LOGINฉันขี้เกียจจะสนใจเขาจึงหันหลังเดินออกไปข้างนอกข้างหลังมีเสียงเพื่อนคนงานพวกนั้นหัวเราะเยาะอาเวยดังแว่วมา“ที่แท้แฟนนายก็คือคนที่พวกนั้นซุบซิบนินทากันเมื่อหลายวันก่อนนี่เอง”“จุ๊ ๆ ๆ ผู้หญิงหน้าไม่อายที่คอยอ่อยผู้ชายรวย ๆ ไปทั่วแบบนี้ เราไม่กล้าเอาหรอก”“นั่นสิ พี่เวย เมื่อกี้เรายังอิจฉานายอยู่เลย แต่ตอนนี้พวกเราสงสารนายนะ ไม่แน่บนหัวนายอาจจะโดนสวมเขาไปตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้”“ไป ๆ ๆ ...อย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้ ฉันเคยพูดตอนไหนว่าเธอเป็นแฟนฉัน”ฉันกระตุกยิ้มหยัน เร่งฝีเท้าเดินออกจากโรงอาหารเศษอิฐพวกนั้นจะมีรถเฉพาะสำหรับขนไปทิ้งจุดที่กำหนด ซึ่งจุดที่กำหนดอยู่ทางทิศตะวันตกห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรถ้าใช้รถขน สองรอบก็ขนเสร็จแล้วแต่ให้ฉันใช้รถเข็นคันเล็ก ๆ นั่นขน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องขนกี่รอบฉันเงยหน้ามองกองเศษอิฐที่สูงกว่าตัวฉัน ในใจรู้สึกอยากจะถอดใจอยู่บ้างแต่พอนึกถึงท่าทีเย้ยหยันของเฮ่อจือโจว ฉันก็รีบส่ายหน้าทันทีไม่ได้ ฉันจะยอมถอยไม่ได้เด็ดขาดผู้ชายคนนั้นเอาแต่คิดมาตลอดว่าฉันทนความลำบากไม่ได้ คราวนี้ฉันจะต้องทำให้เขาดูให้เต็มตาหัวหน้าโจวเหมือนกลัวฉันจะหนีไป ร
“พวกคุณตั้งใจจะลงโทษเธอยังไงล่ะ”หัวหน้าโจวกับเสียวหลี่มองหน้ากัน ทั้งสองคนตอบไม่ถูกไปชั่วขณะเสียวหลี่ถอนหายใจ “หลัก ๆ คือเธอเป็นพนักงานเอกสารชั่วคราว พนักงานเอกสารชั่วคราวเนี่ย ตอนเข้ามาทำงานเซ็นสัญญาไว้ จะไล่ออกส่งเดชไม่ได้ครับ”“ใช่ ๆ ๆ !” หัวหน้าโจวรีบเสริม “ไม่งั้นพนักงานที่ไม่เจียมตัวแบบนี้ ผมไล่ออกไปตั้งนานแล้ว บอสใหญ่ครับ อย่าพาลโกรธแผนกเราเพราะเธอคนเดียวเลยนะครับ”“ใช่ครับบอสใหญ่!” เสียวหลี่กับหัวหน้าโจวรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “ห้องเอกสารของเราขยันขันแข็ง ทำงานด้วยความอุตสาหะมาตลอด อย่าปฏิเสธความพยายามทั้งหมดของแผนกเราเพียงเพราะเธอเป็นปลาเน่าตัวเดียวเลยนะครับ”“บอสใหญ่ครับ...”“พอได้แล้ว!”หัวหน้าโจวยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่เฮ่อจือโจวก็พูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ น้ำเสียงแฝงความรำคาญใจหัวหน้าโจวพลันไม่กล้าพูดอะไรอีกเลยเสียวหลี่เองก็ไม่กล้าอ้าปากแล้วเหมือนกัน ได้แต่ถลึงตามองฉันด้วยความดูถูกและรังเกียจเฮ่อจือโจวล้วงซองบุหรี่ออกมา เคาะบุหรี่หนึ่งมวนมาคาบไว้ในปาก เตรียมจะจุดไฟทันใดนั้นทุกคนก็ถือไฟแช็กกรูกันเข้าไปภาพนั้นทั้งตลกทั้งน่าสมเพชแต่ที่นี่ นอกจากเฮ่อจือโจวแล
เฮ่อจือโจวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มอย่างนึกสนุกเขาพูดกับฉัน “ดูสิ แฟนคุณให้คุณมาขอโทษผมไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณยังยืนเฉยอยู่อีกล่ะ”พอเฮ่อจือโจวพูดแบบนี้ อาเวยก็ผลักฉันไปทางเขาเฮ่อจือโจวยิ่งยิ้มอย่างนึกสนุกมากขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน เดินมาตรงหน้าฉันเขาหลุบตามองฉัน ในดวงตาล้ำลึกนั้นมีความเย็นชา ความเย้ยหยัน และยังมี...ความเคียดแค้นแรงกดดันอันเข้มข้นจู่โจมเข้ามาอีกครั้งฉันอยากจะถอยหลัง ทว่าสองเท้ากลับราวกับหยั่งรากลึก ยกอย่างไรก็ยกไม่ขึ้นเขายิ้มให้ฉัน จู่ ๆ ก็ก้มลงมากระซิบข้างหู ยิ้มอย่างมีความหมาย “ถ้าผมให้แฟนคุณส่งคุณมาที่เตียงผม คุณว่าเขาจะยอมไหม”“พอได้แล้ว!”ฉันใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกไป ตะคอกเสียงต่ำใส่เขา “ฉันบอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ใช่แฟนฉัน ทำไมคุณถึงเอาแต่ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิกแบบนี้”“ผม...ตามจองล้างจองผลาญงั้นเหรอ”เฮ่อจือโจวแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง เสียงหัวเราะนั้นเย็นชามาก ใบหน้าหล่อเหลาก็ค่อย ๆ ดำทะมึนลง“พระเจ้าช่วย เสี่ยวถัง เธอทำอะไรน่ะ”ตอนนั้นเอง เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังมาจากประตูโรงอาหารวินาทีต่อมา ร่างของฉันก็ถ
อาเวยพึมพำกับตัวเองอีกว่า “ฉันรู้ละ เมื่อวานเธอต้องไปทำให้แฟนเขาไม่พอใจที่ร้านอาหารแน่ ๆ เขาถึงตามมาคิดบัญชีกับเธอต้องเป็นแบบนั้นแน่ ไม่งั้นเมื่อวานคุณผู้หญิงคนสวยคนนั้นคงไม่กลับไปโดยไม่จ่ายค่าอาหารให้เราหรอกเธอก็เหมือนกัน เขาหวังดีมาเลี้ยงพวกเรา เธอจะไปทำให้เขาโกรธทำไมล่ะ ดูสิ ผู้ชายของเขามาคิดบัญชีกับเธอแล้วเนี่ย”ฉันเยาะเย้ยตัวเองในใจเห็นไหม ขนาดอาเวยที่เป็นคนนอกยังดูออกเลยว่ากู้ชิงชิงเป็นแฟนของเฮ่อจือโจว ดูออกว่าฉันไปยั่วโมโหกู้ชิงชิง เฮ่อจือโจวถึงมาคิดบัญชีกับฉันฉันข่มความขมขื่นในใจฉันค่อย ๆ หันกลับไปเห็นเพียงเฮ่อจือโจวกำลังนั่งสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ ในมือคีบบุหรี่บ้าเอ๊ย ตอนฉันเข้ามาเมื่อกี้ก็เห็นมีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง แต่หันหลังให้ฉันและฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเขา เลยไม่ได้มองให้ละเอียดถ้ารู้ว่าเป็นเขา ตอนที่เดินเข้ามาฉันน่าจะหันหลังวิ่งหนีไปเลยเฮ่อจือโจวมองฉันยิ้ม ๆ สูบบุหรี่ไปทีหนึ่ง ก่อนพ่นควันออกมา เผยให้เห็นความสง่างาม ความเกียจคร้าน และความน่าเกรงขามของผู้ชายคนนี้ได้อย่างหมดจดอาเวยกับเพื่อนคนงานสองสามคนข้าง ๆ ไม่ค่อยกล้าเข้าไปทักเขา ได้แต่กระซิบกระซาบกั
ฉันยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ อาเวยก็เดินมาหาฉันแล้วตามด้วยเพื่อนคนงานสองสามคนของเขาส่งยิ้มมีเลศนัยมาให้ฉัน“แหม พี่เวย ที่นายบอกว่าเดี๋ยวแฟนจะเข้าครัวทำของอร่อยมาส่งให้ด้วยตัวเอง ไม่คิดเลยนะว่าจะพูดจริง”“ฮ่า ๆ คราวนี้พี่เวยของเราไม่ได้โม้แฮะ พวกนายดูสาวสวยคนนี้สิ หน้าตาดีจริง ๆ”“นั่นสิ ดูหน้าตานั่นสิ ขาเรียวยาวนั่นด้วย อิจฉาชะมัด!”ฉันขมวดคิ้ว มองไปที่อาเวย “พวกเขาหมายความว่ายังไงคะ”อาจจะฟังออกว่าน้ำเสียงฉันไม่ค่อยดี อาเวยจึงรีบโบกมือใส่เพื่อนคนงานพวกนั้น “ไป ๆ ๆ พวกนายอย่ามาล้อฉันกับเสี่ยวถัง เสี่ยวถังของเราไม่ชอบล้อเล่นนะ”“แหม มีเสี่ยวถังของเราด้วย อาเวย นายเรียกซะสนิทสนมเชียว”“นั่นสิ อาเวย น้องนายนี่มันเก่งจริง ๆ ไปหาแฟนสวยขนาดนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สำคัญคือเธอเข้าครัวเอาอาหารมาส่งให้เองเลยนะเนี่ย”“ใช่ แฟนทั้งสวยทั้งอ่อนโยนแบบนี้ นายช่วยแนะนำให้เราบ้างสิ”“โธ่เอ๊ย พวกนายอย่าล้อฉันสิ ขืนล้ออีก ฉันกับเสี่ยวถังก็เขินแย่”อาเวยพูดแบบนี้โดยไม่อธิบายสักคำ จงใจทำให้เรื่องมันยิ่งยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ฉันถลึงตาใส่อาเวยด้วยความโกรธจัดอาเวยเกาหลังหัว หัวเราะแห้ง ๆ “พวกเขาเข้
ฉันชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ทันที่ฉันจะอ้าปาก คุณป้าก็มองเห็นฉันแล้วรีบตะโกนเรียกฉันเดินเข้าไป เห็นเธอมีท่าทางเหมือนเจ็บปวดมากจึงอดถามไม่ได้ “คุณป้าเป็นอะไรไปคะ”คุณป้ากุมท้อง ถอนหายใจ เอ่ยอย่างกลัดกลุ้มว่า “เมื่อวานเธอพาอาเวยไปกินข้าวที่ไหนมา ปูคิงแครบที่ห่อกลับมานั่นมีปัญหานะ ฉันกับอาเวยกินเข้าไปแล้วทั้งท้องเสียทั้งอ้วกอาเวยยังบอกอีกว่าปูตัวนั้นราคาตั้งหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบ ฉันว่าเจ้านั่นต้องหลอกฉันแน่ ๆ พันเก้าร้อยสี่สิบยังพอว่าแล้วก็เสี่ยวถังนะ ไม่ใช่ว่าป้าจะว่าเธอหรอกนะ ถ้าเธอเสียดายเงินไม่อยากเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่อาเวย พาเขาไปกินพวกแผงข้างทางก็ได้นี่นาแบบนี้ละแย่เลย ท้องฉันปวดจะตายมาจนถึงตอนนี้เนี่ย”“คุณป้าให้ฉันพาไปตรวจที่โรงพยาบาลดีไหมคะ” ฉันเอ่ยด้วยความหวังดีคุณป้ารีบโบกมือปฏิเสธ พูดด้วยท่าทีรังเกียจว่า “แค่ปวดท้องจะไปโรงพยาบาลทำไม ไปโรงพยาบาลไม่ต้องเสียเงินหรือไง”“ซี๊ด!” คุณป้าพูดพลางกุมท้องสูดปาก ก่อนจะหันมาบ่นฉันต่อ “เสี่ยวถัง วันหลังอย่าทำเป็นหน้าใหญ่ใจโตเลย ของพวกนั้นเราซื้อไม่ไหวก็คือซื้อไม่ไหว แต่อย่าไปซื้อของเสียมาหลอกกันสิ อาหารทะเลเสีย ๆ พวกนี้กินเข้าไป





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)