายคนงั้นเหรอ อยากได้ก็เอาไปเลย เชิญไปเกลือกกลั้วกับของเหม็นเน่าอย่างรัชนีไปเสียเถอะ ‘ฉันหลีกทางให้’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าหวนรัก   ตอนพิเศษ โซ่ทองคล้องรัก

    @วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทสาวโสด

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 29 เริ่มต้นกันใหม่นะ(บทส่งท้าย)

    “ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแววตาวาววับที

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 28 ตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืนบวกกั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 27 อยู่ให้ได้ถ้าเธอไม่อยู่

    ผ่านมาหนึ่งเดือน ร่างกายของตฤณเริ่มดีขึ้น การตอบสนองและนิ้วมือเริ่มขยับ “คุณหมอคะ ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ” เทียนไขรีบวิ่งไปหาคุณหมอ เพราะเขาเริ่มกำมือเธอตอบกลับ “ดีใจด้วยครับ อีกไม่นานน่าจะฟื้นได้แล้วครับ” เมื่อดูความดันอัตราการเต้นของหัวใจหมอจึงให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ “คนไข้ได้ยินหมอไหมครับ” คุณหมอตบที่แก้มเบา ๆ ต้องการปลุกเขาให้ตื่นขึ้น และแล้วเปลือกตาของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นความพร่ามัวของแสงที่ลอดเข้าม่านตาทำให้เขาขยับปรับสายตาตามสัญชาติญาณ “พี่ตฤณคะ ได้ยินเทียนไหม” เทียนไขยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเขาเริ่มขยับตัว ตฤณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตาไปรอบ ๆ มองคนแปลกหน้าทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจ “พวกคุณเป็นใคร” คำถามแรกที่เปล่งออกจากปากของคนที่ป่วยมานานแรมเดือน ทำเอาคนที่เฝ้าคอยอย่างมีหวังใจแป้ว “เทียนไงคะพี่ตฤณ เทียนเป็นเมียพี่ไงคะ” “เมีย...!” ตฤณขมวดคิ้ว แล้วหลับตานึกถึงภาพเมียของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก “อ่า! ปวดหัว” “ญาติรอด้านนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอประเมินอาการของคนไข้ก่อน” สีหน้ากัง

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 26 เรื่องไม่คาดฝัน

    เสียงเรียกเข้าของมือถือของเทียนไข ทำให้เธอตกใจไม่คิดว่าเขาจะรู้เร็วว่าเธอออกจากบ้านมา “รับสิเทียน รับสิ” เขาขับไปก็บ่นไป แต่ทว่าเมียรักก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่รู้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเขาอีกถึงได้เก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน เทียนไขชั่งใจเมื่อรถเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว คิดว่าอย่างไรเขาก็ตามเธอไม่ทันแน่นอน จึงตัดสินใจกดรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล” “เทียนอยู่ไหน” “อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่” “อยู่ตรงไหน ห้ามขยับไปไหนเราต้องคุยกัน” ตฤณขับรถด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้ทันคนรัก เพราะรถที่เธอนั่งมานั้นไม่ได้แรงมาก และคนขับก็ยังเป็นคนที่มีอายุไม่ขับเร็วอยู่แล้ว “ฉันอยู่สถานีรถไฟ” “ไม่จริง คุณโกหกผมได้ยินเสียงรถวิ่งบีบแตรเหมือนอยู่ในตัวเมือง” ตฤณเป็นคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าเขารู้สถานีรถไฟนั้นไม่ได้อยู่ในชุมชนที่มีรถพลุกพล่านและตั้งอยู่ชานเมือง “ถ้าคุณรู้แล้วจะโทรหาฉันทำไม” หลังจากลงรถเธอต้องลากกระเป๋าเพื่อไปซื้อตั๋วรถทัวร์ สัมภาระที่พะรุงพะรังนั้นเป็นอุปสรรคกับเธอมาก “เทียนรอผมตรงนั้นอย่าขยับไปไหน” ตฤณพอจะเดาออกได้ว่าเธอน่าจะไปขึ้นรถทั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 25 สายลับจับชู้

    “ทานเยอะ ๆ นะคะ จะได้ทานยาก่อนนอนอีกครั้ง” เทียนไขตักมะเขือยาวชุบไข่ที่ทอดออกมาเหลืองน่ารับประทานจนเธอเองก็อยากลงมือทานเสียแล้ว แต่เห็นใบหน้าของสามีที่อ่อนล้าผิดปกติ จึงอยากเอาใจเขาเสียหน่อย “ไม่สบายเหรอตาตฤณ” การันต์หันมองใบหน้าลูกชายที่พบว่าซีดไปหน่อยสงสัยช่วงนี้โหมงานหนัก “รู้สึกล้า ๆ ครับพ่อมีปวดหัวบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ” ตฤณตอบผู้เป็นบิดาไป ไม่อยากให้เป็นห่วง “งานในไร่หากไม่มีอะไรมากก็รับพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มเถอะเราจะได้มีเวลาพักผ่อน ลุยงานคนเดียวสักวันก็ต้องล้า อย่าไปเสียดายเงิน ให้เสียดายเวลาที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพเถอะ” การันต์คิดว่าตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไรทั้งยังมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ หากจะรับพนักงานเพิ่มสักสองสามคนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา “ไว้ผมจะลองหาดูนะครับ” ตฤณก็คิดว่าดีเหมือนกันที่จะรับพนักงานเพิ่ม อย่างน้อยพวกงานตัวเลขบัญชีต้องมีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้เข้ามาดูแล เพราะไม่ไว้ใจจึงรวบเข้ามาดูแลคนเดียวเอาเสียหมด ท่านกลางบทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่เป็นเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ เทียนไขกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องที่พูดเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status