หน้าหลัก / โรแมนติก / หย่าหวนรัก / บทที่ 3 คนที่ไม่ควรรัก

แชร์

บทที่ 3 คนที่ไม่ควรรัก

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-02 12:26:33

“ปรินทร!” ดวงตาที่พร่าด้วยน้ำตามองเขาอย่างไม่เชื่อหู

         เธอไม่เคยคิดว่าคำนี้จะออกจากปากคนอย่างเขา แม้รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่เคยคิดอยากแต่งงานกับเธอ แต่ในใจลึก ๆ หวังให้เขารักเธอบ้าง

         เธอไม่ดีตรงไหนงั้นเหรอ หรือเขายังไม่เคยลืมรักเก่าอย่างรัชนี?

         นี่คือผู้ชายที่เธอทิ้งทุกอย่างเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับเขา ผู้ชายที่ต้องตัดขาดกับตระกูล เพื่อจะได้แต่งงานกับเขา

         ตลอดสองปีใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในบ้านหลังนี้ เพื่อผู้ชายเพียงคนเดียว

         ตัดขาดเพื่อนฝูงและพี่น้อง เพื่อมาให้เหยียบย่ำแล้วก็จะทิ้งเธอไปงั้นเหรอ

         ‘หึ! กระบือสิ้นดี’

         ร่างกายที่ปวดร้าวด้วยพิษไข้ ยังไม่เท่าหัวใจที่โดนเขาเหยียบย่ำให้จมดินในตอนนี้เลย

         ปัง!

         เสียงประตูปิดใส่หน้า พร้อมกับร่างของผู้เป็นสามีที่ลับไป

         เขาเชื่อฟังคนในบ้านชโลธรอย่างดี เชื่อในสิ่งผิด ๆ แต่ไม่คิดจะฟังเสียงภรรยาผู้ซื่อสัตย์ดั่งสุนัขเชื่องอย่างเธอเลยสักนิด

         เธอมันไร้เดียงสา คิดว่าเจ้าชายในฝันมายืนตรงหน้า ก็รีบโผเข้าใส่

         “จางลี่เธอตื่นได้หรือยัง” ลลิษา เรียกชื่อตัวเองในภาษาจีน ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนแท้จริงของเธอ ที่ไม่ใช่

ลลิษาผู้หญิงแสนดีที่เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้อย่างเธอ

         ความฝันที่อยากมีสามีที่ดี กับเลือกสามีที่หล่อมันไม่ได้ไปด้วยกันได้

         เขาหน้าตาดี แต่นิสัยไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด

         เขายึดติดกับครอบครัวเกินไป จนคิดว่าทุกคนชั่วช้าไปหมด แต่ที่สำคัญเธอไม่คิดว่าเขาจะกระบือเช่นนี้

         หึ...รัชนีดีอะไรนักเหรอ คนบ้านนี้ตาบอดกันหรือไง

         ตั้งแต่ปวรรุจตายไป นอกจากจะออเซาะผัวเธอแล้ว วัน ๆ ก็ไม่เห็นทำอะไร

         ลูกในท้องที่เป็นทายาทชโลธร มั่นใจกันแล้วใช่ไหมว่าของปวรรุจ

         เธอนั่งทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านหลังนี้ที่ประสบ มีไม่น้อยหรอกที่เธอรู้เกี่ยวกับเรื่องราวที่สังคมต้องการจะสอดรู้สอดเห็น

         หลังจากที่คนทั้งตระกูลโกรธเกลียดสะใภ้รองอย่าง

ลลิษา จนเมื่อคนในบ้านปิดไฟเงียบเสียงเนื่องจากเข้านอนกันหมดแล้ว

         แต่มีร่างหนึ่งที่นั่งกอดเข่าหนาวสั่นอยู่ด้านนอกอย่างน่าสงสาร

         ป้าณีแม่บ้านเก่าแก่ที่ดูแลงานครัวเดินออกมาหาเธอ และเอาผ้าห่มมาให้ป้องกันความหนาว

         “คุณลลิษา” เสียงที่ชราวัย ทำให้ร่างเล็กที่กำลังกอดเข่าร้องไห้อยู่นั้นเงยหน้าขึ้น

         “ป้าณีมาทำไมคะ เดี๋ยวก็โดนดุ” เธอเป็นห่วงป้าแม่บ้านที่คอยหาทางช่วยเหลือเสมอมา ครั้งนี้เรื่องใหญ่ เธอไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะเธอ

         “คุณสีหน้าไม่ดีเลยนะคะไม่สบายหรือเปล่าคะ” ป้าณีเอามืออังที่ศีรษะของเจ้านายสาว ที่ใคร ๆ ก็ไม่ให้ความเคารพ

         เธอสงสารตั้งแต่แต่งเข้ามาก็โดนเหยียดหยามแล้ว จึงคอยปลอบใจและช่วยเหลือเสมอมา

         ลลิษาที่คิดว่าจะไม่มีใครเป็นห่วงเธอแล้วกระทั่งสามีก็ไม่ไยดี แต่กลับมีคนอื่นที่หยิบยื่นน้ำใจเพียงน้อยนิดให้เธอ

         น้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งเมื่อสักครู่ปริ่มมาที่ขอบตาที่พร่ามัวอีกครั้ง

         “ป้าณี” เสียงเล็กแหบพร่าเรียกคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเธอด้วยความซาบซึ้งใจ

         อย่างน้อยก็ยังมีคนที่ดีกับเธออยู่บ้าง

         “โถ คุณลลิษาของป้า ไม่เป็นไรนะคะ” ป้าณีไม่เคยอยากให้ลลิษาเข้ามาอยู่ในบ้านเลย ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะที่นี่มันต่ำตมเกินไป

         เธอไม่มีทางไปไม่รู้หนังสือ อายุมากแล้วจะไปทำงานหาเลี้ยงตัวข้างนอกก็ลำบาก ได้แค่พึ่งใบบุญอยู่ในบ้านชโลธรไปจนตาย

         “ขอบคุณคุณป้ามากนะคะ” ลลิษายื่นมือไปจับแม่บ้านที่เริ่มชราวัยลงแล้ว สังเกตจากผมที่แซมด้วยสีเทาขาวประปรายบริเวณกลางศีรษะ

         “คุณไม่อยากออกไปจากที่นี่บ้างเหรอคะ” ป้าณีรวบรวมความกล้า เธอไม่อยากให้ลลิษาผู้หญิงที่บอบบางต้องทนอยู่ในบ้านชโลธรแห่งนี้

         เพราะมันมีแต่ความทุกข์

         “นั่นสิคะ หนูไม่คิดออกจากที่นี่บ้างเลยเหรอ” เธอทวนคำถามนั้นอย่างเศร้าโศก

         ทำไมจะไม่อยากเล่า อยากสิ อยากออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองเคยทำ อยากออกไปมีอิสระ

         แต่...เพราะความลุ่มหลงมัวเมาตัวเดียว ที่ทำให้เธอจมปลักเหมือนควายอยู่ที่นี่

         “อย่าว่าป้าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ นอกจากคุณปรินทร ป้าไม่เห็นใครดีอีกเลย หากคุณอยู่เพราะรักก็ต้องทนไปตลอดนะคะ” ป้าณีอยากให้สติกับลลิษา เพราะเห็นเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน

         เธอเคยสูญเสียลูกสาวในวัยที่ใกล้เคียงกับลลิษาไป ด้วยการฆ่าตัวตายเพราะช้ำรัก และไม่อยากเห็นลลิษามีเคราะห์กรรมเดียวกันกับลูกสาวของตัวเอง

         “เขาน่ะเหรอคะ ดี” เธอพูดด้วยน้ำเสียงขันเล็กน้อย

         คนดีที่ไหนเขาทิ้งเมียให้คนทั้งตระกูลรังแก

         ‘เลวเกินคนต่างหาก’

         “ไม่ดีแล้วคุณจะแต่งเข้ามาเหรอคะ” ป้าณีถามอย่าง อยากรู้ เพราะคุณปรินทรนั้นบางครั้งก็ดูเหมือนห่วงใยรักใคร่คุณลลิษา แต่บางครั้งก็เหมือนมีใจเอนเอียงไปทางพี่สะใภ้

         แม้รู้มาบ้างว่าคนรักเก่าของปรินทรคือรัชนี แต่นั่นมันก็เรื่องเมื่อนานมาแล้ว และหลายครั้งก็ดูรักใคร่กับ

ลลิษาดี

         “ลิษาแต่งเพราะรักเขา แต่ว่าเขาสิแต่งเพราะประชด” หลังจากแต่งงานไม่นานนัก เธอได้ยินเขาทะเลาะกับรัชนีเรื่องประชดประชันกัน

         ความลับถูกเปิดเผย เพราะว่าเธอบังเอิญผ่านไปได้ยินเสียงคนมีปากเสียงกันในห้อง

         ย้อนกลับเมื่อครั้งแต่งงานใหม่ ๆ

         “ทร...คุณรักแม่นั่นเหรอ แต่งงานกับมันทำไม”

         “แล้วคุณ...รักพี่รุจเหรอ”

         “ฉันถามคุณก่อนนะ”

         “ทำไมเพราะผมไม่ใช่ลูกชายคนโตที่ได้รับการสืบทอดมรดกชิ้นใหญ่ คุณถึงเปลี่ยนไปแต่งงานกับพี่ชายผมงั้นสิ”

         “นี่คุณ!” รัชนีน้ำท่วมปาก เพราะเขาพูดถูกทุกอย่าง

         “หึ...สุดท้ายคุณก็เห็นแก่เงิน”

         “ฉันรักคุณนะคะทร”

         ถ้อยคำนั้นลลิษาได้ยินเต็มสองหู แม้เขาจะไม่ได้ตอบกลับรัชนี แต่แววตาของเขาบ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่า เขายังไม่หมดรักเธอ

         เขาคือผู้ชายที่เลือดเย็น และไม่ควรได้รับความรักที่สุด

         ‘ฉันไม่ควรรักคุณ’

         หลังจากครั้งนั้น เธอปิดหูปิดตาพยายามไม่คิดเรื่องอดีตของเขา แต่เมื่อลับหลังรัชนีก็คอยจะงาบสามีเธออยู่ร่ำไป จนเธอทำได้เพียงเป็นไม้กันหมา และแสดงความรักกันอย่างหวานชื่นต่อหน้ารัชนีและทุกคนในครอบครัว

         ใครจะรู้ว่าเธอต้องเจ็บปวดใจแค่ไหน ที่รู้ว่าคนรักยังมีใจให้คนอื่น

         เธอต้องเข้มแข็งขนาดไหน ที่ทำเป็นไม่รับรู้เรื่องของพวกเขาสองคน

         เธอนั่งอยู่ด้านนอกคิดเรื่องของตัวเองไปเรื่อยเปื่อย จนเมื่อฟ้าสางแสงเริ่มสาดส่องลงมา ทำให้เธอเริ่มตัดสินใจบางอย่าง

         แต่ว่า...เสียงที่เอะอะโวยวายนั่น!

         “ลลิษาสำนึกผิดหรือยัง” เสียงของประมุขบ้านชโลธรลั่นดังมาจนได้ยินถึงด้านนอก

         เธอกำหมัดแน่น จะให้เธอสำนึกอะไรอีก คนพวกนี้ต่างหากควรจะต้องสำนึกไม่ใช่เธอ!

         “ยังครับคุณปู่”

         “เมียแกชั่วช้านัก คิดฆ่ากระทั่งหลานในไส้ของฉัน” พีระวศุตม์ไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ เหมือนทุกครั้งไป จนเขาเองก็จนใจ

         ครั้งนี้ลลิษาทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย

         “แต่งมาสองปีหลานก็ไม่มี...คนแบบนี้ไม่น่าแต่งเข้ามาเลย” แม้ตอนนั้นเขาจะเห็นด้วย แต่เพราะเป็นเรื่องจำเป็น

         ตอนนี้ไม่เห็นว่าจำเป็นต้องเก็บลลิษาไว้อีก ควรไล่ออกไปให้พ้นจากบ้านชโลธรเสียที

         “เมียผมไม่ได้ชั่วช้าแบบนี้แน่นอนครับ” ปรินทรตัดสินใจพูดออกไป

         “แล้วนังนั่นเป็นใครไม่ใช่เมียที่เก็บมาจากผับจากบาร์เมื่อสองปีก่อนหรอกเหรอ”

         เสียงผู้สูงวัยทะเลาะกับหลานชายดังไปถึงหน้าบ้าน ทำให้คนที่ถูกทิ้งให้นอนนอกบ้านสะอึก

         ลลิษาตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ อากาศข้างนอกหนาวเหน็บเพียงใด แต่ไม่ได้ดับไฟโทสะในใจของเธอได้เลย

         หญิงสาวฟังเสียงนั่นไปเรื่อย ๆ ในมโนสำนึกก็ระลึกได้แล้วว่า เขาไม่เคยรักเธอเลย

         การถูกเหยียดหยามจากคนอื่น ไม่สู้สามีพูดว่าเธอไม่ใช่เมียของเขาที่ชั่วช้า

         ‘ใช่ ฉันไม่ได้ชั่วช้า แต่เป็นคุณต่างหาก’

         เธอลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านอย่างมั่นคง ทุกก้าวย่างเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นอีกต่อไป

         ต่อไปนี้เธอจะกลับมามีชีวิตเพื่อตัวเอง

         ขณะที่ร่างเล็กเดินเข้ามาในบ้าน ที่กำลังโต้เถียงกันเรื่องเธอ ผู้เฒ่าพีระวศุตม์ชี้นิ้วด้วยอาการสั่นเทา

         “นั่น...นังนั่นมันมาเหยียบบ้านฉันอีกทำไม”

         ลลิษาจิกเล็บเข้ากับเนื้อเพื่อเรียกสติเธอให้ยังคงหยัดยืนอยู่ได้ ตลอดคืนเธอไม่ได้นอน บวกกับร่างกายที่ผ่าวร้อนด้วยพิษไข้ เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเธอต้องออกไปจากที่นี่ให้จงได้

         “นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะเหยียบที่นี่”

         “นี่...แก...อวดดีนัก”

         หญิงสาวไม่สนใจเสียงเห่าของหมาเฒ่าผู้นั้น ดวงตาสงบนิ่งแต่แฝงด้วยความเคียดแค้นเหลือบมองไปยังสามีเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่จะก้าวเท้าเดินขึ้นห้องก็มีเสียงหนึ่งฉุดรั้งเธอไว้

         “ได้สติแล้วค่อยมาคุยกัน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าหวนรัก   ตอนพิเศษ โซ่ทองคล้องรัก

    @วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทสาวโสด

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 29 เริ่มต้นกันใหม่นะ(บทส่งท้าย)

    “ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแววตาวาววับที

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 28 ตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืนบวกกั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 27 อยู่ให้ได้ถ้าเธอไม่อยู่

    ผ่านมาหนึ่งเดือน ร่างกายของตฤณเริ่มดีขึ้น การตอบสนองและนิ้วมือเริ่มขยับ “คุณหมอคะ ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ” เทียนไขรีบวิ่งไปหาคุณหมอ เพราะเขาเริ่มกำมือเธอตอบกลับ “ดีใจด้วยครับ อีกไม่นานน่าจะฟื้นได้แล้วครับ” เมื่อดูความดันอัตราการเต้นของหัวใจหมอจึงให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ “คนไข้ได้ยินหมอไหมครับ” คุณหมอตบที่แก้มเบา ๆ ต้องการปลุกเขาให้ตื่นขึ้น และแล้วเปลือกตาของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นความพร่ามัวของแสงที่ลอดเข้าม่านตาทำให้เขาขยับปรับสายตาตามสัญชาติญาณ “พี่ตฤณคะ ได้ยินเทียนไหม” เทียนไขยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเขาเริ่มขยับตัว ตฤณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตาไปรอบ ๆ มองคนแปลกหน้าทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจ “พวกคุณเป็นใคร” คำถามแรกที่เปล่งออกจากปากของคนที่ป่วยมานานแรมเดือน ทำเอาคนที่เฝ้าคอยอย่างมีหวังใจแป้ว “เทียนไงคะพี่ตฤณ เทียนเป็นเมียพี่ไงคะ” “เมีย...!” ตฤณขมวดคิ้ว แล้วหลับตานึกถึงภาพเมียของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก “อ่า! ปวดหัว” “ญาติรอด้านนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอประเมินอาการของคนไข้ก่อน” สีหน้ากัง

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 26 เรื่องไม่คาดฝัน

    เสียงเรียกเข้าของมือถือของเทียนไข ทำให้เธอตกใจไม่คิดว่าเขาจะรู้เร็วว่าเธอออกจากบ้านมา “รับสิเทียน รับสิ” เขาขับไปก็บ่นไป แต่ทว่าเมียรักก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่รู้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเขาอีกถึงได้เก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน เทียนไขชั่งใจเมื่อรถเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว คิดว่าอย่างไรเขาก็ตามเธอไม่ทันแน่นอน จึงตัดสินใจกดรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล” “เทียนอยู่ไหน” “อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่” “อยู่ตรงไหน ห้ามขยับไปไหนเราต้องคุยกัน” ตฤณขับรถด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้ทันคนรัก เพราะรถที่เธอนั่งมานั้นไม่ได้แรงมาก และคนขับก็ยังเป็นคนที่มีอายุไม่ขับเร็วอยู่แล้ว “ฉันอยู่สถานีรถไฟ” “ไม่จริง คุณโกหกผมได้ยินเสียงรถวิ่งบีบแตรเหมือนอยู่ในตัวเมือง” ตฤณเป็นคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าเขารู้สถานีรถไฟนั้นไม่ได้อยู่ในชุมชนที่มีรถพลุกพล่านและตั้งอยู่ชานเมือง “ถ้าคุณรู้แล้วจะโทรหาฉันทำไม” หลังจากลงรถเธอต้องลากกระเป๋าเพื่อไปซื้อตั๋วรถทัวร์ สัมภาระที่พะรุงพะรังนั้นเป็นอุปสรรคกับเธอมาก “เทียนรอผมตรงนั้นอย่าขยับไปไหน” ตฤณพอจะเดาออกได้ว่าเธอน่าจะไปขึ้นรถทั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 25 สายลับจับชู้

    “ทานเยอะ ๆ นะคะ จะได้ทานยาก่อนนอนอีกครั้ง” เทียนไขตักมะเขือยาวชุบไข่ที่ทอดออกมาเหลืองน่ารับประทานจนเธอเองก็อยากลงมือทานเสียแล้ว แต่เห็นใบหน้าของสามีที่อ่อนล้าผิดปกติ จึงอยากเอาใจเขาเสียหน่อย “ไม่สบายเหรอตาตฤณ” การันต์หันมองใบหน้าลูกชายที่พบว่าซีดไปหน่อยสงสัยช่วงนี้โหมงานหนัก “รู้สึกล้า ๆ ครับพ่อมีปวดหัวบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ” ตฤณตอบผู้เป็นบิดาไป ไม่อยากให้เป็นห่วง “งานในไร่หากไม่มีอะไรมากก็รับพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มเถอะเราจะได้มีเวลาพักผ่อน ลุยงานคนเดียวสักวันก็ต้องล้า อย่าไปเสียดายเงิน ให้เสียดายเวลาที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพเถอะ” การันต์คิดว่าตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไรทั้งยังมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ หากจะรับพนักงานเพิ่มสักสองสามคนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา “ไว้ผมจะลองหาดูนะครับ” ตฤณก็คิดว่าดีเหมือนกันที่จะรับพนักงานเพิ่ม อย่างน้อยพวกงานตัวเลขบัญชีต้องมีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้เข้ามาดูแล เพราะไม่ไว้ใจจึงรวบเข้ามาดูแลคนเดียวเอาเสียหมด ท่านกลางบทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่เป็นเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ เทียนไขกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องที่พูดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status