เข้าสู่ระบบ
เสียงแตรจากยวดยานพาหนะดังระงมบนท้องถนน ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ช่วงสาย ลากยาวมาจนถึงบ่าย รถแต่ละคันต่างขับเบียดขับแซงหวังจะหลุดพ้นจากการจราจรแออัดในย่านมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งนี้
อีกฟากฝั่งที่อยู่ตรงข้ามรั้วมหาวิทยาลัยเรียงรายไปด้วยอาคารพาณิชย์ อันเป็นร้านรวงต่าง ๆ มากมาย ทั้งร้านอาหารเครื่องดื่ม และร้านสะดวกซื้อ
หนึ่งในนั้นคือร้าน La Crème คาเฟ่สุดชิคสไตล์มินิมอลที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักศึกษาและอาจารย์ ที่มักจะแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
แต่ทว่าวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงาอยู่สักหน่อย เนื่องจากพายุฤดูร้อนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ลูกค้าค่อนข้างบางตา
ผู้คนที่เดินผ่านไปมา อาศัยใต้ชายคาตึกแถวเพื่อหลบฝน ต่างก็หันมามองคาเฟ่แห่งนี้ เนื่องจากที่นั่งโซนเคาร์เตอร์บาร์หน้าร้านซึ่งอยู่ติดกับกระจกใสบานใหญ่มีหญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดกำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง
เธอสวยชนิดที่ว่าสามารถดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมองมาที่เธอแต่เพียงผู้เดียว หากแต่ตอนนี้ใบหน้าสวยนั้น มีร่องรอยแห่งความผิดหวังเคลือบแฝงอยู่
เธอนั่งเอามือเท้าคาง เหม่อมองไปยังฝั่งตรงข้ามอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก่อนถอนหายใจยาวออกมา
“พี่ครีม”
“...” เสียงเรียกจากเด็กสาวในชุดยูนิฟอร์มของร้าน La Crème ก็ไม่อาจดึงเธอให้หันกลับมาได้
“พี่ครีมคะ” เด็กสาวตัดสินใจเรียกเธออีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น ทำเอาคาริสาสะดุ้งสุดตัวพร้อมยกมือบางขึ้นทาบอก
“มะนาว พี่ตกใจหมดเลย ทำไมต้องเรียกเสียงดังขนาดนั้น”
“นาวเรียกพี่ครีมไม่ต่ำกว่าห้ารอบแล้วค่ะ เรียกจนทุกคนในร้านได้ยินกันหมด มีแต่พี่ครีมไม่ได้ยินคนเดียว”
มะนาวเบี่ยงตัวหลบ ก่อนหันไปทางด้านในร้าน คาริสาชะโงกหน้ามองผ่านด้านหลังเด็กสาวไปก็เห็นพนักงานและลูกค้ากำลังจ้องมองเธอเป็นตาเดียว
หญิงสาวยิ้มเขินก่อนหันกลับมาหามะนาวอีกครั้ง
“มะนาวเรียกพี่ทำไม”
“หน้าร้านว่างแล้ว เดี๋ยวนาวกับน้อง ๆ จะเข้าไปเตรียมของให้พี่ครีมทำขนมคืนนี้นะคะ”
“อืม ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ดูหน้าร้านให้เอง ถ้ามีอะไรเดี๋ยวกดกริ่งเรียก”
คาริสากล่าวจบก็ส่งยิ้มให้กับมะนาว ทว่าเด็กสาวยังคงมองเธอนิ่งราวกับมีคำถามในใจ
“มีอะไรจะพูดอีก หืม”
“ไหวแน่นะคะ เห็นนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้า เศร้าใจที่ไม่ได้เจอใครบางคนหรือเปล่าคะ”
เมื่อถูกคำถามจี้ตรงจุดอ่อนในใจเข้าไปคาริสาจึงหันมาขึงตาดุใส่เด็กสาว
“เข้าไปทำงานเลยนะ ถ้าเตรียมของเสร็จแล้วคิดเมนูมื้อเย็นไว้ด้วยว่าอยากกินอะไรกัน คืนนี้พวกเธอต้องอยู่ช่วยพี่”
“ค่า...” มะนาวลากเสียงยาวตอบรับเจ้าของร้านคนสวย ก่อนเดินหัวเราะคิกคักออกไป
คาริสามองตามจนกระทั่งลูกน้องทุกคนในร้านเดินหายเข้าไปตรงประตูทางเข้าห้องครัวด้านหลัง หญิงสาวก็หันกลับมามองบรรยากาศมืดครึ้มด้านนอกอีกครั้ง
ความมืดมนบนผืนฟ้าชวนให้เธอยิ่งห่อเหี่ยวหัวใจหนักกว่าเดิม หรืออาจเป็นจริงดังที่มะนาวพูดไว้
เธอเศร้า...เพราะวันนี้ใครบางคนที่เคยเห็นหน้ากันทุกวันยามเช้าไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว กลับไม่โผล่ใบหน้าหล่อเหลาดั่งฟ้าประทานมาให้เธอเห็นเลย
ลูกค้าที่มีเพียงไม่กี่คนภายในร้านเริ่มทยอยเดินออกจากคาเฟ่ คาริสาจึงหันมากล่าวขอบคุณ พร้อมเดินมาส่งลูกค้าหน้าร้าน
ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านในร้าน รถแอสตันมาร์ตินสีดำคันงามที่ดูไม่คุ้นตาขับเข้ามาจอดริมทางเท้าหน้าคาเฟ่ของเธอพอดิบพอดี
ทันทีที่ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก ร่างสูงกำยำก้าวลงมา เผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าหล่อเหลา หัวใจดวงน้อยของเธอพลันโหมกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง
3 ปีต่อมา ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่างบางนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับใช้มือบางควานหาคนข้างกายที่นอนกอดก่ายกันตลอดค่ำคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงลุกขึ้นปรือตามองไปรอบห้องนอน ก่อนจะได้ยินเสียงดังแว่วมาทางหน้าต่าง คาริสาหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความเมื่อยล้า เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์นับตั้งแต่เดินทางมาถึงปารีส เธอต้องออกงานสังสรรค์กับสามีเกือบทุกวัน อีกทั้งยังต้องตระเวนถ่ายพรีเวดดิ้งเพื่อใช้ในงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า พอกลับมาถึงบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน กลับถูกสามีผู้แสนดีเคี่ยวกรำบทรักอย่างหนักหน่วงตลอดคืน “โอ๊ย หมอนรองกระดูกทรุดแล้วมั้ง” เสียงหวานร้องโอดโอยพร้อมยกมือขึ้นจับบั้นท้ายงอนงาม เมื่อออกจากผ้านวมหนานุ่มมาได้ เธอก็รีบคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่มกาย ป้องกันตัวเองจากอากาศที่เริ่มเย็นลงในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เท้าเล็กก้าวไปยืนชิดริมหน้าต่าง ก่อนเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านเปิดกว้างจนแสงแดดอบอุ่นสาดเข้ากระทบผิวกาย เมื่อเธอมองไปยังสนามหญ้าหลั
ตั้งแต่วันที่ศาสตราเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ชายหนุ่มก็ติดต่อหาแฟนสาวทุกวันไม่เคยขาด จนกระทั่งสองวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ จู่ ๆ คาริสาก็ขาดการติดต่อไป โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ศาสตราตัดสินใจติดต่อหาคุณศจีก็ได้คำตอบเพียงแค่ว่างานที่คาเฟ่ยุ่งมาก ซึ่งนั่นก็ผิดวิสัยของคนรัก เพราะถ้าช่วงไหนที่คาริสาทำงานหนัก เธอก็มักจะอ้อนเขามากเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะหายไปแบบนี้ ทันทีที่ศาสตราเดินทางถึงประเทศไทย ครั้นจะโทรหาคนรัก สมาร์ตโฟนคู่ใจก็ดันมาดับสนิท เนื่องจากเขาลืมที่ชาร์ตไว้ที่โรงแรม ชายหนุ่มจึงตรงมาที่ร้าน La Crème ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยคิดว่าคาริสาจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เมื่ออาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปภายในคาเฟ่ เขากวาดสายตาไล่มองไปทั่วทั้งร้าน หวังจะได้เจอแฟนสาวที่เขาคิดถึงจับใจมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทว่าก็ไม่มีแม้เงา เขาจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ซึ่งมะนาวกำลังง่วนอยู่กับการรับออเดอร์จากลูกค้า “มะนาว ครีมล่ะ” “อ้าว อาจารย์ พี่ครีมไม่อยู่ค่ะ” คำตอบของมะนาวทำให้คิ้วหนาขมวดย่นด้วยความสงสัย “พี่ครีมไม่ได้เข้าร้านมาสองวันแล้วค่ะ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายได้ผ่านพ้นไป คามินก็ออกเดินทางไปทำงานที่ประเทศเวียดนามอีกครั้ง โดยฝากฝังให้ศาสตราดูแลน้องสาวเป็นอย่างดี ซึ่งศาสตราและคามินนั้น ถึงแม้ว่าจะพูดจาเหมือนคนไม่ค่อยลงรอยกันทว่าทั้งคู่กลับสนิทสนมกันมากขึ้น ในส่วนของคดีความก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วลูกจันทร์ก็ไม่อาจหนีผลของการกระทำได้ หล่อนต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คาริสา นอกจากนี้หล่อนต้องโพสต์ขอโทษคาริสาอย่างเป็นทางการผ่านหน้าเฟสบุ๊กทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งนั่นสร้างความอับอายให้แก่บิดามารดาของหล่อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นอาจารย์ชื่อดังและยังเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม นับตั้งแต่วันที่คดีสิ้นสุดลง คาริสาก็ไม่เคยเจอลูกจันทร์อีกเลย แต่เธอก็ได้รับรู้จากคำบอกเล่าของคนรักว่าหล่อนถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด อีกทั้งเรื่องที่ลูกจันทร์ได้ก่อเอาไว้ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของครอบครัวหล่อนและคุณหญิงประกายแก้ว นอกจากนี้พ่อแม่ของหล่อนยังต้องใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหญิงประกายแก้วส่งให้ลูกจันทร์ไปเรียนต่อ ทว่าหล่อนกลับนำไปผลาญจนหมดสิ้น ด้านคุณหญิงประกายแก้ว คาริส
ในช่วงสายของอีกวัน ศาสตราและคาริสาออกเดินทางจากเพนต์เฮาส์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หิรัญเรืองฤทธิ์ เมื่อรถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดบนลานกว้างหน้าอาคารสูงหกชั้น ทั้งคู่ก็เห็นคุณศจีรีบเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ศาสตราเห็นแบบนั้นจึงรีบก้าวลงจากรถเดินอ้อมไปรับคนรัก และรีบตรงไปหามารดาทันที “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่” “ยัยหนูลูกจันทร์มาหาคุณป้าแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับเลยลูก” ศาสตราได้ฟังก็หัวเราะในลำคอก่อนกระตุกยิ้มออกมา “ผมกะไว้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ผมเตรียมการเรื่องนี้มาดี” เมื่อลูกชายว่าอย่างนั้นคุณศจีก็พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น ต่างจากคาริสาที่มองคนรักด้วยความสงสัย ราวกับศาสตรามีเรื่องอะไรที่ยังคงไม่บอกเธอ ทั้งสามคนเดินผ่านห้องโถงกว้างลึกเข้าไปด้านในของตัวอาคารชั้นหนึ่ง โดยมีศาสตราอยู่ตรงกลาง และสองสาวต่างวัยขนาบข้างซ้ายขวา ตรงหน้ามีบานประตูไม้สักทองสูงตระหง่าน ศาสตรายกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักบานประตูเข้าไปด้านใน เมื่อบานประตูทั้งสองเปิดอ้าออก คาริสาจึงเห็นว่าหลังบานประตูนั้นคือห้องรับแขกหน้าตา
ศาสตราพาคาริสากลับมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ โดยให้มะนาวคอยดูแลคาเฟ่จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย ศาสตรารวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคาเฟ่ส่งให้กับนักสืบมือดี นั่นทำให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าผู้หญิงปริศนาที่มาพร้อมคุณหญิงประกายแก้วก็คือลูกจันทร์นั่นเอง ด้านคุณศจีเมื่อรู้ข่าว ท่านก็รีบตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วงลูกชายและคนรัก ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนพ้องของคุณศจีแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ทำให้คาริสาไม่เหงาเลย ถึงแม้ว่าศาสตราจะกลับมาถึงค่ำมืดดึกดื่นทุกวัน เนื่องจากชายหนุ่มต้องทำงาน และจัดการปัญหาของเธอไปพร้อมกัน และในที่สุดความพยายามของชายหนุ่มก็บังเกิดผล เมื่อนักสืบมือดีที่เขาจ้างไปสืบเรื่องราวทั้งหมด กลับมาพร้อมข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ก่อนกำหนดเส้นตายของคามินเพียงแค่สองวัน ศาสตรากลับมายังเพนต์เฮาส์หรูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากทุกวัน ทำเอาคาริสาและคุณศจีที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวต่างมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “มีเรื่องอะไรดี ๆ แน่เลยลูกแม่ถึงยิ้มหน้าบานขนาดนี้” คุณศจีเอ่ยถามลูกชาย
ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อเครื่องบินแล่นลงสู่พื้นดิน ทั้งสองคนก็กลับมายังเพนต์เฮาส์ของศาสตราเพื่ออาบน้ำพักผ่อน พอตกเย็นชายหนุ่มก็ขับรถออกมาส่งแฟนสาวที่ร้าน La Crème ทันทีที่คาริสาก้าวลงจากรถ ดวงหน้าสวยฉายแววฉงนพลางหรี่ตามองเข้าไปในคาเฟ่ จ้องมองใครคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา เมื่อบุคคลปริศนาหันกลับมาเธอก็ยิ้มออกมาทั้งตาและปาก ต่างจากมะนาวและพนักงานคนอื่นที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ “พี่คิน”คาริสาร้องเรียกพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนด้วยความดีใจ ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปในคาเฟ่ โดยมีศาสตราเดินตามไปไม่ห่างหญิงสาวตรงเข้าไปหวังจะกอดคามินให้หายคิดถึง ทว่าพี่ชายสุดที่รักกลับดึงเธอไปทางด้านหลัง ก่อนยืนประจันหน้ากับศาสตรา และในวินาทีนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคามินง้างหมัดขึ้นมาชกหน้าศาสตราเข้าเต็มแรงโดยที่อาจารย์หนุ่มยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้น“พี่ใหญ่!” คาริสาร้องเรียกศาสตราด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนรีบถลาลงไปช่วยคนรักมะนาวเห็นท่าไม่ดีจึงไล่พนักงานคนอื่นเข้าไปหล







