แชร์

บทที่ 5 ตัดให้ขาด

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02 12:27:33

ลลิษาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเช้าตรู่ของอีกวัน เมื่อขยับตัวก็พอดีกับที่น้ำมนต์เพื่อนรักของเธอหิ้วโจ๊กเข้ามา

         “ตื่นแล้วเหรอ” เสียงเพื่อนรักเอ่ยถามอย่างรู้สึกเป็นห่วง

         “อื้ม!” ลลิษาตอบสั้น ๆ เพราะเสียงยังไม่ปกติเสียทีเดียว เธอขยับแขนพบว่าตอนนี้หมอได้เอาสายน้ำเกลือออกจากตัวเธอแล้ว

         “หมอให้น้ำเกลือไปสองขวด พอหมดก็เอาออก” น้ำมนต์บอกกล่าวเพื่อนรักขณะเทอาหารเช้าให้

         เธอซื้อโจ๊กใส่ไข่ พิเศษตับอย่างที่เพื่อนสาวชอบทานตอนอยู่หอพักตอนเรียนด้วยกัน

         กลิ่นหอมของโจ๊กเตะเข้าจมูกจนคนที่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานเกิดหิวขึ้นมาครามครัน จนท้องร้องประท้วงออกไป

         “ท้องแกร้องได้ยินยันข้างนอกแล้ว” น้ำมนต์หยิบปาท่องโก๋ใส่จานยกมาวางที่โต๊ะวางอาหารสำหรับผู้ป่วยให้

         “ฉันไปล้างหน้าก่อน” ตอนนี้อาการเธอดีขึ้นมากแล้ว และเดินได้เองสะดวกจึงลุกเดินเข้าห้องน้ำโดยไม่ต้องให้เพื่อนช่วยพยุง

         “ฉันช่วย”

         “ไม่เป็นไร ฉันเดินเองได้”

         “แกไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้นะลิษา” น้ำมนต์ถอนหายใจ ไม่ชอบใจที่เพื่อนชอบทำให้ตัวเองเป็นผู้หญิงแกร่งทั้งที่ก็อ่อนแอจนร่างกายรับแทบไม่ไหว นึกโมโหสามีของเธอนัก เอาเพื่อนเธอไปแล้วยังดูแลไม่ดีอีก

         “ฉันไหวน่า” ต่อให้ไม่ไหวเธอก็ไม่อ่อนแอหรอก

         นึกถึงสมัยตัวเองเรียน ไม่ว่าใครก็ไม่เคยรังแกเธอได้ ผิดกับตอนนี้นัก เพราะว่าบ้านชโลธรนั้นทำกับเธอไว้เจ็บแสบเพียงไรก็ไม่เคยเอาเคยคืนเลยสักครั้ง

         “พวกมันเอาอะไรให้แกกิน แกถึงไม่สู้คนแบบนี้” น้ำมนต์อยากจะจับคนพวกนั้นมาจิกหัวแล้วสั่งสอนสักทีสองทีให้หายแค้นนัก แต่ติดที่เพื่อนเธอห้ามไว้ทุกครั้ง

         “หญ้าไง” หญิงสาวตอบสั้น ๆ แต่ทำเอาคนเป็นเพื่อนนั้นช็อตฟีลไปเลยทันที

         ‘หรือว่าเจ้าหญิงของฉันตื่นจากฝันแล้ว’ น้ำมนต์คันไม้คันมือมาก เมื่อคิดว่าเพื่อนสาวของเธอน่าจะกลับไปเอาคืนพวกชโลธรเร็ว ๆ นี้

         ขณะล้างหน้าแปรงฟันอยู่นั้น เธอก็คิดไปถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดไปหมาด ๆ กับตัวเธอเอง ตอนนี้ได้เวลาที่เธอต้องตั้งสติแล้ว ว่าควรจะทำอย่างไรดี

         มือเล็กรองน้ำที่ก๊อกแล้ววักล้างหน้าแรง ๆ  ครั้นเผื่อการล้างหน้าครั้งนี้จะทำให้ลบความหลงได้บ้าง

         เมื่อจัดการตัวเองในห้องน้ำเสร็จ ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ พร้อมกับเพื่อนที่โยนโทรศัพท์ไว้ด้านข้างอย่างหัวเสีย

         หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นและเดินไปนอนด้านข้างของเพื่อนสาว หยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนตัวเองไม่ได้ผ่านความเศร้าโศกเสียใจใด ๆ มา

         “แกยังกินได้หน้าตาเฉย...ฉันล่ะอารมณ์เสีย” น้ำมนต์ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเพื่อน เธอมักจะร้อนรนไปก่อนเสมอ และด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนสาว จึงไม่อยากเอ่ยบอกไปในทันที ปล่อยให้เพื่อนกินข้าวรับสารอาหารเข้าร่างกายเสียบ้าง

         ร่างกายที่ซูบผอมลงทุกวันราวกับพวกนางแบบที่ไร้ความรู้สึกบนแคทวอล์กก็ไม่ปาน ลิษาเคยเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงสดใส ทั้งสวยกว่าตอนนี้เป็นไหน ๆ นึกอยากหวนย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน เธอจะไม่พาเพื่อนเข้าไปในผับไฮโซนั่นเลย

         “ขอฉันกินก่อนนะ ไม่ได้กินอะไรเข้าไปมาเป็นวัน” เมื่อร่างกายประท้วงต้องการอาหารจากเธอ ดังนั้นเธอควรบำรุงมันให้ดี เพื่อไปต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะปะทะเข้ามาหาเธออีก

         แน่นอนว่ารัชนีไม่ยอมจบแค่เสียเด็กในท้องไปแน่ แต่ว่าลูกใครนั้นเธอจะไม่พูดในตอนนี้ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นมันไม่ทำให้ตัวเองแท้งแล้วโยงเรื่องนี้มากำจัดเธอหรอก

         “ฉันออกไปซื้อโจ๊กเห็นพวกชโลธรมาออเต็มโรงพยาบาล”

         “ไม่ได้มาเยี่ยมฉันหรอก โน้นสะใภ้คนโปรดแท้งลูก” เธอนั่งกินไปก็พูดไป ไม่ได้สนใจว่าคนพวกนั้นจะมาหาใคร เพราะอย่างไรพวกเขาก็ไม่สนใจสะใภ้นอกคอกอย่างเธอ

         “แม่รัชนีกระพือข่าว” น้ำมนต์เกริ่นขึ้น

         “ฉันก็คิดไว้แล้ว” ลลิษาตอบอย่างไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก เพราะเรื่องของแม่นั่นไม่เคยทำให้เล็ก แต่คนที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงคงไม่พ้นเฒ่าพีระวศุตม์ผู้นั้น ที่รักชื่อเสียงเสียจนปิดหูปิดตา ลูกหลานทำชั่วก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น

         “แกก็เลยยอมเป็นจำเลย?”

         “แกไม่รู้จักฉันหรือไง” ลลิษามองหน้าเพื่อน แต่เมื่อเห็นริมฝีปากของเพื่อนรักค่อย ๆ คลี่ออกก็อดขันไม่ได้

         “นี่สิ ถึงจะเป็นลิษาของฉัน บอกแผนการของแกมาได้เลย ฉันพร้อมสนับสนุน” เธอเป็นกองหนุนของเพื่อนเสมอตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพื่อนเอาอย่างไรเธอเอาด้วย พากันจบมาได้ก็บุญท่วมหัว เพราะขึ้นชื่อเรื่องโดดเรียนเที่ยวเก่งกันทั้งคู่

         “ไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ฉันก่อน ฉันต้องไปหย่าที่เขต”

         “โอ๊ย!...แก...ข่าวดีที่สุดในรอบปี” น้ำมนต์แทบอยากจะกระโดดกอดเพื่อน เพราะว่าตาสว่างสักทีหลังจากที่โง่รักผู้ชายไม่เอาไหนหัวปักหัวปำมานาน

         “แกหยิบโทรศัพท์ให้ฉันหน่อย” เธอบอกเพื่อนหลังทานข้าวและยาเสร็จแล้ว เลื่อนดูคลิปเสียงที่เก็บไว้ในมือถือตัวเอง พร้อมกับวิดีโอลับในบ้านชโลธร

         “ฉันจะรีบไปจัดการ” น้ำมนต์รีบออกไปจัดการเรื่องการทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้กับเพื่อนสาว แต่เมื่อเห็นสามีเพื่อนที่กำลังจะเป็นอดีตอีกไม่ช้าเดินมากับผู้ชายหนุ่ม จึงหลบหลังเสาทันที

         “ทิศ นายช่วยตามลลิษาให้หน่อยว่าไปอยู่ที่ไหนกับใคร” ปรินทรรู้ว่าเธอกำลังโกรธเดี๋ยวสักพักไม่มีที่ไปก็ซมซานกลับมาอยู่ดี

         อยู่ที่เมืองไทยไม่มีญาติที่ไหน นอกจากเขาที่เป็นสามี เธอจะไปไหนได้ และไม่มีเงินของเขาใช้อีกด้วย

         “น่าจะอยู่โรงพยาบาลนะครับ เมื่อวานป้าณีเดินมาพูดกับผมหลังจากช่วยคุณลิษาขึ้นรถเพื่อน เธอหมดสติขณะนั่งรอคุณน้ำมนต์ คาดว่าน่าจะมาโรงพยาบาล”

         “ว่าไงนะ!” ปรินทรหยุดฝีเท้ากึก ตกใจกับคำตอบของผู้ช่วยที่บอกว่าลิษาอยู่โรงพยาบาล แต่ไม่มีใครบอกให้เขารับรู้สักคนเดียว

         “เอ่อ...ผมไม่ได้รายงานคิดว่าคุณไม่สนใจ”

         “นั่นเมียฉันนะ” ปรินทรหงุดหงิดที่คนในบ้านทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจไปเสียหมด แม้กระทั่งลูกน้องคนสนิทของตัวเองที่ไว้วางใจให้ทำงานแทน

         ทศทิศหน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นแววตาวาวโรจน์ของผู้เป็นเจ้านาย เขาไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง เพียงแต่ไม่อยากทำให้ผู้เป็นนายต้องขุ่นเคือง

         “แล้วอยู่โรงพยาบาลไหนไปเช็กมา” ลลิษาคือภรรยาของเขา อย่างน้อยก็ต้องไปดูแล ต่อให้ทำผิดแค่ไหนก็ตาม เดี๋ยวคิดไว้ว่าวันหนึ่งเธอคงจะสำนึกได้และมาขอโทษเอง

         ทุกครั้งเธอก็เป็นฝ่ายยอมรับผิดแต่โดยดี ไม่เคยมีปากมีเสียง ครั้งนี้คงเป็นเหตุการณ์ที่หนักหนาเกินไปทำให้หนีเตลิดออกจากบ้านอย่างนั้น

         ‘ผู้หญิงก็อย่างนี้เอาใจยาก’

         เรื่องราวที่ทั้งเจ้านายและลูกน้องคุยกันนั้น น้ำมนต์ได้ยินเต็มสองหู แล้วก็รีบไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล เพราะกลัวเพื่อนจะเปลี่ยนใจเมื่อสามีที่รักมาเยี่ยม

         เธอเล่าเรื่องที่เพิ่งเจอให้กับเพื่อนสาวฟังหลังจากขึ้นรถออกไปแล้ว และสีหน้าของเพื่อนที่ดูเฉยชานั้นทำให้น้ำมนต์แปลกใจ

         “เธอไม่อยากพบเขาเหรอ”

         “พบให้ได้อะไร คนที่ไม่เชื่อใจเมียแบบนั้น”

         “แล้ว...!”

         “จำไว้นะน้ำมนต์ ฉันไม่ได้ต้องการกลับไปรักหวานชื่นอีกปลอม ๆ ฉันต้องการหย่าและต้องเอาคืนให้สาสม” เธอตั้งใจอย่างแรงกล้าเพื่อชำระแค้นให้ตัวเอง

         นึกไปถึงที่เขาพูดเรื่องให้เธอเลือกระหว่างการขอโทษผู้เป็นปู่กับให้เธอเลือกหย่า ตอนนั้นเธอยอมรับว่าลังเล แต่ทว่าจะให้เธอรับผิดในสิ่งที่เธอไม่ได้กระทำมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

         คนเรายอมเจ็บยอมโง่แค่ครั้งเดียว ในเมื่อเขาพูดเรื่องหย่าขึ้นมาก่อน เธอก็จะทำในสิ่งที่เขาอยากได้

         หย่าก็หย่าสิ หย่าแล้วตัดเธอให้ขาดไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเธอได้ยิ่งดี

         “น้ำมนต์ ให้ทนายของบ้านเธอร่างหนังสือเงื่อนไขการหย่าให้ฉันด้วย นับจากวันที่ฉันเดินจากบ้านชโลธร ฉันกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป”

         “ได้สิ...แล้วเธอ...” น้ำมนต์ยังถามเพื่อนรักไม่ทันจบดี ก็มีสายเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเพื่อนดังขึ้นมา

         ลลิษามองดูเบอร์ก็เห็นว่าเป็นชื่อของจางเจียเทา บิดาผู้ตัดขาดกับเธอไปเมื่อสองปีก่อนติดต่อกลับมา

         “ฮัลโหล” เธอกดรับพยายามทำเสียงให้เป็นธรรมชาติที่สุด เพราะรู้ดีว่าเรื่องราวที่เกิดกับเธอคงได้ยินไปถึงหูผู้เป็นบิดาแล้ว

         ต่อให้ตัดขาดกันอย่างไร พ่อของเธอก็ส่งคนมาติดตามสืบข่าวลูกสาวคนสุดท้องของเขาอยู่ดี

         “อาลี่...ลูกเล่นสนุกพอหรือยัง” คำถามนั้นทำเอาคนเป็นลูกที่แสนอกตัญญูอย่างจางลี่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติสั่นเครือขึ้นมาทันที

         จากคนที่คิดว่าไร้ญาติขาดมิตร แท้จริงนั้นไม่ใช่ เธอยังมีครอบครัวที่พร้อมจะดูแลและสนับสนุนเธอ

         “พ่อคะ...”

         น้ำเสียงสั่นเครือของลูกสาวทำเอาจางเจียเทาอยากบินไปรับกลับบ้านทันที

         “กลับบ้านได้แล้ว เลิกสนุกแล้วกลับมาทำงานซะ” จางเจียเทานั้นไม่โอ๋ลูก อยากทำอะไรก็ปล่อยให้ทำ แต่เมื่อลูกล้มก็พร้อมจะพยุงให้ลุกขึ้น

         “หนูกลับแน่ค่ะ ขอจัดการเรื่องทางนี้ให้เรียบร้อยก่อน” เธอพูดแค่นั้นและก็วางไป หากขืนพูดมากไปกว่านี้คงได้ร้องไห้หนักกว่าเดิม

         คนที่รักเธออย่างแท้จริงคงมีแค่ผู้เป็นบิดาเท่านั้น

         “ลี่ลี่” น้ำมนต์เรียกชื่อเก่าของเพื่อนสาวทั้งเอามือมากุมไว้

         “ฉันโอเค...แกช่วยติดต่อเพื่อนนักข่าวของแกให้หน่อยนะ ฉันมีข่าวเด็ดอยากเสนอ” เธอปาดน้ำตาแล้วเปลี่ยนเรื่องเศร้าให้เป็นเรื่องสนุก

         เธอไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และไม่เคยขอโทษในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด

         คิดจะเล่นกับคนอย่างเธอ...มันเร็วไปสิบปีแม่ชะนีผัวตาย!

         ในเมื่อชื่อเสียงที่หวงนักหวงหนานั่น แปดเปื้อนเพราะสะใภ้สุดโปรดเล่า เฒ่าชโลธรจะเป็นอย่างไร...!

        

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าหวนรัก   ตอนพิเศษ โซ่ทองคล้องรัก

    @วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทสาวโสด

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 29 เริ่มต้นกันใหม่นะ(บทส่งท้าย)

    “ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแววตาวาววับที

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 28 ตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืนบวกกั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 27 อยู่ให้ได้ถ้าเธอไม่อยู่

    ผ่านมาหนึ่งเดือน ร่างกายของตฤณเริ่มดีขึ้น การตอบสนองและนิ้วมือเริ่มขยับ “คุณหมอคะ ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ” เทียนไขรีบวิ่งไปหาคุณหมอ เพราะเขาเริ่มกำมือเธอตอบกลับ “ดีใจด้วยครับ อีกไม่นานน่าจะฟื้นได้แล้วครับ” เมื่อดูความดันอัตราการเต้นของหัวใจหมอจึงให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ “คนไข้ได้ยินหมอไหมครับ” คุณหมอตบที่แก้มเบา ๆ ต้องการปลุกเขาให้ตื่นขึ้น และแล้วเปลือกตาของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นความพร่ามัวของแสงที่ลอดเข้าม่านตาทำให้เขาขยับปรับสายตาตามสัญชาติญาณ “พี่ตฤณคะ ได้ยินเทียนไหม” เทียนไขยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเขาเริ่มขยับตัว ตฤณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตาไปรอบ ๆ มองคนแปลกหน้าทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจ “พวกคุณเป็นใคร” คำถามแรกที่เปล่งออกจากปากของคนที่ป่วยมานานแรมเดือน ทำเอาคนที่เฝ้าคอยอย่างมีหวังใจแป้ว “เทียนไงคะพี่ตฤณ เทียนเป็นเมียพี่ไงคะ” “เมีย...!” ตฤณขมวดคิ้ว แล้วหลับตานึกถึงภาพเมียของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก “อ่า! ปวดหัว” “ญาติรอด้านนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอประเมินอาการของคนไข้ก่อน” สีหน้ากัง

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 26 เรื่องไม่คาดฝัน

    เสียงเรียกเข้าของมือถือของเทียนไข ทำให้เธอตกใจไม่คิดว่าเขาจะรู้เร็วว่าเธอออกจากบ้านมา “รับสิเทียน รับสิ” เขาขับไปก็บ่นไป แต่ทว่าเมียรักก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่รู้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเขาอีกถึงได้เก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน เทียนไขชั่งใจเมื่อรถเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว คิดว่าอย่างไรเขาก็ตามเธอไม่ทันแน่นอน จึงตัดสินใจกดรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล” “เทียนอยู่ไหน” “อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่” “อยู่ตรงไหน ห้ามขยับไปไหนเราต้องคุยกัน” ตฤณขับรถด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้ทันคนรัก เพราะรถที่เธอนั่งมานั้นไม่ได้แรงมาก และคนขับก็ยังเป็นคนที่มีอายุไม่ขับเร็วอยู่แล้ว “ฉันอยู่สถานีรถไฟ” “ไม่จริง คุณโกหกผมได้ยินเสียงรถวิ่งบีบแตรเหมือนอยู่ในตัวเมือง” ตฤณเป็นคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าเขารู้สถานีรถไฟนั้นไม่ได้อยู่ในชุมชนที่มีรถพลุกพล่านและตั้งอยู่ชานเมือง “ถ้าคุณรู้แล้วจะโทรหาฉันทำไม” หลังจากลงรถเธอต้องลากกระเป๋าเพื่อไปซื้อตั๋วรถทัวร์ สัมภาระที่พะรุงพะรังนั้นเป็นอุปสรรคกับเธอมาก “เทียนรอผมตรงนั้นอย่าขยับไปไหน” ตฤณพอจะเดาออกได้ว่าเธอน่าจะไปขึ้นรถทั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 25 สายลับจับชู้

    “ทานเยอะ ๆ นะคะ จะได้ทานยาก่อนนอนอีกครั้ง” เทียนไขตักมะเขือยาวชุบไข่ที่ทอดออกมาเหลืองน่ารับประทานจนเธอเองก็อยากลงมือทานเสียแล้ว แต่เห็นใบหน้าของสามีที่อ่อนล้าผิดปกติ จึงอยากเอาใจเขาเสียหน่อย “ไม่สบายเหรอตาตฤณ” การันต์หันมองใบหน้าลูกชายที่พบว่าซีดไปหน่อยสงสัยช่วงนี้โหมงานหนัก “รู้สึกล้า ๆ ครับพ่อมีปวดหัวบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ” ตฤณตอบผู้เป็นบิดาไป ไม่อยากให้เป็นห่วง “งานในไร่หากไม่มีอะไรมากก็รับพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มเถอะเราจะได้มีเวลาพักผ่อน ลุยงานคนเดียวสักวันก็ต้องล้า อย่าไปเสียดายเงิน ให้เสียดายเวลาที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพเถอะ” การันต์คิดว่าตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไรทั้งยังมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ หากจะรับพนักงานเพิ่มสักสองสามคนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา “ไว้ผมจะลองหาดูนะครับ” ตฤณก็คิดว่าดีเหมือนกันที่จะรับพนักงานเพิ่ม อย่างน้อยพวกงานตัวเลขบัญชีต้องมีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้เข้ามาดูแล เพราะไม่ไว้ใจจึงรวบเข้ามาดูแลคนเดียวเอาเสียหมด ท่านกลางบทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่เป็นเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ เทียนไขกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องที่พูดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status