تسجيل الدخولชีวิตสะใภ้ ‘รอง’ รองมือรองเท้าสกุลผู้ดีเก่า แม้แต่สามียังเมินเฉยให้คนทั้งครอบครัวดูถูก เขาแต่งกับเธอเพราะต้องการประชด แต่เธอแต่งกับเขาเพราะว่ารัก
عرض المزيدพ่อเธอเคยด่าว่าเธอโง่ ที่มาแต่งงานกับตระกูลผู้ดีเก่าคนไทยที่ชอบแบ่งชนชั้น ยอมทิ้งชีวิตคุณหนูห้าตระกูลจางแห่งเมืองเซินเจิ้น ที่มีธุรกิจใหญ่ในเมืองแห่งนี้
เธอยอมตัดขาดกับครอบครัว มาแต่งงานกับผู้ชายที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น คลั่งรักจนใครก็ทัดทานไม่ได้
ในวันแต่งงานไม่มีญาติฝ่ายเธอมาร่วมยินดีแม้แต่คนเดียว มีเพียงเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวที่เป็นเพื่อนคนไทย ชื่อว่าน้ำมนต์
แม้ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ แต่เธอคิดว่าจะสามารถมัดใจเขาได้ และเปลี่ยนเขากลับมาให้หลงรักเธอแบบที่เธอหลงรักเขา
ตลอดสองปี เธออยู่อย่างเงียบสงบ และเจียมตัวเสมอปล่อยให้คนทั้งตระกูลชโลธรดูถูกว่าเป็นคนไร้หัวนอนปลายเท้า คิดจะมาจับคุณชายรองของชโลธร ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลลำดับที่สอง
แต่เมื่อเธอแต่งงานได้ไม่นาน ความลับของสามีก็เปิดเผยออกมา
เขาแต่งงานกับเธอ เพราะพี่ชายคนโตนั้นแต่งงานกับอดีตคนรักของเขา
เพราะกลัวเรื่องอื้อฉาว ระหว่างพี่สะใภ้กับน้องสามีจะเป็นประเด็นนินทาในหมู่สังคมไฮโซ ที่ร่วมใช้ภรรยาคนเดียวกัน และชื่อเสียงของตระกูลที่สั่งสมมาจะแปดเปื้อน
แต่เมื่อพี่ชายอายุสั้น จากไปด้วยอุบัติเหตุ ทิ้งให้พี่สะใภ้ของตระกูลที่เพิ่งรู้ตัวว่าท้อง เมื่อตอนหลังจากงานศพพี่ชายของเขาเป็นหม้ายผัวตาย
ท่าทางที่เขาใส่ใจดูแลพี่สะใภ้เป็นอย่างดี จนทำให้คนในบ้านเริ่มซุบซิบนินทา และเป็นที่มาของเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
สปอยล์...!
“ถ้าคุณไม่ยอมรับผิดและขอโทษรัชนี และขอโทษคุณปู่เราก็หย่ากันเลือกเอา”
ดั่งฟ้าฟาดลงกลางใจ ความอดทนคุณหนูห้าแห่งตระกูลจางสิ้นสุดลง พร้อมกับยื่นเอกสารหย่าและเงื่อนไขที่ทำให้เขาคาดไม่ถึง
เธอไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และไม่เคยขอโทษในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด
คิดจะเล่นกับคนอย่างเธอ...มันเร็วไปสิบปีแม่ชะนีผัวตาย!
ในเมื่อชื่อเสียงที่หวงนักหวงหนานั้น แปดเปื้อนเพราะสะใภ้สุดโปรดเล่า จะเป็นอย่างไร...!
..........................................................................................................................................................................................................................
วันนี้เป็นวันงานเลี้ยงรวมญาติของตระกูลชโลธร เหล่าญาติแต่ละสายต่างมารวมกันที่บ้านใหญ่ เพราะตระกูลนี้เป็นตระกูลที่มีเครือญาติกว่าร้อยคน
ในวันรวมญาติแต่ละครั้ง ต้องสั่งโต๊ะจีนจากภัตตาคารหรูของโรงแรมห้าดาว ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของตระกูล ที่ประกอบไปด้วย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม แหล่ง
ชอปปิงมอลต่าง ๆขณะที่มีแขกมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก จู่ ๆ ในสวนก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น และเหล่าบรรดาทุกคนในงานรวมทั้ง ปรินทรต่างก็ตกใจ
เขาจำใจขึ้นใจว่า เป็นเสียงของ รัชนี อดีตคนเคยรักของเขา ที่ตอนหลังมาฉีกหน้าแต่งงานกับพี่ชาย คือ ปวรรุจ ที่เพิ่งจากไปอย่างไม่มีวันกลับเพราะอุบัติเหตุ
ทุกคนในงาน รวมทั้งผู้เป็นประมุขของบ้านคือ คุณปู่ พีระวศุตม์ ต่างก็วิ่งมาที่สวนอย่างเร่งร้อน
ในสวนที่จัดงาน แต่ทว่าอยู่หลบมุมไปทางศาลาริมน้ำที่เป็นจุดศูนย์รวมของคนในบ้านที่มานั่งเล่นกัน โดยประดับตกแต่งน้ำตกเทียม รวมทั้งปลูกบัวไว้ให้ดูสวยงาม ยามนี้ปรากฏร่างของสองร่างกำลังแหวกว่ายเอาชีวิตรอดจากสระน้ำที่เย็นเฉียบในฤดูหนาว ที่วันนี้อุณหภูมิลดต่ำลงกว่ายี่สิบองศาเป็นครั้งแรกในรอบปี
สายตาของเหล่าเครือญาติที่หลังจากไหว้บรรพบุรุษและจะมากินเลี้ยงกันที่สนามหญ้าของบ้านใหญ่ จับจ้องไปเป็นตาเดียวกันอย่างตกใจ
แต่ทว่าในความวุ่นวายตรงหน้า คนที่มีสติมากที่สุด คือทายาทลำดับที่สองของบ้านใหญ่ คือ ปรินทร ที่ตอนนี้เลื่อนมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะพี่ชายได้เสียชีวิตลงไปแล้ว
เขากระโดดลงไปในสระบัวและอุ้มรัชนี ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ตกไปในน้ำ ซึ่งมีฐานะเป็นพี่สะใภ้ขึ้นมาแล้วถอดเสื้อคลุมตัวของพี่สะใภ้ตัวเองไว้ให้ความอบอุ่น
ขณะที่สายตาเหลือบไปมอง ลลิษา ภรรยาซึ่งแต่งงานร่วมหอกันมาสองปีแล้ว ก็มีคนงานในบ้านลงไปช่วยอุ้มเธอขึ้นมาจากน้ำ ก่อนที่จะแข็งตายไปเสียก่อน
ทุกคนจับจ้องไปที่สะใภ้ใหญ่ ที่ตอนนี้เป็นหม้ายสามีเสียชีวิตอย่างเป็นห่วงเป็นใย เพราะว่าเธอกำลังท้องอ่อน ๆ ทายาทของปวรรุจอยู่เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับเด็กในครรภ์
ปล่อยให้ลลิษา หรือชื่อจีนของเธอคือ จางลี่ คุณหนูห้าตระกูลจางแห่งเซินเจิ้น ที่ตัวเปียกปอนเดินเข้ามาในบ้านเพียงลำพัง โดยไร้ผู้ใดเหลียวแล กระทั่งสามีที่ควรจะดูแลเธอแต่กลับไปดูแลพี่สะใภ้ของบ้าน
ไม่มีใครสนใจเธอเลยว่า เธอเดินกลับมาอย่างไร และไม่มีใครไต่ถามว่าอาการของเธอนั้นเป็นอย่างไร เพราะสายตาทุกคนเป็นห่วงเป็นใยเพียงสะใภ้ใหญ่อย่างรัชนี ที่จ้องจะกินน้องผัวที่เป็นสามีเธออยู่ทุกวี่วัน
ตลอดสองปีที่เธอแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้รอง ที่นับว่ารองมือรองเท้าของคนในบ้านชโลธร เพราะสถานะของเธอไม่ได้ต่างอะไรกับทาสรับใช้ในบ้านนัก
ที่บอกว่าทาส เพราะขนาดคนรับใช้ในบ้าน คนตระกูลนี้ยังให้เกียรติมากกว่าเธอที่เป็นสะใภ้เสียอีก
‘น่าสมเพชตัวเองเสียจริง’
ขณะที่เธอเดินเข้าไปในบ้าน ผู้เป็นสามีอุ้มรัชนีขึ้นเดินตรงไปที่รถเพื่อไปโรงพยาบาล และเขาชนเธอจนล้ม
“โอ๊ย...!” เธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ที่แรงกระแทกของร่างใหญ่ผลักเธอลงไปกองที่พื้น
แต่นั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับรอยยิ้มที่เคลือบทาด้วยความเย้ยหยันของคู่สะใภ้ของเธอ
ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นซีดเซียว ยามอยู่ในอ้อมกอดของสามีเธอ ลลิษาอยากมอบรางวัลตุ๊กตาทองคำให้เลยทีเดียว
‘แสดงเก่ง’
เธอเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ทันเล่ห์เลี่ยมคนพวกนี้ก็จริง แต่เธอก็พยายามอยู่ในที่ของเธอเสมอมา ไม่กวนใจ หรืออยากเด่นเพื่อแข่งกับใคร
และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอโดนกดขี่อยู่ในตระกูลเน่า ๆ ที่เป็นผู้ดีแต่เปลือกอย่างชโลธร
เธอลุกขึ้นยืนด้วยแรงของตัวเอง ที่มันอ่อนล้าเต็มทีเดินกลับไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และอาบน้ำขจัดคราบกลิ่นโคลนตมที่มันเหม็นบนตัวให้หมด แต่นับว่ามันยังหอมกว่ากลิ่นของจิตใจที่แสนชั่วช้าของคนตระกูลนี้เสียจริง
ขณะที่อาบน้ำไป เธอก็คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น และกำลังรอคอยว่า แม่รัชนีนั่นจะหาเรื่องอะไรเธออีก
เมื่อชำระร่างกายเสร็จแล้ว เธอจึงหมุนตัวเธอเข้าไปที่ห้องในโซนที่เก็บเสื้อผ้าของทั้งเธอและสามี ซึ่งเธอผู้เป็นภรรยาจัดการมันได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หวังให้เขาชื่นชมเธอบ้าง
แต่ตลอดสองปีนอกจากนอนร่วมเตียง แต่ร่วมรักแทบนับครั้งได้นั้น เขาไม่เคยเอ่ยชมสิ่งใดที่เธอทำให้เขาเลยสักนิด
เธอสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกเสีย แล้วเดินขึ้นเตียงนอน รอคอยสามีกลับมา
ขณะที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้น เธอถูกเขาปลุกให้ตื่นโดยรั้งแขนเธอแทบหลุดออกแยกจากตัว
เมื่อเธอตื่นเต็มตาและเห็นชัดเจนแล้วว่าสามีเธอกลับมา เสียงหวานจึงเอ่ยเรียกเขา
“คุณกลับมาแล้วเหรอ ทานอะไรมาหรือยัง” นั่นเป็นคำถามด้วยความห่วงใย ที่ภรรยาผู้รักสามีควรจะกระทำ
เธอใส่ใจเรื่องเกี่ยวกับเขาทุกเรื่อง แต่เขาไม่เคยสนใจ
แต่นั่นยังไม่เจ็บใจ เท่ากับสายตาที่เขามองมายังเธอ ราวกับจะฆ่าแกงเธอให้ได้
“คุณเป็นอะไร” เธอถาม
“ยังต้องให้พูดอีกเหรอว่าเป็นอะไร คุณรู้ตัวไหมคุณทำอะไรลงไป” เสียงตวาดลั่น และสายตาที่มองมาอย่างผิดหวังทอดมองภรรยาของเขาที่คิดว่าเป็นคนทำร้ายรัชนี เหตุเพราะริษยาที่ทุกคนเอาอกเอาใจ
“คุณพูดอะไร”
“คุณผลักเธอตกน้ำทำไม”
“ผลัก...ฉันผลักเมื่อไหร่?” เรียวคิ้วขมวดเป็นปมพร้อมกับคำถามที่เธอต้องถามเขาให้รู้เรื่อง
เธอไปผลักรัชนีที่ไหน มีแต่รัชนีที่ผลักเธอและเธอคว้ามือไว้เลยร่วงไปพร้อมกัน
“ไว้คุณไปแก้ตัวกับคุณปู่เองก็แล้วกัน”
“รัชนีบอกว่าผลัก คุณก็เชื่องั้นเหรอ นี่คุณมีความคิดเป็นของตัวเองหรือเปล่า ฟังนะฉันไม่ได้ผลัก และก็ไม่เคยคิดจะมีเรื่องกับรัชนีด้วย รู้เอาไว้” เธอไม่รู้ว่าแก้ตัวไปเขาจะฟังหรือเปล่า
แต่จากสีหน้าแต่ท่าทาง ที่ไม่แม้จะมองเธอแม้หางตานั้น เธอก็รับรู้ได้เต็มอกว่า เขาหูเบาเชื่อคนอื่นมากกว่าเมียของตัวเอง
ภายใต้ใบหน้าที่ปกติก็แสนเย็นชาอยู่แล้ว ยิ่งในยามนี้เพิ่มเป็นทวีคูณราวกับคนไร้หัวใจขึ้นไปอีก
‘เธอทำอะไรผิดงั้นเหรอ?’ นี่คือสิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจ อยากถามเขาหนัก แค่เป็นลลิษา ก็ไม่มีใครเชื่อเลยงั้นเหรอว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์
ดวงตาของลลิษาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สามีที่นอนด้วยกันทุกคืน ยังไม่เชื่อใจกันเลยสักนิด แล้วที่นี่จะมีใครปกป้องเธอได้อีก
การแต่งงานมาเป็นสะใภ้ สิ่งเดียวที่เธอคิดคือ ต้องการกุมหัวใจของเขา แต่สิ่งที่ได้รับคือ เขาเอาหัวใจเธอมาขยี้ให้แหลกละเอียด แล้วก็กระทืบให้จมดินครั้งแล้วครั้งเล่า
ลลิษา มีสติขึ้นมาทันที เธอกัดฟันแน่นสะกดความเจ็บปวดไว้ในหัวใจ ยามนี้นอกจากรัชนีที่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใย แต่ร่างกายของเธอก็รู้สึกร้อน ๆ หนาวๆ ราวกับคนเป็นไข้
ได้แต่ข่มความไม่สบายไว้ภายใน เพราะเขาลากเธอออกจากห้อง เพื่อลงไปสอบสวนด้านล่างในห้องโถง ที่มีคนรายล้อมไปด้วยบ้านต่าง ๆ ที่เป็นสายเครือญาติ
‘พวกเขากำลังประณามเธออย่างไรเหตุผล’
ปรินทร ไม่แม้แต่อยากจะเอ่ยกับเธอเพียงครึ่งคำ เขาผลักเธอลงที่พื้น แล้วใช้ศาลเตี้ยของคนในตระกูลตัดสินความผิดเธอ
รัชนีเป็นเหมือนตัวแทนของพี่ชาย เพราะมีสายเลือดของปวรรุจไว้ดูต่างหน้า แต่ว่าเธอ ลลิษา เธอฆ่าสายเลือดชโลธรอย่างเลือดเย็น
เพราะเมื่อถึงโรงพยาบาล คุณหมอบอกให้ทำใจ เพราะเด็กในครรภ์อาจจะไม่รอด ด้วยผู้เป็นแม่นั้นโดนกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณหน้าท้อง
พีระวศุตม์โกรธมาก เพราะลลิษานั้นเป็นสะใภ้ไร้หัวนอนปลายเท้า แต่งเข้ามาด้วยความจำเป็นเท่านั้น
แต่เมื่อเข้ามาเหยียบตระกูลมีแต่เรื่อง จนตอนนี้ทุกคนต่างอยากหาทางกำจัดเธอ
@วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทสาวโสด
“ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแววตาวาววับที
ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืนบวกกั
ผ่านมาหนึ่งเดือน ร่างกายของตฤณเริ่มดีขึ้น การตอบสนองและนิ้วมือเริ่มขยับ “คุณหมอคะ ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ” เทียนไขรีบวิ่งไปหาคุณหมอ เพราะเขาเริ่มกำมือเธอตอบกลับ “ดีใจด้วยครับ อีกไม่นานน่าจะฟื้นได้แล้วครับ” เมื่อดูความดันอัตราการเต้นของหัวใจหมอจึงให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ “คนไข้ได้ยินหมอไหมครับ” คุณหมอตบที่แก้มเบา ๆ ต้องการปลุกเขาให้ตื่นขึ้น และแล้วเปลือกตาของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นความพร่ามัวของแสงที่ลอดเข้าม่านตาทำให้เขาขยับปรับสายตาตามสัญชาติญาณ “พี่ตฤณคะ ได้ยินเทียนไหม” เทียนไขยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเขาเริ่มขยับตัว ตฤณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตาไปรอบ ๆ มองคนแปลกหน้าทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจ “พวกคุณเป็นใคร” คำถามแรกที่เปล่งออกจากปากของคนที่ป่วยมานานแรมเดือน ทำเอาคนที่เฝ้าคอยอย่างมีหวังใจแป้ว “เทียนไงคะพี่ตฤณ เทียนเป็นเมียพี่ไงคะ” “เมีย...!” ตฤณขมวดคิ้ว แล้วหลับตานึกถึงภาพเมียของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก “อ่า! ปวดหัว” “ญาติรอด้านนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอประเมินอาการของคนไข้ก่อน” สีหน้ากัง





