Share

กำไลเจ้าปัญหา

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-09-19 21:29:07

ภายหลัง เมื่อบุรุษทั้งสามได้รู้ว่าหลี่หลิงเฟิ่งหายดีแล้ว ทั้งนางยังได้รับพรจากสวรรค์ที่มีของดีติดตัวมา ทั้งสามก็เริ่มทำดีกับหลิงเฟิ่ง เพื่อที่ต้องการของจากนาง

หลิงเฟิ่งไม่คิดเลยว่า การที่นางเห็นใจความเป็นอยู่ที่ยากไร้ของคนตระกูลหลี่จะนำมาซึ่งคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ของนาง

เมื่อนางทำให้ความเป็นอยู่ของตระกูลหลี่ดีขึ้น จนเรียกได้ว่าร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ตระกูลหลี่จึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองตงเฉิง

นางถูกผู้เป็นบิดาจับหมั้นหมายกับบุตรชายของท่านเจ้าเมือง โดยที่เขาไม่ได้ถามความเห็นจากนางเลยสักนิด ได้แต่บอกว่าถึงเวลาที่นางต้องออกเรือน ทั้งยังช่วยให้หลี่เฉียงพี่ชายคนโตสามารถเข้าทำงานในที่ว่าการได้ด้วย

ถึงแม้นางไม่ยอมก็ทำอันใดไม่ได้ เมื่อหลี่กวนรับของหมั้นมาเรียบร้อยแล้ว เสิ่นฉงหาน บุตรชายเจ้าเมืองเสิ่นนับว่าเป็นคนดีไม่น้อย เขามิเคยเอ่ยถามนางเรื่องของวิเศษที่นางมีอยู่ เขามักจะแวะเวียนมาเที่ยวหาที่จวนตระกูลหลี่อยู่เป็นประจำ ทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษจนหลิงเฟิ่งยอมเปิดใจ

แต่สิ่งที่เขาทำทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา ไม่รู้ว่าเสิ่นฉงหานไปทำข้อตกลงอะไรไว้กับหลี่กวน แต่เมื่อหลี่เฉียงพี่ชายคนโตรู้เข้า เขาถึงกับอาละวาดเสียใหญ่โต

“เฟิ่งเออร์ หากเจ้าแต่งไปแล้วก็จะเป็นคนตระกูลเสิ่น เมื่อนั้นเจ้าก็จะทอดทิ้งตระกูลหลี่” เขาคำรามออกมาเมื่อเห็นหลิงเฟิ่งเดินเข้ามาในห้องโถง

“ท่านพูดเรื่องอันใด ข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น” หลิงเฟิ่งมองเขาอย่างสับสน

“หยุดได้แล้วอาเฉียง!!! เจ้าอย่าได้สร้างปัญหา” หลี่กวนตวาดกร้าวออกมา ก่อนจะเดินเข้ามาดึงรั้งหลี่เฉียงที่กำลังเดินเข้ามาหาหลิงเฟิ่ง

“ท่านพ่อ!!! มิใช่ว่าท่านไปรับปากตระกูลเสิ่นไว้แล้วรึ ท่านคิดว่าตำแหน่งเจ้าหน้าที่เล็กๆ ข้าต้องการหรือไร” เขาตะโกนออกมาอย่างไม่ยอม

“แต่ท่านเจ้าเมืองจะช่วยเรื่องสอบอาซวงด้วย อย่างไรเฟิ่งเออร์ นางก็ยังเป็นคนตระกูลหลี่ครึ่งหนึ่ง”

หลิงเฟิ่งมองไปที่บุรุษสามคนต้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ นางไม่เคยคิดจะทอดทิ้งพวกเขา ต่อให้นางแต่งออกไปอยู่จวนตระกูลเสิ่นแล้วก็ตาม อย่างไรทั้งหมดก็ได้ชื่อว่าเป็นบิดาและพี่ชายของนางในภพนี้

“หึ ท่านคิดว่า...ตระกูลเสิ่นจะยอมรึ หากได้คนของเราไปแล้ว” เขายิ้มเยาะมองผู้เป็นบิดา

“ข้าเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ ท่านพ่อ ท่านทำตามที่พี่ใหญ่ว่าเถิด”

“มีเรื่องอันใดกันแน่ พวกท่านคนใดบอกข้าก่อนได้หรือไม่” หลิงเฟิ่งเดินเข้าไปหาคนทั้งสาม

“เฟิ่งเออร์ เจ้าถอดกำไลของท่านแม่ออกมาให้ข้า ต่อไปเจ้าแต่งออกไปเป็นคนตระกูลเสิ่นแล้ว ของวิเศษที่ติดตัวเจ้ามาต้องอยู่ที่จวนตระกูลหลี่เท่านั้น” เขาเดินเข้ามาหานาง หมายจะถอดกำไรในมือออก

“ท่านบ้าไปแล้วรึ นี่เป็นของของข้า แล้วข้าบอกท่านเมื่อใดว่าจะทอดทิ้งพวกท่าน ของที่ข้าเคยนำออกมาให้ก็ยังนำออกมาได้เช่นเดิม” นางกุมกำไลไว้แน่นอย่างไม่ยินยอม

“เจ้าคิดรึ ว่าเจ้าฉงหานจะรักเจ้าจากใจจริง มันก็ต้องการเพียงของที่เจ้ามีเท่านั้น ในจวนตระกูลเสิ่นสาวใช้ห้องข้างของมันมีไม่น้อยกว่าห้าคน ทั้งยังมีบุตรให้มันแล้วด้วย ที่ทุกคนปิดบังเจ้าก็เพื่อให้เจ้ายอมแต่งให้มันแต่โดยดี แต่ข้าไม่ต้องการแล้ว ข้าได้ยินมา พวกมันจะยึดครองกำไลของเจ้าเช่นกัน” หลี่เฉียงตะโกนออกมาอย่างคนเสียสติ

หลิงเฟิ่ง ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เมื่อได้รู้ความลับของคู่หมั้นตนเอง เขารับปากนางเรื่องที่จะไม่แต่งสตรีอื่นเข้าจวน จะยอมมีนางเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่เรื่องสาวใช้ห้องข้าง และบุตรของเขา นางไม่เคยรู้มาก่อน

แม้แต่ตอนที่เดินทางไปที่จวนตระกูลเสิ่น นางก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ หรือเห็นเด็กน้อยเช่นที่หลี่เฉียงเอ่ยออกมาเลย อีกทั้งคนตระกูลเสิ่นก็ไม่เคยถามเรื่องมิติของนาง ถึงแม้จะมองกำไลที่นางสวมอยู่ก็เพียงแค่เอ่ยชื่นชมออกมาเท่านั้น

“ข้าไม่เชื่อ” หลิงเฟิ่งเอ่ยเสียงสั่นออกมา เวลานับเกือบปีที่เป็นคู่หมั้นเสิ่นฉงหาน เขาดูแลนางดีไม่น้อย นางบอกยังไม่อยากรีบออกเรือน เขาก็มิได้บังคับนาง รอจนกว่านางจะพยักหน้าให้ส่งฤกษ์มงคลมาที่เรือน

“หึ หายจากเสียสติแล้ว แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะโง่หลงเชื่อลมปากของบุรุษเช่นฉงหาน หลังจากที่มันออกจากจวนตระกูลหลี่ มันก็เดินเข้าออกหอโคมแดงเป็นว่าเล่น เรื่องนี้ผู้ใดในเมืองตงเฉิงล้วนแต่รู้ดี แต่เพราะมันปิดปากชาวเมืองไม่ให้บอกเจ้าอย่างไรเล่า หากมีคนใดที่คิดจะพูดออกมา ตระกูลเสิ่นก็สังหารทิ้งอย่างไร้ค่า เจ้ายังจะไม่เชื่ออีกหรือไม่”

“เช่นนั้น ท่านพ่อก็ยกเลิกสัญญาหมั้นหมายไปเสียก็สิ้นเรื่อง”

“เจ้าไม่แต่งกับตระกูลเสิ่นก็ต้องแต่งผู้อื่นอยู่ดี อาเฉียงเจ้ามองความรุ่งเรืองภายภาคหน้าเถิด อย่าได้คิดตื้นเขินเพียงนี้ เฟิ่งเออร์กำไลที่เจ้าสวมก็เป็นของมารดาเจ้า เช่นนั้นเจ้าก็ถอดออกมามอบให้พี่ใหญ่เจ้าเสียเถิด” หลี่กวน เมื่อพูดกับหลี่เฉียงไม่ได้ เขาก็หันมาสั่งให้หลิงเฟิ่งถอดกำไลออกแทน

“น้องเล็กเจ้าถอดให้พี่ใหญ่ไปเถิด สตรีที่แต่งออกไปแล้วก็มิใช่คนตระกูลหลี่ครึ่งหนึ่ง ของวิเศษควรจะอยู่ที่ตระกูลหลี่ไม่ควรตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น” หลี่ซวงเอ่ยขึ้นมาอีกคน

“พวกท่าน มิได้บอกว่าเห็นข้าเป็นบุตรหรือน้องสาวที่สำคัญที่สุดของตระกูลหลี่รึ หากข้าไม่มีของวิเศษพวกนี้ เป็นเพียงหลี่หลิงเฟิ่งเสียสติ พวกท่านยังจะดูแลข้าต่อไปหรือไม่” หลิงเฟิ่งมองพวกเขาอย่างเจ็บปวด

“ข้าจะบอกเจ้าอีกอย่างก็แล้วกัน หากเจ้าไม่ฟื้นขึ้นมาเป็นคนปกติหลังจากที่ถูกปล่อยให้อดอาหารจนตาย ท่านพ่อก็คงอุ้มเจ้าเข้าไปทิ้งในป่าแล้ว”

“อาเฉียง!!! เจ้าพูดอันใดหยุดเดี๋ยวนี้”

หลิงเฟิ่ง นางไม่มีความทรงจำก่อนหน้าของหลี่หลิงเฟิ่งเลย จึงเชื่อพวกเขามาตลอดว่าสาเหตุที่หลี่หลิงเฟิ่งล้มป่วยจนตายแล้ววิญญาณของนางได้เข้ามาแทนที่ ก็เป็นเพราะนางออกไปเล่นน้ำฝนด้านนอกจนล้มป่วย

ตระกูลหลี่มิอาจหาเงินพานางไปหาหมอในเมืองได้ จึงได้แต่มองดูนางที่กำลังจะหมดล้มหายใจ นางรู้เพียงเท่านี้ ไม่คิดว่าพวกเขาจะสร้างเรื่องหลอกลวงนางมาตั้งแต่ที่นางลืมตาขึ้นมาเลย

ยิ่งได้รู้ความจริง ว่าหลี่กวนที่เดินเข้ามาในห้อง มิได้จะเข้ามาดูนาง แต่จะเข้ามาอุ้มนางไปทิ้งในป่าแทน รอยยิ้มเสียงหัวเราะ ตลอดหนึ่งปีที่นางมาอยู่ในร่างของหลี่หลิงเฟิ่งมันเป็นเพียงภาพลวงเท่านั้น

นางคิดมาตลอดว่าการที่ตัวคนเดียว แล้วได้มีครอบครัวช่างเป็นเรื่องดีนัก มีพี่ชายสองคนที่คอยเป็นห่วง ดูแลนาง หลิงเฟิ่งได้แต่หัวเราะเยาะในความโง่เขลาของตนเองออกมา

“พวกท่านว่า...หากข้าทำลายกำไลวงนี้ทิ้ง จะเป็นเช่นใด” หลิงเฟิ่งแววตาของนางแข็งกร้าวมองไปที่กำไลเจ้าปัญหาในมือของนาง

นิยายแนวทะลุมิติ นางเอกมีมิติส่วนตัวติดมาด้วย แต่ละเรื่องที่เคยได้อ่าน ล้วนแต่พบเจอครอบครัวที่อบอุ่น นางเอกล้วนแต่เก่งกาจ ไม่คิดว่าพอเป็นตนเองจะโง่เขลาเช่นนี้

“เจ้า!!! อย่าได้ทำอันใดบ้าๆ นะ” หลี่กวนตะโกนห้ามออกมา เมื่อเห็นสายตาที่ว่างเปล่าของหลิงเฟิ่งมองมาทางเขา เขาอดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้

นางไม่เคยมองเขาเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าพวกเขาพ่อลูกต้องการสิ่งใด นำข้าว ผักออกไปขายมากแค่ไหน นางล้วนแต่เต็มใจมอบให้ทุกครั้ง

“อย่าได้โทษข้าก็แล้วกันน้องเล็ก” หลี่เฉียงพยักหน้าให้หลี่ซวงที่ยืนอยู่ด้านข้างของหลิงเฟิ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
It Phannavong
เปีดหัวมาก้บอกครอบครัวแล้วว่ามีมิติถือว่าเรื่องนี้ไม่ผ่านละครับ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   บทสรุป

    แต่เรื่องที่น่าประหลาดอีกเรื่องของตระกูลโจว ที่ทำให้จวนโจวถูกแม่สื่อเข้ามาพูดคุยกับพานซื่อทุกวันเห็นจะเป็นเรื่องคลอดของอวี้หลินหลังจากที่ผ่านมาได้ห้าเดือนหลังจากที่หลิงเฟิ่งนางคลอดบุตรชายทั้งสามออกมา ตำหนักอ๋องก็มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น เมื่ออวี้หลินนางปวดท้องคลอดในกลางดึกหลิงเฟิ่งเมื่อรู้เรื่องก็รีบไปที่ตำหนักอ๋องพร้อมกับชุยหยุนทันที พานซื่อและบุรุษตระกูลโจวทั้งสามตามมาทันนางที่หน้าตำหนักพอดีจึงได้เข้าไปด้านในพร้อมกันหลิงเฟิ่งกับพานซื่อเข้าไปอยู่ภายในห้องคลอดด้วย นางเทน้ำวิเศษให้อวี้หลินได้ดื่ม เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของนางหมอตำแยก็เป็นคนเดียวกันกับที่ทำคลอดให้หลิงเฟิ่งพอเด็กทารกสองคนแรกออกมา นางก็ต้องกรีดร้องเสียงดังอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อมีหัวน้อยๆ โผล่ออกมาจากช่องคลอดอีกหัวหนึ่ง“สวรรค์!!! ดะ เด็ก เด็กอีกคนเจ้าค่ะ”อวี้หลินคลอดบุตรชายฝาแฝดออกมาสามคนเช่นกัน เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อนในแคว้นต้าเยี่ยทำให้บุรุษตระกูลโจวอีกสองคนที่เหลือที่ยังไม่ยอมแต่งฮูหยินเข้าจวน ถึงกับหนักใจ ด้วยแม่สื่อที่เดินเข้าออกไปขาดสาย“อาเหว่ย ข้าจะขอไปอยู่ที่ค่ายนอกเมืองกับเจ้าสั

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   เจ้าแบ่งให้ข้าคนหนึ่งมิได้รึ

    เพียงไม่นาน ขบวนกองทัพก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น ลู่เหวินกับโจวเฉิงเหว่ยที่นำอยู่ด้านหน้า ฉีกยิ้มกว้างให้พานซื่อและอวี้หลิน ก่อนที่ทั้งสองจะรีบควบม้าเข้าไปหาคนที่รออยู่“เฟิ่งเออร์เล่า” พานซื่อเอ่ยถามหาหลิงเฟิ่งทันที เมื่อลู่เหวินลงจากหลังม้ามาหานาง“ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้วขอรับ” โจวเฉิงเหว่ยคุกเข่าลงตรงหน้าของพานซื่อ แล้วก้มคำนับสามครั้งให้นาง“อาเหว่ย เจ้าจากบ้านไปเสียหลายปี ครั้งนี้ได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้วนะลูก” นางลูบใบหน้าของบุตรชายคนรองอย่างคิดถึง“ฟะ เฟิ่งเออร์ เจ้า...”พานซื่อถูกเสียงร้องอย่างตกใจของอวี้หลิน ทำให้หันไปมองที่ด้านหลังของโจวเฉิงเหว่ยอย่างรวดเร็วดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา ตอนที่เดินทางออกจากเมืองหลวงไป ท้องของหลิงเฟิ่งมิได้ดูเหมือนจะตั้งครรภ์มาก่อน แต่ยามนี้ท้องของนางราวกับว่าใกล้คลอดเต็มทีแล้วนี่คงเป็นเหตุผลที่นางไม่อาจเดินทางกลับเมืองหลวงได้ตามที่เคยรับปากเอาไว้“เฟิ่งเออร์ เจ้าท้องกี่เดือนกัน ตั้งแต่เมื่อใด หรือว่าเจ้าท้องก่อนที่จะเดินทางแล้ว เหตุใดถึงไม่บอกแม่เล่า” พานซื่อเอ่ยถามออกมาระรัว“ท่านแม่ ครรภ์ของข้าเพิ่งจะหกเดือนเท่านั้นเจ้าค่ะ ข้าก็เ

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   ส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน

    โจวเฉิงเหว่ยนั่งอยู่บนหลังม้า ยืนอยู่หน้าเหล่าทหารหลายหมื่น สายตาของเขาจ้องมองไปยังร่างกำยำของแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานอย่างเย็นชา“บิดาเจ้าเหล่า เหตุใดต้องส่งลูกเต่าเช่นเจ้ามาเอาชีวิตข้า”“ท่านพ่อไม่คิดว่าท่านจะตัดสินใจเช่นนี้”“หึหึ บุรุษตระกูลโจวเก่งกาจนัก หากข้ารู้สักนิดว่าโจวลู่เหวินมิได้สูญเสียวรยุทธ์ก็คงจะทูลขอให้ฝ่าบาททรงเปลี่ยนใจ แต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ข้าเกาซือหม่า ขอแลกชีวิตกับเหล่าทหารแคว้นต้าหานทั้งหมด หวังว่าแม่ทัพน้อยโจว จะปล่อยให้ทหารของข้ากลับคืนสู่แคว้นต้าหาน”แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหาน ดึงดาบออกมาพาดที่คอ เขาตัดคอตนเองออกโดยไม่เผยความหวั่นเกรงใดออกมา โจวเฉิงเหว่ยจ้องมองหัวของแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานหลุดลงพื้นด้วยสายตาที่เรียบเฉย“เก็บกลับค่าย ถอยทัพ!!! ไม่ต้องตามทหารแคว้นต้าหาน ปล่อยพวกมันกลับไป แต่หากยังรั้งอยู่ภายในสองวันนี้ ฆ่าให้หมดไม่ต้องเหลือเอาไว้”เสียงของโจวเฉิงเหว่ยประกาศกร้าว จนแม้แต่ทหารแคว้นต้าหานที่ออกมาดูท่านแม่ทัพใหญ่ของตนปลิดชีพได้ยินอย่างชัดเจนหัวของแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานถูกเก็บกลับไปที่ค่ายของแคว้นต้าเยี่ย เหลือเพียงร่างไร้ศีรษะให้ทหารแคว้นต้าหานเ

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   การตัดสินใจของเกาซือหม่า

    ลู่เหวินยกธนูขึ้นเล็งไปทางแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหาน ก่อนจะปล่อยลูกธนูออกจากสายไป แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานได้แต่มองเยาะเย้ยอย่างได้ใจ ระยะไกลเพียงนี้ ต่อให้เก่งการเพียงใดก็ยิงไม่ถึงเขาเป็นแน่“เฮือกกกก” เสียงสูดลมหายใจของทหารแคว้นต้าหานเมื่อลูกธนูที่ลู่เหวินปล่อยออกมา มันทะลุคอม้าที่แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานขี่ราวกับจับวาง นี่คือสิ่งที่ลู่เหวินต้องการ เขาไม่ได้ต้องการสังหารแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหานภายในลูกธนูเดียว แต่เป็นการย้ำเตือนว่าตนมิได้สูญเสียวรยุทธ์เช่นที่คิดกัน“บุก!!!” แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหาน เปลี่ยนม้าตัวใหม่ได้ ก็ร้องตะโกนบอกทหารของตนทันทีความยับยั้งชั่งใจหายไปจนสิ้น เมื่อถูกหยามเช่นนี้ เขาควบม้าเข้าไปหาลู่เหวินอย่างไม่เกรงกลัว“บุก!!! ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือรอด” ลู่เหวินควบม้าพุ่งทะยานเข้าไปในสนามรบเช่นกันหลิงเฟิ่ง ที่นอนพักอยู่ภายในเรือนสะดุ้งตกใจตื่น นางกับชุยหยุนมิได้เข้าไปนอนภายในมิติ จึงได้ยินเสียงต่อสู้อย่างชัดเจน“ท่านพี่”“สงครามเริ่มแล้ว หากเจ้ากลัวเข้าไปหลบในมิติก่อนดีหรือไม่” ชุยหยุนกอดหลิงเฟิ่งเอาไว้แน่น“ไม่เจ้าค่ะ” นางส่ายหน้าหลิงเฟิ่งมิอาจข่มตาให้หลับลงได้ นางเป็นห่วงบิดาแ

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   กองทัพแคว้นต้าหานประชิดเมืองแล้ว

    หลิงเฟิ่งอยู่ภายในมิตินางก็ไม่ได้ทำสิ่งใดมาก นอกจากตื่นมากินแล้วนอนต่อ ตั้งแต่ตั้งครรภ์มา นางรู้สึกว่าขี้เกียจจะขยับร่างกายไปเสียหมด ต่อให้หลิงเฟิ่งอยู่แต่ภายในมิติ เสียงขององครักษ์ที่อยู่ด้านนอกนางก็ยังได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันจึงได้รู้ว่า กองทัพของแคว้นต้าหานเดินทัพมาประชิดเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ คงอีกไม่เกินห้าวันพวกเขาก็คงจะมาตั้งค่ายอยู่ไม่ห่างแล้วผ่านมาได้เพียงสามวัน กองทัพของแคว้นต้าหานก็เดินทางมาตั้งค่ายเสียแล้ว เจ้าเมืองเป่ยตู่เร่งพาชาวบ้านที่อยู่ใกล้เขตชายแดนลี้ภัยออกไปอยู่ค่ายหลบภัยที่นอกเมืองเป่ยตู่อย่างเร่งด่วนสนามสอบแทบจะเร่งบัณฑิตให้ส่งกระดาษสอบแล้วให้เดินทางออกไปจากสนามสอบให้เร็วที่สุด“เฟิ่งเออร์ เฟิ่งเออร์ ข้ากลับมาแล้ว” ชุยหยุนเมื่อกลับมาถึงเรือนก็ร้องเรียกหลิงเฟิ่งเสียงดัง“เหตุใด กลับมาเร็วนักเล่า” ฟ้าด้านนอกเพิ่งจะสว่างได้ไม่นาน ชุยหยุนก็เดินทางมาถึงเรือนแล้ว“กองทัพแคว้นต้าหานประชิดเมืองเป่ยตู่แล้ว ตอนนี้ชาวบ้านบางส่วนก็อพยพย้ายไปอยู่ที่ค่ายลี้ภัยนอกเมืองแล้ว”“เร็วเพียงนั้นเลยรึ” หลิงเฟิ่งอดที่จะตกใจไม่ได้“สงครามยังคงไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แคว้นต้าหานเร่งเดิน

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่ายินดี

    ความจริงหลิงเฟิ่ง นางอยากจะรั้งอยู่ เพื่อเดินทางกลับพร้อมบิดาและพี่ชาย เพื่อว่ามีสิ่งใดที่นางพอจะช่วยเหลือได้บ้าง แต่หากว่านางตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงก็ควรจะเร่งเดินทางออกจากเมือง เพื่อไม่ให้พวกเขาเป็นกังวลทั้งสี่พูดคุยเรื่องเสบียงอาหารต่ออีกเพียงไม่นาน ท่านหมอก็เดินเข้ามาภายในห้องพัก บุรุษทั้งสามจึงได้เดินไปนั่งรอที่โต๊ะตรงกลางห้อง แต่สายตาของพวกเขาก็ยังจ้องมองมาที่หมออย่างกดดัน“บุตรีข้าเป็นเช่นใด”“น้องสาวข้า อาการร้ายแรงหรือไม่”หมอยังมิทันจะได้จับชีพจร บุรุษตระกูลโจวก็เอ่ยถามออกมาอย่างกดดันเสียแล้ว น้ำเสียงของพวกเขาราวกับเอ่ยถามทหาร ว่าวันนี้พวกเจ้าตั้งใจฝึกซ้อมกันหรือไม่ หมอจะมีสมาธิตรวจได้อย่างไร“ท่านแม่ทัพใหญ่โจว ท่านแม่ทัพโจว ขอเวลาข้าน้อยสักครู่เถิด พวกท่านกดดันเช่นนี้ ข้าน้อยจะตรวจได้อย่างไร”ลู่เหวินกับโจวเฉิงเหว่ยจึงนั่งดื่มชาอย่างเงียบๆ แต่สายตาของเขาก็ยังคงไม่ละไปจากนิ้วมือของท่านหมอที่กำลังจับชีพจรของหลิงเฟิ่งอยู่“ยินดีด้วยขอรับ ฮูหยินนางตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว”“ห๊ะ/ห๊ะ ตั้งครรภ์” สองพ่อลูกตระกูลโจวลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว“เจ้าตรวจให้ดี หลานข้าเป็นเช่นใดบ้าง ครรภ์ของนา

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   ข้าพบสตรีใบหน้าเหมือนหลินหลิน

    หากเสิ่นฉงหานได้ตัวของหลิงเฟิ่งมาครอบครอง ไม่เท่ากับว่าเขาแทบจะได้ครอบครองทั้งแคว้นต้าเยี่ยเลยรึ นับตั้งแต่รู้ความลับของหลิงเฟิ่งในวันนั้น เสิ่นฉงหานก็หาตำราเรื่องของวิเศษมาศึกษาหนึ่งในนั้นมีตำราอยู่เล่ม ที่ว่าด้วยเรื่องมิติของเซียน ภายในมิตินอกจากจะเก็บสิ่งของเอาไว้ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีบ่อน้ำ

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   เกิดเรื่องขึ้นจนได้

    หลิงเฟิ่งนางเรียกน้ำวิเศษที่อยู่ภายในมิติออกมาผสมกับน้ำด้านนอกอย่างละหนึ่งส่วน น้ำที่ใช้กินภายในเรือน นางยังใช้น้ำวิเศษเพียงไม่กี่หยด อย่างไรก็รอบคอบเอาไว้ก่อนดีกว่า“ลุงกู้ ท่านจำเอาไว้ว่าน้ำในกระบอกนี้ ท่านต้องดื่มเพียงผู้เดียว หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับผู้อื่น ท่านก็อย่าได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เข

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   กำไลของนางได้มาจากที่ใด

    ชุยหยุนยังไม่ทันถามว่าโจวชิงฮั่วต้องการสอบถามสิ่งใดหรือต้องการพาพวกเขาไปที่ไหน ก็เห็นเพียงแค่แผ่นหลังของเขาแล้ว มีเพียงบ่าวข้างกายของโจวชิงฮั่วที่เอ่ยเร่งให้เขาออกเดินตามผู้เป็นนายไป“ท่านแม่ท่านกลับเรือนไปก่อน ข้าจะพาเฟิ่งเออร์กลับหมู่บ้านเองขอรับ”“ดะ ได้”โจวชิงฮั่วเดินไปขึ้นรถม้าของตน บ่าวข้างก

  • หลิงเฟิ่ง หญิงบ้าในหมู่บ้านหู่เซิง   ซื้อที่ดินสร้างเรือน

    เมื่อก่อนหลิงเฟิ่งนางไม่มีส่วนใดที่น่ามองเลย แต่เมื่อได้มาอยู่ที่เรือนตระกูลซ่ง ไม่ว่านางจะพูดหรือเดินก็ล้วนแต่น่าชมไปเสียทุกอย่าง ทั้งรูปร่างและใบหน้าของนางก็เริ่มเปลี่ยนไปมากเสียกว่าตอนที่อยู่ที่เรือนตระกูลหลี่เสียอีก“เหอะ เมียเจ้าที่เจ้าต้องการ ข้าจะไปหามาจากที่ใด ใบหน้าของเจ้ารูปงามมากนักรึ ถึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status