หน้าหลัก / โรแมนติก / หวามรักรสหวาน / บทที่ 3 หวามรักรสหวาน

แชร์

บทที่ 3 หวามรักรสหวาน

ผู้เขียน: อิงวรา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-11 21:42:58

เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรง เหล่าพนักงานร้าน La Crème ก็จัดการปิดหน้าร้าน ก่อนที่จะไปรวมตัวกันในครัวหลังร้าน ช่วยเจ้าของร้านคนสวยทำขนมจัดเบรกของมหาวิทยาลัยฝั่งตรงข้ามในวันพรุ่งนี้ กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน

          เธอออกมาส่งพนักงานหน้าร้าน ก่อนจะกลับเข้ามาปิดล็อกประตูกระจก และหันมากดรีโมตบนแผงควบคุม ยืนมองประตูเหล็กบานทึบค่อย ๆ เลื่อนลงมาช้า ๆ รอจนกระทั่งแผงประตูเหล็กด้านนอกปิดสนิท

          ร่างบางหันหลังกลับมาหยุดยืนมองคาเฟ่

แสนรักของเธอด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

          คาริสาปลุกปั้นคาเฟ่แห่งนี้มาด้วยความตั้งใจ หลังจากเรียนจบคณะคหกรรมจากมหาวิทยาลัย เธอก็เดินทางไปศึกษาต่อที่สถาบันสอนทำอาหารชื่อดังที่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาเปิดร้าน La Crème แห่งนี้ได้เพียงสองปี ซึ่งเสียงตอบรับค่อนข้างดีมากจนเธอหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

และเหนือสิ่งอื่นใดเธอคงต้องขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คามิน พี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ ผู้ที่คอยสนับสนุนความใฝ่ฝันของคาริสาในทุกย่างก้าว

          ครอบครัวของเธอมีกันเพียงแค่สองคนพี่น้อง เนื่องจากพ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทว่าโชคดีตรงที่ท่านได้ทิ้งทรัพย์สมบัติเอาไว้มากมาย ทั้งโรงงานอาหารทะเลแปรรูปส่งออก เงินฝากธนาคารหลายร้อยล้าน อีกทั้งยังอสังหาริมทรัพย์อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งนั่นก็รวมอาคารพาณิชย์ทั้งหมดบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยเธอใช้เพียงสองคูหาสำหรับเป็นพื้นที่ในการเปิดคาเฟ่ ส่วนที่เหลือปล่อยเช่าอีกกว่าสิบคูหา ซึ่งคามินยกรายได้ส่วนนี้ให้แก่น้องสาวทั้งหมด อีกทั้งยังมีหุ้นของบริษัทอาหารทะเลมูลค่ามหาศาลที่คาริสาถือครองอยู่

          พอนึกถึงพี่ชายสุดที่รัก คาริสาก็นึกขึ้นมาได้ว่าคามินจะโทรหาเธอทุกวันในช่วงหัวค่ำ ทว่าวันนี้หญิงสาวยังไม่ได้ยินเสียงสายเรียกเข้าเลยนับตั้งแต่ปิดร้าน

          เธอเดินไปหยิบสมาร์ตโฟนด้านหลังเคาน์เตอร์ขึ้นมาก็พบว่าอุปกรณ์สื่อสารคู่ใจหน้าจอดำมืด ดับสนิทไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

          คาริสาจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนที่อยู่ชั้นสาม คว้าสายชาร์ตโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสียบ ก่อนกดเปิดเครื่องด้วยความร้อนรน และก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ข้อความจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทันทีที่สมาร์ตโฟนถูกเปิดใช้งาน

          เพียงไม่กี่อึดใจก็มีสายเรียกเข้าจากพี่ชายสุดที่รักโทรเข้ามา

          [ยัยน้อง พี่โทรไปทำไมปิดเครื่อง พี่โทรเป็นร้อยสายได้แล้วมั้ง นี่พี่เกือบจะขับรถเข้ากรุงเทพฯไปหาน้องอยู่แล้วนะ]

          เสียงคามินทะลุออกมาดังลั่นจนคาริสาต้องดึงโทรศัพท์ออกจากหู

          “พี่คินน้องขอโทษ โทรศัพท์แบตหมดอ่ะ พอดีพรุ่งนี้มีลูกค้าสั่งขนมเอาไว้เยอะเลย น้องเพิ่งทำเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ เลยเนี่ย” คาริสากล่าวจบก็ได้ยินเสียงถอนหายใจดังพรืดออกมา ราวกับว่าคนปลายสายระอาใจ หรือโล่งใจก็ไม่อาจบอกได้

          [แล้วนี่ทานข้าวทานปลาหรือยัง อย่าปล่อยให้โรคกะเพาะกำเริบอีกนะ]

          “ทานแล้วครับผม วันนี้น้องทานตรงเวลาเป๊ะ ว่าแต่พี่คินเถอะยังอยู่โรงงานใช่ไหม น้องรู้นะ”

          [ทำเป็นรู้ดียัยเด็กบ๊อง ดึกแล้วรีบไปอาบน้ำนอนไป อ้อ อีกเรื่องนึง พี่ต้องไปดูโรงงานใหม่ที่เวียดนามสักระยะ คงไม่ได้ไปหาสักพักนะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาเลขาฯของพี่ได้ตลอด เข้าใจไหม]

          “รับทราบครับผม พี่คินก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ อย่าบ้างานให้มันมากนัก รีบหาแฟน แต่งงานมีหลานให้น้องได้แล้ว”

          ทันทีที่กล่าวจบคาริสาก็เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากผู้เป็นพี่ชาย

          [น้องนำไปก่อนเลย พี่ไม่รีบ]

          “โอ๊ย พูดเหมือนหาง่าย ทุกวันนี้น้องเจอแต่นักศึกษาเอ๊าะๆ กับศาสตราจารย์แก่ ๆ”

          คามินได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่วนดังลั่น กว่าชายหนุ่มจะหยุดขำได้ก็เล่นเอาคาริสาหน้าง้ำ

          [น้องไปอาบน้ำนอนเถอะ พี่จะทำงานต่อแล้ว ต้องรีบเคลียเอกสารก่อนไปเวียดนาม]

          “อ้าว หัวเราะน้องจบก็ตัดบทเฉย โอเค โอเค ฝันดีนะพี่คิน รักนะคะ”

          [อือ รักน้องนะ]

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 25 หวามรักรสหวาน (จบ)

    3 ปีต่อมา ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่างบางนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับใช้มือบางควานหาคนข้างกายที่นอนกอดก่ายกันตลอดค่ำคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงลุกขึ้นปรือตามองไปรอบห้องนอน ก่อนจะได้ยินเสียงดังแว่วมาทางหน้าต่าง คาริสาหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความเมื่อยล้า เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์นับตั้งแต่เดินทางมาถึงปารีส เธอต้องออกงานสังสรรค์กับสามีเกือบทุกวัน อีกทั้งยังต้องตระเวนถ่ายพรีเวดดิ้งเพื่อใช้ในงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า พอกลับมาถึงบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน กลับถูกสามีผู้แสนดีเคี่ยวกรำบทรักอย่างหนักหน่วงตลอดคืน “โอ๊ย หมอนรองกระดูกทรุดแล้วมั้ง” เสียงหวานร้องโอดโอยพร้อมยกมือขึ้นจับบั้นท้ายงอนงาม เมื่อออกจากผ้านวมหนานุ่มมาได้ เธอก็รีบคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่มกาย ป้องกันตัวเองจากอากาศที่เริ่มเย็นลงในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เท้าเล็กก้าวไปยืนชิดริมหน้าต่าง ก่อนเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านเปิดกว้างจนแสงแดดอบอุ่นสาดเข้ากระทบผิวกาย เมื่อเธอมองไปยังสนามหญ้าหลั

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 24 หวามรักรสหวาน

    ตั้งแต่วันที่ศาสตราเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ชายหนุ่มก็ติดต่อหาแฟนสาวทุกวันไม่เคยขาด จนกระทั่งสองวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ จู่ ๆ คาริสาก็ขาดการติดต่อไป โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ศาสตราตัดสินใจติดต่อหาคุณศจีก็ได้คำตอบเพียงแค่ว่างานที่คาเฟ่ยุ่งมาก ซึ่งนั่นก็ผิดวิสัยของคนรัก เพราะถ้าช่วงไหนที่คาริสาทำงานหนัก เธอก็มักจะอ้อนเขามากเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะหายไปแบบนี้ ทันทีที่ศาสตราเดินทางถึงประเทศไทย ครั้นจะโทรหาคนรัก สมาร์ตโฟนคู่ใจก็ดันมาดับสนิท เนื่องจากเขาลืมที่ชาร์ตไว้ที่โรงแรม ชายหนุ่มจึงตรงมาที่ร้าน La Crème ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยคิดว่าคาริสาจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เมื่ออาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปภายในคาเฟ่ เขากวาดสายตาไล่มองไปทั่วทั้งร้าน หวังจะได้เจอแฟนสาวที่เขาคิดถึงจับใจมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทว่าก็ไม่มีแม้เงา เขาจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ซึ่งมะนาวกำลังง่วนอยู่กับการรับออเดอร์จากลูกค้า “มะนาว ครีมล่ะ” “อ้าว อาจารย์ พี่ครีมไม่อยู่ค่ะ” คำตอบของมะนาวทำให้คิ้วหนาขมวดย่นด้วยความสงสัย “พี่ครีมไม่ได้เข้าร้านมาสองวันแล้วค่ะ

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 23 หวามรักรสหวาน

    หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายได้ผ่านพ้นไป คามินก็ออกเดินทางไปทำงานที่ประเทศเวียดนามอีกครั้ง โดยฝากฝังให้ศาสตราดูแลน้องสาวเป็นอย่างดี ซึ่งศาสตราและคามินนั้น ถึงแม้ว่าจะพูดจาเหมือนคนไม่ค่อยลงรอยกันทว่าทั้งคู่กลับสนิทสนมกันมากขึ้น ในส่วนของคดีความก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วลูกจันทร์ก็ไม่อาจหนีผลของการกระทำได้ หล่อนต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คาริสา นอกจากนี้หล่อนต้องโพสต์ขอโทษคาริสาอย่างเป็นทางการผ่านหน้าเฟสบุ๊กทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งนั่นสร้างความอับอายให้แก่บิดามารดาของหล่อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นอาจารย์ชื่อดังและยังเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม นับตั้งแต่วันที่คดีสิ้นสุดลง คาริสาก็ไม่เคยเจอลูกจันทร์อีกเลย แต่เธอก็ได้รับรู้จากคำบอกเล่าของคนรักว่าหล่อนถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด อีกทั้งเรื่องที่ลูกจันทร์ได้ก่อเอาไว้ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของครอบครัวหล่อนและคุณหญิงประกายแก้ว นอกจากนี้พ่อแม่ของหล่อนยังต้องใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหญิงประกายแก้วส่งให้ลูกจันทร์ไปเรียนต่อ ทว่าหล่อนกลับนำไปผลาญจนหมดสิ้น ด้านคุณหญิงประกายแก้ว คาริส

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 22 หวามรักรสหวาน

    ในช่วงสายของอีกวัน ศาสตราและคาริสาออกเดินทางจากเพนต์เฮาส์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หิรัญเรืองฤทธิ์ เมื่อรถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดบนลานกว้างหน้าอาคารสูงหกชั้น ทั้งคู่ก็เห็นคุณศจีรีบเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ศาสตราเห็นแบบนั้นจึงรีบก้าวลงจากรถเดินอ้อมไปรับคนรัก และรีบตรงไปหามารดาทันที “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่” “ยัยหนูลูกจันทร์มาหาคุณป้าแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับเลยลูก” ศาสตราได้ฟังก็หัวเราะในลำคอก่อนกระตุกยิ้มออกมา “ผมกะไว้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ผมเตรียมการเรื่องนี้มาดี” เมื่อลูกชายว่าอย่างนั้นคุณศจีก็พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น ต่างจากคาริสาที่มองคนรักด้วยความสงสัย ราวกับศาสตรามีเรื่องอะไรที่ยังคงไม่บอกเธอ ทั้งสามคนเดินผ่านห้องโถงกว้างลึกเข้าไปด้านในของตัวอาคารชั้นหนึ่ง โดยมีศาสตราอยู่ตรงกลาง และสองสาวต่างวัยขนาบข้างซ้ายขวา ตรงหน้ามีบานประตูไม้สักทองสูงตระหง่าน ศาสตรายกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักบานประตูเข้าไปด้านใน เมื่อบานประตูทั้งสองเปิดอ้าออก คาริสาจึงเห็นว่าหลังบานประตูนั้นคือห้องรับแขกหน้าตา

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 21 หวามรักรสหวาน

    ศาสตราพาคาริสากลับมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ โดยให้มะนาวคอยดูแลคาเฟ่จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย ศาสตรารวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคาเฟ่ส่งให้กับนักสืบมือดี นั่นทำให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าผู้หญิงปริศนาที่มาพร้อมคุณหญิงประกายแก้วก็คือลูกจันทร์นั่นเอง ด้านคุณศจีเมื่อรู้ข่าว ท่านก็รีบตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วงลูกชายและคนรัก ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนพ้องของคุณศจีแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ทำให้คาริสาไม่เหงาเลย ถึงแม้ว่าศาสตราจะกลับมาถึงค่ำมืดดึกดื่นทุกวัน เนื่องจากชายหนุ่มต้องทำงาน และจัดการปัญหาของเธอไปพร้อมกัน และในที่สุดความพยายามของชายหนุ่มก็บังเกิดผล เมื่อนักสืบมือดีที่เขาจ้างไปสืบเรื่องราวทั้งหมด กลับมาพร้อมข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ก่อนกำหนดเส้นตายของคามินเพียงแค่สองวัน ศาสตรากลับมายังเพนต์เฮาส์หรูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากทุกวัน ทำเอาคาริสาและคุณศจีที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวต่างมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “มีเรื่องอะไรดี ๆ แน่เลยลูกแม่ถึงยิ้มหน้าบานขนาดนี้” คุณศจีเอ่ยถามลูกชาย

  • หวามรักรสหวาน   บทที่ 20 หวามรักรสหวาน

    ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อเครื่องบินแล่นลงสู่พื้นดิน ทั้งสองคนก็กลับมายังเพนต์เฮาส์ของศาสตราเพื่ออาบน้ำพักผ่อน พอตกเย็นชายหนุ่มก็ขับรถออกมาส่งแฟนสาวที่ร้าน La Crème ทันทีที่คาริสาก้าวลงจากรถ ดวงหน้าสวยฉายแววฉงนพลางหรี่ตามองเข้าไปในคาเฟ่ จ้องมองใครคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา เมื่อบุคคลปริศนาหันกลับมาเธอก็ยิ้มออกมาทั้งตาและปาก ต่างจากมะนาวและพนักงานคนอื่นที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ “พี่คิน”คาริสาร้องเรียกพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนด้วยความดีใจ ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปในคาเฟ่ โดยมีศาสตราเดินตามไปไม่ห่างหญิงสาวตรงเข้าไปหวังจะกอดคามินให้หายคิดถึง ทว่าพี่ชายสุดที่รักกลับดึงเธอไปทางด้านหลัง ก่อนยืนประจันหน้ากับศาสตรา และในวินาทีนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคามินง้างหมัดขึ้นมาชกหน้าศาสตราเข้าเต็มแรงโดยที่อาจารย์หนุ่มยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้น“พี่ใหญ่!” คาริสาร้องเรียกศาสตราด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนรีบถลาลงไปช่วยคนรักมะนาวเห็นท่าไม่ดีจึงไล่พนักงานคนอื่นเข้าไปหล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status