Teilen

บทที่ 4

ซานซาน
“ลูกกับเถียนเถียนจะเก็บของเสร็จเมื่อไหร่? พ่อจะได้ส่งคนไปรับ”

ฉันมองใบหย่าที่เพิ่งพิมพ์ออกมาในมือ น้ำเสียงแผ่วเบา

“พรุ่งนี้ละกันค่ะ หมอบอกว่าอาการของเถียนเถียนดีขึ้นมากแล้ว อีกอย่าง... หนูก็ไม่อยากให้แกอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วด้วย”

พ่อถอนหายใจ

“ได้ งั้นก็เอาตามที่ลูกว่าแล้วกัน”

“ตอนนั้นที่ยอมให้ลูกแต่งงานกับกู้จี้สวิน เป็นความผิดของพ่อเองแหละ”

“ต่อไปพวกเรากับตระกูลกู้ ไม่ต้องไปมาหาสู่กันอีกแล้ว”

ตอนบ่าย ลูกสาวถูกย้ายจากห้องไอซียูมาที่ห้องผู้ป่วยปกติ

ฉันบอกเรื่องที่จะย้ายโรงพยาบาลให้เธอฟัง

ฉันคิดว่า เธอคงจะอาลัยอาวรณ์

และเตรียมใจไว้พร้อมแล้วด้วย ว่าถ้าเธอเปลี่ยนใจ ฉันจะเกลี้ยกล่อมเธอยังไง

แต่ในความเป็นจริง พอได้ยินที่ฉันพูด ลูกสาวเพียงแค่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยปากขอว่า

“หนูอยากโทรหาเขาค่ะ”

เขาในที่นี้ หมายถึงกู้จี้สวิน

เมื่อเห็นดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาของลูกสาว ฉันก็ไม่ลังเลเลยที่จะกดโทรออกไปที่เบอร์ของชายหนุ่ม

ครั้งนี้ พวกเราไม่ต้องรอนานนัก

โทรศัพท์ก็ถูกรับสายอย่างรวดเร็ว

“ซ่งเหอ ทำไมห้องนอนของลูกถึงล็อกไว้ล่ะ? สภาพห้องรับแขกมันแย่มาก ผมเตรียมจะให้หยางหยางเข้าไปอยู่ คุณรีบเอากุญแจมาให้ผมหน่อย”

เสียงเร่งเร้าของกู้จี้สวินดังขึ้น โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่า นี่คือโทรศัพท์สายสุดท้ายที่ฉันกับลูกสาวโทรหาเขาก่อนจะจากไป

และฉันก็ไม่ได้เตือนเขาด้วย

แค่เหลือบไปเห็นมือที่สั่นเทาของลูกสาวจากหางตา ก็อดไม่ได้ที่จะกุมมือเธอเอาไว้

“พ่อคะ…”

ในที่สุดลูกสาวก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงเรียกออกไปเบาๆ น้ำตาร่วงแหมะๆ ลงบนผ้าห่ม

“คืนนี้พ่อมาเยี่ยมหนูที่โรงพยาบาลสักครั้งได้ไหมคะ?”

กู้จี้สวินชะงักงัน พอได้ยินเสียงลูกสาว น้ำเสียงก็อ่อนโยนลง

“ทำไมถึงเป็นลูกที่โทรมาล่ะ? แล้วแม่ลูกล่ะ? อยู่ข้างๆ ไหม?”

“เถียนเถียนเป็นเด็กดีนะ เอาโทรศัพท์ให้แม่หน่อย”

ฉันรับโทรศัพท์มา

“ฮัลโหล?”

กู้จี้สวินถามขึ้นว่า

“คุณเอากุญแจห้องเถียนเถียนไปไว้ไหน?”

“…บนโต๊ะหนังสือ”

“ชุดนอนตัวใหม่ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าห้องนอนใหญ่ ผมหยิบออกมาให้หว่านหว่านใส่นะ คุณคงไม่ถือสาใช่ไหม?”

“แล้วแต่คุณเลย”

“กล่องดนตรีที่ร้องเพลงได้ที่วางอยู่บนชั้นวางของในห้องรับแขก หยางหยางเผลอทำตกแตกน่ะ พรุ่งนี้ผมจะซื้ออันใหม่มาแทนให้ คุณอย่าบอกเถียนเถียนนะ”

ฉันเงียบกริบ

เพราะลูกสาวได้ยินหมดแล้ว

กล่องดนตรีอันนั้น เป็นของขวัญวันเกิดที่กู้จี้สวินซื้อให้เธอตอนอายุสามขวบ

เธอหวงแหนมันมาตลอด เวลานอนก็ยังต้องกอดเอาไว้

การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ เพราะกลัวว่ามันจะพัง ลูกสาวก็เลยจงใจเอามันไปวางไว้บนชั้นหนังสือในห้องรับแขก

ไม่คิดเลยว่า กู้จี้สวินพาคนอื่นกลับมาบ้านแค่วันแรก ก็ทำมันแตกซะแล้ว

“ซ่งเหอ คุณยังฟังผมอยู่หรือเปล่า?” กู้จี้สวินขมวดคิ้ว “อ้อ จริงสิ เมื่อกี้เถียนเถียนพูดว่าอะไรนะ? ผมฟังไม่ค่อยถนัด ใช่บอกให้ผมไปเยี่ยมคืนนี้หรือเปล่า…”

“เปล่าค่ะ!”

จู่ๆ ลูกสาวก็คว้ามือฉันเอาไว้ ขอบตาแดงก่ำแล้วส่ายหน้ารัวๆ

ปลายนิ้วของฉันกำแน่นขึ้น ลมหายใจก็พลอยถี่กระชั้นขึ้นด้วย

สุดท้ายก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มอย่างเจ็บปวดออกมา

“คุณหูแว่วไปเองแหละ”

วางสายเสร็จ ลูกสาวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป โผเข้ามากอดฉันแน่น

ฉันกอดเธอเอาไว้แน่น หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว

ฉันรู้ดี ว่าครั้งนี้ เธอตัดใจได้จริงๆ แล้ว

ดังนั้น ฉันจึงไม่ผัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป และตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเดินทางกะทันหัน

ตอนห้าโมงเย็นก็จัดการเรื่องย้ายโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อย และโทรบอกให้พ่อมารับ

ตอนหนึ่งทุ่มตรง เฮลิคอปเตอร์ก็ลงจอดที่ดาดฟ้าของโรงพยาบาล

ก่อนขึ้นเครื่อง ฉันแยกเอาใบหย่าออกมา แล้วฝากไว้กับพยาบาล

“รบกวนคุณช่วยเอาไปให้เขาให้ฉันหน่อยนะคะ”

พยาบาลพยักหน้ารับปาก ฉันถึงได้วางใจ อุ้มลูกสาวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ในเวลาเดียวกัน กู้จี้สวินที่รู้สึกกระวนกระวายใจมาตลอดตั้งแต่ตอนที่วางสาย ก็ได้ขับรถเลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถของโรงพยาบาลในเวลานี้พอดี…

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 17

    “เป็นคุณต่างหากที่ไม่เอาพวกเราก่อน”ร้านอาหารเงียบมากเงียบจนฉันสามารถได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของกู้จี้สวินเขาราวกับถูกคำพูดประโยคนี้ตอกตรึงเอาไว้กับที่ขยับตัวไม่ได้อยู่นานมากเถียนเถียนพูดต่อ“เมื่อก่อนหนูอยากมีพ่อมากๆ เลยค่ะ”“หนูอยากให้คุณไปร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ครอบครัวที่โรงเรียนอนุบาลเป็นเพื่อนหนู”“อยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้หนูฟัง”“อยากให้คุณกอดหนูตอนที่หนูป่วย”“แต่คุณก็ยุ่งตลอดทุกครั้งเลย”“ต่อมาตอนที่หนูจะผ่าตัด หนูรู้สึกกลัวมาก”“หนูคิดว่าคุณจะอยู่เป็นเพื่อนหนู”“แต่คุณก็เดินจากไป”เธอพูดช้ามากทุกๆ คำล้วนแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ“เพราะงั้น หนูไม่เอาแล้วค่ะ”“ตอนนี้หนูกับคุณแม่มีความสุขดีมากค่ะ”“คุณอย่ามารบกวนพวกเราอีกเลยนะคะ”ในที่สุดน้ำตาของกู้จี้สวินก็ร่วงหล่นลงมาเขานั่งยองๆ ลง ยื่นมือออกไปอยากจะสัมผัสเธอเถียนเถียนหลบไปซ่อนอยู่ด้านหลังฉันนิดหนึ่งมือของเขาแข็งค้างอยู่กลางอากาศ“เถียนเถียน พ่อรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว”“ลูกให้โอกาสพ่ออีกสักครั้งได้ไหม?”เถียนเถียนส่ายหน้า“คุณแม่บอกว่า แผลจะหายดีค่ะ”“แต่เจ็บมาแล้วก็คือเจ็

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 16

    เซี่ยเชียนอยู่ในช่วงลางานพักผ่อนพอดี ก็เลยมาด้วยกันเถียนเถียนชอบเขามากเพราะเขาไม่เคยปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนป่วยเลยเขาตั้งใจฟังเธอพูดและยังบอกกับเธอด้วยว่า“หนูไม่ใช่ตุ๊กตาแก้วนะ”“ก็แค่ตอนนี้ต้องช้าลงหน่อยเท่านั้นเอง”“รอให้ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว หนูจะวิ่งหรือจะกระโดดก็ได้ทั้งนั้น”เถียนเถียนฟังแล้วดวงตาก็เป็นประกายวิบวับ“งั้นวันข้างหน้าหนูไปเรียนเต้นได้ไหมคะ?”เซี่ยเชียนพยักหน้า“แน่นอนสิครับ”“แต่ว่าต้องถามคุณแม่ก่อน แล้วก็ต้องถามคุณหมอด้วย”เถียนเถียนหันมามองฉันทันที“แม่คะ หนูอยากเรียนเต้นค่ะ”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้า“รอให้ลูกหายดีก่อนนะ แล้วแม่จะพาไปสมัคร”เธอดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น แต่ก็ถูกเซี่ยเชียนกดไหล่เอาไว้เบาๆ“ระวังหน่อยสิ”เถียนเถียนแลบลิ้นปลิ้นตา“รู้แล้วค่า คุณลุงเซี่ย”วินาทีนั้น จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ได้รักกันหวือหวาไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็นใครมีเพียงการให้เกียรติ ได้รับการดูแลเอาใจใส่ และได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังตอนบ่าย พวกเราไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆเถียนเถียนนั่งวาดรูปอยู่ด้านในเซี่ยเชียนเลื่อนเก้าอี้ให้ฉั

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 15

    เพียงแค่ยืนอยู่ริมทะเลสาบ แล้วมองดูหงส์อยู่นานมากเถียนเถียนสวมหมวกใบเล็ก นั่งวาดรูปอยู่บนม้านั่งยาวเธอฟื้นตัวได้ดีมากในที่สุดบนใบหน้าก็มีเลือดฝาดตอนที่เซี่ยเชียนมาตรวจอาการตามนัด เขานั่งยองๆ ลงดูรูปวาดของเธอ“นี่คือคุณแม่หรอครับ?”เถียนเถียนพยักหน้า“นี่คือคุณแม่ นี่คือคุณตากับคุณยายค่ะ”เซี่ยเชียนยิ้มแล้วถามว่า“แล้วลูกหมาตัวเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ นี่ล่ะครับ?”เถียนเถียนตอบอย่างจริงจังว่า“นี่คือลูกหมาที่หนูอยากจะเลี้ยงในวันข้างหน้าค่ะ”เซี่ยเชียนหลุดขำ“แล้วลุงล่ะครับ?”เถียนเถียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเติมคนตัวเล็กๆ ใส่เสื้อกาวน์สีขาวลงไปที่มุมกระดาษ“วาดคุณลุงเซี่ยลงไปด้วยแล้วค่ะ”ใต้แววตาของเซี่ยเชียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มลึกซึ้งฉันยืนอยู่ข้างๆ ภายในใจอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานหลังจากจากกู้จี้สวินมา ฉันถึงเพิ่งพบว่าชีวิตไม่ได้มีแค่การรอคอยและความผิดหวังตอนเช้ามีแสงแดดตอนบ่ายมีชาร้อนตอนกลางคืนเถียนเถียนก็นอนหลับอย่างสงบและฝันดีไม่มีความวิตกกังวลจากการโทรศัพท์ไม่ติดไม่มีโพสต์อวดอ้างที่แทงตาพวกนั้นในฟีดไม่ต้องคอยถามตัวเองซ้ำๆ ว่าฉันยังดีไม่พอใช่ไหมในท

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 14

    “คุณทำได้สิ”“เจ็ดวันที่ผ่านมานี้ คุณก็อยู่สุขสบายดีไม่ใช่หรือไง?”“คุณไปกินข้าวเป็นเพื่อนซูหว่าน ไปฉลองวันเกิดหยางหยาง เดินห้าง เลือกซื้อของขวัญ”“ไม่มีฉันกับเถียนเถียน คุณก็ยุ่งจะตายอยู่แล้วนี่”ลำคอของกู้จี้สวินราวกับถูกอุดเอาไว้ฉันพูดต่อ“ต่อให้คุณไม่เซ็น ตระกูลซ่งก็มีวิธีอยู่ดี”“กู้จี้สวิน อย่าบีบให้ฉันต้องทำเรื่องนี้ให้มันดูแย่ไปกว่านี้เลย”“แล้วก็อย่ามาวุ่นวายกับฉันและลูกสาวอีก”พูดจบ ฉันก็หันหลังเดินเข้าประตูไปวินาทีก่อนที่ประตูจะปิดลง ฉันได้ยินเขาร้องเรียกเสียงเบา“ซ่งเหอ”น้ำเสียงนั้นแผ่วเบามากแฝงไปด้วยการยอมลดศักดิ์ศรีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนแต่ฉันไม่ได้หันกลับไปมองเพราะความรักที่มาช้าเกินไป มันไร้ค่าเสียยิ่งกว่าเศษหญ้ากู้จี้สวินไม่ได้จากไปในทันทีเขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์นานมากลมที่สวิตเซอร์แลนด์หนาวมากพัดจนใบหน้าของเขาเขียวคล้ำแต่ฉันก็ไม่ได้เปิดประตูอีกเลยเถียนเถียนชะโงกหน้าออกมาจากห้องชั้นบน ถามฉันเสียงเบา“แม่คะ คุณลุงกู้ไปหรือยังคะ?”ฉันเดินเข้าไปจัดผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ“ยังจ้ะ”เธอก้มหน้าลง เล่นพู่กันวาดเขียนในมือ“แล้วแม่จะกลับไปกับเขาไ

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 13

    ตอนที่เครื่องบินลงจอดที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลาบ่ายของที่นั่นกู้จี้สวินอาศัยเส้นสายของตระกูลกู้ สืบหาจนเจอคฤหาสน์ของตระกูลซ่งที่อยู่ที่นี่ตอนที่เขาไปถึง ก็พอดีกับที่เห็นผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้านผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาว หน้าตาหล่อเหลาหมดจดในมือถือแฟ้มประวัติคนไข้ฉันเดินไปส่งเขาที่หน้าประตู น้ำเสียงอ่อนโยนมาก“หมอเซี่ย วันนี้รบกวนคุณแล้วนะคะ”เซี่ยเชียนยิ้มบางๆ“ไม่รบกวนเลยครับ”“เถียนเถียนฟื้นตัวได้ดีมากเลย ต่อจากนี้แค่มาตรวจตามนัดให้ตรงเวลา อย่าเพิ่งออกกำลังกายหักโหม ก็ไม่มีปัญหาอะไรน่าห่วงแล้วครับ”“วันนี้แกยังถามผมอยู่เลย ว่าเมื่อไหร่จะได้ไปให้อาหารหงส์ที่ริมทะเลสาบ”ฉันเองก็ยิ้มออกมา“แกคงอุดอู้จนทนไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ”เซี่ยเชียนมองฉัน น้ำเสียงแผ่วเบาลง“คุณเองก็ต้องพักผ่อนให้มากๆ นะครับ”“หลายวันนี้คุณผอมลงไปเยอะเลย”ฉันชะงักไปเล็กน้อยเพิ่งจะอ้าปากเตรียมพูดขอบคุณด้านหลังก็มีเสียงที่กดข่มอารมณ์ของกู้จี้สวินดังขึ้นมากะทันหัน“มันเป็นใคร?”รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันจางหายไปในพริบตากู้จี้สวินยืนอยู่หน้าประตูสภาพอิดโรยจากการเดินทางนัยน์ตาเต็มไปด

  • หลังจากออกจากห้องผ่าตัด ลูกสาวก็ไม่เรียกเขาว่าพ่ออีกเลย   บทที่ 12

    “ฉันพาหยางหยางหนีกลับมา ในตัวแทบจะไม่มีเงินเลยด้วยซ้ำ”“ฉันคิดว่าคุณจะช่วยฉัน”“คุณเคยบอกชัดๆ ว่าคุณจะไม่มีวันทิ้งฉัน”กู้จี้สวินค่อยๆ ชักมือกลับทีละนิด“ผมช่วยคุณได้”“แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่ทำร้ายภรรยาและลูกสาวของผม”น้ำตาของซูหว่านร่วงหล่นลงมา“ภรรยา?”“คุณไม่ได้รักเธอนี่?”“ตอนนั้นที่คุณแต่งงานกับเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเหมือนฉันหรือไง?”สีหน้าของกู้จี้สวินทะมึนลง“เธอไม่เหมือนคุณ”ซูหว่านแข็งทื่อไปกู้จี้สวินมองเธอ เป็นครั้งแรกที่พูดทุกอย่างออกมาชัดเจน“ซ่งเหอไม่เคยเหมือนคุณเลย”“ก็แค่ผมไม่กล้ายอมรับเองเท่านั้นแหละ”ซูหว่านราวกับถูกทิ่มแทงอย่างแรง น้ำเสียงแหลมปรี๊ดขึ้นมา“แล้วฉันนับเป็นอะไร?”“หลายวันที่ผ่านมานี้ที่คุณทำดีกับฉัน มันคืออะไร?”“ที่คุณให้หยางหยางเรียกคุณว่าพ่อกู้ มันคืออะไร?”กู้จี้สวินหลับตาลง“นับว่าผมมันสารเลวก็แล้วกัน”“เพราะงั้น ให้มันจบลงแค่นี้เถอะ”จู่ๆ ซูหว่านก็หัวเราะออกมา หัวเราะอย่างน่าสมเพชและไม่ยินยอม“จบแค่นี้หรอ?”“กู้จี้สวิน คุณอุ้มชูฉันขึ้นมา แล้วตอนนี้ก็จะเตะทิ้งงั้นหรอ?”“เป็นเพราะซ่งเหอจากไปแล้ว คุณถึงเพิ่งรู้ว่าเธอสำคัญใช่ไหม?

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status